ตอนเด็กๆผมเป็นคนที่ชอบยิ้มและหัวเราะมากๆจนเพื่อนมองผมว่าเป็นคนโรกสวยขนาดหนัก แต่ตอนนั้นผมเป็นคนที่ขี้อายมากๆ ก็เลยมี่เพื่อนน้อยมาก
แต่พอมาปัจจุบันผมเป็นคนนานๆที่ที่จะหัวเราะสวนมากจะเงียบ แต่ปัจจุบันผมนั้นไม่ยิ้มอีกเลย รู้สึกเหมือนความรู้สึกเย็นชาไป หมดเลย ในความคิดของผมในตอนนี้น่ะ คิดว่าเพื่อนน่ะอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ ผมจะชอบอยู่ในที่ๆไม่มีคน ไม่ชอบที่ๆมีคนมากๆ บ้างครั้งบ้านผมไปเที่ยวกัน ส่วนมากผมก็จะปฏิเศษไป
พระอย่ากอยู่บ้านคนเดียวมากกว่า เวลามีคนมาถามอะไรผมก็จะพูดคำว่า"ไม่รู้"ไปเป็นส่วนใหญ่ ผมมองเพื่อนของผมส่วนมากเป็นแค่เครืองมือ จะมีส่วนน้อยที่ผมจะคิดว่าเขาเป็นเพื่อนเราจิงๆ ผมน่ะไม่ค่อยจะมีความสุข ขนาดวันเกิดผมได้ Iphone 6 เป็นของขวัญวันเกิด ผมคิดว่าผมควรมี่ความสุขที่ไดโทรศัพท์ไหม่
แต่ความรู้สึกของผมมันก็ชา ทำให้ส่วนมากจะมีแต่ความทุกข์ ผมจึงกำจัดความทุข์นั้นออกและจะไม่สร้างความสุข ผมเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่า "ความรู้สึกสมดุล"แต่คามสุขที่ผมทำได้และชอบที่สุดคือ การนั้งฟังเสียงเปียโนและไวโอลิน พร้อมกับวาดรูปบ้าน3มิติ
จนผมสามารถมองโครงสร้างของสิ่งต่างๆออกได้รวดเร็ว ผมน่ะไม่สามารถโกรธใครหรือโมโหใครได้ เหลือแต่คามเกียจชังกับบุคคลต่างๆภายในใจ
ผมคิดว่าผมนั้นมีใช้สมองมากเกินไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมก็จะคิดคำนวนสิ่งต่างๆและความเป็นไปได้ของเหตุการนั้นๆ(คิดเล่นๆ)เวลาผมมีอะไรก็จะเก็บใว้คนเดียวจะเอาไปบอกใครเพราะผมไม่เคยใว้ใจใครเลยจิงๆแม้กระทั่งคนในครอบครัวผมก็จะไม่ใว้ใจเช่นกัน ชีวิตผมน่ะส่วนมากจะเสียบหูฟังทั้งวัน
เวลามีคนมาทำให้ผมโกรธได้จิงๆขึ้นมา ผมก็จะทำทุกอย่างให้มันทรมาณและรู้ว่าไม่ไม่ควรมายุ่งกับผมอีก เคยมีเพื่อนห้องเดียวกันมาดึงกางเกงพละของผม
ตอนผมอยู่บนริมแสตนไม่มีราวตรงบันไดชั้น4แต่ว่ามันดึงไม่ลง ทำไห้ผมโกรธมากทั้งที่ไม่ใช่เรื่องที่ผมควรโกรธขึ้นมากขนาดนี้ร่างกายผมจึงกระโดดลงไปใส่เขาและต่อยเขาเข้าที่ใหล่ผมกะจะต่อยเขาเข้าที้หน้าจากนั้นอีกตัวตนอีกด้านหนึ่งเข้ามาเข้าครอบนำผมทำไห้ผมรัดคอเขาอย่างแรงที่สุด ผมคิดว่าถ้าทำอย่างนี้ต่อไปเขาอาจสลบไปก็ได้แล้ะผมก็จะโดนทำโทดแต่ถว่าตัวผมในตอนนั้นไม่สนอะไรทั้งนั้นผมจึงทำต่อไปจนเขาเริ่มอ่อนแรงลง แต่เขาโชคดีละทีมีคนมาช่วยดึงผมออกหลังจากนั้นผมก็รอดเพราะไม่มีคนไปฟ้องครูตอนนั้นน่ะผมแค่อายุ13 แต่ตอนนี้ผมน่ะอายุ15แล้ว ผมก็มีความคิดว่าถ้าโตไปเป็นอย่างนี้
จะถือว่าเป็นบุคคลอันตรายภายในประเทศรึป่าว?
ความรู้ศึกและความคิดของผมตอนนี้ เรียกว่าอะไร มีใครเหมือนผมหรือป่าว?
แต่พอมาปัจจุบันผมเป็นคนนานๆที่ที่จะหัวเราะสวนมากจะเงียบ แต่ปัจจุบันผมนั้นไม่ยิ้มอีกเลย รู้สึกเหมือนความรู้สึกเย็นชาไป หมดเลย ในความคิดของผมในตอนนี้น่ะ คิดว่าเพื่อนน่ะอาจจะไม่จำเป็นก็ได้ ผมจะชอบอยู่ในที่ๆไม่มีคน ไม่ชอบที่ๆมีคนมากๆ บ้างครั้งบ้านผมไปเที่ยวกัน ส่วนมากผมก็จะปฏิเศษไป
พระอย่ากอยู่บ้านคนเดียวมากกว่า เวลามีคนมาถามอะไรผมก็จะพูดคำว่า"ไม่รู้"ไปเป็นส่วนใหญ่ ผมมองเพื่อนของผมส่วนมากเป็นแค่เครืองมือ จะมีส่วนน้อยที่ผมจะคิดว่าเขาเป็นเพื่อนเราจิงๆ ผมน่ะไม่ค่อยจะมีความสุข ขนาดวันเกิดผมได้ Iphone 6 เป็นของขวัญวันเกิด ผมคิดว่าผมควรมี่ความสุขที่ไดโทรศัพท์ไหม่
แต่ความรู้สึกของผมมันก็ชา ทำให้ส่วนมากจะมีแต่ความทุกข์ ผมจึงกำจัดความทุข์นั้นออกและจะไม่สร้างความสุข ผมเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่า "ความรู้สึกสมดุล"แต่คามสุขที่ผมทำได้และชอบที่สุดคือ การนั้งฟังเสียงเปียโนและไวโอลิน พร้อมกับวาดรูปบ้าน3มิติ
จนผมสามารถมองโครงสร้างของสิ่งต่างๆออกได้รวดเร็ว ผมน่ะไม่สามารถโกรธใครหรือโมโหใครได้ เหลือแต่คามเกียจชังกับบุคคลต่างๆภายในใจ
ผมคิดว่าผมนั้นมีใช้สมองมากเกินไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมก็จะคิดคำนวนสิ่งต่างๆและความเป็นไปได้ของเหตุการนั้นๆ(คิดเล่นๆ)เวลาผมมีอะไรก็จะเก็บใว้คนเดียวจะเอาไปบอกใครเพราะผมไม่เคยใว้ใจใครเลยจิงๆแม้กระทั่งคนในครอบครัวผมก็จะไม่ใว้ใจเช่นกัน ชีวิตผมน่ะส่วนมากจะเสียบหูฟังทั้งวัน
เวลามีคนมาทำให้ผมโกรธได้จิงๆขึ้นมา ผมก็จะทำทุกอย่างให้มันทรมาณและรู้ว่าไม่ไม่ควรมายุ่งกับผมอีก เคยมีเพื่อนห้องเดียวกันมาดึงกางเกงพละของผม
ตอนผมอยู่บนริมแสตนไม่มีราวตรงบันไดชั้น4แต่ว่ามันดึงไม่ลง ทำไห้ผมโกรธมากทั้งที่ไม่ใช่เรื่องที่ผมควรโกรธขึ้นมากขนาดนี้ร่างกายผมจึงกระโดดลงไปใส่เขาและต่อยเขาเข้าที่ใหล่ผมกะจะต่อยเขาเข้าที้หน้าจากนั้นอีกตัวตนอีกด้านหนึ่งเข้ามาเข้าครอบนำผมทำไห้ผมรัดคอเขาอย่างแรงที่สุด ผมคิดว่าถ้าทำอย่างนี้ต่อไปเขาอาจสลบไปก็ได้แล้ะผมก็จะโดนทำโทดแต่ถว่าตัวผมในตอนนั้นไม่สนอะไรทั้งนั้นผมจึงทำต่อไปจนเขาเริ่มอ่อนแรงลง แต่เขาโชคดีละทีมีคนมาช่วยดึงผมออกหลังจากนั้นผมก็รอดเพราะไม่มีคนไปฟ้องครูตอนนั้นน่ะผมแค่อายุ13 แต่ตอนนี้ผมน่ะอายุ15แล้ว ผมก็มีความคิดว่าถ้าโตไปเป็นอย่างนี้
จะถือว่าเป็นบุคคลอันตรายภายในประเทศรึป่าว?