ตามกระทู้เลยครับ ผมอยากสร้างอนาคตกับแฟนครับ หลังเรียนจบผมตัดสินใจว่าจะสร้างอนาคต เริ่มทำงาน เก็บเงิน ชื่อรถ(มอไซต์) เพื่อสะดวกในการเดินทางไปทำงาน แล้วก็เก็บเงินสักก้อนนึงเพื่อจะลงทุนธุรกิจเล็กเพื่อเป็นรายได้เสริมหลังจากงานประจำ แล้วถ้าลงทุนแล้วเกิดได้กำไรดีขึ้นมาก็คิดว่าจะลงทุนพวกบ้าน หรือคอนโดระดับกลางๆไว้ ประมาณนี้ ฟังแล้วดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไรนะครับ แต่ประเด็นคือ แฟนผมเนี้ย เธอค่อนข้างที่จะเชื่อคนยาก ซึ่งแน่นอนที่ผมวางแผนอนาคตไว้แบบนี้เธอคงยากที่จะไว้ใจผม ผมก็เลยถามเธอตรงๆไปว่า คิดยังไงกับการวางอนาคตที่ผมตั้งไว้
เธอบอก เธอเป็นคนเชื่อคนยาก เพราะฉะนั้นยากที่จะเชื่อ
เมื่อก่อนผมเจ้าชู้ครับ แต่ตอนนี้ผมเลิกเด็ดขาดเพื่อจะสร้างอนาคตกับคนๆนี้จริงๆ
เรื่องที่ว่าจะชื้อรถมอไซต์มาใช้เพื่อสะดวกต่อการเดินทาง ผมก็เสนอเองและจะส่งเองเพราะซื้อในนามของผม และอีกอย่างแฟนผมก็มีภาระมากกว่าผม แต่จะเอามาใช้ร่วมกันแหละ
แล้วที่ว่าจะลงทุนธุรกิจเล็กๆ เช่น ค้าขาย เพื่อเป็นรายได้เสริม เงินในส่วนนี้ผมก็บอกกับเธอว่า เราต้องทำร่วมกัน ฉะนั้นออกทุนเท่ากันครึ่งๆ เมื่อได้กำไรก็แบ่งครั้งๆ เหมือนเดิมจะได้ไม่ต้องคิดมาก
แล้วถ้าเกินพอจะลงทุนพวกบ้าน หรือคอนโด ก็ต้องช่วยกันส่งอยู่แล้ว เพราะสร้างร่วมกัน แต่เธอถาม แล้วจะเป็นชื่อใคร ผมก็บอกเธอว่า ทำร่วมกันมาขนาดนี้ผ่านความลำบากขนาดนี้ จะให้เป็นชื่อเธอเราก็ไม่ได้ว่าอะไรเลย ผมก็บอกงี้ไป
ส่วนหนี้ที่ไม่ได้ก่อร่วมกัน เช่น เครดิตเอย กยศเอย จัดการเอง ไม่ยุ่ง
เงินเดือนของผมกับแฟนไม่เท่ากัน ของแฟนน้อยกว่าผม ก็รับมือไว้แล้วว่ายังไงผมก็ต้องดูแลเธอ ปกติผมก็จ่ายค่าอาหารการกินอยู่แล้ว
ด้วยความที่เธอภาระเยอะ และบวกกับเธอเคยวางใจแฟนเก่าแล้วคิดจะสร้างมาก่อนเหมือนกัน เธอเลยระแวง ไม่กล้าที่จะสร้างอะไรร่วมกัน เพราะกลัวมีปัญหาตอนเลิกกัน สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย
ผมเข้าใจครับ หลายๆคนสร้างบ้าน ชื่อรถ หรืออะไรก็ตาม สุดท้ายคนไดคนนึงต้องไม่ได้ มันก็เป็นปมจนไม่กล้าทำอะไรกับใครเลย
แต่ที่ผมพูด ผมอยากสร้างกับเธอจริงๆ แต่ถ้าให้ผมสร้างเอง คงอีกนาน เพราะผมคิดเสมอว่า มีสองย่อมดีกว่าหนึ่ง เพราะแบบนี้ ผมเลยอยากให้แฟนช่วยกันสร้าง จากที่ผมออมเงินคนเดียวปีนึง ผมมีเงินแค่50000 แต่ถ้าแฟนผมเข้ามาออมด้วยกัน จาก50000 ก็กลายเป็น 100000 ได้เลยนะครับ
เราเคยทะเลาะกันเรื่องการสร้างอนาคตประมาณสองสามครั้งได้ เพราะว่าผมคิดจะสร้างเนี้ยแหละครับ คนเรามันมีสองประเภทครับ
1อยู่แบบไปข้างหน้าเรื่อยๆ ต้องดีกว่าเดิม ต้องพัฒนา ถึงจะลำบอกหน่อยแต่เพื่อผลลัพท์ที่งดงามในวันข้างหน้า
2 อยู่แบบพอแล้ว ไม่แสวงหา มีเท่าไหร่ก็กินก็ใช้แค่นั้น ไม่ลำบากและก็ไม่อดๆอยากๆ แต่ยากที่จะเห็นความมั่นคง
นั้นแหละครับ ซึ่งเปรียบเสมือนตัวผมและแฟนของผมครับ
แฟนผมทำงานบัญชีครับ ส่วนผมเป็นวิดวะ
ผมเลยเสนอการออมเงินแบบร่วมกัน อาจจะเดือนละพันหรือสองพัน เอาไม่มากเพราะจะใช้ในอนาคตเลย เผื่อไว้เป็นเงินครอบครัว แต่งงาน หรือเรือนหอไรงี้ เธอก็เหมือนลังเลแต่ไม่ต้องห่วงเพราะถ้าคุณไม่อนุมัติผมก็เราเงินในบัญชีนี้ไปไม่ได้หรอก
แต่เมื่อเวลาผ่านไปผมว่า การออมบัญชีร่วม มันได้ดอกน้อยไปหน่อย เหมือนเงินนอนที่ได้ดอกไม่มาก ก็เลยคิดใหม่ว่าจะเอาไปซื้อสลากออมสิน เผื่อได้ลุ้นและได้ดอกเมื่อเก้บครบตามกำหนด (เพราะยังไงก็คิดว่าจะออมไว้เผื่ออนาคตสัก 3-5 ปีได้เรามาใช้ ประมาณนี้)
แต่เรื่องออมเงินผมไม่ชำนาณ เรื่อยกองทุน หรือออมเงิน ภาษี กำไร ผมไม่ค่อยรู้ก็อาศัยแฟนผมที่ทำงานด้านนี้เข้ามาช่วย แต่ก็นะ การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง จะตัดสินใจร่วมกันก็ต้องไต่ตรองให้ดี
จากที่กล่าวมานี้ ผมยังบกพร่องอะไรไปครับ หรือผมคิดมากไปหรือป่าว อะไรที่มันพัฒนาได้ ผมก็อยากจะทำ ให้คุ้มที่สุดกับแฟนเพราะผมไม่อยากใช้ชีวิตผ่านไป 5 ปีแล้วไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย กลัวจะลำบาก
ผมอยากสร้างอนาคตกับแฟนแต่แฟนไม่อยากทำร่วมกัน
เธอบอก เธอเป็นคนเชื่อคนยาก เพราะฉะนั้นยากที่จะเชื่อ
เมื่อก่อนผมเจ้าชู้ครับ แต่ตอนนี้ผมเลิกเด็ดขาดเพื่อจะสร้างอนาคตกับคนๆนี้จริงๆ
เรื่องที่ว่าจะชื้อรถมอไซต์มาใช้เพื่อสะดวกต่อการเดินทาง ผมก็เสนอเองและจะส่งเองเพราะซื้อในนามของผม และอีกอย่างแฟนผมก็มีภาระมากกว่าผม แต่จะเอามาใช้ร่วมกันแหละ
แล้วที่ว่าจะลงทุนธุรกิจเล็กๆ เช่น ค้าขาย เพื่อเป็นรายได้เสริม เงินในส่วนนี้ผมก็บอกกับเธอว่า เราต้องทำร่วมกัน ฉะนั้นออกทุนเท่ากันครึ่งๆ เมื่อได้กำไรก็แบ่งครั้งๆ เหมือนเดิมจะได้ไม่ต้องคิดมาก
แล้วถ้าเกินพอจะลงทุนพวกบ้าน หรือคอนโด ก็ต้องช่วยกันส่งอยู่แล้ว เพราะสร้างร่วมกัน แต่เธอถาม แล้วจะเป็นชื่อใคร ผมก็บอกเธอว่า ทำร่วมกันมาขนาดนี้ผ่านความลำบากขนาดนี้ จะให้เป็นชื่อเธอเราก็ไม่ได้ว่าอะไรเลย ผมก็บอกงี้ไป
ส่วนหนี้ที่ไม่ได้ก่อร่วมกัน เช่น เครดิตเอย กยศเอย จัดการเอง ไม่ยุ่ง
เงินเดือนของผมกับแฟนไม่เท่ากัน ของแฟนน้อยกว่าผม ก็รับมือไว้แล้วว่ายังไงผมก็ต้องดูแลเธอ ปกติผมก็จ่ายค่าอาหารการกินอยู่แล้ว
ด้วยความที่เธอภาระเยอะ และบวกกับเธอเคยวางใจแฟนเก่าแล้วคิดจะสร้างมาก่อนเหมือนกัน เธอเลยระแวง ไม่กล้าที่จะสร้างอะไรร่วมกัน เพราะกลัวมีปัญหาตอนเลิกกัน สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย
ผมเข้าใจครับ หลายๆคนสร้างบ้าน ชื่อรถ หรืออะไรก็ตาม สุดท้ายคนไดคนนึงต้องไม่ได้ มันก็เป็นปมจนไม่กล้าทำอะไรกับใครเลย
แต่ที่ผมพูด ผมอยากสร้างกับเธอจริงๆ แต่ถ้าให้ผมสร้างเอง คงอีกนาน เพราะผมคิดเสมอว่า มีสองย่อมดีกว่าหนึ่ง เพราะแบบนี้ ผมเลยอยากให้แฟนช่วยกันสร้าง จากที่ผมออมเงินคนเดียวปีนึง ผมมีเงินแค่50000 แต่ถ้าแฟนผมเข้ามาออมด้วยกัน จาก50000 ก็กลายเป็น 100000 ได้เลยนะครับ
เราเคยทะเลาะกันเรื่องการสร้างอนาคตประมาณสองสามครั้งได้ เพราะว่าผมคิดจะสร้างเนี้ยแหละครับ คนเรามันมีสองประเภทครับ
1อยู่แบบไปข้างหน้าเรื่อยๆ ต้องดีกว่าเดิม ต้องพัฒนา ถึงจะลำบอกหน่อยแต่เพื่อผลลัพท์ที่งดงามในวันข้างหน้า
2 อยู่แบบพอแล้ว ไม่แสวงหา มีเท่าไหร่ก็กินก็ใช้แค่นั้น ไม่ลำบากและก็ไม่อดๆอยากๆ แต่ยากที่จะเห็นความมั่นคง
นั้นแหละครับ ซึ่งเปรียบเสมือนตัวผมและแฟนของผมครับ
แฟนผมทำงานบัญชีครับ ส่วนผมเป็นวิดวะ
ผมเลยเสนอการออมเงินแบบร่วมกัน อาจจะเดือนละพันหรือสองพัน เอาไม่มากเพราะจะใช้ในอนาคตเลย เผื่อไว้เป็นเงินครอบครัว แต่งงาน หรือเรือนหอไรงี้ เธอก็เหมือนลังเลแต่ไม่ต้องห่วงเพราะถ้าคุณไม่อนุมัติผมก็เราเงินในบัญชีนี้ไปไม่ได้หรอก
แต่เมื่อเวลาผ่านไปผมว่า การออมบัญชีร่วม มันได้ดอกน้อยไปหน่อย เหมือนเงินนอนที่ได้ดอกไม่มาก ก็เลยคิดใหม่ว่าจะเอาไปซื้อสลากออมสิน เผื่อได้ลุ้นและได้ดอกเมื่อเก้บครบตามกำหนด (เพราะยังไงก็คิดว่าจะออมไว้เผื่ออนาคตสัก 3-5 ปีได้เรามาใช้ ประมาณนี้)
แต่เรื่องออมเงินผมไม่ชำนาณ เรื่อยกองทุน หรือออมเงิน ภาษี กำไร ผมไม่ค่อยรู้ก็อาศัยแฟนผมที่ทำงานด้านนี้เข้ามาช่วย แต่ก็นะ การลงทุนย่อมมีความเสี่ยง จะตัดสินใจร่วมกันก็ต้องไต่ตรองให้ดี
จากที่กล่าวมานี้ ผมยังบกพร่องอะไรไปครับ หรือผมคิดมากไปหรือป่าว อะไรที่มันพัฒนาได้ ผมก็อยากจะทำ ให้คุ้มที่สุดกับแฟนเพราะผมไม่อยากใช้ชีวิตผ่านไป 5 ปีแล้วไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย กลัวจะลำบาก