สวัสดีค่ะ คือเรามีปัญหาส่วนตัวที่แก้ไม่ตกจริงๆค่ะ จึงอยากขอคำปรึกษาจากเพื่อนๆเพื่อมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตต่อไปค่ะ
เรามีลูก 3คน คนโตกับคนเล็กเป็นหญิง อายุ15 กับ 4 ขวบ ส่วนคนกลางเป็นชายค่ะ อายุ 13 เพิ่งขึ้นมา.1ปีนี้ คนโต กับ คนกลาง เราไม่ได้ดูแลเองนะคะ อยู่กับยายค่ะ เราเลิกกับพ่อของลูก ตั้งแต่คนกลางมีอายุได้ 7 เดือนค่ะ ซึ่งก็ส่งเสียเลี้ยงดูด้วยตัวเองตลอด พ่อของเด็กไม่เคยส่งเสีย หรือมาดูแลอะไรลูกเลย จนเมื่อปี 2555 เราแต่งงานใหม่ ซึ่งแฟนใหม่เราก็รักลูก รักครอบครัวเรามาก ไม่มีรังแครังคัดอะไรเลย ทุกอย่างปกติเหมือนพ่อลูกทั่วไป (คนเล็กคือลูกกับแฟนใหม่)เรารับแม่กับลูกมาอยู่ด้วยตอนเดือนพฤษภาคม 2558 ทุกอย่างก็ยังปกติ จนมาช่วงปลายปีที่แล้ว พ่อของเด็กเริ่มติดต่อมา จะมารับลูกชายไปเที่ยว เอาของมาล่อตาล่อใจหลายอย่าง เราไม่ยอมให้ไป เพราะเรากับพ่อเด็กจบกันด้วยไม่ดี แต่ยายปล่อยให้ไป พอเค้ากลับมาจากไปเที่ยวกับพ่อ เค้าก็เปลี่ยนเป็นคนละคน ก้าวร้าว ไม่มีสัมมาคารวะ เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง เด็กแก่เล่นเหมือนกัน ติดเพื่อนมาก บ้านช่องก็ไม่อยากอยู่ ใจร้าย แค่โทรศัพท์ไม่ลื่นก็ทุบทิ้ง เป็นอย่างนี้มาจนขึ้น ม.1 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเราได้รับจดหมายจาก ผอ.โรงเรียนใหัเข้าพบ เนื่องจากลูกเราไม่ไปโรงเรียน ครูก็ถามเหตุผลว่าทำไมถึงหยุดเรียน เราก็บอกว่าเค้าติดเพื่อน ชอบแต่งรถ หมกมุ่นแยู่แต่กับโทรศัพท์ ไม่หยิบจับอะไรเลย บอกอะไรก็ย้อนทุกคำ ครูก็เลยบอกว่า ครูที่นี่ไม่มีใครอยากคุยกับเค้าหรอกแม่ เค้าเล่นกับครูเหมือนเพื่อน ใช้อะไรก็เถียงทุกคำ ก็คุยกันจนได้ข้อสรุปเด็กจึงกลับไปเรียนใหม่ แต่ก็ยังคงเกิดปัญหาเดิมๆแล้วก็หนักกว่าเดิม ยึดกุญแจมอไซค์ไม่ให้ เค้าก็หักคอ แล้วต่อตรงเอารถไปขับ ล๊อคโซ่ไว้ เค้าก็ไปหาครีมตัดเหล็กมาตัดโซ่ พาเพื่อนมามั่วสุมสูบบุหรี่ในบ้าน ล๊อค
บ้านไว้ก็งัดบานประตู หรือไม่ก็งัดหน้าต่างพาเพื่อนเข้ามา เอาสายไฟTHWที่เราซื้อมาเดินไฟในบ้านไปปลอกขาย ถอดกรองมอไซค์ไปขายใหัเพื่อน ใครบ่นว่าอะไรไม่ได้ เดินหนี ไม่สนใจ ต่อต้านทุกอย่าง แต่เราไม่เคยตี จนเมื่อเดือนที่แล้ว เค้าจะเอารถไปขับ เราไม่ให้กุญแจ เค้าก็ร้องไห้เหมือนจะโดนใครฆ่า แล้วก็พร่ำเพ้อพรรณนาสารพัด จนน้องสาวเราเข้ามาปลอบใจ ว่าที่แม่ห้ามก็เพราะเค้ารัก ซึ่งเราก็นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย แต่ลูกชายกลับบอกว่า ไม่เคยขอให้มารัก ไม่ต้องการความรักจากเรา ไม่พูดกับเรา เราก็เลยนึกเบื่อจนกลายเป็นเซ็ง เลยเอากุญแจให้ ทุกวันถ้าไม่ได้ไปช่วยเราทำงาน เค้าก็จะหายไปเลยตั้งแต่10โมงเช้า
เเล้วจะกลับมาตอน2-3ทุ่ม ซึ่งปกติเราไม่ตาม เพราเราเคยตามแต่ไม่เจอ จนเมื่อ3วันที่แล้ว เค้าเอารถออกไปซิ่งกับเพื่อน กลับมาตอน3ทุ่ม แต่รถไม่ได้กลับมาด้วย อ้างว่ายางรั่ว อ้าว!ไม่เป็นไร ก็ตกลงกันว่าไปช่วยแม่ทำงานแล้วค่อยไปเอารถ แต่พอเช้ามาเค้าจะทำท่าสำออย ปวดนั่น เป็นนี่ จนแม่เราโมโห แม่เราก็เลยลงมือไป เค้าเดินหนี แล้วก็ไม่กลับบ้าน เราเลยออกตาม ถามคนนั้นคนนี้จนรู้ว่าอยู่แค่จมูก เลยไปตาม ทีแรกเค้าก็จะไม่กลับ แต่พ่อเราโมโหมาก ว่าเค้าไปเค้าเลยยอมกลับ ญาติของเพื่อนที่เค้าไปอยู่ด้วย เค้าก็มาถามว่าเป็นอะไร ยังไงกัน เราก็บอกว่าเป็นแบบนี้ๆนะ จนเราขู่เพื่อนของลูกชายไป ว่าแม่รู้นะ ใครทำอะไรบ้าง ตอนนึ้ไปแจ้งตำรวจแล้วด้วย แต่ละคนก็พรั่งพรูคำพูดออกมาสารพัดด้วยความกลัว จนคำสุดท้าย ที่เพื่อนของลูกพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า"ลูกชายแม่เค้าเกลียดแม่ เค้าบอกว่าถ้าแม่บ่นมากๆเค้าจะเอามีดแหล็มแทงแม่ให้ตาย เค้าบอกว่า ถ้าเค้าจะฆ่าเค้าฆ่าแม่ตอนไหนก็ได้"คือเราช๊อคมาก เพื่อนๆของลูกชายยังบอกอีกว่า ถ้าไม่เชื่อให้ไปถามเพื่อนที่อยู่โรงเรียนอีกก็ได้ เราก็นิ่งฟังเพื่อนๆลูกชายผลัดกันเล่า แล้วเพื่อนๆว่าเราควรจะเลี้ยงเค้ายังไง เลี้ยงแบบไหน เค้าถึงจะดีขึ้น เราพยายามเข้าหาเค้า แต่เหมือนเค้าสร้างกำแพงมากั้นไว้ ความจองหองมีอยู่เกินร้อย ความอวดเก่งมีอยู่เกินพัน แม่เราบอกว่า มันก็พูดไปตามประสาเด็ก มันไม่กล้าทำหรอก เราไม่ได้กลัวว่ามันจะทำเรานะ แต่เรากลัวมันมาลงที่น้อง เพราะทุกวันนี้เค้าก็ไม่เอาน้องอยู่แล้ว น้องเข้าหา เค้าก็จะทำให้น้องร้องจนเราต้องมาอุ้มลูกเราออกมา สิ่งที่เราบ่น เราว่า เราก็แค่อยากให้เค้าเป็นคนๆนึงที่มีคุณภาพ เป็นคนๆนึงที่สังคมยอมรับ ไม่ใช่ไปไหนก็มีแต่คนรังเกียจ แต่กลับกลายเป็นว่าคำพูดของเรามันกลายเป็นคำพูดที่ทำให้ลูกเกลียดเรา เรายอมรับเราเสียใจและคิดมาก ซึ่งคนที่เค้าเพิ่งออกจากคุก เค้ายังไม่พูดแบบนี้ เราควรทำยังไงต่อไปดี จิตใจเค้าถึงจะดีขึ้น หรือเราควรพบจิตแพทย์
ควรจะสอนลูกอย่างไร ให้เค้าเป็นคนดีของสังคม
เรามีลูก 3คน คนโตกับคนเล็กเป็นหญิง อายุ15 กับ 4 ขวบ ส่วนคนกลางเป็นชายค่ะ อายุ 13 เพิ่งขึ้นมา.1ปีนี้ คนโต กับ คนกลาง เราไม่ได้ดูแลเองนะคะ อยู่กับยายค่ะ เราเลิกกับพ่อของลูก ตั้งแต่คนกลางมีอายุได้ 7 เดือนค่ะ ซึ่งก็ส่งเสียเลี้ยงดูด้วยตัวเองตลอด พ่อของเด็กไม่เคยส่งเสีย หรือมาดูแลอะไรลูกเลย จนเมื่อปี 2555 เราแต่งงานใหม่ ซึ่งแฟนใหม่เราก็รักลูก รักครอบครัวเรามาก ไม่มีรังแครังคัดอะไรเลย ทุกอย่างปกติเหมือนพ่อลูกทั่วไป (คนเล็กคือลูกกับแฟนใหม่)เรารับแม่กับลูกมาอยู่ด้วยตอนเดือนพฤษภาคม 2558 ทุกอย่างก็ยังปกติ จนมาช่วงปลายปีที่แล้ว พ่อของเด็กเริ่มติดต่อมา จะมารับลูกชายไปเที่ยว เอาของมาล่อตาล่อใจหลายอย่าง เราไม่ยอมให้ไป เพราะเรากับพ่อเด็กจบกันด้วยไม่ดี แต่ยายปล่อยให้ไป พอเค้ากลับมาจากไปเที่ยวกับพ่อ เค้าก็เปลี่ยนเป็นคนละคน ก้าวร้าว ไม่มีสัมมาคารวะ เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง เด็กแก่เล่นเหมือนกัน ติดเพื่อนมาก บ้านช่องก็ไม่อยากอยู่ ใจร้าย แค่โทรศัพท์ไม่ลื่นก็ทุบทิ้ง เป็นอย่างนี้มาจนขึ้น ม.1 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเราได้รับจดหมายจาก ผอ.โรงเรียนใหัเข้าพบ เนื่องจากลูกเราไม่ไปโรงเรียน ครูก็ถามเหตุผลว่าทำไมถึงหยุดเรียน เราก็บอกว่าเค้าติดเพื่อน ชอบแต่งรถ หมกมุ่นแยู่แต่กับโทรศัพท์ ไม่หยิบจับอะไรเลย บอกอะไรก็ย้อนทุกคำ ครูก็เลยบอกว่า ครูที่นี่ไม่มีใครอยากคุยกับเค้าหรอกแม่ เค้าเล่นกับครูเหมือนเพื่อน ใช้อะไรก็เถียงทุกคำ ก็คุยกันจนได้ข้อสรุปเด็กจึงกลับไปเรียนใหม่ แต่ก็ยังคงเกิดปัญหาเดิมๆแล้วก็หนักกว่าเดิม ยึดกุญแจมอไซค์ไม่ให้ เค้าก็หักคอ แล้วต่อตรงเอารถไปขับ ล๊อคโซ่ไว้ เค้าก็ไปหาครีมตัดเหล็กมาตัดโซ่ พาเพื่อนมามั่วสุมสูบบุหรี่ในบ้าน ล๊อค
บ้านไว้ก็งัดบานประตู หรือไม่ก็งัดหน้าต่างพาเพื่อนเข้ามา เอาสายไฟTHWที่เราซื้อมาเดินไฟในบ้านไปปลอกขาย ถอดกรองมอไซค์ไปขายใหัเพื่อน ใครบ่นว่าอะไรไม่ได้ เดินหนี ไม่สนใจ ต่อต้านทุกอย่าง แต่เราไม่เคยตี จนเมื่อเดือนที่แล้ว เค้าจะเอารถไปขับ เราไม่ให้กุญแจ เค้าก็ร้องไห้เหมือนจะโดนใครฆ่า แล้วก็พร่ำเพ้อพรรณนาสารพัด จนน้องสาวเราเข้ามาปลอบใจ ว่าที่แม่ห้ามก็เพราะเค้ารัก ซึ่งเราก็นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย แต่ลูกชายกลับบอกว่า ไม่เคยขอให้มารัก ไม่ต้องการความรักจากเรา ไม่พูดกับเรา เราก็เลยนึกเบื่อจนกลายเป็นเซ็ง เลยเอากุญแจให้ ทุกวันถ้าไม่ได้ไปช่วยเราทำงาน เค้าก็จะหายไปเลยตั้งแต่10โมงเช้า
เเล้วจะกลับมาตอน2-3ทุ่ม ซึ่งปกติเราไม่ตาม เพราเราเคยตามแต่ไม่เจอ จนเมื่อ3วันที่แล้ว เค้าเอารถออกไปซิ่งกับเพื่อน กลับมาตอน3ทุ่ม แต่รถไม่ได้กลับมาด้วย อ้างว่ายางรั่ว อ้าว!ไม่เป็นไร ก็ตกลงกันว่าไปช่วยแม่ทำงานแล้วค่อยไปเอารถ แต่พอเช้ามาเค้าจะทำท่าสำออย ปวดนั่น เป็นนี่ จนแม่เราโมโห แม่เราก็เลยลงมือไป เค้าเดินหนี แล้วก็ไม่กลับบ้าน เราเลยออกตาม ถามคนนั้นคนนี้จนรู้ว่าอยู่แค่จมูก เลยไปตาม ทีแรกเค้าก็จะไม่กลับ แต่พ่อเราโมโหมาก ว่าเค้าไปเค้าเลยยอมกลับ ญาติของเพื่อนที่เค้าไปอยู่ด้วย เค้าก็มาถามว่าเป็นอะไร ยังไงกัน เราก็บอกว่าเป็นแบบนี้ๆนะ จนเราขู่เพื่อนของลูกชายไป ว่าแม่รู้นะ ใครทำอะไรบ้าง ตอนนึ้ไปแจ้งตำรวจแล้วด้วย แต่ละคนก็พรั่งพรูคำพูดออกมาสารพัดด้วยความกลัว จนคำสุดท้าย ที่เพื่อนของลูกพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า"ลูกชายแม่เค้าเกลียดแม่ เค้าบอกว่าถ้าแม่บ่นมากๆเค้าจะเอามีดแหล็มแทงแม่ให้ตาย เค้าบอกว่า ถ้าเค้าจะฆ่าเค้าฆ่าแม่ตอนไหนก็ได้"คือเราช๊อคมาก เพื่อนๆของลูกชายยังบอกอีกว่า ถ้าไม่เชื่อให้ไปถามเพื่อนที่อยู่โรงเรียนอีกก็ได้ เราก็นิ่งฟังเพื่อนๆลูกชายผลัดกันเล่า แล้วเพื่อนๆว่าเราควรจะเลี้ยงเค้ายังไง เลี้ยงแบบไหน เค้าถึงจะดีขึ้น เราพยายามเข้าหาเค้า แต่เหมือนเค้าสร้างกำแพงมากั้นไว้ ความจองหองมีอยู่เกินร้อย ความอวดเก่งมีอยู่เกินพัน แม่เราบอกว่า มันก็พูดไปตามประสาเด็ก มันไม่กล้าทำหรอก เราไม่ได้กลัวว่ามันจะทำเรานะ แต่เรากลัวมันมาลงที่น้อง เพราะทุกวันนี้เค้าก็ไม่เอาน้องอยู่แล้ว น้องเข้าหา เค้าก็จะทำให้น้องร้องจนเราต้องมาอุ้มลูกเราออกมา สิ่งที่เราบ่น เราว่า เราก็แค่อยากให้เค้าเป็นคนๆนึงที่มีคุณภาพ เป็นคนๆนึงที่สังคมยอมรับ ไม่ใช่ไปไหนก็มีแต่คนรังเกียจ แต่กลับกลายเป็นว่าคำพูดของเรามันกลายเป็นคำพูดที่ทำให้ลูกเกลียดเรา เรายอมรับเราเสียใจและคิดมาก ซึ่งคนที่เค้าเพิ่งออกจากคุก เค้ายังไม่พูดแบบนี้ เราควรทำยังไงต่อไปดี จิตใจเค้าถึงจะดีขึ้น หรือเราควรพบจิตแพทย์