มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายเคยรู้สึกกันบ้างมั้ยคะ ว่าการที่เราต้องตื่นไปทำงานในทุกวันๆ เหมือนกับเรากำลังเป็นแรงงานทาส ขายแรงงาน และจิตวิญญาณเพื่อแลกเงิน คอยรับใช้เจ้านาย หัวหน้า (ผู้ซึ่งก็ไม่ใช่เจ้าของบริษัท พูดง่ายๆ ก็คือลูกจ้างเค้าเหมือนกันนั่นแหละ) แต่เราก็ต้องคอยทำตามคำสั่งเค้าทุกอย่าง เพราะเค้าคือคนที่จะประเมินผลงาน และขึ้นเงินเดือนให้เรา ไม่ว่าสิ่งที่เค้าสั่งมาให้ทำมันจะไม่ work ขนาดไหนก็ต้องทำตามแบบไม่สามารถปริปากบ่นได้ บาง project เราทำคนเดียวแทบตาย แต่พอถึงรอบประเมินผลงานสิ้นปี คนที่ได้หน้ากลับเป็นหัวหน้าซะงั้น คนที่อยู่เบื้องหลังอย่างเราก็ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ อยากจะร้องไห้ แต่ก็คงไม่มีใครเข้าใจ ก็ต้องอดทนไว้
แต่อันนี้อาจจะแล้วแต่องค์กรด้วย ถ้าองค์กรไหนมีหัวหน้าดี open-minded หน่อยก็จะโชคดีไป แต่โชคร้ายที่องค์กรเรามันค่อนข้าง conservative เด็กตัวน้อยๆ พูดอะไรไป ผู้ใหญ่รับฟัง ก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาผ่านไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คนเสนอความคิดเห็นไปก็ได้แต่ซึมและทำใจ
เพียงเพราะคำว่า "เงิน" และ "ภาระ" มันค้ำคอ ทำงานทุกวันอยากจะลุกขึ้น ทุบโต๊ะ แล้วยื่นใบลาออกซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่งานในปัจจุบันก็หายากมากๆ ยิ่งถ้า skill ธรรมดาๆ ความสามารถไม่ได้โดดเด่นอะไร ยิ่งต้องคิดให้หนักก่อนจะเปลี่ยนงานใหม่ เพราะไม่แน่เปลี่ยนแล้วอาจจะไป หนีเสือปะจระเข้อีกก็ได้
ยิ่งถ้าวันไหนฝนตกเช้า-เย็น รถติดหนักมากๆ แถม bts ก็แน่นเหมือนปลากระป๋อง ทำให้เวลาเดินทางไป-กลับเพิ่มขึ้นรวมๆ 3-4ชั่วโมง ยิ่งรู้สึกท้อแท้ไปอีก ว่าเราจะใช้ชีวิตแบบนี้ในกทม.ไปจนถึงเมื่อไหร่? จะต้องใช้แรงงานทาสในออฟฟิศไปจนเกษียณเลยเหรอ... หรือควรจะลาออกกลับไปทำเกษตรอินทรีย์ที่ต่างจังหวัดดี ทั้งๆที่เราก็มีที่ทาง มีที่ดินอยู่ต่างจังหวัดพอสมควร แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพราะครอบครัวเราก็ไม่มีใครทำเกษตรเลย และไม่สนับสนุนด้วย เพราะเค้าเห็นว่าการทำงานมีเงินเดือนทุกเดือน คืออาชีพที่มั่นคงที่สุดแล้ว ทั้งๆที่จริง เรารู้สึกว่ามันทรมานจิตใจมาก เพราะเราต้องขายแรงงานของเราทุกวันๆ รับใช้ทำตามความฝันให้คนอื่น เพื่อแลกกับเงินเดือนที่ก็ไม่ได้เยอะอะไรมากมาย และเริ่มรู้สึกว่าสุขภาพแย่ลงทุกวันๆ ด้วยเริ่มปวดหลัง ปวดเข่า ทั้งๆที่เราอายุก็ยังน้อย (ยังไม่ถึง30)
มีมนุษย์เงินเดือนใน กทม. ตัดสินใจคนไหนลาออกจากงาน เพื่อกลับไปทำการเกษตร หรือธุรกิจอื่นๆ ที่บ้านเกิดกันบ้างคะ แล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง? ชีวิตมีความสุขขึ้นมั้ย? หรือลำบากกว่าเดิมจนอยากจะกลับเข้ามาเป็นแรงงานทาสในระบบเงินเดือนอีกรอบ? แล้วมีวิธีพูดอย่างไรให้ครอบครัวยอมรับในช่วงเริ่มต้นคะ ... รบกวนช่วยมา share ให้เพื่อเป็นความรู้แก่เรา เด็กตจว.ตาดำๆ หน่อยเถอะค่ะ
ขอบพระคุณมากๆค่ะ
ตืนไปทำงานทุกวันนี้เหมือนประเทศไทยยังไม่เลิกทาสเลยค่ะ
แต่อันนี้อาจจะแล้วแต่องค์กรด้วย ถ้าองค์กรไหนมีหัวหน้าดี open-minded หน่อยก็จะโชคดีไป แต่โชคร้ายที่องค์กรเรามันค่อนข้าง conservative เด็กตัวน้อยๆ พูดอะไรไป ผู้ใหญ่รับฟัง ก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาผ่านไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง คนเสนอความคิดเห็นไปก็ได้แต่ซึมและทำใจ
เพียงเพราะคำว่า "เงิน" และ "ภาระ" มันค้ำคอ ทำงานทุกวันอยากจะลุกขึ้น ทุบโต๊ะ แล้วยื่นใบลาออกซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่งานในปัจจุบันก็หายากมากๆ ยิ่งถ้า skill ธรรมดาๆ ความสามารถไม่ได้โดดเด่นอะไร ยิ่งต้องคิดให้หนักก่อนจะเปลี่ยนงานใหม่ เพราะไม่แน่เปลี่ยนแล้วอาจจะไป หนีเสือปะจระเข้อีกก็ได้
ยิ่งถ้าวันไหนฝนตกเช้า-เย็น รถติดหนักมากๆ แถม bts ก็แน่นเหมือนปลากระป๋อง ทำให้เวลาเดินทางไป-กลับเพิ่มขึ้นรวมๆ 3-4ชั่วโมง ยิ่งรู้สึกท้อแท้ไปอีก ว่าเราจะใช้ชีวิตแบบนี้ในกทม.ไปจนถึงเมื่อไหร่? จะต้องใช้แรงงานทาสในออฟฟิศไปจนเกษียณเลยเหรอ... หรือควรจะลาออกกลับไปทำเกษตรอินทรีย์ที่ต่างจังหวัดดี ทั้งๆที่เราก็มีที่ทาง มีที่ดินอยู่ต่างจังหวัดพอสมควร แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เพราะครอบครัวเราก็ไม่มีใครทำเกษตรเลย และไม่สนับสนุนด้วย เพราะเค้าเห็นว่าการทำงานมีเงินเดือนทุกเดือน คืออาชีพที่มั่นคงที่สุดแล้ว ทั้งๆที่จริง เรารู้สึกว่ามันทรมานจิตใจมาก เพราะเราต้องขายแรงงานของเราทุกวันๆ รับใช้ทำตามความฝันให้คนอื่น เพื่อแลกกับเงินเดือนที่ก็ไม่ได้เยอะอะไรมากมาย และเริ่มรู้สึกว่าสุขภาพแย่ลงทุกวันๆ ด้วยเริ่มปวดหลัง ปวดเข่า ทั้งๆที่เราอายุก็ยังน้อย (ยังไม่ถึง30)
มีมนุษย์เงินเดือนใน กทม. ตัดสินใจคนไหนลาออกจากงาน เพื่อกลับไปทำการเกษตร หรือธุรกิจอื่นๆ ที่บ้านเกิดกันบ้างคะ แล้วผลเป็นอย่างไรบ้าง? ชีวิตมีความสุขขึ้นมั้ย? หรือลำบากกว่าเดิมจนอยากจะกลับเข้ามาเป็นแรงงานทาสในระบบเงินเดือนอีกรอบ? แล้วมีวิธีพูดอย่างไรให้ครอบครัวยอมรับในช่วงเริ่มต้นคะ ... รบกวนช่วยมา share ให้เพื่อเป็นความรู้แก่เรา เด็กตจว.ตาดำๆ หน่อยเถอะค่ะ
ขอบพระคุณมากๆค่ะ