เรื่องที่เราเล่านี้เป็นเรื่องของเพื่อนเราเอง ซี่งเราก็อยู่ในเหตุการณ์ เราแค่อยากบอกว่า ถ้ามีโอกาสทำผิด อย่าได้คิดทำเสียจะดีกว่า เพราะกฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ
เข้าเรื่องเลยเนอะ เพื่อนเราเปิดร้านอาหารอยู่ต่างจังหวัดและต้องการตั้งศาลพระภูมิ เพื่อนเราได้เชิญอาจารย์ซึ่งเก่งด้านฮวงจุ้ย พิธีกรรมตั้งศาล ดูดวง
(มีคนรู้จักแนะนำมาอีกที) เมื่อว่าถึงท่านได้เดินดูร้านอาหารสักพักท่านก็แนะนำว่า ร้านอาหารนี้ควรตั้งบวงสรวงเป็นศาลพญานาค เพราะรังสีออร่าเป็น
สีเขียวและมีดวงจิตของพญานาคสถิตอยู่ จะทำให้เสริมธุรกิจให้เจริญรุ่งเรื่อง ซึ่งอาจารย์ท่านก็เมตตาดูรังสีออร่าให้เราและเพื่อนก็ตรงตามที่บอกจริง เราสนใจศาสตร์นี้อยู่แล้วเพราะเราเคยเรียนพลังจักรวาลกับคุณย่า เยาวเรศ ท่านจะพูดถึงออร่า หรือกายทิพย์เสมอ แต่จะทำอย่างไรถึงจะได้เห็นเหมือนคนอื่น
อาจารย์ท่านเมตตาสอนเราค่ะ โดยการนำพระมาวางที่กระดาษสีขาว ให้เรานั้งดู บางครั้งก็ให้ดูคน โดยการให้คนยืนชิดผนังสีขาวๆ จนเราพอเห็นสี และสอนการวางจิตว่าต้องทำอย่างไร อุ๊ย เข้าเรื่องค่ะ ออกนอกเรื่องไปอี๊ก
ร้านอาหารเพื่อนเราตั้งแต่ตั้งศาลพญานาคก็ขายดีค่ะ มีทั้งลูกค้าขาประจำและขาจร เพื่อนเราเลยเปิดมุมกาแฟเพิ่มและรับพนักงานเพิ่ม 1 คน
ชื่อ พี่นาง
หลังจากพี่นางมาเข้ามาในเป็นพนักงานร้านอาหาร ร้านก็เริ่มเงียบค่ะ ยอดขายตก พ่อครัวคนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมแต่ลูกค้าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนเราได้เชิญอาจารย์มาที่ร้านเพื่อมาตรวจดูฮวงจุ้ยว่าวางอะไรผิดตำแหน่งไหม (เพื่อนเราเชื่อเรื่องนี้มาก) เมื่ออาจารย์มาถึงก็เดินสำรวจร้านอาหาร ท่านตอบว่าให้พวกเรามานั่งดูดวง ท่านจะตรวจออร่าให้ว่ามีอะไรผิดปกติ เพื่อนเราเมื่อดูดวงเสร็จแล้วก็ไม่รู้นึกอย่างไร เรียกพี่นางมาให้มาดูดวง พี่นางก็มานั้งเงียบๆ เหมือนเฉยๆ เหม่อๆ
อาจารย์มองหน้าพี่นางสักพัก แล้วพูดว่ารังสีที่ขึ้นมาของพี่นางอับจน เกิดวิบากกรรมมาตัดรอน ออร่าเป็นสีเขียวช้ำ ทำให้การเกิดติดขัด หากินไม่ขึ้น และยังมีสีน้ำตาลมาปนอีก คือการต้องอาถรรพ์ ต้องเสนียด คุณไสย์ หรือเกียวข้องกับร่างทรง หรือทำผิดผีผิดครู และยังมีสีแดงช้ำคือสีของแรงอาฆาต พยาบาท คำสาปแช่ง วิญญาณ
ทุกคนที่อยู่ต้องนั้น ตั้งใจฟังประหนึ่งเป็นเรื่องของตน ส่วนพี่นางมีท่าทางเหมือนอยากถาม อาจารย์ให้พี่นางไปยื่นพิงฝาผนังสีขาว แล้วให้เราดูว่าเห็นสีอะไร เคสนี้เป็นเคสที่เรารู้สึกประหม่าสุด แต่พอมองไปสักพัก เราเห็นสีเขียวขี้ม้าทึบ ปนน้ำตาลและมีสีแดงเข้ม ๆ ดำๆ เราเห็นเหมือนที่อาจารย์บอกจริง ๆ แต่เรายังแปลความหมายได้ไม่เก่ง อาจารย์บอกถ้าเป็นสีของพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี สีจะสว่างใสชัดมาก
เราเลยขอยืมรูปในเน็ตมาให้ดู สิ่งที่ตาเห็นสีออร่ามันไม่ชัดขนาดในรูปนะคะ มันเบาเหมือนเรามองแสงสะท้อนของแสงค่ะ แน่นี่คือใกล้เคียงดึแล้ว

จะประมาณนี้แหละค่ะ
พี่นางทำท่าจะถาม แต่ทุกคนดูตั้งใจฟัง พี่นางถามว่าบ้านที่ถูกยึดมีโอกาสจะได้คืนไหมคะ พี่นางขอร้องให้อาจารย์ไปดูบ้านที่ไม่ไกล
จากร้านมากนัก พวกเราก็เลยไปด้วย (แต่คนน้อยลง) พอไปถึงอาจารย์มองเข้าไปในบ้านแล้วหันมามองหน้าพี่นาง แล้วถามว่า ในบ้านหลังนี้ได้มีใครได้ทำแท้งและทำการฝั่งเด็กไว้จำนวน 3 คนไหม พี่นางนิ่งสักพักแล้วตอบว่านางเองค่ะ นางเคยทำแท้ง 1 ครั้ง เคยพาหลานไปทำ 2 ครั้ง แล้วไปดูดวงร่างทรง และร่างทรงที่ไปดูดวงบอกให้เอาเด็กมาฝังที่บ้านเพราะแม่จะได้ใกล้ลูกและเด็กก็จะอยู่เฝ้าบ้าน ดูแลบ้าน พอคนที่บ้านทำแท้งก็เอามาฝั่งอีก ก็เลยมี 3 คนค่ะ แล้วพี่นางก็เคยรับขันธ์เป็นร่างทรงแม่อุมา แต่พอการเงินติดขัด ชีวิตมีปัญหา พี่นางโมโหเลยเอาขันธ์ไปลอยน้ำทิ้ง พี่นางบอกว่าตอนที่อาจารย์ทักตกใจแต่ไมกล้าพูดกลัวคนอื่นจะไม่เข้าใจ พี่นางขอให้อาจารย์ช่วยแก้ไข แต่ก็ได้รับการสอนธรรมะไปชุดใหญ่ คริคริ
เพื่อนเราก็ถามอาจารย์ว่าที่ร้านอาหารเป็นแบบนี้เพราะเป็นที่พี่นางใช่ไหม ก็คงต้องตอบว่าเกี่ยวค่ะ

และอาจารย์ได้บอกพี่นางให้มาทำพิธีขอขมากรรม ยกบุญให้เด็กๆ ก่อนถึงว่านัด เพื่อนเราโทรมาบอกว่า พี่นางขับรถมอเตอร์ไซด์มีแมลงวิ่งชนตาขาว เส้นเลือดแตก ขอเลื่อนนัด จนเมื่อวานพี่นางก็มาได้และได้ทำพิธีถอนเสนียด ถอนอาถรรพ์ เราก็ไปดูกับเค้าด้วย พี่นางอาเจียนไม่หยุด แต่ไม่ต้องถามนะว่าอาเจียนออกมาเป็นอะไร เราเกรงใจตัวเอง กลัวจะพุ่งออกแข่งกับพี่นาง คริคริ เสร็จพิธี แล้วอาจารย์เรียกพี่นางมานั่ง และสอนให้เราดูออร่า เออจริงนะ สีออร่าพี่นางจากที่ทึบๆ ก็สว่างขึ้นแต่สีก็ยังเหมือนเดิม ชีวิตพี่นางคงจะดีขึ้นตามลำดับ
เรื่องที่เราเล่าเป็นการเล่าสู่กันฟังในอีกมุมที่เราพบเจอ หากต้องการแสดงออกทางความคิดกรุณาใช้คำสุภาพนะคะ
ดูดวงด้วยรังสีออร่า แก้ไขวิบากกรรม อีกศาสตร์ที่มีความแม่นยำ
เข้าเรื่องเลยเนอะ เพื่อนเราเปิดร้านอาหารอยู่ต่างจังหวัดและต้องการตั้งศาลพระภูมิ เพื่อนเราได้เชิญอาจารย์ซึ่งเก่งด้านฮวงจุ้ย พิธีกรรมตั้งศาล ดูดวง
(มีคนรู้จักแนะนำมาอีกที) เมื่อว่าถึงท่านได้เดินดูร้านอาหารสักพักท่านก็แนะนำว่า ร้านอาหารนี้ควรตั้งบวงสรวงเป็นศาลพญานาค เพราะรังสีออร่าเป็น
สีเขียวและมีดวงจิตของพญานาคสถิตอยู่ จะทำให้เสริมธุรกิจให้เจริญรุ่งเรื่อง ซึ่งอาจารย์ท่านก็เมตตาดูรังสีออร่าให้เราและเพื่อนก็ตรงตามที่บอกจริง เราสนใจศาสตร์นี้อยู่แล้วเพราะเราเคยเรียนพลังจักรวาลกับคุณย่า เยาวเรศ ท่านจะพูดถึงออร่า หรือกายทิพย์เสมอ แต่จะทำอย่างไรถึงจะได้เห็นเหมือนคนอื่น
อาจารย์ท่านเมตตาสอนเราค่ะ โดยการนำพระมาวางที่กระดาษสีขาว ให้เรานั้งดู บางครั้งก็ให้ดูคน โดยการให้คนยืนชิดผนังสีขาวๆ จนเราพอเห็นสี และสอนการวางจิตว่าต้องทำอย่างไร อุ๊ย เข้าเรื่องค่ะ ออกนอกเรื่องไปอี๊ก
ร้านอาหารเพื่อนเราตั้งแต่ตั้งศาลพญานาคก็ขายดีค่ะ มีทั้งลูกค้าขาประจำและขาจร เพื่อนเราเลยเปิดมุมกาแฟเพิ่มและรับพนักงานเพิ่ม 1 คน
ชื่อ พี่นาง
หลังจากพี่นางมาเข้ามาในเป็นพนักงานร้านอาหาร ร้านก็เริ่มเงียบค่ะ ยอดขายตก พ่อครัวคนเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมแต่ลูกค้าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพื่อนเราได้เชิญอาจารย์มาที่ร้านเพื่อมาตรวจดูฮวงจุ้ยว่าวางอะไรผิดตำแหน่งไหม (เพื่อนเราเชื่อเรื่องนี้มาก) เมื่ออาจารย์มาถึงก็เดินสำรวจร้านอาหาร ท่านตอบว่าให้พวกเรามานั่งดูดวง ท่านจะตรวจออร่าให้ว่ามีอะไรผิดปกติ เพื่อนเราเมื่อดูดวงเสร็จแล้วก็ไม่รู้นึกอย่างไร เรียกพี่นางมาให้มาดูดวง พี่นางก็มานั้งเงียบๆ เหมือนเฉยๆ เหม่อๆ
อาจารย์มองหน้าพี่นางสักพัก แล้วพูดว่ารังสีที่ขึ้นมาของพี่นางอับจน เกิดวิบากกรรมมาตัดรอน ออร่าเป็นสีเขียวช้ำ ทำให้การเกิดติดขัด หากินไม่ขึ้น และยังมีสีน้ำตาลมาปนอีก คือการต้องอาถรรพ์ ต้องเสนียด คุณไสย์ หรือเกียวข้องกับร่างทรง หรือทำผิดผีผิดครู และยังมีสีแดงช้ำคือสีของแรงอาฆาต พยาบาท คำสาปแช่ง วิญญาณ
ทุกคนที่อยู่ต้องนั้น ตั้งใจฟังประหนึ่งเป็นเรื่องของตน ส่วนพี่นางมีท่าทางเหมือนอยากถาม อาจารย์ให้พี่นางไปยื่นพิงฝาผนังสีขาว แล้วให้เราดูว่าเห็นสีอะไร เคสนี้เป็นเคสที่เรารู้สึกประหม่าสุด แต่พอมองไปสักพัก เราเห็นสีเขียวขี้ม้าทึบ ปนน้ำตาลและมีสีแดงเข้ม ๆ ดำๆ เราเห็นเหมือนที่อาจารย์บอกจริง ๆ แต่เรายังแปลความหมายได้ไม่เก่ง อาจารย์บอกถ้าเป็นสีของพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี สีจะสว่างใสชัดมาก
เราเลยขอยืมรูปในเน็ตมาให้ดู สิ่งที่ตาเห็นสีออร่ามันไม่ชัดขนาดในรูปนะคะ มันเบาเหมือนเรามองแสงสะท้อนของแสงค่ะ แน่นี่คือใกล้เคียงดึแล้ว
พี่นางทำท่าจะถาม แต่ทุกคนดูตั้งใจฟัง พี่นางถามว่าบ้านที่ถูกยึดมีโอกาสจะได้คืนไหมคะ พี่นางขอร้องให้อาจารย์ไปดูบ้านที่ไม่ไกล
จากร้านมากนัก พวกเราก็เลยไปด้วย (แต่คนน้อยลง) พอไปถึงอาจารย์มองเข้าไปในบ้านแล้วหันมามองหน้าพี่นาง แล้วถามว่า ในบ้านหลังนี้ได้มีใครได้ทำแท้งและทำการฝั่งเด็กไว้จำนวน 3 คนไหม พี่นางนิ่งสักพักแล้วตอบว่านางเองค่ะ นางเคยทำแท้ง 1 ครั้ง เคยพาหลานไปทำ 2 ครั้ง แล้วไปดูดวงร่างทรง และร่างทรงที่ไปดูดวงบอกให้เอาเด็กมาฝังที่บ้านเพราะแม่จะได้ใกล้ลูกและเด็กก็จะอยู่เฝ้าบ้าน ดูแลบ้าน พอคนที่บ้านทำแท้งก็เอามาฝั่งอีก ก็เลยมี 3 คนค่ะ แล้วพี่นางก็เคยรับขันธ์เป็นร่างทรงแม่อุมา แต่พอการเงินติดขัด ชีวิตมีปัญหา พี่นางโมโหเลยเอาขันธ์ไปลอยน้ำทิ้ง พี่นางบอกว่าตอนที่อาจารย์ทักตกใจแต่ไมกล้าพูดกลัวคนอื่นจะไม่เข้าใจ พี่นางขอให้อาจารย์ช่วยแก้ไข แต่ก็ได้รับการสอนธรรมะไปชุดใหญ่ คริคริ
เพื่อนเราก็ถามอาจารย์ว่าที่ร้านอาหารเป็นแบบนี้เพราะเป็นที่พี่นางใช่ไหม ก็คงต้องตอบว่าเกี่ยวค่ะ
เรื่องที่เราเล่าเป็นการเล่าสู่กันฟังในอีกมุมที่เราพบเจอ หากต้องการแสดงออกทางความคิดกรุณาใช้คำสุภาพนะคะ