อยากถามคนส่วนใหญ่จะทำอย่างไร หากวันนึง คนที่คุณรัก เปลี่ยนไป
1. เค้าไม่ได้ติดยา
2. เค้าไม่เจ้าชู้
3. เค้ารักครอบครัว (ของเค้าเองมาก)
เสริมนิดนะค๊ะ : ปกติสามีจะเป็นคนที่ชอบทำให้ทุกคน หัวเราะ และมีความสุขมากๆ ตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่บ้านตัวเอง ความสนุกสนาน หายไป เป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่เคยเอ่ยปากใดๆ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร มีแค่เราคนเดียวที่ดูเค้าออก และจะคอยถามเค้าเสมอ เพราะไม่อยากให้เค้าเครียดอยู่คนเดียว แต่ก็ได้แค่ถามนะค๊ะ เพราะเราไม่สามารถแสดงความคิดเห็น หรือแนะนำอะไรเค้าได้ เพราะเค้ายึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิด
ก่อนหน้าที่จะมาเป็นสามี ภรรยากันอย่างถูกกฏหมาย เราเคยเป็นรุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่รัก และนับถือกันมาก เป็นเวลาเกือบสิบปี ด้วยความที่ดูแลกันมาโดยตลอดทั้งยามสุขและทุกข์ เราก็ไม่เคยทิ้งกัน ถึงแม้ว่าระหว่างนั้นจะมีทะเลาะกันบ้าง ก็ไม่เคยมีเรื่องรุ่นแรงต่อกัน สุดท้ายเราทั้งคู่ก็ลงเอยด้วยการอยู่กินกันฉันสามี ภรรยา อย่างถูกต้องตามกฏหมาย จดทะเบียนสมรส มีลูกเล็กๆ 1 คน (ซึ่งตอนนี้อายุได้ 3 ขวบ) เราได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านสามี ตั้งแต่ตั้งครรภ์ เพราะสามีคิดว่าการได้อยู่บ้านตัวเองจะช่วยให้ประหยัด และมีคนช่วยดูแล
ตั้งแต่เราย้ายเข้าบ้านสามีเราไม่เคยมีความสุขเลย (เราเป็นคนทำงานนอกบ้าน หาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่เราให้เกียริ์ตสามีเป็นผู้นำครอบครัวนะ เพราะสามีไม่มีงานทำ และไม่เคยทำงานเป็นกิจจะลักษณะ สามีเราจะเป็นคนเลี้ยงลูกแทนเรา) วันๆ นึง เราต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเตรียมของกินไว้ให้เจ้าตัวเล็ก แล้วต้องรีบออกไปทำงาน กลับถึงบ้านอีกทีก็เกือบสองทุ่มแทบทุกวัน กลับถึงบ้านก็ต้องมาช่วยสามีเปลี่ยนมือมาดูแลลูกต่อ จนพาลูกเข้านอน ชีวิตวนเวียนเป็นอย่างนี้ทุกวัน เข้าเรื่องเลยนะค๊ะ
เมื่อไม่นานมานี้ อยู่ๆ อารมณ์สามีเราเปลี่ยนไป อยู่ๆ ก็อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย โกรธง่าย โวยวาย (คือ เราดุเจ้าตัวเล็ก เพราะเค้าติดเล่นไม่ยอมไปอาบน้ำ ตอนแรกเราก็บอกลูก ล่อหลอกให้ไปอาบน้ำปกติแหล่ะ แต่เค้าร้องไม่เลิก คือง่วงนอนตามประสาเด็ก เราก็ดุแล้วตีไปแป่ะนึง เราเคยตกลงกันไว้ ถ้าคนนึงดุลูก อีกคนก็ห้านมาโอ๋ แต่เค้าเค้ามาแทรกโอ๋ลูก เราเลยบอกไปว่าไม่ต้อง (แบบมีอารมณ์นิดนึง) เค้าก็บ่นตามตูดเรามา) เค้าเดินตามเราขึ้นมาบ่นห้อง และบ่นๆ ว่าๆ เราๆ ก็เงียบ เค้าก็ไม่หยุดจนเราโมโห ลูกก็ยังร้องไม่หยุด เราก็บอกว่าจะบ่นอะไรนักหนา รำคาญ เท่านั้นแหล่ะก็เกิดความรุนแรงขึ้นกับเรา "เราโดนซ้อม" ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเค้าไม่เคยทำอย่างนี้ แต่ครั้งนี้เค้าทำ กระหน่ำต่อยเราไม่ยั้ง เราก็ป้องกันตัว กันหมัดเค้า ลูกก็ร้องไม่หยุด เราก็บอกว่า ลูกร้อง ลูกอยู่ หยุดๆๆๆๆ เค้าก็ไม่หยุด จากหมัด ก็กลายเป็นทั้งกระทืบ ทั้งเต๊ะ ทั้งต่อย ลูกก็มอง และร้อง แบบช็อคๆ เราก็คว้าลูกมากอด แล้วปลอบ เค้าก็หาว่าเราเอาลูกมากัน เราบอกว่าลูกร้องไม่เห็นเหรอ จนพี่สาวเค้าขึ้นมา แต่ไม่ได้ช่วยเหลือเรานะ ไม่ห้ามน้องเค้า แค่ขึ้นมาพาตัวเล็กไป (เราก็เออ ไม่คิดจะห้ามน้องคุณด้วยเหรอ ช่างเหอะ) อย่างน้อยลูกเราก็จะได้ไม่ช็อคไปมากกว่านี้ หลังจากลูกถูกพาลงไปข้างล่าง เค้าก็ยังไม่หยุดซ้อมเรา กระหน่ำใส่เราไม่ยั้งยิ่งกว่าเดิม ทั้งเจ็บ ทั้งจุก แต่เราก็สู้ คิดอย่างเดียว ตายเป็นตาย เป็นไงเป็นกัน จนเราคิดว่าเค้าเหนื่อย เค้าเลยใช้วิธีนั่งล็อคตัวเรา คือขึ้นมานั่งทับที่หน้าอก แล้วขึงแขนสองข้าง เราดิ้น เราไม่ยอม เค้าก็ต่อยเราอีก แล้วเอาท่อนแขนมากดหน้าเรา (แบบดันหน้าเราให้ติดพื้น ทั้งๆ ที่เรานอนหงายอยู่ ดันจนเราเหมือนคนหันหน้าหนี แต่ปล่าวเลย โดนกดจนกรามบวม หหน้าแถบซ้ายเขียว) เรายังดิ้นเพื่อให้เค้าลงไปจากตัวเรา เค้าก็ไม่ปล่อย จนเค้าเอาเข้ามากระแทกที่ชายโครงซ้ายเรา และทับไว้ให้แน่นกว่าเดิม จนเราหายใจไม่ออก หมดแรง
ซักพักพี่สาวเค้าขึ้นมาอีก เอาตัวเล็กลูกเราขึ้นมาด้วย ทางเค้าคิดว่าเราคงยอมแล้ว เลยให้ลูกเดินมาหาเรา แล้วบอกลูกว่า ให้บอกหม่าม๊า ให้ทำตัวดีๆ ลูกเราไม่ประสาเดินมาเห็นเราโดนกด ร้องไห้ เค้าก็เดินมากอด และปลอบเรา เรายิ่งน้ำตาไหลพรากไม่หยุด เพราะความไม่ประสาของเด็ก เราบอกสามีว่า อย่าทำอย่างงี๊ อย่าเอาลูกมาเป็นเครื่องมือ เค้าก็ให้พี่สาวเค้าพาลูกลงไปข้างล่าง เราบอกว่าปล่อยเราได้แล้ว เค้าก็ยอมปล่อย จังหวะที่ปล่อยหลังจากที่เราโดยทับทั้งตัว กระดูกซี่โครงเรามันแปล๊บขึ้นมา เหมือนมันทิ่มที่ข้างใน เราสะดุ้งและร้องดังมากเพราะเราเจ็บ และหายใจไม่ออกอีกครั้ง เค้าตกใจ และทำท่าจะพาเราไปหาหมอ เราบอกไม่ต้อง (เราคิดว่าถ้ามันจะเป็นอะไรก็ให้มันเป็นไป แต่ถ้าไม่เป็นแล้วเรายังไม่ตาย เราเอาคืนแน่) คือง่ายๆ เหมือนเราโดนตบหัวแล้วมาลูบหลัง เราไม่ยอมอยู่แล้ว หลังจากนั้น เราเลยใช้วิธีนอนพัก และคิดทบทวนเรื่องที่ผ่านมา มาทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้กับเรา ทั้งๆ ที่มันไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต
***การตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่สำหรับเรา ครั้งนี้คือ แยกทาง แต่เรารู้ดีว่า ถ้าเราบอกเค้าๆ จะเอาลูกหนีเรา เพราะฉะนั้น เราจึงตัดสินใจไม่บอก และเปลี่ยนจากอารมณ์โกรธ มาแกล้งคุยกับเค้าให้เหมือนปกติ รอวันเคลียร์เรื่องงานให้เรียบร้อย แล้วจะไปโดยไม่บอก (เพราะเราจะเอาลูกเราไปด้วย)***
ผ่านมาได้ 1 สัปดาห์ เค้าเริ่มบ้าขึ้นมาอีกแล้ว อยู่ๆ ก็โมโห คือเรา งง?? เค้าเป็นอะไร ทำไมอยู่ๆ แค่คุยกันก็โมโห แล้วมาบอกเราว่า จะเอาไงกับกูก็ได้กูไม่ยอมหรอก คือ เหมือนเดิม ลูกก็ยืนอยู่ ลูก งง? และเริ่มหน้าเสีย เราก็บอกป๊าเป็นอะไร ทำไมต้องโมโห แล้วเสียงดัง ลูกก็อยู่เนี่ย ลูกตกใจหมดแล้ว เค้าบอกว่าก็มายั่วโมโหกูทำไม ซึ่งเรา งง เราไปยั่วโมโหตอนไหน ตื่นมายังไม่ทันอ้าปาก เค้าก็บ่นๆ เราว่าทำไมไม่หลอกลูกเล่น ซึ่งเราก็เล่นอยู่ แต่ลูกชอบเล่นกับเค้า เราเลยปล่อย เค้าก็มาบ่นๆ ว่าแค่นี้หลอกลูกเล่นไม่ได้ เราก็แค่บอกไปว่าลูกอยากเล่นกับป๊า คือเราไม่เข้าใจ
สรุป เราก็ต้องเงียบปากเอง เพราะเราไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้เรื่องมันยาวอีก บอกตรงๆ ว่าเราแหยง และเราก็ไม่อยากให้ลูกเราต้องมาจดจำภาพอะไรแบบนี้ และความคิดเดิมเราก็ย้อนกลับมาว่า เราไปจากที่นี่แน่ นับวันรอ รอวันที่จะไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ และลูกเราก็ไม่ต้องเสียจิต เพราะเหตุการณ์แบบนี้อีก
ถ้าเป็นคุณจะทำยังไง หากคนที่เรารักไม่เหมือนเดิม
1. เค้าไม่ได้ติดยา
2. เค้าไม่เจ้าชู้
3. เค้ารักครอบครัว (ของเค้าเองมาก)
เสริมนิดนะค๊ะ : ปกติสามีจะเป็นคนที่ชอบทำให้ทุกคน หัวเราะ และมีความสุขมากๆ ตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่บ้านตัวเอง ความสนุกสนาน หายไป เป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่เคยเอ่ยปากใดๆ ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร มีแค่เราคนเดียวที่ดูเค้าออก และจะคอยถามเค้าเสมอ เพราะไม่อยากให้เค้าเครียดอยู่คนเดียว แต่ก็ได้แค่ถามนะค๊ะ เพราะเราไม่สามารถแสดงความคิดเห็น หรือแนะนำอะไรเค้าได้ เพราะเค้ายึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิด
ก่อนหน้าที่จะมาเป็นสามี ภรรยากันอย่างถูกกฏหมาย เราเคยเป็นรุ่นพี่ รุ่นน้อง ที่รัก และนับถือกันมาก เป็นเวลาเกือบสิบปี ด้วยความที่ดูแลกันมาโดยตลอดทั้งยามสุขและทุกข์ เราก็ไม่เคยทิ้งกัน ถึงแม้ว่าระหว่างนั้นจะมีทะเลาะกันบ้าง ก็ไม่เคยมีเรื่องรุ่นแรงต่อกัน สุดท้ายเราทั้งคู่ก็ลงเอยด้วยการอยู่กินกันฉันสามี ภรรยา อย่างถูกต้องตามกฏหมาย จดทะเบียนสมรส มีลูกเล็กๆ 1 คน (ซึ่งตอนนี้อายุได้ 3 ขวบ) เราได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านสามี ตั้งแต่ตั้งครรภ์ เพราะสามีคิดว่าการได้อยู่บ้านตัวเองจะช่วยให้ประหยัด และมีคนช่วยดูแล
ตั้งแต่เราย้ายเข้าบ้านสามีเราไม่เคยมีความสุขเลย (เราเป็นคนทำงานนอกบ้าน หาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่เราให้เกียริ์ตสามีเป็นผู้นำครอบครัวนะ เพราะสามีไม่มีงานทำ และไม่เคยทำงานเป็นกิจจะลักษณะ สามีเราจะเป็นคนเลี้ยงลูกแทนเรา) วันๆ นึง เราต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเตรียมของกินไว้ให้เจ้าตัวเล็ก แล้วต้องรีบออกไปทำงาน กลับถึงบ้านอีกทีก็เกือบสองทุ่มแทบทุกวัน กลับถึงบ้านก็ต้องมาช่วยสามีเปลี่ยนมือมาดูแลลูกต่อ จนพาลูกเข้านอน ชีวิตวนเวียนเป็นอย่างนี้ทุกวัน เข้าเรื่องเลยนะค๊ะ
เมื่อไม่นานมานี้ อยู่ๆ อารมณ์สามีเราเปลี่ยนไป อยู่ๆ ก็อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย โกรธง่าย โวยวาย (คือ เราดุเจ้าตัวเล็ก เพราะเค้าติดเล่นไม่ยอมไปอาบน้ำ ตอนแรกเราก็บอกลูก ล่อหลอกให้ไปอาบน้ำปกติแหล่ะ แต่เค้าร้องไม่เลิก คือง่วงนอนตามประสาเด็ก เราก็ดุแล้วตีไปแป่ะนึง เราเคยตกลงกันไว้ ถ้าคนนึงดุลูก อีกคนก็ห้านมาโอ๋ แต่เค้าเค้ามาแทรกโอ๋ลูก เราเลยบอกไปว่าไม่ต้อง (แบบมีอารมณ์นิดนึง) เค้าก็บ่นตามตูดเรามา) เค้าเดินตามเราขึ้นมาบ่นห้อง และบ่นๆ ว่าๆ เราๆ ก็เงียบ เค้าก็ไม่หยุดจนเราโมโห ลูกก็ยังร้องไม่หยุด เราก็บอกว่าจะบ่นอะไรนักหนา รำคาญ เท่านั้นแหล่ะก็เกิดความรุนแรงขึ้นกับเรา "เราโดนซ้อม" ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมาเค้าไม่เคยทำอย่างนี้ แต่ครั้งนี้เค้าทำ กระหน่ำต่อยเราไม่ยั้ง เราก็ป้องกันตัว กันหมัดเค้า ลูกก็ร้องไม่หยุด เราก็บอกว่า ลูกร้อง ลูกอยู่ หยุดๆๆๆๆ เค้าก็ไม่หยุด จากหมัด ก็กลายเป็นทั้งกระทืบ ทั้งเต๊ะ ทั้งต่อย ลูกก็มอง และร้อง แบบช็อคๆ เราก็คว้าลูกมากอด แล้วปลอบ เค้าก็หาว่าเราเอาลูกมากัน เราบอกว่าลูกร้องไม่เห็นเหรอ จนพี่สาวเค้าขึ้นมา แต่ไม่ได้ช่วยเหลือเรานะ ไม่ห้ามน้องเค้า แค่ขึ้นมาพาตัวเล็กไป (เราก็เออ ไม่คิดจะห้ามน้องคุณด้วยเหรอ ช่างเหอะ) อย่างน้อยลูกเราก็จะได้ไม่ช็อคไปมากกว่านี้ หลังจากลูกถูกพาลงไปข้างล่าง เค้าก็ยังไม่หยุดซ้อมเรา กระหน่ำใส่เราไม่ยั้งยิ่งกว่าเดิม ทั้งเจ็บ ทั้งจุก แต่เราก็สู้ คิดอย่างเดียว ตายเป็นตาย เป็นไงเป็นกัน จนเราคิดว่าเค้าเหนื่อย เค้าเลยใช้วิธีนั่งล็อคตัวเรา คือขึ้นมานั่งทับที่หน้าอก แล้วขึงแขนสองข้าง เราดิ้น เราไม่ยอม เค้าก็ต่อยเราอีก แล้วเอาท่อนแขนมากดหน้าเรา (แบบดันหน้าเราให้ติดพื้น ทั้งๆ ที่เรานอนหงายอยู่ ดันจนเราเหมือนคนหันหน้าหนี แต่ปล่าวเลย โดนกดจนกรามบวม หหน้าแถบซ้ายเขียว) เรายังดิ้นเพื่อให้เค้าลงไปจากตัวเรา เค้าก็ไม่ปล่อย จนเค้าเอาเข้ามากระแทกที่ชายโครงซ้ายเรา และทับไว้ให้แน่นกว่าเดิม จนเราหายใจไม่ออก หมดแรง
ซักพักพี่สาวเค้าขึ้นมาอีก เอาตัวเล็กลูกเราขึ้นมาด้วย ทางเค้าคิดว่าเราคงยอมแล้ว เลยให้ลูกเดินมาหาเรา แล้วบอกลูกว่า ให้บอกหม่าม๊า ให้ทำตัวดีๆ ลูกเราไม่ประสาเดินมาเห็นเราโดนกด ร้องไห้ เค้าก็เดินมากอด และปลอบเรา เรายิ่งน้ำตาไหลพรากไม่หยุด เพราะความไม่ประสาของเด็ก เราบอกสามีว่า อย่าทำอย่างงี๊ อย่าเอาลูกมาเป็นเครื่องมือ เค้าก็ให้พี่สาวเค้าพาลูกลงไปข้างล่าง เราบอกว่าปล่อยเราได้แล้ว เค้าก็ยอมปล่อย จังหวะที่ปล่อยหลังจากที่เราโดยทับทั้งตัว กระดูกซี่โครงเรามันแปล๊บขึ้นมา เหมือนมันทิ่มที่ข้างใน เราสะดุ้งและร้องดังมากเพราะเราเจ็บ และหายใจไม่ออกอีกครั้ง เค้าตกใจ และทำท่าจะพาเราไปหาหมอ เราบอกไม่ต้อง (เราคิดว่าถ้ามันจะเป็นอะไรก็ให้มันเป็นไป แต่ถ้าไม่เป็นแล้วเรายังไม่ตาย เราเอาคืนแน่) คือง่ายๆ เหมือนเราโดนตบหัวแล้วมาลูบหลัง เราไม่ยอมอยู่แล้ว หลังจากนั้น เราเลยใช้วิธีนอนพัก และคิดทบทวนเรื่องที่ผ่านมา มาทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้กับเรา ทั้งๆ ที่มันไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต
***การตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่สำหรับเรา ครั้งนี้คือ แยกทาง แต่เรารู้ดีว่า ถ้าเราบอกเค้าๆ จะเอาลูกหนีเรา เพราะฉะนั้น เราจึงตัดสินใจไม่บอก และเปลี่ยนจากอารมณ์โกรธ มาแกล้งคุยกับเค้าให้เหมือนปกติ รอวันเคลียร์เรื่องงานให้เรียบร้อย แล้วจะไปโดยไม่บอก (เพราะเราจะเอาลูกเราไปด้วย)***
ผ่านมาได้ 1 สัปดาห์ เค้าเริ่มบ้าขึ้นมาอีกแล้ว อยู่ๆ ก็โมโห คือเรา งง?? เค้าเป็นอะไร ทำไมอยู่ๆ แค่คุยกันก็โมโห แล้วมาบอกเราว่า จะเอาไงกับกูก็ได้กูไม่ยอมหรอก คือ เหมือนเดิม ลูกก็ยืนอยู่ ลูก งง? และเริ่มหน้าเสีย เราก็บอกป๊าเป็นอะไร ทำไมต้องโมโห แล้วเสียงดัง ลูกก็อยู่เนี่ย ลูกตกใจหมดแล้ว เค้าบอกว่าก็มายั่วโมโหกูทำไม ซึ่งเรา งง เราไปยั่วโมโหตอนไหน ตื่นมายังไม่ทันอ้าปาก เค้าก็บ่นๆ เราว่าทำไมไม่หลอกลูกเล่น ซึ่งเราก็เล่นอยู่ แต่ลูกชอบเล่นกับเค้า เราเลยปล่อย เค้าก็มาบ่นๆ ว่าแค่นี้หลอกลูกเล่นไม่ได้ เราก็แค่บอกไปว่าลูกอยากเล่นกับป๊า คือเราไม่เข้าใจ
สรุป เราก็ต้องเงียบปากเอง เพราะเราไม่อยากต่อล้อต่อเถียงให้เรื่องมันยาวอีก บอกตรงๆ ว่าเราแหยง และเราก็ไม่อยากให้ลูกเราต้องมาจดจำภาพอะไรแบบนี้ และความคิดเดิมเราก็ย้อนกลับมาว่า เราไปจากที่นี่แน่ นับวันรอ รอวันที่จะไม่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ และลูกเราก็ไม่ต้องเสียจิต เพราะเหตุการณ์แบบนี้อีก