ความจริงในใจ ที่ (เราว่า) เจ้าของบริษัทและคนอื่นมองไม่เห็น. #เพ้ออย่าอ่าน

กระทู้สนทนา
ขออธิบายในความรู้สึกที่ได้มีโอกาสมาทำงานบริการ รีเซฟชั่น ห้องพักรายวัน ถึงแม้ห้องพักชนิดนี้จะไม่มีพรบ.กำหนดแต่ก็ได้เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้าของสังคม
ความที่ว่าเป็นเด็กใหม่ เราต้องเอนเตอร์เทน ต้อนรับลูกค้าที่มาเข้าพัก เพราะเขานำเงินและรายได้มาให้เรา รุ่นพี่ หน.  ผจก.  ก็เน้นย้ำ ในเรื่องนี้ ถึงแม้เราจะรู้ว่าเขามาเพื่อทำสิ่งที่ผิดต่อ กม.  ก็ตาม นอกจากจะนำรายได้มาให้ และไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับทางห้องพัก ต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น #อย่างนั้นฤา (ที่เมื่อก่อนก็คิดอยู่เหมือนกัน)
และด้วยที่เราเป็นพนักงานใหม่ หรือ อาจไม่เคยเจอเคสแบบนี้ ที่คดีจะต้องได้ขึ้นโรงขึ้นศาล. เรื่องถึงได้บานปลายขนาดนี้ (ถึงแม้คนเก่ารวมทั้ง หน.  ผจก.  ไม่ค่อยให้เราระวังเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ ). #ไม่ซีเรียสเงินครบจบปัญหา

จนกระทั่งวันนั้น วันที่เราเห็น จนท.ตร.กำลังจับผู้ต้องสังสัย ตอนแรกก็ไม่รู้ พอซักพักมี จนท.มาแจ้งว่า มีการจับยาไอซ์  แล้วเราต้องทำไง เบื้องต้น โทรหา ผจก. บอกว่า ให้การปฏิเสธไปก่อน
และ ประมาน2เดือนต่อมา มี จนท.ตร.  มาตามหาพยานเรื่องคดีถูกจับเมื่อครั้งที่แล้วและเราทำงานอยู่ช่วงเวลานั้นพอดี

เราต้องเป็นพยานในคดีแบบนี้  #เศร้า
เบื้องต้น ทางจนท.ที่มาเก็บข้อมมูลพยานบุคคล (เรา). แจ้งว่า ผู้ต้องหารับสารภาพในชุดสืบสวน และยังอยู่ในห้องขัง คุก เรื่อนจำ (เราไม่ทราบ).  เพื่อรอการพิจารณาคดีในชั้นศาล
จนท.ท่านนั้น แจ้งว่า ถ้าผู้ต้องหาปฏิเสธในชั้นศาล ทาง จนท.ชุดสืบคดีชุดนี้ ต้องมาตามหาเก็บพยานต่างๆ (บุตคล/วัตถุ). ซึ่ง เราเป็น พนง.  ต้องเป็นพยานในคดีนี้   #ยิ่งคิดยิ่งจะอวก. #สงสัยกลุ้มกว่าคนที่ถูกจับอีกมั้ง

เราว่าไม่โอเครเลยกับเรื่องแบบนี้ ไม่โอเครกับพนักงาน ที่ทำตามหน้าที่แล้วต้องมาอยู่ในสภาวะจิตที่ไม่ดี   เสียใจมาก แต่ก็ทำไรไม่ได้  

ถ้าสมมติว่า วันขึ้นศาลมาถึง แล้วผู้ต้องหาปฏิเสธจริง เราต้องขึ้นศาลเป็นพยานให้ โจทย์ ที่เป็นจนท.  เห้ยยยยยนี่แค่คิด......กลุ้มมาก ไม่ชอบเอาซ่ะเลย
ยิ่งคิด ยิ่งพิมพ์ ยิ่งแสบท้อง

31-10-60
11:00-ประมาน12:00
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ 
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่