อยู่ห้องไม่ถึงเดือน เสียค่าไฟไปเกือบ 4,000 บาท !!!

สวัสดีค่ะ ดิฉันได้พักอาศัยอยู่อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ถนนสุขุมวิท 71 ย่านพระโขนง เข้าพักมาไม่ถึงปีค่ะ

        -ค่าห้อง 5,500
        -ค่าเช่าตู้เย็น 500 (มีแพลนว่าจะยกเลิกและซื้อตู้เย็นเป็นของตนเอง)
        -ค่าเคเบิลทีวี 200 บาท (เพิ่งยกเลิกไปเนื่องจากได้ซื้อเสารับสัญญาณดิจิตอลมาติดตั้งเอง)
        -ค่าไฟ 7 บาท/หน่วย
        -ค่าน้ำ 18 บาท/หน่วย

เพิ่งเรียนจบและเข้ามาทำงานในกรุงเทพเป็นที่แรกค่ะ ซึ่งเดือนแรกที่เข้ามาอยู่ได้เข้ามาช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พอสิ้นเดือนเจอบิลค่าไฟไป 45 หน่วย และค่าน้ำอีก 7 หน่วย ก็แอบตกใจเนื่องจากเพิ่งเข้ามาอยู่ได้แค่10 กว่าวันเสียไปขนาดนี้แล้วหรอ พอเดือนถัดมาเสียค่าไฟไป 56 หน่วย ค่าน้ำลดลงมาเยอะมาก คือเสียไปแค่ 2 หน่วย เครื่องใช้ไฟฟ้ามีแค่ตู้เย็น ทีวี เตาไฟฟ้า แอร์ และพัดลมค่ะ ซึ่งแรกๆก็ไม่เคยเปิดแอร์เลย เปิดแต่พัดลมตอนเลิกงาน แต่ก็ค่าไฟก็ยังสวนทางกับค่าน้ำอยู่ดี ก็ไม่อะไรค่ะ พอหลังๆรู้สึกว่าค่าไฟมีความสมเหตุสมผลมากขึ้นเลยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย เนื่องจากยอมรับว่าใช้ไฟมากขึ้น โดยการทำอาหารทุกวัน และมีเปิดแอร์บ้าง ก็เสียค่าไฟไปประมาณ 300 กว่าบาทเกือบ 400 แต่ค่าน้ำนี่สิคะ บางทีก็งงทั้งๆที่ใช้มากแต่บางเดือนเสียไปแค่ 1 หน่วน ซึ่งสวนทางกับบางเดือนที่ใช้น้อยแต่เสียไปเกือบ 10 หน่วย

เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าค่ะ จริงๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายทั้งหมดแฟนเป็นสปอนเซอร์ให้ค่ะ (หนุ่มตะวันออกกลาง) เค้าให้ค่าห้องบวกค่าตู้เย็นไว้ =6,000 บาท ต่อเดือน ส่วนดิฉันรับผิดชอบเพียงค่าไฟกับค่าน้ำค่ะ ^^

ช่วงซัมเมอร์ แฟนได้บินมาเที่ยวไทย ส่วนใหญ่เค้าจะพักอยู่ที่โรงแรมค่ะ ซึ่งดิฉันก็ได้ตามเค้าไปด้วย เค้าใช้เวลาอยู่ที่โรงแรมประมาณ 2 สัปดาห์ก็ได้ย้ายมาพักกับดิฉัน เราก็ช่วยกันตกแต่งห้อง เลือกซื้อของเข้าห้องเพิ่ม ตอนเค้ามาก็เปิดแอร์และทีวีตลอด เพราะชาวต่างชาติขี้ร้อนนิดนึง  และเราก็ไปเที่ยวทะเลกันหลายวัน เฉลี่ยแล้วจริงๆ เค้าอยู่กับดิฉันเพียงสัปดาห์กว่าๆเท่านั้นเองค่ะ ก่อนที่บิลค่าห้องจะออก เราก็กลับกทม. และก็ย้ายไปพักที่โรงแรมเดิม หลังจากที่บิลค่าห้องออกได้หลายวัน ดิฉันก็กลับมาที่ห้องเพื่อที่จะทำการจ่ายค่าห้อง ก็ตกใจกับค่าไฟ 542 หน่วย ซึ่งเป็นจำนวนเงิน 3,700 กว่าบาท
บาท!!! ซึ่งมาคิดๆดูแล้ว ใช้แอร์เต็มที่แค่ไม่กี่วันทำไมถึงเสียเยอะขนาดนี้ ก็ได้ปรึกษากับพี่ที่รู้จัก เค้าบอกว่าห้องเค้าเปิดแอร์ทุกวัน 24 ชม. มีเด็กๆเข้ามาเที่ยวเล่นในห้องบ่อยๆ (เป็นคอนโด) แต่เสียค่าไฟแค่ประมาณ 300 กว่าหน่วยเอง กรณีนี้พี่เค้าบอกว่าเราน่าจะโดนโกงแล้ว นาทีนั้นดิฉันเองก็รู้สึกไม่พอใจที่ทำไมเค้าคิดค่าไฟแบบนี้ อีกอย่างตัวมิเตอร์ก็ไม่ได้ติดไว้หน้าห้อง ซึ่งจะอยู่อีกห้องบนชั้นสูงสุด ไม่มีใครเข้าไปได้นอกจากแม่บ้าน

ดิฉันได้บอกเรื่องนี้กับแฟนว่าหอพักทำแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะ แฟนบอกว่าจ่ายเขาไปเถอะ ดิฉันจึงยอมจ่ายไป ดิฉันยื่นบิลชำระให้เจ้าของหอ แกก็อ่านราคาตามบิล 10,534 บาทค่ะ!! โดยไม่มีความเอะใจหรือสะดุ้งกับค่าตัวเลข ดิฉันจึงถามเจ้าของหอพักว่าปกติแล้วค่าไฟมันแพงแบบนี้รึเปล่า เจ้าของหอพักถามว่าปกติเสียค่าไฟเท่าไหร่ ดิฉันบอกว่า 300 กว่าบาท และเดือนนี้แฟนก็เพิ่งมาอยู่ไม่กี่วันทำไมเสียค่าไฟเยอะขนาดนี้ นางก็บอกว่าขอโทษนะคะ ครั้งต่อไปถ้ามีอะไรผิดสังเกตให้รีบแจ้งทันที เพราะถ้าเพิ่งมาแจ้งเหมือนวันนี้มันจะตรวจสอบมิตเตอร์ไม่ทันแล้ว อีกอย่างแม่บ้านก็แก่แล้ว เราก็ไม่อยากโทษแม่บ้านว่าจดเลขมิตเตอร์ผิดรึเปล่า.. ครั้งนี้ดิฉันเลยยอมให้อภัยค่ะ คิดว่าเราก็คงผิดด้วยที่เพิ่งมาแจ้ง และคิดว่าเค้าคงไม่มีเจตนาโกง (แต่ก็ไม่สามารถชดเชยความเสียหายอะไรได้เลย นอกจากคำขอโทษ) ดิฉันจ่ายค่าห้องเสร็จก็กลับไปโรงแรม และอีกหลายอาทิตย์ต่อมาแฟนก็กลับประเทศ

พอสิ้นเดือนพฤษภาคม ค่าไฟก็กลับมาเป็นปกติ เพราะแฟนกลับประเทศไปแล้ว เคยเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้พี่ที่ทำงานฟัง หลายคนมีความเห็นว่าทางหอพักตั้งใจโกงค่าไฟ เพราะเห็นว่ามีแฟนชาวต่างชาติมาอยู่ด้วย น่าจะมีกำลังสำหรับค่าใช้จ่าย ตัวดิฉันเองก็คิดไปหลายด้านว่าเค้าจะทำแบบนั้นจริงหรอ มันทุเรศไปรึเปล่า แล้วแม่บ้านที่จดเลขมิเตอร์จะมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับค่าไฟที่เกินความเป็นจริง

เมื่อทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ และแล้วแฟนก็กลับมาที่ไทยอีกครั้งในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เดือนนี้ยอมรับว่าค่าไฟเยอะกว่าช่วงเดือนเมษายน และเปิดแอร์ตลอด เรียกได้ว่าใช้เกือบเต็มเดือน (ไปเที่ยวเขาใหญ่ 3วัน) ประมาณวันที่ 25 สิงหาคม บิลค่าห้องก็มา สรุปว่าใช้ค่าไฟไปเพียง 322 หน่วย 2,254 บาท น้ำอีกประมาณ 7 หน่วย ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าค่อนข้างสมเหตุสมผลนิดนึง (แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตามความเป็นจริงแล้วควรเสียน้อยกว่านี้รึเปล่า😁)
ดิฉันจึงยอมจ่ายค่าไฟไปอย่างไม่เอะใจ เพราะคิดว่าค่าใช้จ่ายของเดือนนี้มันไม่น่าเกลียดมากเมื่อเทียบกับการใช้ไฟตลอดทั้งเดือน

....พอเข้าเดือนกันยายน เดือนนี้แหละค่ะที่ทำให้ดิฉันหัวร้อน และปรี๊ดแตกแบบยอมรับไม่ได้เลย เดือนนี้แฟนอยู่ห้องด้วยถึงแค่วันที่ 11 ค่ะ เพราะเค้าย้ายไปพักที่โรงแรม ดิฉันก็ย้ายตามไปด้วย ปล่อยห้องทิ้งไว้หลายวัน เสียบแต่สายตู้เย็น พอวันที่ 17 ดิฉันไปส่งแฟนที่สนามบินและกลับมาห้องตัวเองในช่วงบ่าย และก็เปิดแอร์แป๊บเดียบสลับกับพัดลม นี่ก็แอบคิดในใจว่าเดือนที่แล้วค่าไฟมันถูกเนาะทั้งๆที่อยู่เต็มเดือน เค้าคงไม่ตั้งใจโกงเราหรอก เดือนนี้แฟนอยู่ด้วยไม่กี่วัน ค่าไฟน่าจะถูกกว่าเดือนที่แล้วเยอะมาก (โลกสวยไปอีก) พอ 25 กันยายน บิลค่าไฟมาค่ะ ซึ่งค่าไฟค่าน้ำนั้นสวนทางกับที่อีชั้นคิดไว้มากค่ะ !!!!

           - ค่าไฟ  3,906 บาท ใช้ไป 558 หน่วย
           - ค่าน้ำ  216    บาท  ใช้ไป  12 หน่วย
             รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ หมื่นกว่าบาทเหมือนเดือนเมษายนค่ะ

ซึ่งครั้งนี้ดิฉันไม่ยอมจริงๆ และจำคำที่เจ้าของหอบอกว่าถ้ามีไรผิดปกติให้รีบแจ้งทันที ดิฉันรีบลงไปที่ออฟฟิศ ปรากฏว่าทั้งเจ้าของและพนง. กลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือแต่ยาม (น้องชายเจ้าของหอ) ดิฉันจึงบ่นกับลุงยาม แกก็ทำสีหน้าแบบมีอะไรในใจ และพูดว่า "เออ เค้าบอกว่าห้องนี้ค่าไฟแพง" ดิฉันก็อธิบายไปว่าอยู่ห้องกับแฟนทิตกว่าๆ ทำไมขึ้นสูงแบบนี้ แกเลยบอกว่าพรุ่งนี้ให้ติดต่อใหม่ เพราะคนอื่นกลับบ้านหมดแล้ว ตอนที่ยามบอกว่าห้องนี้ค่าไฟแพง ดิฉันก็นึกว่าเค้าคงพูดตามน้ำ

เช้าวันถัดมา ดิฉันรีบไปที่ออฟฟิศ พี่พนง.บอกให้แจ้งแม่บ้านไปจดค่าไฟมาใหม่ แม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่ แกก็บอกว่าถ้าป้าไปจดใหม่แล้วมันเพิ่มขึ้น หนูก็ต้องจ่ายตามนั้นนะ (จริงๆถ้าจดถูกแล้ว มันก็ต้องเพิ่มขึ้นอยู่แล้วนิดนึง เพราะเลยมันตัดยอดไป1-2 วัน) ดิฉันจึงบอกให้แกไปจดเลขน้ำมาด้วย เพราะเดือนนี้อยู่แปบเดียว ทำไมเสียเยอะกว่าเดือนที่แล้ว แถมตอนแฟนกลับ ก็ไม่ค่อยจะได้อาบน้ำซักเท่าไหร่ 5555

ช่วงบ่ายดิฉันจึงกลับมาที่ออฟฟิศอีกครั้งเพื่อมารับบิลใหม่ แต่เจ้าของหอบอกว่าต้องรอหลานสาวที่ทำบิลหอพักกลับมาคิดบิลใหม่ก่อน ส่วนเรื่องแก้ไขค่าน้ำค่าไฟ แม่บ้านไปจดมาใหม่แล้ว เพราะเขาจดผิด (ในใจก็นึกว่าจดผิดนี่คือจะได้ค่าไฟที่ถูกกว่า) เขาบอกบ่าย3 หลานจะเข้ามาแก้บิลให้ ซึ่งตอนนี้ยังคำนวณค่าใช้จ่ายไม่ได้ ต้องให้เขาเช็คในระบบอีกที พอถึงบ่ายสาม ดิฉันลงไปดูอีกครั้ง ปรากฏว่าออฟฟิศปิดแล้ว

ลืมบอกไปว่าบิลหอพักไม่ได้แจ้งเลขมาตรไฟไว้ค่ะ แจ้งแค่ว่าใช้ไปกี่หน่วย อีกอย่างมิตเตอร์ไฟฟ้ากับปะปา อยู่ชั้นบนสุดของห้อง ซึ่งถูกปิดไว้ บัดซบจริงๆ

วันถัดมาอีกละ ไม่จบไม่สิ้น ดิฉันก็เจอแม่บ้าน แกก็บอกว่าค่าไฟอ่ะจดถูกแล้วนะลูก แต่ว่าเราต้องจ่ายเพิ่มอีก เพราะมันนับจากวันที่ตัดยอดไปเพิ่ม แต่เจ้าของเค้าบอกว่าคิดให้จ่ายตามบิลเดิมคือ 3900 บาท ดิฉันก็อธิบายไปว่ายังไงก็เป็นไปไม่ได้ อยู่แค่ไมรกี่วัน แกก็ชอบพูดแทรกแต่คำว่าก็หนูใช้แอร์ไงลูก... !!  แอร์อ่ะใช้แปบๆก็ขึ้นแล้ว ห้องต่างชาติก็เสียประมาณหนูแหละลูก แต่เค้าก็จ่ายๆไป ส่วนห้องคนไทยก็เสียประมาณ 5-6 ร้อย เพราะเค้าไม่ค่อยได้ใช้แอร์ เอิ่มมม 😲 (ก็กูบอกละไงว่ากูไม่ได้ใช้ทั้งเดือน)

พอไปเอาบิลที่หลานสาวเจ้าของหอพัก ดิฉันก็ไม่เรื่องมากอะไร เพราะตอนนั้นเจ้าของหอไม่อยู่ ถึงพูดไปก็ช่วยไรไม่ได้ หลานสาวก็บอกว่าต้องจ่ายตามบิลเดิมนะ เพราะเราคิดตามมิตเตอร์ ไม่ได้เมคขึ้นมา ลดราคาให้ไม่ได้แล้ว ....

กลับมาที่ห้อง ก็มานั่งคิด... นี่มันครั้งที่2 แล้วนะวุ้ย เราจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเลยหรอ อีกอย่างเป็นเจ้าของกิจการน่าจะรู้ถึงความเป็นไปได้ของกำลังไฟ ห้องแค่นี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าแค่นี้ ให้คิดถึงความเป็นไปได้บ้างสิ ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่ห้องนึงจะใช้ไฟไป 558 หน่วย เพราะห้องเราไม่ใช่ 7-11 มันควรคิดได้แต่แรกหรือเอะใจว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้ารึเปล่า มิตเตอร์หมุนเร็วไปป่าว หรือไฟฟ้ารั่ว นี่ไม่อะไรเลย ดิฉันจึงพยายามไปหาข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานของแอร์มาจากกระทู้พันทิปต่างๆ และสามารถสรุปค่าไฟได้ดังนี้

       ** แอร์ 1 ตัว ใช้ไฟสูงสุดอยู่ที่ 1 หน่วย/ ชม.**

           - แฟนอยู่ถึงวันที่ 11 กันยายน บวกเพิ่มให้อีก 5 วัน คือหลังวันที่ตัดตัวเลขไฟไปเมื่อเดินที่แล้ว 11+5= 16 วัน
           คำนวณค่าใช้จ่ายแอร์ได้ดังนี้
           - เอาเป็นว่าอยู่ห้องแล้วใช้แอร์จริงๆ 16 วัน
           - แอร์ 1 ตัวใช้ไฟไป 1 หน่วย/ชม.
           - เปิดแอร์เฉลี่ยสูงสุด 20 ชม./วัน (อันนี้คิดให้แบบสูงสุดแล้วจริงๆ เพราะไม่ถึง 20 ชม. แน่นอน เนื่องจากมีการออกไปข้างนอก และตอนดึกๆ แฟนมักไปสังสรรค์ที่ห้องเพื่อนย่านนานา ซึ่งเราก็ไปด้วย แทบทุกคืนตามวัฒนธรรมบ้านเค้า กลับห้องก็ตี2-3 แล้ว)
           - ค่าไฟจิปาถะ ทีวี ตู้เย็น ไมโครเวฟ กาน้ำร้อน เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งใช้เป็นประจำทุกวัน ถ้ายึดตามแต่ละเดือนก็ใช้พวกนี้ไป 35-40 หน่วย/เดือน งั้นเดือนนี้คิดให้สูงสุดที่ 50 หน่วยละกัน

          จะเห็นได้คิดค่าแอร์ให้สูงสุด 20 ชม.ต่อวัน ค่าไฟอื่นอีกอีกสูงสุด 50 หน่วยต่อเดือน

คำนวณทุกอย่างจากค่าสูงสุดแล้วจะได้
            - แอร์ 20ชม. X 16 วัน = 320 หน่วย
            - ไฟจิปาถะ 50 หน่วย
            รวม 320 หน่วย +50 หน่วย = 370 หน่วย

สรุปว่าหลังจากคิดค่าไฟฟ้าทุกอย่างแบบสูงสุดแล้วจะได้ 370 หน่วย คูณกับที่หอเก็บ 7 บาทต่อหน่วย
           = 370หน่วย X 7บาท = 2,590 บาท

2,590 บาท คือค่าไฟตลอดทั้งเดือนที่ดิฉันคิดแบบคร่าวๆ ยึดตามประสบการณ์ที่ผ่านมา โดยคิดเพิ่มให้แบบสูงสุดแล้ว จริงๆควรน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำ ซึ่งค่าไฟในบิลนั้น 3,900 ซึ่งเกินความเป็นจริงไปมาก

ดิฉันตั้งใจจะอธิบายเรื่องนี้กับเจ้าของหอพัก พร้อมกับนำกระดาษที่ฉันร่างการคำนวนค่าใช้จ่ายเพื่อให้แกเข้าใจมากขึ้น เผื่อแกเล็งเห็นปัญหาจะได้แก้ไข แต่ก็ช่วยไรไม่ได้ ดูเหมือนทุกอย่างจะโยนให้หลานสาวแก้ให้เอง แกบอกให้ทิ้งบิลกับกระดาษที่คำนวนไว้ เดี๋ยวให้หลานมาดู พร้อมบอกว่ามิตเตอร์ไม่น่าจะเสีย เพราะเพิ่งเปลี่ยนใหม่ 😐

วันถัดมา (อีกแระ) หลานสาวนางโทรมา พร้อมกับพูดจากวนทีน ไม่ให้เกียรติผู้พักอาศัย ดิฉันถามว่า "ตอนนี้อยู่ข้างนอก สะดวกคุยทางโทรศัพท์มั้ยคะ ?"ตอบตอบมาว่า "ก็คุยทางโทรศัทพ์อยู่นี่ไงคะ" ที่คุณบอกว่าต้องจ่ายค่าไฟแค่ 2 พันกว่ามันใช่หรอ คุณแน่ใจหรอว่าไม่ได้ใช้อย่างอื่นเลย และเถียงบราๆๆๆ ดิฉันก็อธิบายตามเหตุผลและความเป็นจริง สรุปว่านางบอกว่า จะให้ลดราคาไม่ได้นะคะ เราอ้างตามการไฟฟ้าค่ะ เพราะเราต้องจ่ายให้การไฟฟ้าด้วย (หึหึ ถ้ามีสำนึกที่ดีและไม่มีเจตนาโกงหรือรู้ว่ามันเกิดความผิดปกติ ทำไมไม่คิดราคาไฟฟ้าให้ดิฉันตามการไฟฟ้าล่ะคะที่จ่ายแค่ 4 บาทต่อหน่วย อย่างน้อยมันก็ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ห้องแค่นี้จะใช้ไฟไปตั้ง 500 กว่าหน่วย คิดบ้างนะ!!!)
ดิฉันเอือมระอา และขี้เกียจเถียง จึงบอกไปว่า โอเค งั้นจ่ายตามบิลเดิม แต่ขอให้ช่างเข้ามาตรวจเช็คสภาพไฟฟ้าที่ห้องด้วยว่ามีอะไรผิดปกติที่ส่งผลให้มิตเตอร์มันหมุนเร็วรึเปล่า ไฟรั่วรึเปล่า หรืออะไรยังไง นางตอบโอเค แล้วกดวางทันที!!!! 😡😡
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่