
สวัสดีครับทุกท่าน
การพิจารณาการลงทุน
หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญคือ ผลตอบแทน และ ความเสี่ยง
ถ้าผลตอบแทนเท่ากัน ความเสี่ยงน้อยกว่า เราก็ลงทุนอันนั้น
ถ้าความเสี่ยงเท่ากัน ผลตอบแทนมากกว่า เราก็เลือกลงทุนเช่นกัน
แบบทดสอบความเสี่ยง
ให้เลือก ผลตอบแทนแน่ๆ 5% กับ
โอกาสผลตอบแทน -50% กับ +50%
ถ้าชอบด้านบน ก็ควรลงทุนในตราสารหนี้
ด้านล่างคือ หุ้นสามัญ
ผลตอบแทนพันธบัตร กำลังเพิ่มขึ้น
ตอนนี้ US 3.2% ไทย 2.7%
และกำลังเสนอผลตอบแทนมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่ Dow หุ้นกำลังทำ New High
ซึ่งแปลได้ว่า ผลตอบแทนในหุ้น ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนต่ำลง
ส่วนพันธบัตร ซึ่งความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนกำลังสูงขึ้น
สุดท้ายเงินก็จะไหลไป
เพื่อให้สมดุล
ซึ่งก็ทำให้ ในช่วงนี้
ตลาดหุ้นในบ้านเราลงมา
เพราะ ความน่าสนใจในการลงทุนลดลง
บริษัทจดทะเบียนเกรดลงทุนในไทย (BBB+)
ออกหุ้นกู้ ให้ผลตอบเลย 4% ไปแล้ว
ขณะที่ SET ให้ผลตอบแทน 5.98%
ซึ่งเมื่อคิดถึงความเสี่ยงและผลตอบแทน
การลงทุนใน พันธบัตร และหุ้นกู้ระยะสั้น
อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในช่วงนี้

ไม่ซื้อ... ไม่ขาดทุน
ปล. พันธบัตรระยะสั้นนะครับ เพราะดอกเบี้ยค่อยๆขึ้น
หุ้นลง พันธบัตรขึ้น ก็ขายหุ้นไปซื้อพันธบัตรสิครับ...
สวัสดีครับทุกท่าน
การพิจารณาการลงทุน
หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญคือ ผลตอบแทน และ ความเสี่ยง
ถ้าผลตอบแทนเท่ากัน ความเสี่ยงน้อยกว่า เราก็ลงทุนอันนั้น
ถ้าความเสี่ยงเท่ากัน ผลตอบแทนมากกว่า เราก็เลือกลงทุนเช่นกัน
แบบทดสอบความเสี่ยง
ให้เลือก ผลตอบแทนแน่ๆ 5% กับ
โอกาสผลตอบแทน -50% กับ +50%
ถ้าชอบด้านบน ก็ควรลงทุนในตราสารหนี้
ด้านล่างคือ หุ้นสามัญ
ผลตอบแทนพันธบัตร กำลังเพิ่มขึ้น
ตอนนี้ US 3.2% ไทย 2.7%
และกำลังเสนอผลตอบแทนมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่ Dow หุ้นกำลังทำ New High
ซึ่งแปลได้ว่า ผลตอบแทนในหุ้น ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนต่ำลง
ส่วนพันธบัตร ซึ่งความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนกำลังสูงขึ้น
สุดท้ายเงินก็จะไหลไป
เพื่อให้สมดุล
ซึ่งก็ทำให้ ในช่วงนี้
ตลาดหุ้นในบ้านเราลงมา
เพราะ ความน่าสนใจในการลงทุนลดลง
บริษัทจดทะเบียนเกรดลงทุนในไทย (BBB+)
ออกหุ้นกู้ ให้ผลตอบเลย 4% ไปแล้ว
ขณะที่ SET ให้ผลตอบแทน 5.98%
ซึ่งเมื่อคิดถึงความเสี่ยงและผลตอบแทน
การลงทุนใน พันธบัตร และหุ้นกู้ระยะสั้น
อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในช่วงนี้
ไม่ซื้อ... ไม่ขาดทุน
ปล. พันธบัตรระยะสั้นนะครับ เพราะดอกเบี้ยค่อยๆขึ้น