เราเป็นคนที่ถูกเลี้ยงมาเหมือนไข่ในหินค่ะ คือ จะออกไปเที่ยวนอกบ้านได้ยากมาก เดือนนึงนับครั้งได้เลย ไม่ได้ไปไหนไกลเลยค่ะ ทุกครั้งที่ไปก็จะไปกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวห้างในตัวจังหวัดนี่แหละ ทุกครั้งที่บอกแม่ก็จะไม่ค่อยอยากให้ไป หน้าจะมุ่ยๆหน่อย ปิดเทอมบางเทอมไม่ได้ไปไหนเลยก็มีค่ะ อยู่แต่บ้านจริงๆ แบบ.. อยู่แต่ในบ้านเลย จะออกก็ตอนไปซื้อของกินแล้วก็เอาเข้ามากินในบ้านต่อ อยากออกนะคะแต่ไม่กล้าขอแม่ไม่กล้าบอกแม่
.
อีกเรื่องคือ การมีแฟนค่ะ จริงๆก็ยังเรียกแฟนได้ไม่เต็มปาก แต่เขาเคยมาบ้านมาไหว้แม่ไหว้พ่อ มานั่งเล่น พ่อแม่เห็นและรับรู้หมดค่ะ แต่พ่อแม่เราไม่ยอมรับที่เราเป็นแบบนี้ทำแบบนี้ เราขอสมมติชื่อผู้ชายคนที่เราพามาบ้านว่าAนะคะ .. ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนเงียบๆออกแนวเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร คบหรือคุยกับใครกี่คนไม่เคยบอกพ่อแม่ให้ได้รับรู้และไม่เคยพามาบ้าน คือเรื่องพวกนี้เราจะไม่เคยเปิดใจบอกหรือพูดให้พ่อแม่ได้ฟังเลยค่ะ เพราะพ่อแม่เราอันนี้ต้องยอมรับนะคะว่าเขามีความคิดหัวโบราณ ประกอบกับเราก็เป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่กล้าบอกไม่กล้าคุยก็เลยไม่มีเรื่องนี้มาถึงหูพ่อแม่เลยตลอด18ปีที่ผ่านมา จนวันนี้มีAเข้ามาในชีวิต ก็คุยกันพบเจอกันมาเรื่อยๆเพราะเรียนที่เดียวกัน จนวันนึงAก็ขอไปส่งเราที่บ้าน ตอนนั้นเรากลัวมากค่ะกลัวที่แม่จะรู้ ถ้าแม่รู้แล้วแม่จะมีรีแอคยังไง จะว่าไหม คิดไปหมด Aเคยขับรถมาส่งเราที่บ้านอยู่หลายครั้งค่ะ แต่ที่ให้พ่อแม่เห็นก็ประมาณ3-4ครั้ง ครั้งแรกที่มาก็เข้ามาคุยกับแม่ มาเล่าชีวิตความเป็นอยู่ที่บ้านตัวเองให้แม่เราฟัง แม่เราหูก็ฟังค่ะแต่ตามองทีวีที่เปิดอยู่ ปากก็อือๆเออๆไปงั้น หลังจากที่Aกลับไปแม่ก็บอกกับเราว่า "แม่ไม่ชอบมันนะ ขี้โม้ พูดเก่ง" เราก็แบบเอาล่ะ ยากล่ะงานนี้ แม่ไม่เปิดใจเลย เราก็ไปคุยเรื่องนี้กับAนะ Aก็อธิบายให้เราฟังว่า ที่เล่าให้ฟังคือไม่ได้อยากอวดว่ามีนู้นมีนี่ แต่อยากให้ไว้ใจ ประมาณว่าอยากเปิดใจพูดคุยพยายามชวนคุยกับแม่ .. อีกครั้งคือ วันนั้นเราออกไปหาAค่ะ แล้วไม่รู้จะไปนั่งเล่นเกมกันที่ไหน Aก็เลยอยากมานั่งเล่นที่บ้านเรา เราก็อ่ะโอเคพากันมา วันนั้นพ่ออยู่ ก็บอกพ่อว่าAมาส่งบ้านนะ ก็เข้ามาไหว้พ่อแล้วก็นั่งเล่นเกมกันจนพ่อออกไปทำงานต่อ 1ชั่วโมงครึ่งต่อมาพ่อกลับมาค่ะ ก็เข้าใจว่าคงเป็นห่วงเพราะเราอยู่กัน2คน แต่เราเปิดประตูบ้านไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พ่อกลับมาแล้วก็พูดขึ้นเสียงดังๆว่า "กลับได้แล้วม้างงงง กลับได้แล้วลูก อยู่กันสองคนในบ้านคนอื่นเขาจะมองไม่ดี" เราก็แอบเฟลแทนAนะ ด้วยน้ำเสียงด้วยวิธีไล่ทางอ้อมของพ่อแต่ก็เข้าใจเหตุผลพ่อ วันนั้นกลับไปAมันก็โทรมาตัดพ้อเหมือนกันว่า "เค้าอุส่าห์มาให้เห็นให้อยู่ในสายตา ทำไมพ่อต้องไล่เค้าด้วย"
****ก็เลยอยากถามคนที่เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้หน่อยค่ะว่า ทำอย่างไรให้พ่อแม่เข้าใจเรา ยอมรับเราที่พาแฟนมาที่บ้านคะ อยากให้เขาเข้าใจเพราะเราไม่ได้พากันไปไหนไกลตา ให้เห็นให้อยู่ในสายตาขนาดนี้ ทำไมถึงยังไม่ยอมรับอีก เคยขอไปเที่ยวกับครอบครัวA แม่ก็ไม่ให้ไป เคยปริ้นท์นามบัตรให้แม่ของA แม่ก็พูดกับเราว่า "มันเกินหน้าเกินตาไปไหม" แค่ปริ้นท์ให้เองค่ะ ใบเดียวเอง เขาขอให้ช่วยเราก็ช่วยไม่ได้คิดอะไรมากเลยค่ะ เคยลองแกล้งถามแม่ว่า ขอไปสอบตำรวจกับAได้ไหม แม่ก็ส่ายหัว ขอยังไงก็ไม่ให้ ทั้งๆที่แม่ปลูกฝังความคิดให้ไปหาสอบราชการมาตลอด ช่วยให้คำปรึกษาทีค่ะ อึดอัดมาก เหนื่อยใจด้วยเพราะแม้แต่เรื่องเรียนแม่ก็บังคับจนถึงตอนนี้และอนาคตเลยค่ะ****
ขอบคุณทุกๆความคิดเห็นล่วงหน้านะคะ
คนที่ถูกพ่อแม่เลี้ยงมาเหมือนไข่ในหิน มีวิธีจัดการกับความอึดอัด และพยายามทำให้พ่อแม่ยอมรับและเข้าใจอย่างไรบ้างคะ
.
อีกเรื่องคือ การมีแฟนค่ะ จริงๆก็ยังเรียกแฟนได้ไม่เต็มปาก แต่เขาเคยมาบ้านมาไหว้แม่ไหว้พ่อ มานั่งเล่น พ่อแม่เห็นและรับรู้หมดค่ะ แต่พ่อแม่เราไม่ยอมรับที่เราเป็นแบบนี้ทำแบบนี้ เราขอสมมติชื่อผู้ชายคนที่เราพามาบ้านว่าAนะคะ .. ต้องบอกก่อนว่าเราเป็นคนเงียบๆออกแนวเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร คบหรือคุยกับใครกี่คนไม่เคยบอกพ่อแม่ให้ได้รับรู้และไม่เคยพามาบ้าน คือเรื่องพวกนี้เราจะไม่เคยเปิดใจบอกหรือพูดให้พ่อแม่ได้ฟังเลยค่ะ เพราะพ่อแม่เราอันนี้ต้องยอมรับนะคะว่าเขามีความคิดหัวโบราณ ประกอบกับเราก็เป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่กล้าบอกไม่กล้าคุยก็เลยไม่มีเรื่องนี้มาถึงหูพ่อแม่เลยตลอด18ปีที่ผ่านมา จนวันนี้มีAเข้ามาในชีวิต ก็คุยกันพบเจอกันมาเรื่อยๆเพราะเรียนที่เดียวกัน จนวันนึงAก็ขอไปส่งเราที่บ้าน ตอนนั้นเรากลัวมากค่ะกลัวที่แม่จะรู้ ถ้าแม่รู้แล้วแม่จะมีรีแอคยังไง จะว่าไหม คิดไปหมด Aเคยขับรถมาส่งเราที่บ้านอยู่หลายครั้งค่ะ แต่ที่ให้พ่อแม่เห็นก็ประมาณ3-4ครั้ง ครั้งแรกที่มาก็เข้ามาคุยกับแม่ มาเล่าชีวิตความเป็นอยู่ที่บ้านตัวเองให้แม่เราฟัง แม่เราหูก็ฟังค่ะแต่ตามองทีวีที่เปิดอยู่ ปากก็อือๆเออๆไปงั้น หลังจากที่Aกลับไปแม่ก็บอกกับเราว่า "แม่ไม่ชอบมันนะ ขี้โม้ พูดเก่ง" เราก็แบบเอาล่ะ ยากล่ะงานนี้ แม่ไม่เปิดใจเลย เราก็ไปคุยเรื่องนี้กับAนะ Aก็อธิบายให้เราฟังว่า ที่เล่าให้ฟังคือไม่ได้อยากอวดว่ามีนู้นมีนี่ แต่อยากให้ไว้ใจ ประมาณว่าอยากเปิดใจพูดคุยพยายามชวนคุยกับแม่ .. อีกครั้งคือ วันนั้นเราออกไปหาAค่ะ แล้วไม่รู้จะไปนั่งเล่นเกมกันที่ไหน Aก็เลยอยากมานั่งเล่นที่บ้านเรา เราก็อ่ะโอเคพากันมา วันนั้นพ่ออยู่ ก็บอกพ่อว่าAมาส่งบ้านนะ ก็เข้ามาไหว้พ่อแล้วก็นั่งเล่นเกมกันจนพ่อออกไปทำงานต่อ 1ชั่วโมงครึ่งต่อมาพ่อกลับมาค่ะ ก็เข้าใจว่าคงเป็นห่วงเพราะเราอยู่กัน2คน แต่เราเปิดประตูบ้านไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พ่อกลับมาแล้วก็พูดขึ้นเสียงดังๆว่า "กลับได้แล้วม้างงงง กลับได้แล้วลูก อยู่กันสองคนในบ้านคนอื่นเขาจะมองไม่ดี" เราก็แอบเฟลแทนAนะ ด้วยน้ำเสียงด้วยวิธีไล่ทางอ้อมของพ่อแต่ก็เข้าใจเหตุผลพ่อ วันนั้นกลับไปAมันก็โทรมาตัดพ้อเหมือนกันว่า "เค้าอุส่าห์มาให้เห็นให้อยู่ในสายตา ทำไมพ่อต้องไล่เค้าด้วย"
****ก็เลยอยากถามคนที่เคยผ่านเหตุการณ์แบบนี้หน่อยค่ะว่า ทำอย่างไรให้พ่อแม่เข้าใจเรา ยอมรับเราที่พาแฟนมาที่บ้านคะ อยากให้เขาเข้าใจเพราะเราไม่ได้พากันไปไหนไกลตา ให้เห็นให้อยู่ในสายตาขนาดนี้ ทำไมถึงยังไม่ยอมรับอีก เคยขอไปเที่ยวกับครอบครัวA แม่ก็ไม่ให้ไป เคยปริ้นท์นามบัตรให้แม่ของA แม่ก็พูดกับเราว่า "มันเกินหน้าเกินตาไปไหม" แค่ปริ้นท์ให้เองค่ะ ใบเดียวเอง เขาขอให้ช่วยเราก็ช่วยไม่ได้คิดอะไรมากเลยค่ะ เคยลองแกล้งถามแม่ว่า ขอไปสอบตำรวจกับAได้ไหม แม่ก็ส่ายหัว ขอยังไงก็ไม่ให้ ทั้งๆที่แม่ปลูกฝังความคิดให้ไปหาสอบราชการมาตลอด ช่วยให้คำปรึกษาทีค่ะ อึดอัดมาก เหนื่อยใจด้วยเพราะแม้แต่เรื่องเรียนแม่ก็บังคับจนถึงตอนนี้และอนาคตเลยค่ะ****
ขอบคุณทุกๆความคิดเห็นล่วงหน้านะคะ