JJNY : 5in1 เรืองไกรถามปมหนี้สาธารณะ/นพดลปัดนั่งหน."เพื่อชาติ"/อนค.ยินดีรับสมัคร/เชื่อมั่นSMEส.ค.หด/นทท.จีนภูเก็ตลด

กระทู้คำถาม
“เรืองไกร” โต้ “บิ๊กตู่” ถามกลับ ปมหนี้สาธารณะ ใครบิดเบือน
https://www.matichon.co.th/politics/news_1161862

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว. กล่าวว่า มีข่าวพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พูดถึงเรื่องหนี้สาธารณะมา 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 27 กันยายน “นายกฯ ย้ำฐานะประเทศแข็งแกร่ง หนี้สาธารณะไม่เกิน 42%” และต่อมาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ก็มีพูดอีกที่จังหวัดลำพูนว่า “ท้องถิ่น คอดยดูนะ เรื่องตัวเลขหนี้สาธารณะอย่าให้ใครมาบิดเบือน เราบริหารอย่างเหมาะสม ซึ่งกรณีหนี้สาธารณะไม่เกิน 42% นั้น ดูข้อมูลการประชุม ครม. แล้ว อาจจะไม่ใช่อย่างนั้น เพราะตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0905/9456 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2561 เรื่อง การปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2561 ครั้งที่ 2 เรียน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี หน้า 8 ข้อ 7. ประมาณการการคลังและพื้นที่การคลังที่เหลือ (Fiscal Space) ในช่วงปีงบประมาณ 2561 – 2570 จะเห็นได้ว่า มีการแสดงกราฟหนี้สาธารณะไว้ 10 ปี สูงกว่า 42 % แทบทุกปี (ปี 2565 สูงสุด 47.8% ปี 2570 ต่ำสุด 41.7%)

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า กรณีเรื่องตัวเลขหนี้สาธารณะนี้ หากไปดูคำเบิกความต่อศาลฎีกานักการเมืองเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 ของนางสาวสุภา ปิยะจิตติ หน้า 11 ไว้ส่วนหนึ่งว่า “จากการที่ข้าฯ เบิกความไปข้างต้น จะเห็นได้ว่า พ.ร.บ. หนี้สาธารณะมีช่องโหว่ ทำให้มีการซ่อนหนี้ดังกล่าวไว้ที่ ธกส. ทั้งนี้ ยังไม่รวมหนี้ที่อาจซ่อนไว้ทำนองเดียวกันในสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารออมสิน ธอส. เป็นต้น เมื่อไปดูงบการเงิน ธ.ก.ส. ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 จะพบหนี้ 2 ส่วน คือ

1.โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมาทั้งสมัยนายกฯอภิสิทธิฯ และนายกฯยิ่งลักษณ์ รวมเป็นเงิน 325,776.78 ล้านบาท และ
2. หนี้สำหรับธุรกรรมนโยบายรัฐรวมเป็นเงิน 574,401.63 ล้านบาท (หนี้ก้อนนี้ส่วนใหญ่เกิดสมัยนายกฯประยุทธ์)

รวมทั้ง 2 ส่วนจะเป็นยอดเงินจำนวน 325,776.78 + 574,401.63 = 900,178.41 ล้านบาท และเมื่อไปดูงบการเงินรายไตรมาส ธนาคารออมสิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 จะพบหนี้สำหรับธุรกรรมนโยบายรัฐ รวมเป็นเงิน 189,233.58 ล้านบาท ซึ่งหนี้ก้อนนี้ส่วนใหญ่เกิดสมัยพล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น ถ้ารวมตัวเลขภาระหนี้ตามธุรกรรมนโยบายรัฐของ ธ.ก.ส. และ ธนาคารออมสิน จะได้ยอดเงิน = 1,089,411.99 ล้านบาท ที่ต้องถามพล.อ.ประยุทธ์ ว่า ได้นำไปคิดรวมเป็นยอดหนี้สาธารณะ/GDP แล้วหรือไม่ (ถ้าไม่) ก็อาจแสดงว่า ยอดหนี้สาธารณะ/GDP จะต้องสูงกว่า 42% ไปอีกอย่างมีนัยสำคัญ ใช่หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่าว่า หากย้อนไปดูเอกสารงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2562 โดยสังเขป ที่เปิดเผยไว้ในเว็บไซต์ สนช. หน้า 108 ระบุว่า หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 มกราคม 2561 มีจำนวนรวม 5,922,895.1 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนต่อ GDP เท่ากับ 35.9% และในหมายเหตุระบุว่า เปรียบเทียบกับ GDP ปี 2561 จำนวน 16,457,500 ล้านบาท แต่หนี้สาธารณะตามข้อมูลในเว็บไซต์ www.pdmo.go.th ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มกราคม 2561 มีทั้งสิ้น 6,441,357.86 ล้านบาท และประมาณการ GDP 15,528,575.67 ล้านบาท อัตราส่วน Debt : GDP = 41.48 % ดังนั้น ที่พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ตัวเลขหนี้สาธารณะอย่าให้ใครมาบิดเบือน หรือตัวเลขหนี้สาธารณะ/GDP ไม่เกิน 42% นั้น ตนตรวจสอบเอกสารต่างๆ ของราชการแล้ว พบว่า ตัวเลขต่างๆของส่วนราชการไม่ตรงกัน จึงตั้งข้อสังเกตว่า มีใครบิดเบือนตัวเลขเหล่านั้นหรือซ่อนหนี้หรือไม่ หรือมีใครบิดเบือนหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องนำเรื่องนี้ไปฟ้องให้พล.อ.ประยุทธ์ตรวจสอบต่อไปโดยได้ส่งหนังสือร้องไปทางไปไปรษณีย์แล้วเช้าวันที่ 4 ตุลาคมนี้




'นพดล' ปัด นั่ง หน.'พรรคเพื่อชาติ' งงมาก ยัน ไม่รู้ทักษิณมาฮ่องกง
https://www.matichon.co.th/politics/news_1162038

‘นพดล’ ปัด นั่ง หน. ‘พรรคเพื่อชาติ’ งงมาก ยัน ไม่รู้-ไม่มีคิวพบ ‘ทักษิณ’ ที่ฮ่องกง

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และแกนนำพรรค พท. กล่าวว่า กรณีที่มีข่าวว่ามีชื่อตนเองจะไปเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เพื่อเป็นพรรคสำรองของพรรค พท.อีกพรรคหนึ่งนั้น ตนไม่ทราบว่ามีข่าวนี้มาได้อย่างไร ไม่มีใครมาคุยกับตนเรื่องนี้เลย รู้สึกงงและแปลกใจว่ามีข่าวนี้ได้อย่างไร ตนไม่ทราบเรื่อง ไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่เคยมีใครทาบทาม แล้วก็ไม่เคยแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะไม่เคยมีใครมาพูดคุยเรื่องนี้ ส่วนที่บอกว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะมาฮ่องกงนั้น ตนไม่ทราบ และหากมาจริง ตนก็ไม่มีโปรแกรมจะไปพบ แล้วตนก็ไม่ได้คุยกับท่านมานานพอสมควรแล้ว




'ธนาธร'ลั่น ผู้สมัครอนาคตใหม่ ที่มาต้องถูก ยินดีรับคนเคยหนุนยึดอำนาจ แต่มีเงื่อนไข
https://www.matichon.co.th/politics/news_1161853

“ธนาธร” เผยนักการเมืองอยากร่วมงานเพียบแต่ต้องผ่านการคัดสรร ไม่อื้อฉาว-เอี่ยวผู้มีอิทธิพล-หนุนปฏิวัติ เตรียมออกนโยบายเดือนละ 2 ครั้ง ชี้หากการเมืองไม่นิ่งแก้ปัญหาอื่นไม่ได้

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ในวันที่ 6 ตุลาคม เวลา 09.00 น.พรรคอนาคตใหม่ จะเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ วันแรก ที่สำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่ ชั้น 5 ไทยซัมมิททาวเวอร์ โดยในขณะนี้ตนได้รับการติดต่อจากนักการเมืองหลายกลุ่ม ที่อยากเข้ามาร่วมงานกับทางพรรค แต่หลายคนยังมีแนวคิดแบบการเมืองเก่าๆ คิดว่าการมาติดต่อกับตนและขอลงสมัครเขตนั้นเขตนี้ทำได้ง่ายๆ แต่แนวทางของพรรคเราไม่ใช่แบบนั้น เรามีกระบวนการที่ชัดเจนในการคัดสรรผู้สมัคร ดังนั้นหากใครอยากลงสมัคร ส.ส.ก็ต้องผ่านกระบวนการอย่างถูกต้อง ซึ่งข้อกำหนดของพรรคเราชัดเจนว่า ไม่เอาผู้ที่เคยมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริต ผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะผู้ที่เคยสนับสนุนกระบวนการที่นำไปสู่ความไม่เป็นประชาธิปไตยหรือแกนนำม็อบที่นำไปสู่การปฏิวัติ แต่หากเขาอยากร่วมงานกับเราให้ประกาศต่อสาธารณชนว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พรรคเราไม่ได้กีดกันใครแต่ต้องทำให้ถูกต้องตามแนวทางของเรา

นายธนาธร กล่าวอีกว่า แนวทางหลักของพรรคเราคือการนำประชาธิปไตยที่แท้จริงกลับมาและพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์และก้าวหน้า หลังจากนี้พรรคอนาคตใหม่จะเปิดนโยบายเดือน 2 นโยบาย เน้นโจทย์หลักคือ การเปลี่ยนประเทศ แต่นโยบายที่ออกมาไม่ได้ออกมาเพื่อเน้นหาคะแนนเสียง แต่นโยบายของเราเพื่อพัฒนาประเทศจริงๆ ที่ผ่านมารัฐบาลทุกรัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหาที่รากเหง้า วันนี้ประเทศไทยเดินมาถึงจุดที่ตราบใดที่การเมืองยังไม่นิ่ง เราจะไปแก้ปัญหาอย่างอื่นไม่ได้เลย ทุกวันนี้อำนาจถูกเอาไปใช้เพื่อการชนะกัน ไม่ได้เอาไปแก้ปัญหาประเทศ วันนี้จะเสนออะไรไปก็ทำไม่ได้ หากเราไม่แก้ปัญหาการเมืองก่อน จริงๆประเทศที่พัฒนาแล้วเขาก็เคยมีปัญหา แต่เขาทำให้อำนาจเป็นของประชาชน เราต้องทำให้ยั่งยืนไม่ให้เกิดการรัฐประหารอีกต่อไปโดยเฉพาะการสร้างเงื่อนไขให้เกิดขึ้นและต้องทำให้คนเชื่อว่าปัญหาแก้ได้โดยระบบรัฐสภา ตนหวังว่าจะทำให้สำเร็จให้ได้ในรุ่นเรา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่