ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 16
ผมอ่านไปครึ่งเรื่องก็เจอสิ่งไม่ปกติละครับ 5555
คุณสองคนอยู่ในสังคมเดียวกัน แต่อยู่กันคนละวง
วงนั้น เน้นหนูหราฟู่ฟ่า ดันลูก ชมลูกทุกอย่าง ชอบความเว่อวังอลังการ เน้นหน้าตาสังคม
ในขณะที่วงคุณ มีพร้อมเหมือนกัน แต่ไม่ต้องการโม้โอ้อวดอะไร ออกจะเขินๆ ด้วยถ้าจะบอกว่าตัวเองมีเงิน คือ ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่มีอยู่เป็นเรื่องพิเศษ ออกจะธรรมดาด้วยซ้ำ
ทีนี้พอสองวงนี้มาซ้อนทับกัน ความเหลื่อมล้ำมันจะเกิดขึ้น เพราะวงนั้น พยายามจะทับเราตลอดเวลา ให้เราหายไป เค้าต้องเป็นใหญ่และโดดเด่น
ถ้าเราจะต้องไปสู้ ไปส่องแสงตัวเองเพื่อให้ประกายเท่าเค้า มันเหนื่อยนะครับ
สุดท้ายถ้าไม่เอนจอย ก็ถอยออกมา เราอยู่เงียบๆ ของเราได้ครับ เด็กๆ เค้าเป็นเพื่อนกันไปตามปกติ เราก็แค่ผู้ปกครองที่บังเอิญเจอกันยิ้มทักทายให้กันเท่านั้นเอง ไม่ต้องมีสัมพันธ์พิเศษ คุยมากไป ตัวเราก็เหนื่อย
ผมมีประสบการณ์เหมือนคุณแม่เลยค่อนข้างเข้าใจ ทุกวันนี้ก็พยายามลดการสังสรรค์กับ ผปค เพราะวงสังคมเราไม่เหมือนกันครับ 5555 ไม่จำเป็นต้องเอาวงเราไปรวมกับเค้า เราไม่สบายใจ
คุณสองคนอยู่ในสังคมเดียวกัน แต่อยู่กันคนละวง
วงนั้น เน้นหนูหราฟู่ฟ่า ดันลูก ชมลูกทุกอย่าง ชอบความเว่อวังอลังการ เน้นหน้าตาสังคม
ในขณะที่วงคุณ มีพร้อมเหมือนกัน แต่ไม่ต้องการโม้โอ้อวดอะไร ออกจะเขินๆ ด้วยถ้าจะบอกว่าตัวเองมีเงิน คือ ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่มีอยู่เป็นเรื่องพิเศษ ออกจะธรรมดาด้วยซ้ำ
ทีนี้พอสองวงนี้มาซ้อนทับกัน ความเหลื่อมล้ำมันจะเกิดขึ้น เพราะวงนั้น พยายามจะทับเราตลอดเวลา ให้เราหายไป เค้าต้องเป็นใหญ่และโดดเด่น
ถ้าเราจะต้องไปสู้ ไปส่องแสงตัวเองเพื่อให้ประกายเท่าเค้า มันเหนื่อยนะครับ
สุดท้ายถ้าไม่เอนจอย ก็ถอยออกมา เราอยู่เงียบๆ ของเราได้ครับ เด็กๆ เค้าเป็นเพื่อนกันไปตามปกติ เราก็แค่ผู้ปกครองที่บังเอิญเจอกันยิ้มทักทายให้กันเท่านั้นเอง ไม่ต้องมีสัมพันธ์พิเศษ คุยมากไป ตัวเราก็เหนื่อย
ผมมีประสบการณ์เหมือนคุณแม่เลยค่อนข้างเข้าใจ ทุกวันนี้ก็พยายามลดการสังสรรค์กับ ผปค เพราะวงสังคมเราไม่เหมือนกันครับ 5555 ไม่จำเป็นต้องเอาวงเราไปรวมกับเค้า เราไม่สบายใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
รบกวนสอบถามคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านค่ะ คิดไม่ตกจริงๆค่ะ
ที่ผ่านมา พอดีเราเห็นคุณแม่ของเพื่อนลูกวัยใกล้เคียงกับเรา และรู้สึกว่านิสัยพอจะไปด้วยกันได้ เราเลยขอคุณแม่ท่านนั้นเป็นเพื่อนค่ะ
เป็นเพื่อนในที่นี้คือมากกว่าผู้ปกครองของเพื่อนลูกๆทั่วไปค่ะ มีนัดเจอกันบ่อย กินข้าวกัน นัดให้ลูกๆมาเล่นด้วยกันค่ะ
ก็ผ่านมาได้ปีกว่าๆแล้วค่ะ ก็คิดว่าทุกอย่างราบรื่นดีค่ะ สรุปว่าทุกอย่างเราคิดไปเอง และเราก็ยังงงว่าตัวเองผ่านมาได้ยังไง ทำไมต้องยอมขนาดนั้น
เพราะมาถึง ณ วันนี้ ไม่รู้มีอะไรมาดลใจ ให้เราตระหนักและคิด ว่าตอนเวลาที่เรากลับมาจากเจอครอบครัวนี้ค่ะ ว่าทำไมเรารู้สึกหน่วงๆโหวงๆพลังในตัวเราลดลง และพอมานึก มันก็จะเป็นความรู้สึกนี้ทุกครั้งค่ะ ไม่มีความสุขเลย
เลยทบทวนว่าทุกครั้งที่เราไปเจอครอบครัวนี้ ทั้งคุณแม่และคุณพ่อ (ส่วนมากจะเป็นคุณแม่นะคะ)
คอยบลัฟครอบครัวเราค่ะ คอยพูดให้ตัวเราดูด้อยค่า ทั้งๆที่เราตระหนักรู้ว่าเรามีคุณค่ามากมากเหมือนกันนะคะ
ต้องบอกก่อนว่าครอบครัวเรากับครอบครัวเค้าฐานะไม่ได้แย่ค่ะ เรียนโรงเรียนบูรณาการที่ค่อนข้างแพงค่ะ
ทุกครั้งที่เจอคุณแม่เค้าจะคอยเล่าพัฒนาการลูกเค้า พอดีลูกเค้าเป็นเด็กกิจกรรมค่ะ ต่างจากลูกเราที่ไม่ค่อยได้เล่นกิจกรรมอะไร
จะคอยพูดว่าลูกเค้าเก่งได้ขนาดนี้แล้วนะ อย่างนู้นอย่างนี้ เราฟังแล้วเราไม่ได้รู้สึกอิจฉานะคะ แต่รู้สึกว่าเราและลูกๆเราตัวเล็กไปเลยค่ะ รู้สึกคุณค่าเรากับลูกๆถูกครอบครัวนี้ลดทอนลงไปค่ะ
ลูกเค้าเรียนกอล์ฟค่ะ ส่วนตัวเรามองว่าเป็นกีฬาปกติ ไม่ได้เอื้อมยากขนาดนั้นค่ะ แต่บ้านนี้เค้ามองว่ากีฬานี้เป็นกีฬาไฮโซ มองว่าลูกเค้าไปได้ไกลกว่าลูกเราและเพื่อนคนอื่นๆในห้อง เรียกว่าเค้ามองแบบกีฬากอล์ฟอยู่สูงกว่ากีฬาชนิดอื่นค่ะ
บางทีแม่เค้าก็ส่งคลิปที่ลูกเค้าเล่นกีฬาทางน้ำมาให้ ส่งแค่คลิปอ่ะค่ะ เราซึ่งไม่รู้จริงๆว่ากีฬาชนิดนี้คืออะไร ก็ถามไป ดูเค้าตอบอย่างภูมิใจมากค่ะ
เราก็แอบรู้สึกโง่ๆหน่อยๆนะคะ พยายามไม่คิด แต่ก็อดคิดไม่ได้ค่ะ
และมีหลายเหตุการณ์ที่ดูเหมือนเป็นนิสัยของทางคุณแม่เค้า ที่ไม่รู้ตัวว่าเค้าชอบบลัฟคนอื่นค่ะ
คือแบบเราพูดอะไร เรามีอะไร เราแชร์อะไร เค้าก็จะพูดว่ามีเหมือนทุกอย่างที่เราแชร์ค่ะ ซึ่งเราก็งงๆ พยายามคิดในทางที่ดี
เราบอกเค้าว่าเราเตรียมปลูกบ้านเล็กๆ เค้าก็บอกพ่อเค้าก็จะเตรียมปลูกบ้านเหมือนกัน
วันนั้นมีไปเที่ยวเราเอารถตู้เบนซ์ไป ตอนเติมน้ำมัน เค้าก็ถามว่า รถนี้กินน้ำมันมั้ย เค้าก็มีรถเบ็นอี200ที่บ้าน ค่าน้ำมันน่าจะพอกันนะ (เราก็งงๆว่าเค้าพูดมาทำไม และเราก็ซื่อบื้อที่ไม่คิดอะไร คิดว่าเราโอเค แต่จริงๆมันสะสมในใจเรื่อยมาค่ะ)
ส่วนคุณพ่อเค้าก็poundที่จะบอกว่าเค้ามีไปตีกอล์ฟทุกอาทิตย์อ่ะค่ะ
มีบลัฟครอบครัวเราต่อหน้าลูกเรา ว่าเนี่ย เดี๋ยวจะมีไปพัทยาที่มีฮาร์เบอแลนด์อยู่ในโรงแรม ลูกเค้าก็ดีใจ และก็ตามประสาเด็กอ่ะค่ะ ที่จะเย่เย่จะได้ไปโรงแรมที่มีฮาร์เบอร์แลนด์ และเอ่ยชื่อลูกเราว่า ลูกเราไม่ได้ไปหรอก
และอีกหลายๆเหตุการณ์ค่ะ
เราบอกเค้าว่าแม่สามีเค้าน่ารักนะ มีอะไรที่เป็นความรู้เเม่สามีเค้าจะเเชร์ให้เราทางไลน์เสมอ
พอเค้าได้ยิน เค้าตอบออโต้เลยค่ะ ว่าเค้าก็ได้เหมือนกัน (เรางงมากว่าเค้าตอบมาอย่างนั้นได้ยังไง)
เราก็รู้อยู่แล้วว่าเค้าก็ต้องได้ข้อความจากแม่สามีอยู่แล้วค่ะ
เราเลยต้องพูดแก้เก้อว่า เรารู้ว่าเธอได้ข้อความอยู่แล้ว แต่แค่จะบอกว่าแม่สามีเธอน่ารักดี
เรางงมากๆค่ะกับสิ่งที่เราเจอ และเรามองว่าเรารับได้ ไม่ได้คิดอะไร
จนตอนนี้เราต้องการที่จะให้ครอบครัวนี้ออกไปจากครอบครัวเราค่ะ มันเหนื่อยและtoxicมากค่ะ
อยากให้เป็นแค่เพื่อนผู้ปกครองที่เจอกันตามงานโรงเรียน ไม่ได้มีวาระนอกรอบอะไร
แต่ปัญหาที่คิดไม่ตกคือเราควรจะพูดกับคุณแม่เค้าตรงๆดีมั้ยคะ ว่าเราขอลดสถานะ เพราะเรารู้สึกunderในใจค่ะ ก็ถ้าได้บอก ก็จะบอกตรงๆค่ะ
หรือ
เราควรจะเงียบไปเลยดีกว่าคะ ค่อยๆถอยออกมา
ให้เวลาทำหน้าที่ของมัน
ปกติจะต้องมีคุยไลน์กันตลอด แต่นี่ไม่ได้คุยมาเกือบเดือนแล้วค่ะ เราเงียบเค้าก็เงียบ
ติดที่เดือนหน้าต้องมีไปโรงเรียนลูก แล้วต้องเจอกันค่ะ กลัวมองหน้ากันไม่ติดค่ะ
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นล่วงหน้าค่ะ
ขออนุญาตเพิ่มเติมข้อมูลค่ะ เรายืนยันว่าเรื่องบลัพ เราไม่ได้คิดไปเองค่ะ เราดูจากน้ำเสียง กิริยา ท่าทางเค้าทั้งสิ้นค่ะ มันคงจะดูผิดปกติไปหน่อยว่า เค้ามีทุกสิ่ง ทำทุกสิ่งเหมือนที่เรากำลังพูด กำลังเล่าให้เค้าฟังค่ะ