สวัสดีชาว pantip ทุกคน(ที่เข้ามาอ่าน) เราอยู่ในช่วงติดสินใจว่าระหว่างทำงานที่ใหม่กับการทนทำงานที่เดิม ตามหัวข้อเลยค่ะ ถ้าเป็นๆจะเลือกอันไหน
ตอนนี้เราอายุ22 แล้วค่ะ ทำงานเป็นsupervisor ของร้านอาหารแห่งหนึ่งค่ะ ฉันเรียนด้วยทำงานนี้ไปด้วยค่ะ พอเรียนจบก็ได้ตำแหน่งเป็นsupervisor นี่แหละ แต่อยู่ได้ไม่ถึงปีค่ะ ตอนนี้รู้สึกไม่อยากเป็นแล้ว อย่างที่บอกค่ะ ทำงานนี้มานานแล้วจะลาออกตั้งแต่จบใหม่ๆด้วยเหตุผลคือ เพื่อนที่ร้านเปลี่ยนไป ผู้จัดการร้าลำเอียงบ้าง พนักงานแบ่งพักแบ่งพวกบ้าง เราก็บอกเหตุผลไป อ๋อ แล้วก่อนหน้านี้ คือผู้จัดการร้านเคยพูดว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้ค่ะ แต่อยุ่เขาก็เลื่อนตำแหน่งของเพื่อนร่วมงานอีกคนที่อายุน้อยกว่าเรา3ปี (อิจฉานิสนึง) แต่เราก็เคารพการตัดสินใจของเขาค่ะ พอคุยเรื่องตำแหน่งครั้งที่2 เหมือนเดิมค่ะ อยู่ๆก็มีคนมาใหม่ได้เป็น เราทนจนคิดว่ารับไม่ได้แล้วเพราะพอรับคนใหม่พี่ผู้จัดการก็ไม่พูดอะไรกับเราไม่อธิบายหรือขอโทษที่ให้ความหวังใดๆกับเรา จนเราทนไม่ได้ค่ะ ขอลาออกแล้วก็บอกเหตุผลทั้งหมดไป(ระบาย) จนที่เขาให้คำสัญญาค่ะ ว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้ค่ะ เราก็ใจอ่อน เพราะพี่เขาให้เหตุผลว่า #ร้านเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมจะไม่มีพักพวก เราก็อยู่ค่ะ จนได้เลื่อนตำแหน่ง หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเราก็โอเคค่ะ ทำได้บ้างไม่ได้บ้างพี่เขาก็สอนๆค่ะ จนมาวันนึงทุกคนในร้านยังเป็นเหมือนเดิมไม่มีอะไรดีขึ้นค่ะ แล้วยิ่งแย่กว่าเดิม มีพวกนกสองหัวเพิ่มมา(ให้ชื่อA) ฟังคนนู้นเล่าให้คนนี้ พอคนสองคนมีเรื่องกันนางก็บอกว่าที่ทำเพราะหวังดี อยากให้คืนดีกัน😠 แต่เราก็เฉยๆนะ รับฟังและวิเคราะห์เอาว่าใครเป็นยังไง จนมาเจอกับตัวเอง กับต้นเหตุคือนกสองหัวคนเดิม เรื่องที่เกิดขึ้นคือเรื่องของเราทั้งหมด(ตัวเอก) คือนกสองหัวคนนี้เป็นที่รักของทุกคนไม่เว้นแม้กระทั้งผู้จัดการ มีไร ผจก. ก็จะบอกเล่าให้นางฟัง นางมีไรรุ้ไรมาจะเล่าให้ ผจก. ฟังจนเรื่องมาถึงตอนที่เรารู้มาจากเพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดคนนึง(ให้ชื่อB) มาเตือนค่ะว่าให้ระวังตัว ให้ทำหน้าทีของตัวเองให้ดี เพราะ ผจก.กำลังจับตาดูอยู่ เหมือนมีน้องคอยชอบฟ้องอยู่ อ่ะพอเรารู้เราก็โทรสายด่วนไปหาA ว่าพอรู้มั้ยว่าน้องคนไหนไปพูดอะไรบ้าง ด้วยความที่เรารุ้จักกันมานานค่ะทำงานด้วยกันตั้งแต่ปีเเรกๆที่เข้ามาตอนนี้ก็4ปีแล้ว แต่นิสัยเขาพึ่งมาเปลี่ยน Aบอกเราว่าจะรู้ เราก็จบไปแค่นั้น แต่เราก็พูดกับน้องที่สนิทและAว่า ถ้าเรารู้นะเราจะโกรธและไม่คุยด้วย และแล้วAก็เอาเรื่องไปพูดกับB ว่าเรื่องที่ ผจก.จับตาดูเราอยู่และเรื่องต่างที่น้องฟ้อง คือAรู้เเค่คนเดียวและAก็เอามาบอกB แล้วเรารู้ได้อย่างไร ผ่านมาหลายวันเราเริ่มเห็นBผิดปกติ ไม่คุยไม่เล่นกับเรา นอกจากคุยเรื่องงานแล้วก็ไม่คุยอีกเลย เราเลยเข้าไปถามค่ะว่าเป็นไร โกรธอะไรรึปล่าว (เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดแล้วอ่า แคร์ที่สุดด้วย) Bเลยระบายกับเราว่า #เรื่องที่บอกคือให้เอาไปเก็บไว้ให้ระวังตัวไม่ใช่ไปหาคนพูด ทำไมต้องให้เขาต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องนั้นคือเรื่องของเรา เขาแค่หวังดีทำไมต้องให้เขาเดือดร้อน ทำไมไม่ให้มันจบๆไป 😰 #$#*>+}€*%+}{¥ เราอึ้งมากค่ะ คบกันมา3-4ปี ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เราเลยขอโทษค่ะ และอธิบายไปว่าที่เราโทรไปถามAเพราะเราต้องการอยากจะรุ้ว่าใครนะที่ชอบฟ้อง คนเหล่านั้นคิดอย่างไรกับเรา เราไปทำไรให้เขา เราควรทพตัวอย่างไรกับเขา เราเป็นหัวหน้าเขานะทำไมทำกับเราแบบนี้ และอีกอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นคือเรื่องของเรา เราเลยอยากรู้ แต่ทำไมเราถึงไม่มีสิทธิที่จะรุ้หรอ (งงใจ) Bเลยตัดพ้อเราแล้วบอกว่าให้จบกันแค่นี้ ต่อไปจะไม่มีความหวังดีใดๆอีก จบPart ที่1
Part 2 หลังจากวันนั้นเราไม่ได้คุยกันอีกเลยค่ะ และยิ่งแบ่งพักแบ่งพวกจนเห็นได้ชัด คือหลักก็จะเป็นฝั่งBที่มีทุกอย่างเหนือกว่า ฝั่งเราก็จะมีน้องอีก3คนคือน้องที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้ ทุกสิ่งทุกอย่างแย่ลงค่ะ สำหรับเรา แต่น้องยังดีอยู่เพราะอย่างที่บอก ตัวเอกคือเรา เราทนเป็นเดือนค่ะ ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง จนทนไม่ได้แล้วเราเลยขอ ผจก.หยุด1เดือนแบบไม่เอาเงินเดือน หวังว่ากลับมาทำงานทุกอย่างอาจะดีขึ้นก็ได้ แต่ ผจก.ไม่ยอมและพูดกับเราว่าเราทำงานได้แย่มาก สิ่งที่ทำสำหรับเขาแล้วมันไม่เฟอ์เฟคเลย(หมายถึงงาน) คือเขาต้องแก้ตลอดทำไมเขาต้องตามแก้ นู้นนี่นั่น (เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาตรฐานมันวัดจากตรงไหนเราเป็นsupervisor แต่ไม่มีใครสอนงานเราด้วยซ้ำ ) โอเคเรายอมเรายอมรับผิดทุกอย่างจนเรามาจุกกับคำพูดนึงที่ว่า #เราทำงานเหมือนพนักงานพาร์ทไทม์ที่ใส่ชุดหัวหน้า(นึกว่าคิดอยู่คนเดียวมีคนคิดเหมือนกัน) เราไม่รุ้ว่าความหมายของเขากับความคิดที่เรารู้สึกได้มันจะอันเดียวกันมั้ย เรารู้สึกว่าเราเป็นหัวหน้าที่ไม่สามารถสั่งลุกน้องได้ ไม่สามารถทำไรได้เลย น้องไม่เชื่อใจด้วยซ้ำ ตั้งแต่วันแรกที่เลื่อนตำแหน่งจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีใครเชื่อใจเราสักคน ไม่มีใครกล้าพูดหรือบอกอะไรเรา ไม่มีใครถามเหตุผลเราแต่กลับเอาทุกอย่างไปตีความกันเอง (เหมือนอยู่คนเดียวในร้านอ่า ไม่มีที่ยืน) เรารู้สึกแค่ว่าเราต้องใส่หน้ากากนี้ไปนานแค่ไหน ต้องฝืนยิ้มไปอีกนานแค่ไหน เราเลยตัดสินใจพูดออกไปว่า #ในเมื่อลา1เดือนไม่ได้ ย้ายสาขาไม่ได้ งั้นเราลาออก ทุกคนบอกว่าทุกอย่างในร้านจะเหมือนเดิม แต่ไม่ใครเหมือนเดินแม้กระทั้งตัว ผจก.เอง เรากะจะให้เขาให้โอกาสเราค่ะที่พูดแบบนั้น อยากให้เขายืนข้อเสนอว่า ย้ายร้านมั้ย หนุดพักก่อนมั้ย แต่ปล่าวค่ะ เขาตอบตกลงอย่างง่ายดาย
Part3. เราหางานใหม่ทันทีค่ะ ได้งานแต่เป็นตำแหน่งพนักงานPC มันก็รู้สึกเสียดายโอกาสนะจาก supervisor มาเป็นPC มีแต่คนบอกเราว่าเสียดาย เราก็อยากจะบอกว่าเราเองก็เสียดาย แต่จะให้ทำไงได้ ถือซะว่าเริ่มใหม่ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ออกจากที่เดิมค่ะ และยังไม่ได้เซ็นสัญญากับที่ใหม่ เลยอยากจะถามทุกคนว่า ถ้าเป็นคุณ คุณคิดอยากจะทนทำงานที่เดิมหรือจะเริ่มต้นนับ1ใหม่กับงานที่อาจมีแนโน้วความก้าวหน้าทางตำแหน่งที่ยังไม่ชัดเจน(ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเลื่อนตำแหน่งมั้ย)ดีคะ
หากเป็นคุณจะทำงานที่ใหม่หรือทนทำงานที่เดิม
ตอนนี้เราอายุ22 แล้วค่ะ ทำงานเป็นsupervisor ของร้านอาหารแห่งหนึ่งค่ะ ฉันเรียนด้วยทำงานนี้ไปด้วยค่ะ พอเรียนจบก็ได้ตำแหน่งเป็นsupervisor นี่แหละ แต่อยู่ได้ไม่ถึงปีค่ะ ตอนนี้รู้สึกไม่อยากเป็นแล้ว อย่างที่บอกค่ะ ทำงานนี้มานานแล้วจะลาออกตั้งแต่จบใหม่ๆด้วยเหตุผลคือ เพื่อนที่ร้านเปลี่ยนไป ผู้จัดการร้าลำเอียงบ้าง พนักงานแบ่งพักแบ่งพวกบ้าง เราก็บอกเหตุผลไป อ๋อ แล้วก่อนหน้านี้ คือผู้จัดการร้านเคยพูดว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้ค่ะ แต่อยุ่เขาก็เลื่อนตำแหน่งของเพื่อนร่วมงานอีกคนที่อายุน้อยกว่าเรา3ปี (อิจฉานิสนึง) แต่เราก็เคารพการตัดสินใจของเขาค่ะ พอคุยเรื่องตำแหน่งครั้งที่2 เหมือนเดิมค่ะ อยู่ๆก็มีคนมาใหม่ได้เป็น เราทนจนคิดว่ารับไม่ได้แล้วเพราะพอรับคนใหม่พี่ผู้จัดการก็ไม่พูดอะไรกับเราไม่อธิบายหรือขอโทษที่ให้ความหวังใดๆกับเรา จนเราทนไม่ได้ค่ะ ขอลาออกแล้วก็บอกเหตุผลทั้งหมดไป(ระบาย) จนที่เขาให้คำสัญญาค่ะ ว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้ค่ะ เราก็ใจอ่อน เพราะพี่เขาให้เหตุผลว่า #ร้านเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมจะไม่มีพักพวก เราก็อยู่ค่ะ จนได้เลื่อนตำแหน่ง หน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเราก็โอเคค่ะ ทำได้บ้างไม่ได้บ้างพี่เขาก็สอนๆค่ะ จนมาวันนึงทุกคนในร้านยังเป็นเหมือนเดิมไม่มีอะไรดีขึ้นค่ะ แล้วยิ่งแย่กว่าเดิม มีพวกนกสองหัวเพิ่มมา(ให้ชื่อA) ฟังคนนู้นเล่าให้คนนี้ พอคนสองคนมีเรื่องกันนางก็บอกว่าที่ทำเพราะหวังดี อยากให้คืนดีกัน😠 แต่เราก็เฉยๆนะ รับฟังและวิเคราะห์เอาว่าใครเป็นยังไง จนมาเจอกับตัวเอง กับต้นเหตุคือนกสองหัวคนเดิม เรื่องที่เกิดขึ้นคือเรื่องของเราทั้งหมด(ตัวเอก) คือนกสองหัวคนนี้เป็นที่รักของทุกคนไม่เว้นแม้กระทั้งผู้จัดการ มีไร ผจก. ก็จะบอกเล่าให้นางฟัง นางมีไรรุ้ไรมาจะเล่าให้ ผจก. ฟังจนเรื่องมาถึงตอนที่เรารู้มาจากเพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดคนนึง(ให้ชื่อB) มาเตือนค่ะว่าให้ระวังตัว ให้ทำหน้าทีของตัวเองให้ดี เพราะ ผจก.กำลังจับตาดูอยู่ เหมือนมีน้องคอยชอบฟ้องอยู่ อ่ะพอเรารู้เราก็โทรสายด่วนไปหาA ว่าพอรู้มั้ยว่าน้องคนไหนไปพูดอะไรบ้าง ด้วยความที่เรารุ้จักกันมานานค่ะทำงานด้วยกันตั้งแต่ปีเเรกๆที่เข้ามาตอนนี้ก็4ปีแล้ว แต่นิสัยเขาพึ่งมาเปลี่ยน Aบอกเราว่าจะรู้ เราก็จบไปแค่นั้น แต่เราก็พูดกับน้องที่สนิทและAว่า ถ้าเรารู้นะเราจะโกรธและไม่คุยด้วย และแล้วAก็เอาเรื่องไปพูดกับB ว่าเรื่องที่ ผจก.จับตาดูเราอยู่และเรื่องต่างที่น้องฟ้อง คือAรู้เเค่คนเดียวและAก็เอามาบอกB แล้วเรารู้ได้อย่างไร ผ่านมาหลายวันเราเริ่มเห็นBผิดปกติ ไม่คุยไม่เล่นกับเรา นอกจากคุยเรื่องงานแล้วก็ไม่คุยอีกเลย เราเลยเข้าไปถามค่ะว่าเป็นไร โกรธอะไรรึปล่าว (เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดแล้วอ่า แคร์ที่สุดด้วย) Bเลยระบายกับเราว่า #เรื่องที่บอกคือให้เอาไปเก็บไว้ให้ระวังตัวไม่ใช่ไปหาคนพูด ทำไมต้องให้เขาต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องนั้นคือเรื่องของเรา เขาแค่หวังดีทำไมต้องให้เขาเดือดร้อน ทำไมไม่ให้มันจบๆไป 😰 #$#*>+}€*%+}{¥ เราอึ้งมากค่ะ คบกันมา3-4ปี ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย เราเลยขอโทษค่ะ และอธิบายไปว่าที่เราโทรไปถามAเพราะเราต้องการอยากจะรุ้ว่าใครนะที่ชอบฟ้อง คนเหล่านั้นคิดอย่างไรกับเรา เราไปทำไรให้เขา เราควรทพตัวอย่างไรกับเขา เราเป็นหัวหน้าเขานะทำไมทำกับเราแบบนี้ และอีกอย่างเรื่องที่เกิดขึ้นคือเรื่องของเรา เราเลยอยากรู้ แต่ทำไมเราถึงไม่มีสิทธิที่จะรุ้หรอ (งงใจ) Bเลยตัดพ้อเราแล้วบอกว่าให้จบกันแค่นี้ ต่อไปจะไม่มีความหวังดีใดๆอีก จบPart ที่1
Part 2 หลังจากวันนั้นเราไม่ได้คุยกันอีกเลยค่ะ และยิ่งแบ่งพักแบ่งพวกจนเห็นได้ชัด คือหลักก็จะเป็นฝั่งBที่มีทุกอย่างเหนือกว่า ฝั่งเราก็จะมีน้องอีก3คนคือน้องที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้ ทุกสิ่งทุกอย่างแย่ลงค่ะ สำหรับเรา แต่น้องยังดีอยู่เพราะอย่างที่บอก ตัวเอกคือเรา เราทนเป็นเดือนค่ะ ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง จนทนไม่ได้แล้วเราเลยขอ ผจก.หยุด1เดือนแบบไม่เอาเงินเดือน หวังว่ากลับมาทำงานทุกอย่างอาจะดีขึ้นก็ได้ แต่ ผจก.ไม่ยอมและพูดกับเราว่าเราทำงานได้แย่มาก สิ่งที่ทำสำหรับเขาแล้วมันไม่เฟอ์เฟคเลย(หมายถึงงาน) คือเขาต้องแก้ตลอดทำไมเขาต้องตามแก้ นู้นนี่นั่น (เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาตรฐานมันวัดจากตรงไหนเราเป็นsupervisor แต่ไม่มีใครสอนงานเราด้วยซ้ำ ) โอเคเรายอมเรายอมรับผิดทุกอย่างจนเรามาจุกกับคำพูดนึงที่ว่า #เราทำงานเหมือนพนักงานพาร์ทไทม์ที่ใส่ชุดหัวหน้า(นึกว่าคิดอยู่คนเดียวมีคนคิดเหมือนกัน) เราไม่รุ้ว่าความหมายของเขากับความคิดที่เรารู้สึกได้มันจะอันเดียวกันมั้ย เรารู้สึกว่าเราเป็นหัวหน้าที่ไม่สามารถสั่งลุกน้องได้ ไม่สามารถทำไรได้เลย น้องไม่เชื่อใจด้วยซ้ำ ตั้งแต่วันแรกที่เลื่อนตำแหน่งจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีใครเชื่อใจเราสักคน ไม่มีใครกล้าพูดหรือบอกอะไรเรา ไม่มีใครถามเหตุผลเราแต่กลับเอาทุกอย่างไปตีความกันเอง (เหมือนอยู่คนเดียวในร้านอ่า ไม่มีที่ยืน) เรารู้สึกแค่ว่าเราต้องใส่หน้ากากนี้ไปนานแค่ไหน ต้องฝืนยิ้มไปอีกนานแค่ไหน เราเลยตัดสินใจพูดออกไปว่า #ในเมื่อลา1เดือนไม่ได้ ย้ายสาขาไม่ได้ งั้นเราลาออก ทุกคนบอกว่าทุกอย่างในร้านจะเหมือนเดิม แต่ไม่ใครเหมือนเดินแม้กระทั้งตัว ผจก.เอง เรากะจะให้เขาให้โอกาสเราค่ะที่พูดแบบนั้น อยากให้เขายืนข้อเสนอว่า ย้ายร้านมั้ย หนุดพักก่อนมั้ย แต่ปล่าวค่ะ เขาตอบตกลงอย่างง่ายดาย
Part3. เราหางานใหม่ทันทีค่ะ ได้งานแต่เป็นตำแหน่งพนักงานPC มันก็รู้สึกเสียดายโอกาสนะจาก supervisor มาเป็นPC มีแต่คนบอกเราว่าเสียดาย เราก็อยากจะบอกว่าเราเองก็เสียดาย แต่จะให้ทำไงได้ ถือซะว่าเริ่มใหม่ ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ออกจากที่เดิมค่ะ และยังไม่ได้เซ็นสัญญากับที่ใหม่ เลยอยากจะถามทุกคนว่า ถ้าเป็นคุณ คุณคิดอยากจะทนทำงานที่เดิมหรือจะเริ่มต้นนับ1ใหม่กับงานที่อาจมีแนโน้วความก้าวหน้าทางตำแหน่งที่ยังไม่ชัดเจน(ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสเลื่อนตำแหน่งมั้ย)ดีคะ