JJNY : 7in1 ประสานเสียง​หวังลต.เสรี-เป็นธรรม/อนค.คิกออฟ!/สวนชาญชัย/รสนาสลด/แนะชะลอกม.ไซเบอร์/จีนส่อเจ็บหนักกว่าUS.

กระทู้คำถาม
"เครือข่ายปชช.​-นักวิชาการ-พรรคการเมือง"ประสานเสียง​ หวังเห็นเลือกตั้ง​'62​ เสรี-เป็นธรรม
https://www.matichon.co.th/politics/news_1178452

“เครือข่ายประชาชน​-นักวิชาการ-พรรคการเมือง” ประสานเสียง​ หวังเห็นการเลือกตั้ง​ ’62​ เสรี-เป็นธรรม-มีผลในทางปฏิบัติ​ เรียกร้อง​ คสช.ยกเลิกทุกคำสั่งขัดขวางพรรคการเมือง

เมื่อวันที่​ 14​ ตุลาคม​ ที่ห้องประชุม​ LT1 คณะนิติศาสตร์​ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ ท่าพระจันทร์​ เครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี​ เป็นธรรม​ และมีผลในทางปฏิบัติ​ หรือ​ กลุ่ม​เฟร์(FFFE)​ จัดเสวนา “การเลือกตั้งที่เสรีเและเป็นธรรม​ กับอนาคตสังคมและการเมืองไทย” มีภาคประชาชน เครือข่ายนักวิชาการ อาทิ​ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย กลุ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เป็นต้น​ รวมถึงพรรคการเมืองเข้าร่วม ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้มีการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม ให้ประชาชนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี พร้อมขอให้คณะรักษา​ความสงบ​แห่งชาติ​(คสช.)​ ยกเลิกทุกคำสั่งที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง โดยแถลงการณ์ของกลุ่ม ระบุว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2562นี้ รัฐบาลจะต้องไม่ใช้อำนาจเข้าไปแทรกแซง ต้องทำให้การเลือกตั้งมีอิสระ เสรี และเป็นธรรม คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องมีมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเป็นระบบ และอนุญาตให้องค์กรที่เป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ประชาชนต้องมีวิจารณญาณในการเลือกผู้แทน สามารถติดตามกำกับผลการเลือกตั้งให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ พรรคการเมืองต้องมองอนาคตการเมือง ไม่ใช้กลไกในการหาเสียงที่สร้างความร้าวฉาน รวมถึงการนำนโยบาย ปัญหา และความต้องการของประชาชนไปดำเนินการตามที่วางไว้ได้ ไม่ถูกจำกัดโดยยุทธศาสตร์หรือข้อบังคับทางกฎหมายที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น

นอกจากนี้​ ในช่วงบ่าย​ มีตัวแทนจากพรรคการเมืองร่วมเสวนา​ ประกอบด้วย​ นายจาตุรนต์​ ฉายแสง​ พรรคเพื่อไทย(พท.)​, นายศุภชัย​ ใจสมุทร​ นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจ​ไทย(ภท.)​, นายปิยบุตร​ แสงกนกกุล​ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่(อนค.), นายวิรัตน์​ วรศสิริน​ พรรคเสรีรวมไทย, นายอารีเพ็ญ​ อุตรสินธุ์ พรรคประชาชาติ, นายภราดร​ ปริศนานันทกุล​ พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.)​ และ​ นายราเมศ รัตนะเชวง​ พรรคประชาธิปัตย์​(ปชป.)​ ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก​ มีประชาชนและนักศึกษาสนใจเข้าร่วมรับฟังประมาณ​ 100-200​ คน




อนาคตใหม่คิกออฟ! คาราวานรับสมัครสมาชิกที่เมืองคอน ดันเป็นสาขาพรรคประจำภาค
https://www.matichon.co.th/politics/news_1178488

อนาคตใหม่คิกออฟ! คาราวานรับสมัครสมาชิกที่นครศรีธรรมราช พร้อมหาสมาชิกทุกอำเภอ-ดันเป็นสาขาพรรคประจำภาค

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ จ.นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศกิจกรรมคาราวานรับสมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ในส่วนภูมิภาคซึ่งเริ่มต้นขึ้นที่ จ.นครศรีธรรมราช แห่งแรก เป็นไปด้วยความคึกคัก ประชาชนจาก 23 อำเภอทยอยเดินทางมาสมัครอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาเปิดรับสมัคร ทำให้เก้าอี้ที่เตรียมไว้ไม่เพียงพอ ทั้งนี้ กรรมการบริหารพรรคที่มาร่วมต้อนรับ ได้แก่ นายชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าพรรค, นายสุนทร บุญยอด กรรมการบริหารพรรคสัดส่วนแรงงาน, น.ส.จารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค และ นายเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ กรรมการบริหารภูมิภาค ภาคใต้ โดยศูนย์ประสานงานแห่งนี้เตรียมยกระดับเป็น 1 ใน 6 สาขาพรรคประจำภูมิภาคของพรรคอนาคตใหม่

นายเจนวิทย์ กล่าวว่า การรับสมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ จ.นครศรีธรรมราช วันนี้ภาพรวมถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ เรามีเครือข่ายทำงานทั้ง 23 อำเภอ ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์กับประชาชนระดับหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นประชาชนที่ทราบข่าวจากโซเซียล จากการประชาสัมพันธ์ทั่วไปซึ่งเดินทางมาร่วมอีกเป็นจำนวนมาก จนตนเองก็รู้สึกแปลกใจ คิดว่าที่คนให้ความสนใจพรรคอนาคตใหม่ เท่าที่ได้คุยเป็นเพราะสนใจที่พรรคมีแนวทางชัดเจนในการทำงาน ทำการเมืองแบบใหม่ และที่สำคัญคือ ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย และอีกส่วนหนึ่งคิดว่าประชาชนรู้สึกเบื่อกับรัฐบาลทหาร พวกเขาอยากเห็นการเลือกตั้ง และเชื่อว่าถ้ามีการเลือกตั้งเศรษฐกิจประเทศ เศรษฐกิจภาคใต้จะดีขึ้น

“หลังจากกิจกรรมวันนี้ เราจะมีการเปิดรับสมัครต่อไปที่ศูนย์ประสานงานของพรรค ขณะเดียวกันทางเครือข่ายคณะทำงานใน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเรามีครบทุกอำเภอ มีอาสาสมัครซึ่งเป็นนักศึกษาอีกมากมาย จะเดินทางลงไปรับสมัครสมาชิกในทุกๆ อำเภอ เรียกได้ว่าเป็นคาราวานจังหวัดนครศรีธรรมราชเลยก็ว่าได้ เราจะไปรับสมัครสมาชิกถึงบ้านท่าน จึงอยากฝากถึงพี่น้องชาวเมืองคอนมาสมัครสมาชิกกันเยอะๆ เพราะพรรคเราให้ความสำคัญกับเรื่องสมาชิก มีสิทธิต่างๆเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการเสนอตัวเป็นผู้สมัครไพรมารีโหวต​ เป็นผู้ลงสมัคร ส.ส.ในนามของพรรค เสนอตัวสมัครเป็นคณะกรรมการสาขาพรรค จึงอยากเชิญชวนผู้สนใจมาร่วมกัน” นายเจนวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากประชาชน ยังมีผู้เสนอตัวสมัครร่วมไพรมารีโหวต เพื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส.ในนามของพรรคอนาคตใหม่ จ.นครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงอีกหลายคนเดินทางมาร่วมกิจกรรมด้วย




ทนาย สวน 'ชาญชัย' ปลอมวุฒิฯ!! ยังกล้าใส่ร้ายคนอื่นโกงอีก
https://www.thairath.co.th/content/1396581

ชมรมทนายความเพื่อความยุติธรรม สวนกลับ "ชาญชัย" อดีต ส.ส.นครนายก ปชป. ปลอมวุฒิการศึกษา ยังจะกล้าถวายฎีกากล่าวหาคนอื่นทุจริต ถามกลับเหมาะสมแล้วหรือไม่

เมื่อวันที่ 14 ต.ค.61 นายธเนศ โกละกะ ชมรมทนายความเพื่อความยุติธรรม กล่าวว่าถึงกรณี นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวหาหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ที่สร้างรายได้ให้กับรัฐบาลเป็นลำดับต้นๆ สร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือให้กับประเทศไทย รวมทั้งบริษัทเอกชน โดยไปยื่นฟ้องร้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แต่ปรากฏว่าศาลยกคำร้อง แต่กลับบอกว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป โดยจะไปยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี และจะทำหนังสือถวายรายงานให้เบื้องบนรับทราบสถานการณ์ โดยอ้างคำปรารภในรัฐธรรมนูญ การกระทำลักษณะนี้เป็นเรื่องเหมาะสมแล้วหรือไม่ คนที่มีสามัญสำนึกย่อมจะทราบดีว่าศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตัดสินภายใต้พระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ การตัดสินใจจะไปถวายรายงานต่อเบื้องบนอีก จะหมายความว่าอย่างไร ทั้งนี้หากไปเปิดดูคนกลุ่มนี้เคยกล่าวหาหน่วยงานและบริษัทเอกชนแห่งนี้มานานนับ 10 ปี ด้วยประเด็นเดิมๆ ยื่นเรื่องต่อหน่วยงานตรวจสอบทุกหน่วยงานเท่าที่มีอยู่ในประเทศ ก็ไม่เป็นผล เมื่อองค์กรตรวจสอบตัดสินออกมาแล้วไม่ได้อย่างใจ กลับจะไปหาช่องทางที่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ในช่องทางปกติ ที่สำคัญผู้ที่จะไปถวายรายงานต่อเบื้องสูงนั้น เป็นผู้ที่มีประวัติปลอมวุฒิการศึกษา ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยตัดสินให้ชีวิตทางการเมืองแปดเปื้อนไปแล้ว คนที่โกงได้แม้กระทั่งประวัติการศึกษาของตัวเอง ไม่ซื่อสัตย์ต่อชีวิตของตัวเอง กลับจะมาเป็นผู้ที่จะถวายรายงานต่อเบื้องบน กล่าวหาต่อผู้อื่นว่าทุจริตแบบนี้ ความน่าเชื่อถืออยู่ตรงไหน เหมาะสมหรือไม่ ในเมื่อช่องทางปกติยังทำไม่ครบถ้วนกระบวนความ แต่กลับมาแถลงข่าวลักษณะนี้หมายความว่าอย่างไร.




'รสนา'สลด ดูละครย้อนดูไทย ยุคนี้ ศก.ชนชั้นสูงเฟื่องฟู นายทุนอู้ฟู่ รากหญ้าล้มละลาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_1178296

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว.กทม. อดีตสปช. และเป็นนักเคลื่อนไหวด้านพลังงาน ได้โพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊ก แสดงความเห็นปัญหาพลังงานของไทยในจบัน โดยระบุว่า

“ดูละครย้อนดูตัว เปรียบปืนใหญ่ที่ชาวบ้านบางระจันร้องขอกับทรัพยากรปิโตรเลียมในยุคปัจจุบัน”

ดูหนังทีวีเรื่องสายโลหิต คืนนี้(13ต.ค 2561) เป็นตอนที่ชาวบางระจันส่งตัวแทนมาขอปืนใหญ่จากเมืองหลวงเพื่อไว้ปกป้องบ้านเมืองสู้ศึกที่มาประชิดเมือง แต่ประวัติศาสตร์ก็เป็นที่รู้ๆกันอยู่ว่าพวกเสนาบดีที่เป็นไส้ศึก ไม่เห็นด้วยกับการให้ปืนใหญ่ชาวบางระจัน อ้างไม่มีประโยชน์ที่จะส่งไปช่วยชาวบางระจัน โดยมีข้ออ้างว่ากลัวข้าศึกปล้นกลางทางบ้างหละ และชาวบ้านใช้ปืนใหญ่ไม่เป็นบ้างหละ ค่ายบางระจันจึงแตกเพราะขาดปืนใหญ่ และในที่สุดกรุงศรีอยุธยาก็แตกด้วยเพราะหลงเสพสุขกับมายาภาพของความฟุ้งเฟ้อหรูหราในพระนคร

ปืนใหญ่สำหรับชาวบางระจันคือเครื่องมือที่ทำให้เกิดกำลังในการสู้ศึก ปกป้องแผ่นดิน ซึ่งอาจเทียบได้กับทรัพยากรปิโตรเลียมในยุคปัจจุบัน ที่จะเป็นเครื่องมือให้พละกำลังกับประเทศให้สามารถยืนหยัดดูแลประชาชนพลเมืองได้

แต่คณะเสนาบดียุคปัจจุบันดูอยากจะยกให้เอกชน มากกว่าจะบริหารให้เกิดประโยชน์เต็มที่กับประชาชนคนไทย

เศรษฐกิจของชนชั้นสูงเฟื่องฟู ส่วนเศรษฐกิจของคนรากหญ้ากำลังล้มละลาย เพราะพลังงานถูกผูกขาดอยู่ในมือของคนชั้นสูง

ดูละครแล้วสะท้อนใจ ยุคปัจจุบันก็คลับคล้ายจะซ้ำรอยอดีต การเสียกรุงในยุคปัจจุบันคือการสูญเสียการพึ่งตัวเอง ประชาชน ที่ตกเป็นทาสทุนผูกขาดในปัจจัยที่จำเป็นของการดำรงชีวิต


คนไทยมีทรัพยากรปิโตรเลียมในแผ่นดินก็เหมือนไม่มีเพราะถูกยึดครองโดยเอกชนไปหมดแล้ว จึงต้องซื้อน้ำมันและก๊าซในราคาสูงลิบลิ่ว ไม่ต่างจากการเสียกรุงในอดีต ที่ข้าศึกเข้ามาปล้นสะดม ยึดครองทรัพยากรทุกอย่างในบ้านเมือง และทำให้เศรษฐกิจของประชาชนอ่อนแอ

รัฐบาลที่บริหารบ้านเมืองนี้ควรถามตัวเองว่าประเทศที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรอย่างเมืองไทย แต่กลับไร้ประสิทธิภาพปล่อยให้ประเทศมีหนี้สาธารณะถึงราว 6.5 ล้านล้านบาท และกว่า80% ก็เป็นหนี้ของรัฐบาลล้วนๆ ซึ่งก็คือหนี้ของประชาชนนั่นเองแต่ตลาดหุ้นไทยกำลังดีใจที่หุ้นขึ้นเกิน 1,700 จุด ทั้งที่ประเทศมีหนี้สินท่วมตัว

ยอดเจดีย์สูงตระหง่านอยู่ไม่ได้ หากขาดฐานเจดีย์ที่มั่นคงฉันใด ยอดเจดีย์ทางเศรษฐกิจจะพังครืนลงในไม่ช้าแม้จะอัดฉีดปรนเปรอกันเพียงใดก็ตาม หากเศรษฐกิจที่ฐานรากของเจดีย์กำลังล้มละลาย ฉันนั้น เหมือนกรุงศรีอยุธยาไม่ยอมแบ่งปืนใหญ่ให้ชาวบ้านใช้ จึงทำให้ศึกบางระจันพ่ายแพ้ และในที่สุดเราก็ต้องเสียกรุง

เราควรบริหารทรัพยากรปิโตรเลียมให้เป็นประโยชน์กับชาวบ้าน ไม่ใช่ผูกขาดธุรกิจพลังงาน เป็นเครื่องมือดูดเงินจากกระเป๋าชาวบ้านไปเลี้ยงเศรษฐกิจระดับบน

ช่วยบอกหน่อยว่า มีประเทศไหนในโลกนี้บ้าง ที่น้ำมันและก๊าซ ที่ทั้งขุดและกลั่นเองในประเทศ แต่คนในประเทศต้องซื้อน้ำมันและก๊าซราคาแพงกว่าส่งออกไปให้คนต่างประเทศใช้ !?!

ดูอย่างประเทศพม่าไม่มีโรงกลั่นน้ำมันของตนเอง ต้องซื้อน้ำมันจากประเทศไทย แต่รัฐบาลของพม่าก็สามารถบริหารให้คนพม่าได้ใช้น้ำมันในราคาถูกกว่าคนไทย ที่มีโรงกลั่นน้ำมันที่กลั่นจนล้นเกินต้องส่งออก แต่คนไทยต้องใช้น้ำมันแพงกว่าคนพม่า

ดูละครแล้วย้อนดูตัว ชาวบ้านในยุคนี้ไม่ต่างจากชาวบ้านบางระจัน ที่กำลังแพ้ศึกเศรษฐกิจ แล้วบรรดาเสนาบดีก็อย่านึกว่าศึกใหญ่ทางเศรษฐกิจของประเทศจะไปรอด !!


https://www.facebook.com/236945323048705/photos/a.510831882326713/1907115082698379/?type=3&__xts__%5B0%5D=68.ARDcVLuinSSFjcfJ2DxGdZSiURBfhUWmgexaP3SONVCe2ydzxJj4Dx3pj_FFuH7HgvXQMxrfPSQlmA76TTyfUeZpFqg9Tf8Fc0ZL6ZFxTVB1RZNF-GyL1-wXScnt2yosF7dlbtDoCOVxjl_t2t4tJk014KECxXs_9yGzK7dB4aYQjeg_psHbAQ&__tn__=-R
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่