สวัสดีค่ะ เพื่อนๆชาวพันทิป กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่อยากจะระบายความในใจ เกี่ยวกับเรื่องครอบครัว และปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้นกับตัวฉันเอง เนื่องจากฉันไม่รู้จะหาที่ระบายสิ่งเหล่านี้ไว้ที่ไหนดี ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีอะไรแนะนำ หรืออยากพูดคุยด้วยก็ได้นะคะ
ตอนนี้ฉันอายุ 32 ปี ไม่มีครอบครัว อยู่กับน้องสาว ที่มีความพิการทางสมอง แต่ยังสามารถใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปได้ ดูผ่านๆก็เหมือนคนปกติ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุสมัยเรียนชั้น ม.ปลาย ฉันมาจากครอบครัวที่ยากจนมากๆ แม่เริ่มป่วยหนักตอนฉันเรียน ม.ต้น และรักษาตัวมาตลอด ภาระหน้าที่ในการหาเงินต้องอยู่ที่พ่อคนเดียวทั้งหมด ในช่วงที่แม่ป่วยและยังไม่มีรายได้ และท่านก็ทำหน้าที่ได้ดี ดีมากๆ ถึงแม้จะไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ท่านก็ไม่ทำให้เราต้องลำบากหรือมีหนี้มีสินอะไรเลย หลังจากแม่เริ่มดีขึ้น ทั้งสองก็กลับมาทำมาหากิน ทำไร่ทำนา รับจ้างทั่วไป พ่อกับแม่ต้องหาเช้ากินค่ำ ต้องส่งฉันเรียนและต้องดูแลน้องด้วยหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุ ฉันตั้งใจเรียนและเป็นเด็กดีมาตลอด ถึงแม้ว่าจะเรียนไม่ค่อยเก่งและไม่เคยได้เรียนพิเศษเหมือนคนอื่น แต่ฉันก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคเหนือได้
แต่พ่อเริ่มเปลี่ยนไป ท่านดื่มเหล้าหนักขึ้น และหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนติดเหล้า ท่านเป็นคนที่มีฝีมือดีมากทั้งเรื่องงานช่างและศิลปะ เรียกว่าเป็นพรสวรรค์เลยแหละ ทั้งที่ไม่ได้เรียนมา แค่ดู แค่เป็นลูกจ้างท่านก็สามารถเอามาดัดแปลงและทำเองได้ เวลามีงานท่านมักจะมีข้ออ้างให้ตัวเองเสมอ เพื่อจะหลบไปกินเหล้า และความสัมพันธ์กับแม่เริ่มเปลี่ยนไป ทะเลาะกันเรื่องเงินบ่อยขึ้น แม่ต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น และก็ยังต้องรักษาตัวจากโรคประจำตัวของท่านด้วย เริ่มที่จะพึ่งพ่อไม่ได้แล้ว และฉันไปเรียนต่างจังหวัดก็ต้องใช้เงินเยอะ แต่ยังโชคดีที่ฉันมีญาติพี่น้องที่ดี ทั้งฝั่งของพ่อและฝั่งของแม่ ทุกคนให้ความช่วยเหลือฉันมาตลอด ยิ่งช่วงที่ฉันใกล้จะจบปัญหาต่างๆเรื่องครอบครัวเข้าหูฉันตลอด ฉันเครียดมาก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ได้แต่บอกตัวเองว่าต้องเรียนให้จบให้ได้ ทุกอย่างอาจจะดีขึ้น
ตอนเรียนฉันไปเรียนอย่างเดียวจริงๆ มีแต่เพื่อน และฉันมั่นใจว่า ฉันเป็นที่รักของเพื่อนๆ ฉันเป็นคนน่ารัก หัวเราะง่าย ไม่เคยโกรธใครเลย ไม่เรื่องมากอะไรก็ได้ ไม่เคยมีความรักในวัยเรียนเลย เพราะฉันตระหนักอยู่เสมอว่า ชีวิตเรายังไม่พร้อม แม่ก็ป่วย น้องก็พิการ พ่อก็ติดเหล้า ไม่ควรจะมีใครมารับกับปัญหานี้ไปพร้อมๆกับเราได้หรอก
พ่อกับแม่แยกทางกันหลังจากที่ฉันเรียนจบมหาวิทยาลัย ท่านทั้งสองทนอยู่ด้วยกันมาเพื่อรอวันที่ฉันจะรับปริญญา หลังจากที่ฉันรับปริญญาเสร็จ ท่านทั้งสองก็แยกทางกันทันที แม่ก็อยู่ดูแลน้องที่บ้าน ส่วนพ่อก็หายไปเลยติดต่อไม่ได้ ส่วนฉันก็ได้งานต่างจังหวัด ในใจก็คิดถึงท่านอยู่เสมอว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งท่านโทรมาหา และบอกว่าตอนนี้บวชอยู่ที่จังหวัดใต้สุดของประเทศ ตอนนั้นฉันตื้นตันใจ ดีใจ จนน้ำตาไหล มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ความกังวลทั้งหลายที่มี มันหายไปหมดเลย ฉันสบายใจมาก
ชีวิตฉันต้องเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อตัดสินใจเปลี่ยนงานและต้องซื้อรถ ฉันออกจากงานที่เดิมและเริ่มงานใหม่ แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบที่เราหวังไว้ ฉันออกจากงานอีกครั้งและกลับมาอยู่ที่บ้านพร้อมกับภาระเรื่องรถ และการกลับมาทำงานที่บ้านเป็นปัญหาสำหรับฉันมากเพราะรายได้น้อย แต่ฉันยังต้องผ่อนรถอีกหลายปี รายได้กับรายจ่ายมันสวนทางกัน แต่ยังดีพ่อที่บวชอยู่คอยช่วยเหลือฉันเสมอ ฉันก็พอถูๆไถๆมาได้ หลังจากนั้นไม่นานท่านก็สึกออกมา และกลับมากินเหล้าหนักอีก ฉันเครียดมาก เพราะฉันต้องหาเงินและจะต้องรับผิดชอบชีวิตของท่านด้วย ได้แต่คิดว่าทำไมท่านเป็นแบบนี้ ไม่รักตัวเองเลยหรือ ทุกข์ใจคนเดียวไม่พอ ลูกๆก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย ท่านทำตัวเองไร้ค่ามาก ฉันเห็นแล้วสงสารแล้วก็เครียดไปด้วย คิดไม่ตกเลยจริงๆ
จากนั้นไม่นานแม่ก็ไปมีครอบครัวใหม่ ฉันคิดว่าแม่คงจะกลัวพ่อมาหา และเบื่อพ่อมากๆแล้ว เลยตัดสินใจไปมีครอบครัวใหม่และเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระฉัน คิดว่ามีครอบครัวใหม่แล้วชีวิตอาจจะดีขึ้นได้ เพราะคนที่แม่ไปอยู่ด้วยเขาเป็นคนดีมาก แต่สุดท้ายแม่ก็ทำงานหนักเหมือนเดิม หนักมากขึ้นด้วยซ้ำ
ส่วนฉันก็อยู่ดูแลน้องและทำงานต่อไป ส่วนพ่อหลังจากแม่แต่งงานไปไม่นานก็ตัดสินใจบวชอีกครั้ง ฉันสบายใจมาก พอท่านบวชเหมือนมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ท่านเลิกเหล้าได้ ทำประโยชน์ให้วัดได้มากมายจากงานฝีมือที่ท่านชำนาญ
ส่วนตัวฉันก็ยังเหมือนเดิมทำงาน และต้องดูแลน้องไปด้วย เริ่มมองหาอาชีพเสริมจากการขายของออนไลน์ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ แต่เรื่องการมีครอบครัวฉันก็ยังไม่คิดเหมือนเดิม เพราะคงยากที่ใครสักคนจะมาร่วมรับรู้ปัญหาของฉัน แต่ฉันก็มีความสุขดี ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง ถึงแม้จะมีหนี้สินบ้างแต่ก็ไม่เป็นปัญหากับฉันเลย
ปีที่แล้ว แม่ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านกับฉันและน้องเพราะทนความเหนื่อยจากการทำงานหนักและหนี้สินที่มีมากมายไม่ไหว อยู่กับฉันถึงแม้ไม่ค่อยมีเงินใช้แต่ก็ยังดีกว่าทำงานหนัก แม่เริ่มป่วยบ่อยขึ้นด้วย ส่วนพ่อก็ยังบวชเหมือนเดิม
จนกระทั่ง พฤษภาคม ที่ผ่านมา แม่ป่วยฉับพลันและเสียชีวิต ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่พ่อสึกพอดี ฉันเสียใจมาก ตอนนี้ชีวิตฉันขาดที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจอีกแล้ว เสียใจเรื่องแม่ไม่พอ พ่อยังกลับมาเป็นแบบเดิมอีก ดื่มเหล้าอย่างหนักไม่สนใจอะไรเลย ฉันยังหวังว่าท่านจะกลับมาเป็นพ่อที่ดี เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้ฉันได้เหมือนเดิม
ฉันโชคดีที่มีเพื่อนที่ดี เป็นกัลยามิตร ทั้งเพื่อนมัธยม เพื่อนมหาลัย เพื่อนร่วมงาน และยังมีญาติที่ดี ซึ่งพวกเขามักจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้โดยตลอด ถึงแม้ฉันจะไม่เคยร้องขอเลยก็ตาม
แต่ฉันก็ไม่สามารถที่จะเล่าให้ใครฟังถึงความทุกข์ใจของฉันได้ ขอแค่ได้ระบายบ้าง ให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง มันอาจจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นก็ได้
ขอบคุณพื้นที่พันทิป ที่ให้ฉันได้ระบายความในใจ
ขอพื้นที่ระบายความในใจ
ตอนนี้ฉันอายุ 32 ปี ไม่มีครอบครัว อยู่กับน้องสาว ที่มีความพิการทางสมอง แต่ยังสามารถใช้ชีวิตแบบคนทั่วไปได้ ดูผ่านๆก็เหมือนคนปกติ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุสมัยเรียนชั้น ม.ปลาย ฉันมาจากครอบครัวที่ยากจนมากๆ แม่เริ่มป่วยหนักตอนฉันเรียน ม.ต้น และรักษาตัวมาตลอด ภาระหน้าที่ในการหาเงินต้องอยู่ที่พ่อคนเดียวทั้งหมด ในช่วงที่แม่ป่วยและยังไม่มีรายได้ และท่านก็ทำหน้าที่ได้ดี ดีมากๆ ถึงแม้จะไม่ได้ร่ำรวยอะไรแต่ท่านก็ไม่ทำให้เราต้องลำบากหรือมีหนี้มีสินอะไรเลย หลังจากแม่เริ่มดีขึ้น ทั้งสองก็กลับมาทำมาหากิน ทำไร่ทำนา รับจ้างทั่วไป พ่อกับแม่ต้องหาเช้ากินค่ำ ต้องส่งฉันเรียนและต้องดูแลน้องด้วยหลังจากที่เกิดอุบัติเหตุ ฉันตั้งใจเรียนและเป็นเด็กดีมาตลอด ถึงแม้ว่าจะเรียนไม่ค่อยเก่งและไม่เคยได้เรียนพิเศษเหมือนคนอื่น แต่ฉันก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังทางภาคเหนือได้
แต่พ่อเริ่มเปลี่ยนไป ท่านดื่มเหล้าหนักขึ้น และหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นคนติดเหล้า ท่านเป็นคนที่มีฝีมือดีมากทั้งเรื่องงานช่างและศิลปะ เรียกว่าเป็นพรสวรรค์เลยแหละ ทั้งที่ไม่ได้เรียนมา แค่ดู แค่เป็นลูกจ้างท่านก็สามารถเอามาดัดแปลงและทำเองได้ เวลามีงานท่านมักจะมีข้ออ้างให้ตัวเองเสมอ เพื่อจะหลบไปกินเหล้า และความสัมพันธ์กับแม่เริ่มเปลี่ยนไป ทะเลาะกันเรื่องเงินบ่อยขึ้น แม่ต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น และก็ยังต้องรักษาตัวจากโรคประจำตัวของท่านด้วย เริ่มที่จะพึ่งพ่อไม่ได้แล้ว และฉันไปเรียนต่างจังหวัดก็ต้องใช้เงินเยอะ แต่ยังโชคดีที่ฉันมีญาติพี่น้องที่ดี ทั้งฝั่งของพ่อและฝั่งของแม่ ทุกคนให้ความช่วยเหลือฉันมาตลอด ยิ่งช่วงที่ฉันใกล้จะจบปัญหาต่างๆเรื่องครอบครัวเข้าหูฉันตลอด ฉันเครียดมาก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ได้แต่บอกตัวเองว่าต้องเรียนให้จบให้ได้ ทุกอย่างอาจจะดีขึ้น
ตอนเรียนฉันไปเรียนอย่างเดียวจริงๆ มีแต่เพื่อน และฉันมั่นใจว่า ฉันเป็นที่รักของเพื่อนๆ ฉันเป็นคนน่ารัก หัวเราะง่าย ไม่เคยโกรธใครเลย ไม่เรื่องมากอะไรก็ได้ ไม่เคยมีความรักในวัยเรียนเลย เพราะฉันตระหนักอยู่เสมอว่า ชีวิตเรายังไม่พร้อม แม่ก็ป่วย น้องก็พิการ พ่อก็ติดเหล้า ไม่ควรจะมีใครมารับกับปัญหานี้ไปพร้อมๆกับเราได้หรอก
พ่อกับแม่แยกทางกันหลังจากที่ฉันเรียนจบมหาวิทยาลัย ท่านทั้งสองทนอยู่ด้วยกันมาเพื่อรอวันที่ฉันจะรับปริญญา หลังจากที่ฉันรับปริญญาเสร็จ ท่านทั้งสองก็แยกทางกันทันที แม่ก็อยู่ดูแลน้องที่บ้าน ส่วนพ่อก็หายไปเลยติดต่อไม่ได้ ส่วนฉันก็ได้งานต่างจังหวัด ในใจก็คิดถึงท่านอยู่เสมอว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งท่านโทรมาหา และบอกว่าตอนนี้บวชอยู่ที่จังหวัดใต้สุดของประเทศ ตอนนั้นฉันตื้นตันใจ ดีใจ จนน้ำตาไหล มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ความกังวลทั้งหลายที่มี มันหายไปหมดเลย ฉันสบายใจมาก
ชีวิตฉันต้องเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อตัดสินใจเปลี่ยนงานและต้องซื้อรถ ฉันออกจากงานที่เดิมและเริ่มงานใหม่ แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบที่เราหวังไว้ ฉันออกจากงานอีกครั้งและกลับมาอยู่ที่บ้านพร้อมกับภาระเรื่องรถ และการกลับมาทำงานที่บ้านเป็นปัญหาสำหรับฉันมากเพราะรายได้น้อย แต่ฉันยังต้องผ่อนรถอีกหลายปี รายได้กับรายจ่ายมันสวนทางกัน แต่ยังดีพ่อที่บวชอยู่คอยช่วยเหลือฉันเสมอ ฉันก็พอถูๆไถๆมาได้ หลังจากนั้นไม่นานท่านก็สึกออกมา และกลับมากินเหล้าหนักอีก ฉันเครียดมาก เพราะฉันต้องหาเงินและจะต้องรับผิดชอบชีวิตของท่านด้วย ได้แต่คิดว่าทำไมท่านเป็นแบบนี้ ไม่รักตัวเองเลยหรือ ทุกข์ใจคนเดียวไม่พอ ลูกๆก็พลอยไม่สบายใจไปด้วย ท่านทำตัวเองไร้ค่ามาก ฉันเห็นแล้วสงสารแล้วก็เครียดไปด้วย คิดไม่ตกเลยจริงๆ
จากนั้นไม่นานแม่ก็ไปมีครอบครัวใหม่ ฉันคิดว่าแม่คงจะกลัวพ่อมาหา และเบื่อพ่อมากๆแล้ว เลยตัดสินใจไปมีครอบครัวใหม่และเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระฉัน คิดว่ามีครอบครัวใหม่แล้วชีวิตอาจจะดีขึ้นได้ เพราะคนที่แม่ไปอยู่ด้วยเขาเป็นคนดีมาก แต่สุดท้ายแม่ก็ทำงานหนักเหมือนเดิม หนักมากขึ้นด้วยซ้ำ
ส่วนฉันก็อยู่ดูแลน้องและทำงานต่อไป ส่วนพ่อหลังจากแม่แต่งงานไปไม่นานก็ตัดสินใจบวชอีกครั้ง ฉันสบายใจมาก พอท่านบวชเหมือนมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต ท่านเลิกเหล้าได้ ทำประโยชน์ให้วัดได้มากมายจากงานฝีมือที่ท่านชำนาญ
ส่วนตัวฉันก็ยังเหมือนเดิมทำงาน และต้องดูแลน้องไปด้วย เริ่มมองหาอาชีพเสริมจากการขายของออนไลน์ควบคู่ไปกับการทำงานประจำ แต่เรื่องการมีครอบครัวฉันก็ยังไม่คิดเหมือนเดิม เพราะคงยากที่ใครสักคนจะมาร่วมรับรู้ปัญหาของฉัน แต่ฉันก็มีความสุขดี ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง ถึงแม้จะมีหนี้สินบ้างแต่ก็ไม่เป็นปัญหากับฉันเลย
ปีที่แล้ว แม่ตัดสินใจกลับมาอยู่บ้านกับฉันและน้องเพราะทนความเหนื่อยจากการทำงานหนักและหนี้สินที่มีมากมายไม่ไหว อยู่กับฉันถึงแม้ไม่ค่อยมีเงินใช้แต่ก็ยังดีกว่าทำงานหนัก แม่เริ่มป่วยบ่อยขึ้นด้วย ส่วนพ่อก็ยังบวชเหมือนเดิม
จนกระทั่ง พฤษภาคม ที่ผ่านมา แม่ป่วยฉับพลันและเสียชีวิต ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่พ่อสึกพอดี ฉันเสียใจมาก ตอนนี้ชีวิตฉันขาดที่พึ่งที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจอีกแล้ว เสียใจเรื่องแม่ไม่พอ พ่อยังกลับมาเป็นแบบเดิมอีก ดื่มเหล้าอย่างหนักไม่สนใจอะไรเลย ฉันยังหวังว่าท่านจะกลับมาเป็นพ่อที่ดี เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้ฉันได้เหมือนเดิม
ฉันโชคดีที่มีเพื่อนที่ดี เป็นกัลยามิตร ทั้งเพื่อนมัธยม เพื่อนมหาลัย เพื่อนร่วมงาน และยังมีญาติที่ดี ซึ่งพวกเขามักจะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้โดยตลอด ถึงแม้ฉันจะไม่เคยร้องขอเลยก็ตาม
แต่ฉันก็ไม่สามารถที่จะเล่าให้ใครฟังถึงความทุกข์ใจของฉันได้ ขอแค่ได้ระบายบ้าง ให้คนอื่นได้รับรู้บ้าง มันอาจจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นก็ได้
ขอบคุณพื้นที่พันทิป ที่ให้ฉันได้ระบายความในใจ