ผวาแดงระส่ำ! 'ธิดา'ชิงร่อนจม.ถึงสาวก สยบข่าวแกนนำนปช.แตกคอ

10 ต.ค.61 นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ" ระบุว่า จากข่าวที่มีเรื่องของนปช. แตกกลุ่มไปสังกัดพรรคการเมืองต่างๆและมีพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจำนวนมากมีความเป็นกังวลในข่าวคราวด้านลบที่เกิดขึ้น อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ จึงใคร่ชี้แจงดังนี้
จดหมายถึงประชาชนผู้รักประชาธิปไตย
นปช.เป็นองค์กรแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการที่มีหลักนโยบาย มีเป้าหมายในยุทธศาสตร์การเมืองชัดเจน มาถึงเวลานี้มีข่าวคราวออกมามากมายในเรื่องที่ผู้เคยร่วมและที่ยังร่วมองค์กรไปสังกัดพรรคการเมือง หรือร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองต่างๆ
ดิฉันทั้งในฐานะอดีตประธานนปช. และยังร่วมอยู่ในองค์กร ในงานเพื่อประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยได้เติบโตอย่างมีพลัง ดิฉันมีความห่วงใยในข่าวคราวที่อาจทำให้พี่น้องประชาชนสับสน ดิฉันจึงอยากแจ้งประชาชนว่า
1) องค์กรนปช.ไม่ได้มีการประชุมองค์กรเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองใดๆ
2) การสังกัดพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล
3) การได้ชื่อว่าเป็นนปช.คือการเคารพ เชื่อมั่น และปฏิบัติตามหลักนโยบายและวินัยนปช.อย่างเคร่งครัด โดยถือเอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
4) การที่ผู้รักประชาธิปไตยจะได้มีบทบาทในรัฐสภาอาจเป็นเรื่องที่ดี แต่องค์กรนปช.นั้นถือเป้าหมายให้ประชาชนได้รับชัยชนะในการต่อสู้แบบสันติ ให้ได้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นเป้าหมาย ดังนั้นตราบใดที่ประเทศนี้ยังไม่บรรลุในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบอารยประเทศ นปช.ก็ยังต้องเดินหน้าร่วมกับประชาชนที่ได้ต่อสู้ร่วมกันมากว่าทศวรรษ พรรคการเมืองและการดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรเป็นส่วนประกอบ (หรือเครื่องมือ) ในการต่อสู้ของประชาชน ไม่ใช่เอาการต่อสู้ของประชาชนเป็นเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองส่วนบุคคล มิฉะนั้นผลพวงการต่อสู้ของประชาชนจะหมดคุณค่าไปทันที เราให้คุณค่าการต่อสู้ของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่จะต้องยึดมั่นไปจนกว่าจะถึงเป้าหมาย
นี่คือเหตุผลที่องค์กร นปช.ยังต้องดำรงอยู่ และมีภารกิจที่ต้องประสานงานผู้รักประชาธิปไตย ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคการเมืองหรือกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยอื่นใดก็ตาม
https://www.naewna.com/politic/369568
สายล่อฟ้าแปลงร่างเป็นจุดเดือด!ตอกย้ำข่าว'จตุพร-ณัฐวุฒิ'แตกคอ
10 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริโชค โสภา อดีตสส.สงขลา นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช และนายธนา ชีรวินิจ อดีตสส.กทม. ในฐานะพิธีกรรายการจุดเดือด กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และแกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุออกมาร่วมจัดตั้งพรรคเพื่อชาติ โดยมีกลุ่มคนเสื้อเหลืองส่วนหนึ่งร่วม โดยนายเทพไท กล่าวว่า นายจตุพรคิดแล้ว หากไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยคงจะลำบากและสส.บัญชีรายชื่อคงจะได้น้อย โดยเฉพาะแกนนำเสื้อแดงจะอยู่ในลำดับท้ายๆ เพราะชื่อเสียงของนักรบสายนปช.ซึ่งเป็นปีกหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นคนมีชื่อของสังคม เมื่อเปรียบเทียบกับนายโภคิน พลกุล หรือคนอื่นๆ
ขณะที่นายธนา กล่าวเสริมว่า คนเหล่านี้จะไปสมัครส.ส.เขตไม่ได้ เพราะจะเบียดเจ้าของพื้นที่เดิมของเพื่อไทย ทั้งที่นายจตุพรคิดว่าคนที่เสียสละเพื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มากที่สุด คือคนเสื้อแดงและนปช. แต่กลับได้การดูแลตอบแทนน้อยกว่าผลงานที่ได้ทำออกไป
นายศิริโชค ถามสวนขึ้นว่า จะตอบคำถามของนายสิระ พิมพ์กลาง หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยอย่างไรที่ถามว่าก่อนหน้านี้ แกนนำเสื้อแดงยืนยันต่อสังคมว่าคนเสื้อแดงจะไม่ออกมาทำพรรคการเมือง แต่วันนี้กลับสวนกันซึ่งไม่แตกต่างจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกปปส. และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ที่ยืนยันก่อนหน้าว่าจะไม่เล่นการเมืองและไม่ทำพรรคการเมือง แต่สุดท้ายก็มาร่วมก่อตั้งรปช. ถามว่าคนเสื้อแดงที่มาตั้งพรรคเพื่อชาติจะแตกต่างจากนายสุเทพอย่างไร
นายเทพไท จึงตอบว่า นายสิระน่าจะเป็นคนของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ว่าถ้าใครเปลี่ยนจุดยืนถือว่าสิ้นสภาพนปช. ชี้ให้เห็นว่าระหว่างนายณัฐวุฒิและนายจตุพรเกิดรอยร้าว หรือปีนเกลียวกันเอง เป็นการชิงกันนำคนเสื้อแดง โดยนายศิริโชค กล่าวเสริมว่า นายสิระพูดผ่านสื่อเองว่าเป็นการถ่มน้ำลายรดฟ้าและหล่นใส่หน้าตัวเอง จึงขอท้าให้แกนนำเสื้อแดงเปิดหน้าออกมาเล่น อย่าเล่นใต้ดิน และอย่ามาดิสเครดิตพรรคเพื่อนไทย
ทั้งนี้ พิธีกรทั้ง 3 คน ตั้งคำถามว่านายสิระและพรรคเพื่อนไทยเป็นใครถึงกล้ามาสั่งสอนนปช. นายเทพไทจึงสรุปว่า เรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ตนคาดว่านายสิระก็เป็นแดงสายหนึ่งที่อยากตั้งพรรคการเมือง แต่เมื่อนายจตุพร และนายยงยุทธจะตั้งพรรครวมพลเสื้อแดงเป็นพรรคเพื่อชาติ นายสิระจึงออกมาขวาง เหมือนแดงแท้กับแดงเทียม
จากนั้น นายศิริโชค กล่าวเสริมว่า เค้กนปช.กำลังถูกแบ่งเหมือนชิงมวลชนคนเสื้อแดง เพราะนายณัฐวุฒิยืนยันว่าคนเสื้อแดงต้องอยู่กับเพื่อไทย เพื่อเป็นฐานสนับสนุนนายณัฐวุฒิก้าวเป็นรัฐมนตรี ขณะที่นายจตุพรและนายยงยุทธ ยืนยันว่าคนเสื้อแดงต้องอยู่กับพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเปรียบเหมือนมวยถูกคู่ระหว่างฝ่ายแดงและฝ่ายน้ำเงิน โดยนายเทพไทเชียร์นายจตุพรว่าเหมือนไมค์ ไทสัน จุดยืนชัดกว่า
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องกลุ่มทุนให้มองที่นายสงคราม กิจเลิศไพรเลิศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ และเหรัญญิก พรรคพลังประชาชน รวมทั้งเป็นเจ้าของตึกอิมพิเรียล ที่ใช้เป็นสถานที่ทำการของนปช. ขณะที่นายยงยุทธก็พอมีปัจจัยในการก่อตั้งพรรคได้เช่นกัน โดยนายธนา กล่าวเสริมว่า ฐานของพรรคเพื่อไทยจากแก้ว 3 ประการ เปลี่ยนมาเป็น 3 พรรคแล้ว คือ เพื่อไทย เพื่อธรรม และเพื่อชาติ
ขณะที่นายเทพไท กล่าวว่า สอดคล้องกับนายจตุพรยอมรับว่ามีกลุ่มนปช.บางส่วนอยากทำการเมืองต่อ โดยไม่มีความขัดแย้งเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบเพื่อจัดการพรรคการเมืองขนาดใหญ่ โดยมีต้นแบบเหมือนคนของนายสุเทพ ที่กระจายไปอยู่ใน 5 พรรคการเมือง คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรครปช. พรรคประชาชนปฏิรูป และพรรคพลังใหม่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีปัญหา โดยเฉพาะกลุ่มนปช.อยากทำหน้าในสภาแต่ไม่มีที่ยืนจึงต้องมาตั้งพรรคเพื่อชาติ.
https://www.thaipost.net/main/detail/19574
ตาสว่างกันแล้วสินะ....
🔇~มาลาริน~ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด..ผวาแดงระส่ำ! 'ธิดา'ชิงร่อนจม.ถึงสาวก สยบข่าวนปช.แตกคอ..สายล่อฟ้าตอกย้ำจตุพร
ผวาแดงระส่ำ! 'ธิดา'ชิงร่อนจม.ถึงสาวก สยบข่าวแกนนำนปช.แตกคอ
10 ต.ค.61 นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว "อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ" ระบุว่า จากข่าวที่มีเรื่องของนปช. แตกกลุ่มไปสังกัดพรรคการเมืองต่างๆและมีพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจำนวนมากมีความเป็นกังวลในข่าวคราวด้านลบที่เกิดขึ้น อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ จึงใคร่ชี้แจงดังนี้
จดหมายถึงประชาชนผู้รักประชาธิปไตย
นปช.เป็นองค์กรแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการที่มีหลักนโยบาย มีเป้าหมายในยุทธศาสตร์การเมืองชัดเจน มาถึงเวลานี้มีข่าวคราวออกมามากมายในเรื่องที่ผู้เคยร่วมและที่ยังร่วมองค์กรไปสังกัดพรรคการเมือง หรือร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองต่างๆ
ดิฉันทั้งในฐานะอดีตประธานนปช. และยังร่วมอยู่ในองค์กร ในงานเพื่อประชาชนฝ่ายประชาธิปไตยได้เติบโตอย่างมีพลัง ดิฉันมีความห่วงใยในข่าวคราวที่อาจทำให้พี่น้องประชาชนสับสน ดิฉันจึงอยากแจ้งประชาชนว่า
1) องค์กรนปช.ไม่ได้มีการประชุมองค์กรเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองใดๆ
2) การสังกัดพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล
3) การได้ชื่อว่าเป็นนปช.คือการเคารพ เชื่อมั่น และปฏิบัติตามหลักนโยบายและวินัยนปช.อย่างเคร่งครัด โดยถือเอาผลประโยชน์ประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
4) การที่ผู้รักประชาธิปไตยจะได้มีบทบาทในรัฐสภาอาจเป็นเรื่องที่ดี แต่องค์กรนปช.นั้นถือเป้าหมายให้ประชาชนได้รับชัยชนะในการต่อสู้แบบสันติ ให้ได้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงเป็นเป้าหมาย ดังนั้นตราบใดที่ประเทศนี้ยังไม่บรรลุในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบอารยประเทศ นปช.ก็ยังต้องเดินหน้าร่วมกับประชาชนที่ได้ต่อสู้ร่วมกันมากว่าทศวรรษ พรรคการเมืองและการดำรงตำแหน่งทางการเมืองควรเป็นส่วนประกอบ (หรือเครื่องมือ) ในการต่อสู้ของประชาชน ไม่ใช่เอาการต่อสู้ของประชาชนเป็นเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองส่วนบุคคล มิฉะนั้นผลพวงการต่อสู้ของประชาชนจะหมดคุณค่าไปทันที เราให้คุณค่าการต่อสู้ของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่จะต้องยึดมั่นไปจนกว่าจะถึงเป้าหมาย
นี่คือเหตุผลที่องค์กร นปช.ยังต้องดำรงอยู่ และมีภารกิจที่ต้องประสานงานผู้รักประชาธิปไตย ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคการเมืองหรือกลุ่มผู้รักประชาธิปไตยอื่นใดก็ตาม
https://www.naewna.com/politic/369568
สายล่อฟ้าแปลงร่างเป็นจุดเดือด!ตอกย้ำข่าว'จตุพร-ณัฐวุฒิ'แตกคอ
10 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศิริโชค โสภา อดีตสส.สงขลา นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช และนายธนา ชีรวินิจ อดีตสส.กทม. ในฐานะพิธีกรรายการจุดเดือด กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. และนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และแกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุออกมาร่วมจัดตั้งพรรคเพื่อชาติ โดยมีกลุ่มคนเสื้อเหลืองส่วนหนึ่งร่วม โดยนายเทพไท กล่าวว่า นายจตุพรคิดแล้ว หากไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยคงจะลำบากและสส.บัญชีรายชื่อคงจะได้น้อย โดยเฉพาะแกนนำเสื้อแดงจะอยู่ในลำดับท้ายๆ เพราะชื่อเสียงของนักรบสายนปช.ซึ่งเป็นปีกหนึ่งของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นคนมีชื่อของสังคม เมื่อเปรียบเทียบกับนายโภคิน พลกุล หรือคนอื่นๆ
ขณะที่นายธนา กล่าวเสริมว่า คนเหล่านี้จะไปสมัครส.ส.เขตไม่ได้ เพราะจะเบียดเจ้าของพื้นที่เดิมของเพื่อไทย ทั้งที่นายจตุพรคิดว่าคนที่เสียสละเพื่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มากที่สุด คือคนเสื้อแดงและนปช. แต่กลับได้การดูแลตอบแทนน้อยกว่าผลงานที่ได้ทำออกไป
นายศิริโชค ถามสวนขึ้นว่า จะตอบคำถามของนายสิระ พิมพ์กลาง หัวหน้าพรรคเพื่อนไทยอย่างไรที่ถามว่าก่อนหน้านี้ แกนนำเสื้อแดงยืนยันต่อสังคมว่าคนเสื้อแดงจะไม่ออกมาทำพรรคการเมือง แต่วันนี้กลับสวนกันซึ่งไม่แตกต่างจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำกปปส. และผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ที่ยืนยันก่อนหน้าว่าจะไม่เล่นการเมืองและไม่ทำพรรคการเมือง แต่สุดท้ายก็มาร่วมก่อตั้งรปช. ถามว่าคนเสื้อแดงที่มาตั้งพรรคเพื่อชาติจะแตกต่างจากนายสุเทพอย่างไร
นายเทพไท จึงตอบว่า นายสิระน่าจะเป็นคนของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง นอกจากนี้ นายณัฐวุฒิให้สัมภาษณ์ว่าถ้าใครเปลี่ยนจุดยืนถือว่าสิ้นสภาพนปช. ชี้ให้เห็นว่าระหว่างนายณัฐวุฒิและนายจตุพรเกิดรอยร้าว หรือปีนเกลียวกันเอง เป็นการชิงกันนำคนเสื้อแดง โดยนายศิริโชค กล่าวเสริมว่า นายสิระพูดผ่านสื่อเองว่าเป็นการถ่มน้ำลายรดฟ้าและหล่นใส่หน้าตัวเอง จึงขอท้าให้แกนนำเสื้อแดงเปิดหน้าออกมาเล่น อย่าเล่นใต้ดิน และอย่ามาดิสเครดิตพรรคเพื่อนไทย
ทั้งนี้ พิธีกรทั้ง 3 คน ตั้งคำถามว่านายสิระและพรรคเพื่อนไทยเป็นใครถึงกล้ามาสั่งสอนนปช. นายเทพไทจึงสรุปว่า เรื่องนี้เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ตนคาดว่านายสิระก็เป็นแดงสายหนึ่งที่อยากตั้งพรรคการเมือง แต่เมื่อนายจตุพร และนายยงยุทธจะตั้งพรรครวมพลเสื้อแดงเป็นพรรคเพื่อชาติ นายสิระจึงออกมาขวาง เหมือนแดงแท้กับแดงเทียม
จากนั้น นายศิริโชค กล่าวเสริมว่า เค้กนปช.กำลังถูกแบ่งเหมือนชิงมวลชนคนเสื้อแดง เพราะนายณัฐวุฒิยืนยันว่าคนเสื้อแดงต้องอยู่กับเพื่อไทย เพื่อเป็นฐานสนับสนุนนายณัฐวุฒิก้าวเป็นรัฐมนตรี ขณะที่นายจตุพรและนายยงยุทธ ยืนยันว่าคนเสื้อแดงต้องอยู่กับพรรคเพื่อชาติ ซึ่งเปรียบเหมือนมวยถูกคู่ระหว่างฝ่ายแดงและฝ่ายน้ำเงิน โดยนายเทพไทเชียร์นายจตุพรว่าเหมือนไมค์ ไทสัน จุดยืนชัดกว่า
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องกลุ่มทุนให้มองที่นายสงคราม กิจเลิศไพรเลิศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาลของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ และเหรัญญิก พรรคพลังประชาชน รวมทั้งเป็นเจ้าของตึกอิมพิเรียล ที่ใช้เป็นสถานที่ทำการของนปช. ขณะที่นายยงยุทธก็พอมีปัจจัยในการก่อตั้งพรรคได้เช่นกัน โดยนายธนา กล่าวเสริมว่า ฐานของพรรคเพื่อไทยจากแก้ว 3 ประการ เปลี่ยนมาเป็น 3 พรรคแล้ว คือ เพื่อไทย เพื่อธรรม และเพื่อชาติ
ขณะที่นายเทพไท กล่าวว่า สอดคล้องกับนายจตุพรยอมรับว่ามีกลุ่มนปช.บางส่วนอยากทำการเมืองต่อ โดยไม่มีความขัดแย้งเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบเพื่อจัดการพรรคการเมืองขนาดใหญ่ โดยมีต้นแบบเหมือนคนของนายสุเทพ ที่กระจายไปอยู่ใน 5 พรรคการเมือง คือ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรครปช. พรรคประชาชนปฏิรูป และพรรคพลังใหม่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีปัญหา โดยเฉพาะกลุ่มนปช.อยากทำหน้าในสภาแต่ไม่มีที่ยืนจึงต้องมาตั้งพรรคเพื่อชาติ.
https://www.thaipost.net/main/detail/19574
ตาสว่างกันแล้วสินะ....