สวัสดีครับ ขออนุญาตถามทุกท่านที่อยู่ในประเทศพัฒนาแล้ว หรือ เคยมีประสบการณ์เหล่านี้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว
(ประเทศที่พัฒนาแล้ว ผมหมายถึงประเทศที่อยู่ในยุโรปตะวันตก อเมกา ญี่ปุ่น สิงค์โปร สแกนดิเนเวียร์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ)
คือวันนี้เป็นอีกครั้งที่ตัดสินใจไปดูหนังในโรงภาพยนต์หลักจากที่เลิกดูในโรงฯ เพราะกระแสที่แรงของหนังเรื่องนาคี2
แต่สิ่งที่ยังเห็นอยู่ประจำและเกือบจะ 90% ในการไปดูหนังในโรงภาพยนต์คือ การคุยกันของผู้เข้าชมภาพยนต์
ที่น่าแปลกใจคือผมเจอทุกครั้งที่ไปดูหนังในโรง ก่อนหน้านั้นก็ไปดูเวอร์น่อม ก็เจอครอบครัวสายฮาแม่อายุน่าจะไม่เกิน 35 พร้อมกับลูกอายุน่าจะไม่เกิน
9 ขวบ คุยกันทั้งเรื่อง วันนี้ไปดูนาคี2 ก็เจอลุงกับป้าอายุน่าจะไม่เกิน 45 ปี อันนี้ก็คุยกันอารมณ์ประมาณนั้งดูทีวีอยู่ที่บ้านแล้วก็สนทนากัน
ก่อนหน้านั้นก็นักเรียน นักศึกษา ไปดูหนังแต่ก็ไปจีบกันในโรงหนังอีก เหมือนว่าผมจะเจอครบทุกวัน ตั้งแต่วัยรุ่น วัยพ่อแม่ วัยลุงป้า
ซึ่งปัญหาเหล่านี้มันทำให้คนไม่อยากจะไปดูหนังในโรงภาพยนต์เลย เพราะต้องไปเจออะไรแบบนี้ นั้นหมายถึงเศรษฐกิจและรายได้ของโรงภาพยนต์
และค่ายหนังโดยตรงที่ลดลง
*********************************************
ก็เลยอยากจะถามท่านที่มีประสบการณ์ในประเทศที่พัฒนาแล้ว
1.เขามีพฤติกรรมที่คุยกันในโรงหนังเยอะขนาดไหนวัดจากตัวคุณ เช่น ไปดู 10 ครั้งเจอทั้ง 10 ครั้ง
2.ถ้าเขาจำเป็นต้องคุยโทรศัพทฺ์ เขาคุยกันนานขนาดไหน เช่น มีสายเรียกเข้า แล้วเขากดรับบอกสัก 5 นาทีจะโทรกลับ แล้วเขาก็ลุงออกไปโทรข้างนอก
3.คุยสปอร์ย กับคนที่มาด้วยตลอดทั้งเรื่อง ไม่ได้แคร์คนรอบข้างเลย
4.มาตรการของประเทศที่พัฒนาแล้ว เวลาเจอผู้ชมแบบนี้เขามีวิธีจัดการอย่างไร
5.เป็นไปได้หรือไม่ที่ประเทศไทยจะเข้าใจและมีมารยาทสาธารณะต่อส่วนรวมในสักรุ่นของประชากรในอนาคต
ปล.ไม่ต้องถามหา พนักงาน เพราะตลอดทั้งเรื่องเห็นตอนฉีกตั๋วกับตอนเปิดประตูตอนหนังจบ
รอบหนังที่ผมดู 14.00 น. 16.30 17.00 ในวันธรรมดาที่ไม่ใช่เสาร์ อาทิตย์
ขอบพระคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ
ประชาชนประเทศที่พัฒนาแล้วเขาทำพฤติกรรมเหล่านี้ไหมครับ?
(ประเทศที่พัฒนาแล้ว ผมหมายถึงประเทศที่อยู่ในยุโรปตะวันตก อเมกา ญี่ปุ่น สิงค์โปร สแกนดิเนเวียร์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฯลฯ)
คือวันนี้เป็นอีกครั้งที่ตัดสินใจไปดูหนังในโรงภาพยนต์หลักจากที่เลิกดูในโรงฯ เพราะกระแสที่แรงของหนังเรื่องนาคี2
แต่สิ่งที่ยังเห็นอยู่ประจำและเกือบจะ 90% ในการไปดูหนังในโรงภาพยนต์คือ การคุยกันของผู้เข้าชมภาพยนต์
ที่น่าแปลกใจคือผมเจอทุกครั้งที่ไปดูหนังในโรง ก่อนหน้านั้นก็ไปดูเวอร์น่อม ก็เจอครอบครัวสายฮาแม่อายุน่าจะไม่เกิน 35 พร้อมกับลูกอายุน่าจะไม่เกิน
9 ขวบ คุยกันทั้งเรื่อง วันนี้ไปดูนาคี2 ก็เจอลุงกับป้าอายุน่าจะไม่เกิน 45 ปี อันนี้ก็คุยกันอารมณ์ประมาณนั้งดูทีวีอยู่ที่บ้านแล้วก็สนทนากัน
ก่อนหน้านั้นก็นักเรียน นักศึกษา ไปดูหนังแต่ก็ไปจีบกันในโรงหนังอีก เหมือนว่าผมจะเจอครบทุกวัน ตั้งแต่วัยรุ่น วัยพ่อแม่ วัยลุงป้า
ซึ่งปัญหาเหล่านี้มันทำให้คนไม่อยากจะไปดูหนังในโรงภาพยนต์เลย เพราะต้องไปเจออะไรแบบนี้ นั้นหมายถึงเศรษฐกิจและรายได้ของโรงภาพยนต์
และค่ายหนังโดยตรงที่ลดลง
*********************************************
ก็เลยอยากจะถามท่านที่มีประสบการณ์ในประเทศที่พัฒนาแล้ว
1.เขามีพฤติกรรมที่คุยกันในโรงหนังเยอะขนาดไหนวัดจากตัวคุณ เช่น ไปดู 10 ครั้งเจอทั้ง 10 ครั้ง
2.ถ้าเขาจำเป็นต้องคุยโทรศัพทฺ์ เขาคุยกันนานขนาดไหน เช่น มีสายเรียกเข้า แล้วเขากดรับบอกสัก 5 นาทีจะโทรกลับ แล้วเขาก็ลุงออกไปโทรข้างนอก
3.คุยสปอร์ย กับคนที่มาด้วยตลอดทั้งเรื่อง ไม่ได้แคร์คนรอบข้างเลย
4.มาตรการของประเทศที่พัฒนาแล้ว เวลาเจอผู้ชมแบบนี้เขามีวิธีจัดการอย่างไร
5.เป็นไปได้หรือไม่ที่ประเทศไทยจะเข้าใจและมีมารยาทสาธารณะต่อส่วนรวมในสักรุ่นของประชากรในอนาคต
ปล.ไม่ต้องถามหา พนักงาน เพราะตลอดทั้งเรื่องเห็นตอนฉีกตั๋วกับตอนเปิดประตูตอนหนังจบ
รอบหนังที่ผมดู 14.00 น. 16.30 17.00 ในวันธรรมดาที่ไม่ใช่เสาร์ อาทิตย์
ขอบพระคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ