เรียนรู้เทคนิคการใช้ 'Suffix' เพื่อเปลี่ยนชนิดของคำ (Suffixes to indicate part of speech)

What's good?!
นักเรียนภาษาอังกฤษที่ดีควรบอกได้ว่า 'part of speech ของคำศัพท์แต่ละคำคืออะไร'

พูดอีกแบบคือ เราต้องรู้ว่าคำศัพท์ที่เราเจอเป็น noun, verb, adjective หรือ adverb
ไม่ว่าจะเจอคำศัพท์คำไหนก็สามารถบอกได้ว่ามันคือคำนาม กริยา หรือคำคุณศัพท์ เป็นต้น

กระทู้นี้ผมจะพามารู้จักตัวช่วยอย่าง 'Suffix' และทำความเข้าใจว่ามันจะช่วยให้ภาษาอังกฤษง่ายขึ้นได้อย่างไร

ความรู้นี้จะทำให้เพื่อน ๆ สามารถแต่งประโยคภาษาอังกฤษได้ง่ายและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ส่วนมากจะเจอในวิชา creative writing คนที่ไม่ได้เรียนสายภาษาเลยอดเรียน วันนี้ห้ามพลาดเลย!
____________________

ก่อนอื่นจำไว้เลยว่า "Suffixes มีหน้าที่ 'บอกชนิดของคำ' (indicate part of speech)"
ถ้าสามารถจำ suffix ได้ เราก็จะรู้ว่าคำศัพท์ที่เราเจอเป็น part of speech อะไรได้ง่ายขึ้น

เราจะเจอมันพ่วงท้ายคำศัพท์ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มหรือเปลี่ยนความหมายให้คำศัพท์นั้น
Suffixes ที่บอกว่าคำศัพท์เป็นคำนาม (suffixes that indicate nouns)
ได้แก่ -ance, -ence, -ity, -ment, -ness, -ship, -tion, -sion

หากเราเจอคำศัพท์ที่ลงท้ายด้วย suffixes เหล่านี้ ให้รู้เลยว่าเป็นคำนาม
ตัวอย่างคำศัพท์เช่น Reliance (ความไว้วางใจ), freedom (อิสระภาพ), kindness, imprisonment (การคุมขัง), friendship, indication etc.

ต่อมาคือ suffixes ที่บอกคำกริยา (suffixes that indicate verbs)
ได้แก่ -ise, -ize, -ify, -en, -ate  
คำกริยาที่ลงท้ายด้วยศัพท์เหล่านี้ได้แก่ Socialise, unify (ทำให้เป็นหนึ่งเดียวกัน), sharpen, dictate (สั่งการ) etc.

กลุ่มสุดท้ายคือ Suffixes ที่บอกว่าคำศัพท์เป็น adjective (suffixes that indicate adjectives)
ได้แก่ -ful, -ous, -ious, -ate*, -y, -al, -ic
ในคำศัพท์เช่น Hopeful, mysterious, fortunate (โชคดี, ดวงดี), gloomy (เศร้างหมอง), musical, comic (ขำขัน) etc.
___________________

ที่ร่ายยาวมาข้างบนให้เก็บไว้ท่องยามว่างละกัน ไม่จำเป็นต้องจำให้ได้ทั้งหมดในการอ่านครั้งเดียวหรอก
เอาเป็นว่า Suffixes ที่สำคัญที่ควรทำความเข้าใจและจำให้ได้มีอยู่ 5 ตัวคือ

1) -ness (บอกว่าคำศัพท์เป็น noun) เช่น darkness, awareness, illness etc.

2) -er, -or (บอกว่าเป็น noun และเป็นคน (person noun)) เช่น teacher, reader, inventor etc.  

3) -al (บอกว่าเป็น adjective) เช่น classical, mental, legal etc.

4) -able (บอกว่าเป็น adjective และแปลว่า สามารถ) เช่น reasonable, unbreakable, doable etc.

5) -ly, -ily (บอกว่าเป็น adverb) เช่น easily, normally, firstly etc.

แค่นี้แหละที่ต้องจำให้ได้ และเอาไปใช้ให้ถูก มันจะช่วยให้เราเข้าใจและจำคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น

มาดูกันว่าเราจะใช้ประโยชน์จาก suffixes มาแต่งประโยคได้อย่างไร
หลัก ๆ คือมันจะช่วยให้เราแต่งประโยคได้หลายแบบ ทำให้ประโยคของเราฟังดูดีขึ้นเยอะ

เอาตัวอย่างง่าย ๆ เลย
เราสามารถใช้ adjective suffixes เพื่อเปลี่ยน verb มาเป็น adjective
He always forgets things. (forget (v.) ลืม)
👍He is very forgetful. (Forgetful (adj.) ขี้ลีม)

Suffix '-ful' ทำให้คำศัพท์กลายเป็น adjective
ตัวอย่าง adjective suffixes อื่น ๆ
อ่านเพิ่มเติม: http://englishcorner.altervista.org/adjective-suffixes-noun-or-verb-suffix/

หรือใช้ verb suffixes เพื่อเปลี่ยน adjective มาเป็น verb ก็ได้
I'd like to make it sharp.
👍I'd like to sharpen it.
(Sharp (adj.) คม / Sharpen (v.) ทำให้คม)

Suffix '-en' ทำให้คำศัพท์กลายเป็น verb
ตัวอย่าง verb suffixes อื่น ๆ
อ่านเพิ่มเติม: https://slideplayer.com/slide/2573544/

ใช้ noun suffixes เปลี่ยน adjective มาเป็น noun
Thank you. You're so kind.
👍I really appreciate your kindness.
(Kindness (n.): ความใจดี)

Suffix '-ness' ทำให้คำศัพท์กลายเป็น noun
ตัวอย่างอื่น ๆ
อ่านเพิ่มเติม: https://www.slideshare.net/challengeeducation/noun-suffixes

บางทีเราก็เพิ่มความหมายว่า 'ไม่มี' ให้กับคำศัพท์ที่เป็น adjective ได้
โดยการเติม -less เข้าไป
I have no hope.
👍I am hopeless. / I feel hopeless.
(Hopeless (adj.): สิ้นหวัง)
*Hopeless (adj.) แปลว่า no hope นั่นแหละ (-less แปลว่า ไม่มี, ไม่เหลือ)
คำอื่น ๆ เช่น careless, harmless etc.

และมีอีกหลายวิธีเลยที่เราจะสามารถใช้ suffix เปลี่ยนคำไปมาให้ประโยคดูดีขึ้น
แต่ที่อยากให้จำไว้คือ "Suffixes สามารถเปลี่ยนคำศัพท์ให้เป็น part of speech ต่าง ๆ ได้"

ใครที่อยากใช้คำศัพท์ได้หลากหลายขึ้น เขียนเรียงความหรือจดหมายภาษาอังกฤษได้ไพเราะขึ้น ควรเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากมันแบบด่วน ๆ เลย
___________________

ลองทำแบบฝึกหัดเล่น ๆ ดูซิว่าประโยคพวกนี้ควรแก้ตรงไหน (แต่ละข้อจะมีผิดอยู่หนึ่งจุด)

1. This project needs some improve.
2. The police is trying to location the escaped prisoner.
3. He would do anything to avoid lonely.
4. You need to social with people.
5. The shirt is too colour.
6. I think you need to be more creativity than that.  

ทำกันได้ไหม อย่าลืมไปหาอ่านเพิ่มเติมด้วยล่ะ
'ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างในวันนี้ รู้มากกว่าเมื่อวานนี้ก็พอ'
รู้ภาษาอังกฤษมากขึ้นทุกวันที่: www.facebook.com/MyFathersAnEnglishMan (Page: พ่อผมเป็นคนอังกฤษ)
Stay knowledge-hungry
JGC.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่