นี้เป็นกระทู้แรกของผมนะครับ
ครอบครัวผมมี 4 คน พ่อ แม่ ผม และน้องสาว ตั้งแต่ผมจำความได้หน้าจะ 3 ขวบ ตอนนี้ผม 25 ครับ ผมโดนตีแทบทุกวันทั้งเรื่องไม่เป็นเรื่อง และเรื่องที่สมควรโดน แล้วเรื่องที่โดนบ่อยที่สุดคือการเขียนตัวหนังสือไม่สวยครับ เรื่องนี้ถ้าแม่ผมเห็นคือโดนตีทันทีถ้าเขียนไม่สวย นอกจากเรื่องนี้ผมก็โดนมาเยอะจนผมฝั่งใจเลยก็ว่าได้ ตีผมเกือบตายลงไปนอนขดกับพื้นก็เคยนะครับแต่ป้า(พี่สาวพ่อ)มาห้ามไว้ ตอนเด็กผมไม่ค่อยดื้อนะครับ ถ้าเทียบกับรุ่นๆกัน การเรียนของผมก็จะกลาง ๆ ไม่ถึงกับดี แต่น้องสาวผมเรียนดีตลอด ติด Top 5 ของห้องตลอด แม่ผมจะดูแลน้องสาวผมอย่างดีผิดกับผม แต่ผมก็ไม่เคยน้อยใจนะครับเพราะผมกับน้องสาวรักกันดี เรื่องโดนตีก็ประมาณนี้ครับ อีกเรื่องคือเรื่องเงินไปโรงเรียน เงินที่ผมได้ไปโรงเรียนนั้นพอดีเลยครับ ค่าข้าว ค่าน้ำ ค่ารถ ค่าขนมไม่เกิน 10 บาท (บางทีก็ไม่ได้) ช่วงนั้นแม่ผมเป็นคนเก็บเงินในบ้าน รายได้ในครอบครัวก็พอมีแต่ไม่ได้มากมายส่วนใหญ่พ่อเป็นเสาหลัก ผมได้เงินประมาณนี้ไปเรียนตั้งแต่ อนุบาล จนถึง ปวช. ระหว่างเรียน ปวช. เพื่อนๆก็จะรวมกลุ่มแก๊งกันไปเที่ยวไปดูหนังกัน วัยรุ่นอย่างผมที่ติดเพื่อนก็อยากไปเป็นเรื่องธรรมดา แล้วเคยขอเงินเพื่อนไปเที่ยวกับเพื่อนบาง(เดือน 1 ขอสักครั้งนะความคิดผม) ผลคือไม่ได้ครับ ขอหลายครั้งก็ไม่ได้ จะได้ก็ต่อเมื่อพ่อแอบเอาเงินมาให้ ทำให้ไม่ได้ไปเที่ยวดูหนังกับเพื่อนบ่อย 2-3 เดือนจะได้ไปที จนถึงช่วง ปวส. ตอนนั้นพ่อเปลี่ยนมาถือเงินเอง ทำให้ผมได้เงินไปเรียนเยอะ ช่วงเรียน ปวส. ไม่ค่อยมีปัญหากัน พอถึงช่วงจะเข้ามหาลัยน้องผมก็จบ ปวช. พอดี ทำให้เข้ามหาลัยพร้อมผม ผมเลยเสียสละให้น้องสาวเข้าเรียนต่อมหาลัยแล้วผมจะไปทำงาน ช่วงทำงานผมเงินเดือน 9,300 บาทได้น้อยเพราะเนื่องจากยังไม่ได้รับราชการทหาร(อายุยังไม่ถึง21ปี) มีปัญหาอยู่อย่าง ผมให้พ่อเดือนละ 500 บาท และเรื่องที่ผมมีปัญหากับแม่ก็เริ่มขึ้น เนื่องจากที่แม่เขาไม่ได้ถือตัง ตังทุกอย่างจะผ่านพ่อ จะซื้ออะไรต้องขอพ่อ ผมก็ไม่รู้นะว่าแกเป็นอะไรกับเรื่อเงินเอามาก ๆ ญาติพี่น้องผ่ายแม่เรียกได้ว่าเห็นแกตัวทุกคน ผิดกับทางฝ่ายพ่อที่ช่วยเหลือกัน แม่ของผมไม่ถูกกับพี่น้องตัวเองและญาติฝ่ายพ่อ
ช่วงแรกๆที่มีปัญหากันผมก็ด้วยที่ยังวัยรุ่นปลาย ๆ 20 - 22 ผมเถียงตลอดเรื่องที่ผมไม่ให้เงินเขา ไม่ช่วยค่าน้ำค่าไฟ ซึ้งเงินนั้นผมให้พ่อไปแล้ว คือแกจะเอาทุกอย่าง คิดเป็นเงินเป็นทองจนผิดกับน้องสาวผม ไม่เรียกร้องอะไรแต่กลับเรียกร้องแต่กับผม พอเริ่มอายุ 23 - 25 ผมก็เริ่มเย็นลงด้วยการไม่เถียง พอไม่เถียง นิสัยแย่ๆ คือชอบพูดให้คนอื่นเสียหายไม่เว้นแม้แต่พ่อ ผม ชอบเอาเรื่องในบ้านไปเล่าให้คนอื่นฟังในระแวกใกล้เคียง หลังจากรับราชการทหาร และบวชเสร็จ ก็เข้าสู่การทำงานแบบเต็มตัว ผมทำงานในออฟฟิต โรงงานแห่งหนึ่ง เงินเดือน+โอที 12,000-15,000 แม่ผมยังเรียกร้องเหมือนเดิมด้วยการพูดแบบเปรียบเทียบว่า "เห็นลูกคนนั้นเขาไมทำงานมาก็ให้แม่หมดเป็นคนดีกตัญญู" ผมก็ตอบด้วยเหตุผลว่า "เขาไม่ได้เดือนร้อนหรือมีภาระอะไร เขาให้แม่หมดเพราะเขาผ่อนรถยนต์ที่ขับไปทำงานเดือนละ 15,000 นั้นคือเงินเดือนเขาทั้งเดือนแล้ว แม่เขาก็ดีกับเขาคอยสนับสนุนตลอด" ตามสเต็ปของแม่ผมก็จะพูดแบบไม่ได้หมดขอสักครึ่ง และต่อๆๆๆๆ ลงมาเลื่อยๆ ผมซึ้งเคยถูกกะทำฝั่งใจหลายๆอย่างตอนเด็กๆ ก็ไม่ให้ จากการที่แม่ผมชอบว่าหรือให้ร้ายนิทาคนอื่นก็เข้าตัวเอง น้องสาวผมลูกรักแม่ท้องระหว่างเรียน (แต่เรียนจบเพราะท้องใหญ่และคลอดช่วงปิดเทอมพอดี) แต่ก็ไม่ทำให้แม่ผมสลด ยังคงทำนิสัยเดิมๆ ในช่วงนั้นพ่อผมเป็นคนเชื่อในร่างทรงท่านหนึ่ง(ขอเรียกว่าแม่ยาย)และได้ไปหาแต่ผมไม่ได้ไปด้วย คำพูดทั้งหมดนี้ป้าพี่สาวพ่อเป็นคนเล่าให้ผมฟัง เพราะร่างทรงเคยบอกว่าผมจะถูกทหารและน้องสาวผมจะท้องก่อนจบ พ่อได้ถามร่างทรงท่านนี้ว่า "แม่ยายครับ ผมจะทำยังไงดีกับเมียของผมดี ทะเลาะกับลูกชายได้ตลอด" แม่ผมแก้ตัวทันที "ก็ดูมันสิตังก็ไม่เคยให้อะไรก็ไม่เคยทำบลา ๆ" แม่ยายพูดมาสั้นๆกับพ่อผมว่า "เองจะเปลี่ยนเมียหรือเองจะทนอยู่แบบนี้ ลูกชายเองดีแล้วไม่เคยกินเหล้าเมายาถ้าเป็นเด็กอื่นคงติดคุกติดตารางไปแล้ว" แม่ผมพูดต่อ "ลูกชายชอบเถียง" แม่ยายตอบ "ถ้าไม่บ่นว่ามัน มันจะเถียงไม" หลังจากนั้นผมออกงานที่เดิมได้งานที่ใหม่ได้เงินเดือนเยอะกว่าเดิมมากประมาณ 25,000-29,000 ทำให้ผมพอมีตังเก็บแต่มันก็มีเรื่องให้ใช่ตังบ่อยๆ แล้วผมก็ออกงานที่ได้เงินเยอะๆเพราะไม่ถูกหัวหน้าที่อคติผมเป็นคนตรงแต่ที่นั้นเน้นงานเอาหน้าประจบประแจงเก่งก็อยู่ได้ ทำให้ผมตกงานถึงตอนนี้ ทำให้ผมกับแม่ทะเราะกันแทบทุกวัน ซึ่งผมหางานใหม่อยู่แต่ยังหาไม่ได้เพราะถ้าเข้าทำงานที่ไหนอยากทำนานๆไม่ออกแล้วเลยเลือกงาน ว่าบ่นอย่างงั้นอย่างงี้ แล้วมีคำพูดที่ผมไม่เคยพูด แล้วมาหาว่าผมพูดคือ "กุได้ยินนะที่บอกจะให้พ่อเลี้ยงไปตลอดอะ" พอผมได้ยินคำนี้ทำให้ผมโมโหมากจากที่เยนมาหลายปี "ไปเอาคำพูดมาจากไหน ไม่เคยพูด หัดเงียบๆบางระวังปากพาซวย" แม่ด้วยความที่เขาไม่รู้จักถูกผิด(อันนี้จริงๆครับ ถึงแกผิดแก้ก็ไม่ยอม) แม่ผมไม่ชอบเสียหน้าหรือพูดแทงใจดำ แม่ผมตอบว่า "ออกไปจากบ้านนี้เลย ไปตายห่าที่ไหนก็ไปไม่ต้องมาให้กุเห็นหน้าอีก กับกุไม่ใช่ลูกกัน" พ่อผมก็มาแยกบอก "เป็นแม่คนไม่ควรพูดแบบนี้ นี้พูดมากจริงๆ สักวันกุจะหนีดูสิจะทำไรกิน" แม่ผมตอบ "ไปเลยกุอยู่ได้คนเดียวสบาย" หลังจากวันนั้นผมก็รู้สึกว่าแม่ผมเป็นอะไร ทำไมไม่เหมือนคนปกติเขาที่เป็นคน ทำไมชอบพูดร้ายคนอื่นว่า พ่อ ลูก คนในครอบครัวตัวเอง ว่าร้ายไปหมดแล้วคิดว่าตัวเองถูก
เสริมหน่อยครับ ตอนผมประมาณ 4 5 เดือนผมไม่สบายใข่ขึ้นสูงมาก แม่ผมกลับไม่สนใจนอนไม่ทำอะไร พอพ่อผมกลับมาจากที่ทำงานจะมาเล่นกับผมพอจับตัวผมแกก็ตกใจทำไมตัวร้อนแล้วด่าแม่ผมว่าทำอะไรลูกจะตายแล้วไม่รู้หรอ แม่ผมนิ่ง พ่อผมเดินเท้า 5 กิโลพาไปโรงพยาบาล(ตอนนั้นปี 2536 อยู่เชียงใหม่ไม่มีรถประจำทาง) พ่อเล่าให้ฟัง
จากที่เล่ามา ผมเคยลองหลายวิธีแล้ว ทั้งเงียบ พอเงียบกลายเป็นคนผิดยิ่งด่ายิ่งว่ายิ่งได้ใจ
พอเถียงด้วยเหตุผล ก็หาว่าเนรคุณ ชอบเถียง ซึ้งจะเงียบจะเถียงด้วยเหตุผล ก็ไม่ดีขึ้นหมดหนทางจริง
ผมไม่อยากทำบาปนะครับ แต่แม่ผมอคติหลายๆอย่างและชอบว่าไม่หน้าเกิดมาเลย ใครพอเจอเหตุการแบบนี้กับผมบางครับ
ทำไมแม่ผมทำร้ายร่างกายและใจ ผมม...
ครอบครัวผมมี 4 คน พ่อ แม่ ผม และน้องสาว ตั้งแต่ผมจำความได้หน้าจะ 3 ขวบ ตอนนี้ผม 25 ครับ ผมโดนตีแทบทุกวันทั้งเรื่องไม่เป็นเรื่อง และเรื่องที่สมควรโดน แล้วเรื่องที่โดนบ่อยที่สุดคือการเขียนตัวหนังสือไม่สวยครับ เรื่องนี้ถ้าแม่ผมเห็นคือโดนตีทันทีถ้าเขียนไม่สวย นอกจากเรื่องนี้ผมก็โดนมาเยอะจนผมฝั่งใจเลยก็ว่าได้ ตีผมเกือบตายลงไปนอนขดกับพื้นก็เคยนะครับแต่ป้า(พี่สาวพ่อ)มาห้ามไว้ ตอนเด็กผมไม่ค่อยดื้อนะครับ ถ้าเทียบกับรุ่นๆกัน การเรียนของผมก็จะกลาง ๆ ไม่ถึงกับดี แต่น้องสาวผมเรียนดีตลอด ติด Top 5 ของห้องตลอด แม่ผมจะดูแลน้องสาวผมอย่างดีผิดกับผม แต่ผมก็ไม่เคยน้อยใจนะครับเพราะผมกับน้องสาวรักกันดี เรื่องโดนตีก็ประมาณนี้ครับ อีกเรื่องคือเรื่องเงินไปโรงเรียน เงินที่ผมได้ไปโรงเรียนนั้นพอดีเลยครับ ค่าข้าว ค่าน้ำ ค่ารถ ค่าขนมไม่เกิน 10 บาท (บางทีก็ไม่ได้) ช่วงนั้นแม่ผมเป็นคนเก็บเงินในบ้าน รายได้ในครอบครัวก็พอมีแต่ไม่ได้มากมายส่วนใหญ่พ่อเป็นเสาหลัก ผมได้เงินประมาณนี้ไปเรียนตั้งแต่ อนุบาล จนถึง ปวช. ระหว่างเรียน ปวช. เพื่อนๆก็จะรวมกลุ่มแก๊งกันไปเที่ยวไปดูหนังกัน วัยรุ่นอย่างผมที่ติดเพื่อนก็อยากไปเป็นเรื่องธรรมดา แล้วเคยขอเงินเพื่อนไปเที่ยวกับเพื่อนบาง(เดือน 1 ขอสักครั้งนะความคิดผม) ผลคือไม่ได้ครับ ขอหลายครั้งก็ไม่ได้ จะได้ก็ต่อเมื่อพ่อแอบเอาเงินมาให้ ทำให้ไม่ได้ไปเที่ยวดูหนังกับเพื่อนบ่อย 2-3 เดือนจะได้ไปที จนถึงช่วง ปวส. ตอนนั้นพ่อเปลี่ยนมาถือเงินเอง ทำให้ผมได้เงินไปเรียนเยอะ ช่วงเรียน ปวส. ไม่ค่อยมีปัญหากัน พอถึงช่วงจะเข้ามหาลัยน้องผมก็จบ ปวช. พอดี ทำให้เข้ามหาลัยพร้อมผม ผมเลยเสียสละให้น้องสาวเข้าเรียนต่อมหาลัยแล้วผมจะไปทำงาน ช่วงทำงานผมเงินเดือน 9,300 บาทได้น้อยเพราะเนื่องจากยังไม่ได้รับราชการทหาร(อายุยังไม่ถึง21ปี) มีปัญหาอยู่อย่าง ผมให้พ่อเดือนละ 500 บาท และเรื่องที่ผมมีปัญหากับแม่ก็เริ่มขึ้น เนื่องจากที่แม่เขาไม่ได้ถือตัง ตังทุกอย่างจะผ่านพ่อ จะซื้ออะไรต้องขอพ่อ ผมก็ไม่รู้นะว่าแกเป็นอะไรกับเรื่อเงินเอามาก ๆ ญาติพี่น้องผ่ายแม่เรียกได้ว่าเห็นแกตัวทุกคน ผิดกับทางฝ่ายพ่อที่ช่วยเหลือกัน แม่ของผมไม่ถูกกับพี่น้องตัวเองและญาติฝ่ายพ่อ
ช่วงแรกๆที่มีปัญหากันผมก็ด้วยที่ยังวัยรุ่นปลาย ๆ 20 - 22 ผมเถียงตลอดเรื่องที่ผมไม่ให้เงินเขา ไม่ช่วยค่าน้ำค่าไฟ ซึ้งเงินนั้นผมให้พ่อไปแล้ว คือแกจะเอาทุกอย่าง คิดเป็นเงินเป็นทองจนผิดกับน้องสาวผม ไม่เรียกร้องอะไรแต่กลับเรียกร้องแต่กับผม พอเริ่มอายุ 23 - 25 ผมก็เริ่มเย็นลงด้วยการไม่เถียง พอไม่เถียง นิสัยแย่ๆ คือชอบพูดให้คนอื่นเสียหายไม่เว้นแม้แต่พ่อ ผม ชอบเอาเรื่องในบ้านไปเล่าให้คนอื่นฟังในระแวกใกล้เคียง หลังจากรับราชการทหาร และบวชเสร็จ ก็เข้าสู่การทำงานแบบเต็มตัว ผมทำงานในออฟฟิต โรงงานแห่งหนึ่ง เงินเดือน+โอที 12,000-15,000 แม่ผมยังเรียกร้องเหมือนเดิมด้วยการพูดแบบเปรียบเทียบว่า "เห็นลูกคนนั้นเขาไมทำงานมาก็ให้แม่หมดเป็นคนดีกตัญญู" ผมก็ตอบด้วยเหตุผลว่า "เขาไม่ได้เดือนร้อนหรือมีภาระอะไร เขาให้แม่หมดเพราะเขาผ่อนรถยนต์ที่ขับไปทำงานเดือนละ 15,000 นั้นคือเงินเดือนเขาทั้งเดือนแล้ว แม่เขาก็ดีกับเขาคอยสนับสนุนตลอด" ตามสเต็ปของแม่ผมก็จะพูดแบบไม่ได้หมดขอสักครึ่ง และต่อๆๆๆๆ ลงมาเลื่อยๆ ผมซึ้งเคยถูกกะทำฝั่งใจหลายๆอย่างตอนเด็กๆ ก็ไม่ให้ จากการที่แม่ผมชอบว่าหรือให้ร้ายนิทาคนอื่นก็เข้าตัวเอง น้องสาวผมลูกรักแม่ท้องระหว่างเรียน (แต่เรียนจบเพราะท้องใหญ่และคลอดช่วงปิดเทอมพอดี) แต่ก็ไม่ทำให้แม่ผมสลด ยังคงทำนิสัยเดิมๆ ในช่วงนั้นพ่อผมเป็นคนเชื่อในร่างทรงท่านหนึ่ง(ขอเรียกว่าแม่ยาย)และได้ไปหาแต่ผมไม่ได้ไปด้วย คำพูดทั้งหมดนี้ป้าพี่สาวพ่อเป็นคนเล่าให้ผมฟัง เพราะร่างทรงเคยบอกว่าผมจะถูกทหารและน้องสาวผมจะท้องก่อนจบ พ่อได้ถามร่างทรงท่านนี้ว่า "แม่ยายครับ ผมจะทำยังไงดีกับเมียของผมดี ทะเลาะกับลูกชายได้ตลอด" แม่ผมแก้ตัวทันที "ก็ดูมันสิตังก็ไม่เคยให้อะไรก็ไม่เคยทำบลา ๆ" แม่ยายพูดมาสั้นๆกับพ่อผมว่า "เองจะเปลี่ยนเมียหรือเองจะทนอยู่แบบนี้ ลูกชายเองดีแล้วไม่เคยกินเหล้าเมายาถ้าเป็นเด็กอื่นคงติดคุกติดตารางไปแล้ว" แม่ผมพูดต่อ "ลูกชายชอบเถียง" แม่ยายตอบ "ถ้าไม่บ่นว่ามัน มันจะเถียงไม" หลังจากนั้นผมออกงานที่เดิมได้งานที่ใหม่ได้เงินเดือนเยอะกว่าเดิมมากประมาณ 25,000-29,000 ทำให้ผมพอมีตังเก็บแต่มันก็มีเรื่องให้ใช่ตังบ่อยๆ แล้วผมก็ออกงานที่ได้เงินเยอะๆเพราะไม่ถูกหัวหน้าที่อคติผมเป็นคนตรงแต่ที่นั้นเน้นงานเอาหน้าประจบประแจงเก่งก็อยู่ได้ ทำให้ผมตกงานถึงตอนนี้ ทำให้ผมกับแม่ทะเราะกันแทบทุกวัน ซึ่งผมหางานใหม่อยู่แต่ยังหาไม่ได้เพราะถ้าเข้าทำงานที่ไหนอยากทำนานๆไม่ออกแล้วเลยเลือกงาน ว่าบ่นอย่างงั้นอย่างงี้ แล้วมีคำพูดที่ผมไม่เคยพูด แล้วมาหาว่าผมพูดคือ "กุได้ยินนะที่บอกจะให้พ่อเลี้ยงไปตลอดอะ" พอผมได้ยินคำนี้ทำให้ผมโมโหมากจากที่เยนมาหลายปี "ไปเอาคำพูดมาจากไหน ไม่เคยพูด หัดเงียบๆบางระวังปากพาซวย" แม่ด้วยความที่เขาไม่รู้จักถูกผิด(อันนี้จริงๆครับ ถึงแกผิดแก้ก็ไม่ยอม) แม่ผมไม่ชอบเสียหน้าหรือพูดแทงใจดำ แม่ผมตอบว่า "ออกไปจากบ้านนี้เลย ไปตายห่าที่ไหนก็ไปไม่ต้องมาให้กุเห็นหน้าอีก กับกุไม่ใช่ลูกกัน" พ่อผมก็มาแยกบอก "เป็นแม่คนไม่ควรพูดแบบนี้ นี้พูดมากจริงๆ สักวันกุจะหนีดูสิจะทำไรกิน" แม่ผมตอบ "ไปเลยกุอยู่ได้คนเดียวสบาย" หลังจากวันนั้นผมก็รู้สึกว่าแม่ผมเป็นอะไร ทำไมไม่เหมือนคนปกติเขาที่เป็นคน ทำไมชอบพูดร้ายคนอื่นว่า พ่อ ลูก คนในครอบครัวตัวเอง ว่าร้ายไปหมดแล้วคิดว่าตัวเองถูก
เสริมหน่อยครับ ตอนผมประมาณ 4 5 เดือนผมไม่สบายใข่ขึ้นสูงมาก แม่ผมกลับไม่สนใจนอนไม่ทำอะไร พอพ่อผมกลับมาจากที่ทำงานจะมาเล่นกับผมพอจับตัวผมแกก็ตกใจทำไมตัวร้อนแล้วด่าแม่ผมว่าทำอะไรลูกจะตายแล้วไม่รู้หรอ แม่ผมนิ่ง พ่อผมเดินเท้า 5 กิโลพาไปโรงพยาบาล(ตอนนั้นปี 2536 อยู่เชียงใหม่ไม่มีรถประจำทาง) พ่อเล่าให้ฟัง
จากที่เล่ามา ผมเคยลองหลายวิธีแล้ว ทั้งเงียบ พอเงียบกลายเป็นคนผิดยิ่งด่ายิ่งว่ายิ่งได้ใจ
พอเถียงด้วยเหตุผล ก็หาว่าเนรคุณ ชอบเถียง ซึ้งจะเงียบจะเถียงด้วยเหตุผล ก็ไม่ดีขึ้นหมดหนทางจริง
ผมไม่อยากทำบาปนะครับ แต่แม่ผมอคติหลายๆอย่างและชอบว่าไม่หน้าเกิดมาเลย ใครพอเจอเหตุการแบบนี้กับผมบางครับ