ตั้งกระทู้วันนี้ แค่อยากจะเล่าเรื่องของคู่รักคู่นึง
ที่คบกัน 4 ปี และ แต่งงานมาแล้วถึง 4 ปี รวมระยะ 8 ปี เต็มๆ
เคยตั้งกระทู้สอบถามเกี่ยวกับชีวิตคู่มาบ้างละค่ะ แต่วันนี้ไม่ขอถามอะไร ขอเล่าดีกว่า
เพราะยะระเวลามันผ่านมาก็นานพอควร พอที่จะพิจารณาอะไรได้บ้าง ถึงจะยังหาทางออกไม่เจอก็ตาม
ย้อนไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เราเจอผู้ชายคนหนึ่งที่เห็นละปิ๊งเลย ชอบมากกกกกกกกก

ทำให้หัวใจเต้นแรง
และเมื่อเริ่มคุยกัน มันคลิ๊ก อะไรก็เข้ากันได้ อะไรก็ดี หลังจากนั้นเขาก็เริ่มจะจีบเรา เรารู้สึกโชคดี เหมือนถูกหวย
ในช่วงแรกนั้นเราคิดว่า เหตุผลที่ทำให้เรารู้จักกันไวและเข้ากันได้ดีนั้น
เกิดจาก เราทั้งคู่น่าจะเป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา พูดตามที่คิด และไม่เคยมีอะไรปิดบัง
ช่วงระยะ 1-2 ปีแรกที่คบกัน ชีวิตเรา มีความสุขมาก ตัวติดกัน ทำอะไรด้วยกัน และรักกันมาก เค้าเป็นผู้ชายในอุดมคติ
- ไปรับ-ไปส่ง
- พูดเพราะ
- ค่อยเป็นห่วงเป็นใย ดูแลทุกๆอย่าง ทุกๆเรื่อง
- เป็นคนปลอบโยน คอยรับฟังปัญหา เป็นคนตลก เป็นคนน่ารัก
- พาไปเจอเพื่อน เจอพ่อแม่
- ไม่เจ้าชู้ ไม่มีเรื่องผู้หญิงกวนใจ
- รู้ใจเรา ไม่ต้องพูดอะไรมากก็เข้าใจกัน
- แทบจะไม่เคยทะเลาะกัน
-
รู้สึกได้ว่าเค้ารักเรา (อันนี้สำคัญมากๆเลย)
สิ่งที่คิดว่าผู้ชายดีๆควรมี เราเจอได้ในคนนี้ ไม่มีอะไรที่เราไม่ชอบในตัวเค้าเลย ทุกอย่างมันลงตัวมาก (หรือเรียกว่าหลงก็ไม่รู้นะ 5555+)
เข้าสู่ปีที่ 3- 4 เวลาผ่านไปเป็นเรื่องปกติที่ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไปบ้าง
ซึ่งเป็นเรื่องปกติของชีวิตคู่ ปัญหาที่เริ่มจะเกิดขึ้นคือ
เรารู้สึกว่าความห่วงใยน้อยลง อย่างเช่น ให้นั่ง taxi กลับบ้านเอง ดึกๆ ทั้งๆที่เขาว่าง สามารถมารับได้ (สำหรับบางคนอาจจะมองเป็นเรื่องปกติ)
เมื่อเรารู้สึกไม่โอเคร จริงๆก็คือเสียใจนั้นละค่ะ เราแก้ปัญหาของเราโดย คุยกันด้วยเหตุผล
- ทำไมไม่ไปรับเราหรอ เพราะอะไร
- เรารู้สึกน้อยใจ และเสียใจนะ รู้มั๊ย
- ทางมันอันตราย มันเปลี่ยว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเรา คุณจะเสียใจหรือเปล่า
- ถ้าติดธุระ บอกได้ แต่ถ้าไม่มีเหตุผล เราจะ เสียใจ
แต่เมื่อคุยกัน ก็เข้าใจกัน ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เราเริ่มคิดว่า ชีวิตคู่มันไม่ได้ยากเลย แค่คุยกัน เข้าใจกัน เปิดใจกัน มันจบ มันง่ายมากเลย
เมื่อใช้ชีวิตร่วมกันมากขึ้น มันก็มีปัญหาใหม่ของชีวิตคู่มาให้แก้อยู่เรื่อยๆ แต่ก็มีบางเรื่อง ทำให้เรา รู้สึกอยากหยุด อย่างเช่นเรื่องที่คุยกันแล้ว ตกลงกันแล้ว แต่ทำไม ถึงเกิดซ้ำ และทำให้เราเสียใจอีก
ในที่สุดเราจึงตัดสินใจย้ายไปทำงานที่บ้าน ที่ ตจว มีข้อดีเยอะมากเพราะได้อยู่กับครอบครัว มีกิจการของตัวเอง มีรายได้ที่มั่นคง แต่ขอเสียคือ ต้องไกลจากแฟน
แต่เมื่อเราไกลกัน เจอกัน 2-3 ครั้งต่อเดือน มันกลับดีมาก เราคิดถึงกัน เรารักกันมากขึ้น มันกลับมาเหมือน ช่วง 1-2 ปีแรกเลย
ปีที่ 4 ปีของการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากที่บ้านค่อนข้างหัวโบราณ มี ผช มาหาลูกสาวบ่อยๆ เค้าเลยอยากให้แต่งงาน โดยที่เราไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย
เมื่อเราบอกแฟน เค้าดีใจ กลับไปปรึกษากับที่บ้าน แล้วตอบตกลง มันเป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดไว้ มันดีใจ และ ตกใจ ประหลาดใจแบบ บอกไม่ถูก เราช่วยกันหาเงิน ช่วยกันวางแผนจัดงาน และสิ่งที่เซอร์ไพรเราที่สุดคือ เค้าย้ายมาอยู่กับเรา โดยการมาหางานทำที่จังหวัดเรา และ ช่วยเหลืองานของเรา ในวันแต่งงานเราและเขามีความสุขมาก คุณสามีกลับมาเป็นผู้ชาย คนเดิม คนที่เคยเจอเมื่อแรกคบกัน ดูแลเรา รักเรา เหมือนแรกที่เจอกัน
เชื่อมั๊ยค่ะ ช่วงระยะเวลานั้น เรารู้สึกเหมือนถูกล๊อตเตอรี่ ได้ผู้ชายโคตรดีมาเป็นคู่ชีวิต พ่อแม่ของเรา มีความสุขมาก รักแฟนเรายิ่งกว่าลูก เหมือนละครเรื่องนี้จะจบแบบ Happy ending

แต่มันคงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ชีวิตคู่ ใครๆก็รู้ว่ามันยาก
ปีที่ 5 - 6 ปัญหาเริ่มมากขึ้นเมื่อปีที่ 5 เราไม่รู้เราเป็นอะไร
- ไม่มีความสุข โดยที่ตอนนั้นไม่ทราบสาเหตุ
- เริ่มบ่นอยากหายไป จากโลกใบนี้
- ทะเลาะกันมากขึ้น
- เครียดมากขึ้น
มีหลายคนบอกว่า มันเป็นวัย เมื่อ ชีวิต เริ่มใกล้สู่เลข 3 เรามักจะมีความเครียดช่วงเปลี่ยนวันประมาณนี้ เราเลยแก้ปัญหานี้โดย
- เข้าวัด นั่งสมาธิ
- ทำบุญ ฝึกคิดดีมากขึ้น ทั้งๆที่ปกติ เราว่าเราก็วิ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ตลอดเวลาอยู่ละ 5555
แต่มันก็ช่วยเราได้บ้างนะ ถึงจะไม่หายก็เถอะ
จนมีปัญหาใหญ่ของคุณสามีเข้ามา ไม่ขอเอ่ยถึงปัญหานะค่ะ แต่ปัญหานี้ทำให้คุณสามีต้องขอย้ายกลับ กทม ด้วยเหตุผลที่เราเป็นครอบครัวกันแล้ว เราจับมือกันและพูดว่า ปัญหาของคุณก็คือปัญหาของเราเพราะเราเป็นคนเดียวกันแล้วเราต้องแก้และผ่านไปให้ได้
เราเลือกที่จะขายกิจการ ทิ้งทุกอย่าง และไปเริ่มต้นใหม่ โดยไปหางานทำที่ กทม อีกครั้ง ทั้งที่ครอบครัวเราไม่เห็นด้วย
เมื่อมา กทม เราก็คับประคองกัน สามีของเรา ทำงานสายเดิมที่เคยทำ ทั้งประสบการณ์และอะไรหลายๆ อย่าง เงินเดือนเค้าไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนเรานั้นครั้งนี้เราเลือกงานที่เราไม่เคยทำมาก่อน แต่เราคิดว่าเอาน่า คนเราถ้าพยายามมันต้องทำได้สิ และเงินเดือนก็เยอะอยู่ (มันเยอะสำหรับเรานะ แต่เยอะของแต่ละคนไม่เท่ากัน อิอิ) ดังนั้น เรื่องเงินจึงไม่เป็นปัญหาของเราสองคนค่ะ
เราทำงานหนักมาก และ เจอเรื่องหนักมากๆ เราพยามมองปัญหาและหาทางแก้ เราคิดว่าเกิดจาก เราค่อนข้างจะเจอปัญหาน้อย เจอคนน้อย ทำให้เราแก้ปัญหาเรื่องคนได้ยาก เลยพยายามคิดบวกและพยายามที่จะผ่านมันไปให้ได้ แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะ ถ้ามีปัญหาเรื่องที่ทำงานอย่างเดียว มันคงไม่หนักเท่า กับ มีปัญหากับคนที่บ้านด้วย
เล่าถึง ความรัก สถานะ incomprehensible รักกัน แต่เข้ากันไม่ได้ มันยากจังเว้ย เฮ้ย
ที่คบกัน 4 ปี และ แต่งงานมาแล้วถึง 4 ปี รวมระยะ 8 ปี เต็มๆ
เคยตั้งกระทู้สอบถามเกี่ยวกับชีวิตคู่มาบ้างละค่ะ แต่วันนี้ไม่ขอถามอะไร ขอเล่าดีกว่า
เพราะยะระเวลามันผ่านมาก็นานพอควร พอที่จะพิจารณาอะไรได้บ้าง ถึงจะยังหาทางออกไม่เจอก็ตาม
ย้อนไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เราเจอผู้ชายคนหนึ่งที่เห็นละปิ๊งเลย ชอบมากกกกกกกกก
และเมื่อเริ่มคุยกัน มันคลิ๊ก อะไรก็เข้ากันได้ อะไรก็ดี หลังจากนั้นเขาก็เริ่มจะจีบเรา เรารู้สึกโชคดี เหมือนถูกหวย
ในช่วงแรกนั้นเราคิดว่า เหตุผลที่ทำให้เรารู้จักกันไวและเข้ากันได้ดีนั้น
เกิดจาก เราทั้งคู่น่าจะเป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา พูดตามที่คิด และไม่เคยมีอะไรปิดบัง
ช่วงระยะ 1-2 ปีแรกที่คบกัน ชีวิตเรา มีความสุขมาก ตัวติดกัน ทำอะไรด้วยกัน และรักกันมาก เค้าเป็นผู้ชายในอุดมคติ
- ไปรับ-ไปส่ง
- พูดเพราะ
- ค่อยเป็นห่วงเป็นใย ดูแลทุกๆอย่าง ทุกๆเรื่อง
- เป็นคนปลอบโยน คอยรับฟังปัญหา เป็นคนตลก เป็นคนน่ารัก
- พาไปเจอเพื่อน เจอพ่อแม่
- ไม่เจ้าชู้ ไม่มีเรื่องผู้หญิงกวนใจ
- รู้ใจเรา ไม่ต้องพูดอะไรมากก็เข้าใจกัน
- แทบจะไม่เคยทะเลาะกัน
- รู้สึกได้ว่าเค้ารักเรา (อันนี้สำคัญมากๆเลย)
สิ่งที่คิดว่าผู้ชายดีๆควรมี เราเจอได้ในคนนี้ ไม่มีอะไรที่เราไม่ชอบในตัวเค้าเลย ทุกอย่างมันลงตัวมาก (หรือเรียกว่าหลงก็ไม่รู้นะ 5555+)
เข้าสู่ปีที่ 3- 4 เวลาผ่านไปเป็นเรื่องปกติที่ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนไปบ้าง
ซึ่งเป็นเรื่องปกติของชีวิตคู่ ปัญหาที่เริ่มจะเกิดขึ้นคือ
เรารู้สึกว่าความห่วงใยน้อยลง อย่างเช่น ให้นั่ง taxi กลับบ้านเอง ดึกๆ ทั้งๆที่เขาว่าง สามารถมารับได้ (สำหรับบางคนอาจจะมองเป็นเรื่องปกติ)
เมื่อเรารู้สึกไม่โอเคร จริงๆก็คือเสียใจนั้นละค่ะ เราแก้ปัญหาของเราโดย คุยกันด้วยเหตุผล
- ทำไมไม่ไปรับเราหรอ เพราะอะไร
- เรารู้สึกน้อยใจ และเสียใจนะ รู้มั๊ย
- ทางมันอันตราย มันเปลี่ยว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเรา คุณจะเสียใจหรือเปล่า
- ถ้าติดธุระ บอกได้ แต่ถ้าไม่มีเหตุผล เราจะ เสียใจ
แต่เมื่อคุยกัน ก็เข้าใจกัน ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เราเริ่มคิดว่า ชีวิตคู่มันไม่ได้ยากเลย แค่คุยกัน เข้าใจกัน เปิดใจกัน มันจบ มันง่ายมากเลย
เมื่อใช้ชีวิตร่วมกันมากขึ้น มันก็มีปัญหาใหม่ของชีวิตคู่มาให้แก้อยู่เรื่อยๆ แต่ก็มีบางเรื่อง ทำให้เรา รู้สึกอยากหยุด อย่างเช่นเรื่องที่คุยกันแล้ว ตกลงกันแล้ว แต่ทำไม ถึงเกิดซ้ำ และทำให้เราเสียใจอีก
ในที่สุดเราจึงตัดสินใจย้ายไปทำงานที่บ้าน ที่ ตจว มีข้อดีเยอะมากเพราะได้อยู่กับครอบครัว มีกิจการของตัวเอง มีรายได้ที่มั่นคง แต่ขอเสียคือ ต้องไกลจากแฟน
แต่เมื่อเราไกลกัน เจอกัน 2-3 ครั้งต่อเดือน มันกลับดีมาก เราคิดถึงกัน เรารักกันมากขึ้น มันกลับมาเหมือน ช่วง 1-2 ปีแรกเลย
ปีที่ 4 ปีของการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากที่บ้านค่อนข้างหัวโบราณ มี ผช มาหาลูกสาวบ่อยๆ เค้าเลยอยากให้แต่งงาน โดยที่เราไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย
เมื่อเราบอกแฟน เค้าดีใจ กลับไปปรึกษากับที่บ้าน แล้วตอบตกลง มันเป็นเรื่องที่ไม่ได้คาดคิดไว้ มันดีใจ และ ตกใจ ประหลาดใจแบบ บอกไม่ถูก เราช่วยกันหาเงิน ช่วยกันวางแผนจัดงาน และสิ่งที่เซอร์ไพรเราที่สุดคือ เค้าย้ายมาอยู่กับเรา โดยการมาหางานทำที่จังหวัดเรา และ ช่วยเหลืองานของเรา ในวันแต่งงานเราและเขามีความสุขมาก คุณสามีกลับมาเป็นผู้ชาย คนเดิม คนที่เคยเจอเมื่อแรกคบกัน ดูแลเรา รักเรา เหมือนแรกที่เจอกัน
เชื่อมั๊ยค่ะ ช่วงระยะเวลานั้น เรารู้สึกเหมือนถูกล๊อตเตอรี่ ได้ผู้ชายโคตรดีมาเป็นคู่ชีวิต พ่อแม่ของเรา มีความสุขมาก รักแฟนเรายิ่งกว่าลูก เหมือนละครเรื่องนี้จะจบแบบ Happy ending
ปีที่ 5 - 6 ปัญหาเริ่มมากขึ้นเมื่อปีที่ 5 เราไม่รู้เราเป็นอะไร
- ไม่มีความสุข โดยที่ตอนนั้นไม่ทราบสาเหตุ
- เริ่มบ่นอยากหายไป จากโลกใบนี้
- ทะเลาะกันมากขึ้น
- เครียดมากขึ้น
มีหลายคนบอกว่า มันเป็นวัย เมื่อ ชีวิต เริ่มใกล้สู่เลข 3 เรามักจะมีความเครียดช่วงเปลี่ยนวันประมาณนี้ เราเลยแก้ปัญหานี้โดย
- เข้าวัด นั่งสมาธิ
- ทำบุญ ฝึกคิดดีมากขึ้น ทั้งๆที่ปกติ เราว่าเราก็วิ่งในทุ่งลาเวนเดอร์ตลอดเวลาอยู่ละ 5555
แต่มันก็ช่วยเราได้บ้างนะ ถึงจะไม่หายก็เถอะ
จนมีปัญหาใหญ่ของคุณสามีเข้ามา ไม่ขอเอ่ยถึงปัญหานะค่ะ แต่ปัญหานี้ทำให้คุณสามีต้องขอย้ายกลับ กทม ด้วยเหตุผลที่เราเป็นครอบครัวกันแล้ว เราจับมือกันและพูดว่า ปัญหาของคุณก็คือปัญหาของเราเพราะเราเป็นคนเดียวกันแล้วเราต้องแก้และผ่านไปให้ได้
เราเลือกที่จะขายกิจการ ทิ้งทุกอย่าง และไปเริ่มต้นใหม่ โดยไปหางานทำที่ กทม อีกครั้ง ทั้งที่ครอบครัวเราไม่เห็นด้วย
เมื่อมา กทม เราก็คับประคองกัน สามีของเรา ทำงานสายเดิมที่เคยทำ ทั้งประสบการณ์และอะไรหลายๆ อย่าง เงินเดือนเค้าไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนเรานั้นครั้งนี้เราเลือกงานที่เราไม่เคยทำมาก่อน แต่เราคิดว่าเอาน่า คนเราถ้าพยายามมันต้องทำได้สิ และเงินเดือนก็เยอะอยู่ (มันเยอะสำหรับเรานะ แต่เยอะของแต่ละคนไม่เท่ากัน อิอิ) ดังนั้น เรื่องเงินจึงไม่เป็นปัญหาของเราสองคนค่ะ
เราทำงานหนักมาก และ เจอเรื่องหนักมากๆ เราพยามมองปัญหาและหาทางแก้ เราคิดว่าเกิดจาก เราค่อนข้างจะเจอปัญหาน้อย เจอคนน้อย ทำให้เราแก้ปัญหาเรื่องคนได้ยาก เลยพยายามคิดบวกและพยายามที่จะผ่านมันไปให้ได้ แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะ ถ้ามีปัญหาเรื่องที่ทำงานอย่างเดียว มันคงไม่หนักเท่า กับ มีปัญหากับคนที่บ้านด้วย