เรื่องสั้นเรื่องที่ 4 นี้ เป็นเรื่องราวของชายจรจัดคนหนึ่งซึ่งเมื่อกรรมการอ่านจบ ต้องตั้งชื่อให้เลยว่า "คนจนผู้ยิ่งใหญ่"
เพราะเป็นคนแบบที่แอ๊ดคาราบาวร้องไว้ในเพลงแหละครับว่า "คนจน จนแต่รวยน้ำใจ"
มาอ่านกันครับ มอบเกรดแล้วก็ค่อยคิดหาตัวคนเขียนกัน...


ชายผมเผ้ายุ่งเหยิงแต่ตัวด้วยเสื้อผ้าชุดสกปรก รองเท้าแตะที่ดูดำจนแทบไม่เห็นสีเดิมถูกสวมเดินอยู่ริมทางเท้า เจ้าของรองเท้าคู่เก่ากำลังก้มหน้ามองหาอะไรสักอย่างที่ตกอยู่บนพื้น เขาทำแบบนี้มาตลอดทางที่เดินมาไกลหลายกิโลฯแล้ว และทันใดนั้นแสงอาทิตย์สาดส่องวัตถุอะไรบางอย่างสะท้อนแสงมาที่ชายผมยาว และเมื่อชายหนุ่มที่กำลังเพิ่งจะเริ่มมีความหวังเอื้อมมือลงไปเก็บวัตถุชิ้นนั้นขึ้นมา แววตาของเขาก็แสดงอาการผิดหวังเมื่อสิ่งที่อยู่ในมือนั้นคือแหวนรองน็อตที่มีขนาดใกล้เคียงกับเหรียญสิบบาท
เขาโยนเศษโลหะชิ้นนั้นเข้าพงหญ้าข้างทางและเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็ผ่านย่านชุมชนร้านค้า ที่อาคารสำนักงานอะไรสักอย่างมีเครื่องโทรศัพท์สาธารณะวางเรียงรายกันหลายตู้ แต่สภาพโทรศัพท์แต่ละเครื่องดูเก่าโทรมจนไม่น่าจะใช้งานได้แล้ว พวกมันคงรอเจ้าหน้าที่องค์การโทรศัพท์มารื้อถอนออกไป แต่ชายผู้มีความหวังก็ยังพยายามล้วงมือไปที่ช่องคืนเหรียญจากโทรศัพท์ทุกเครื่อง เขาพบความผิดหวังในนั้น
เท้าที่สวมอยู่ในรองเท้าแตะสีหม่นก็ออกเดินอีกครั้ง ไปอีกไม่ไกลเขาก็เดินไปถึงร้านอาหารข้างทาง เป็นร้านอาหารตามสั่งที่มุงด้วยสังกะสีเก่า ๆ โต๊ะไม้ด่าง ๆ ดำ ๆ จากคราบน้ำมันของอาหารที่เช็ดไม่หมด ที่นั่นไม่มีลูกค้านั่งตามโต๊ะแล้ว มีแต่จานอาหารที่เหล่าลูกค้ากินเสร็จและทิ้งไว้ ในจานบางโต๊ะมีเศษอาหารหลงเหลือเป็นเศษข้าวเศษผัก หนุ่มที่ยังไม่มีดวงในวันนี้มองภาพเหล่านั้นและกลืนน้ำลายตัวเองลงท้อง และทันใดนั้นหญิงเจ้าของร้านก็ถือถังพลาสติกใบเล็กออกมาเก็บเศษอาหารตามโต๊ะ และเมื่อเธอเห็นคนที่ภาพคนจรจัดยืนอยู่หน้าร้านจึงส่งเสียงไล่สั้น ๆ แต่น้ำเสียงรุนแรงออกไป
ชายจรจัดออกเดินต่อ เขาเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงถนนที่สองข้างทางเป็นพงหญ้าเปลี่ยว ในเวลานี้แดดเริ่มแรงจ้าเพราะเป็นเวลาบ่ายโมงกว่า ๆ ข้างหน้ามีรถยนต์จอดข้างทาง เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็เห็นยางรถด้านหนึ่งแบบจนไปต่อไม่ได้ เจ้าของรถซึ่งเป็นหญิงสาวร่างบอบบางยืนกลางร่มบังแดด มืออีกข้างหนึ่งกำลังพูดคุยโทรศัพท์มือถืออย่างกระวนกระวาย ชายในชุดสกปรกพยายามเดินเลี่ยงหลบไปเพราะเขาไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพของตัวเอง แต่เมื่อเขากำลังจะเดินผ่านรถยนต์คันนั้นไป เสียงจากหญิงสาวก็ดังมา
“ขอโทษค่ะพี่”
ชายหนุ่มหันหน้าไปทางต้นเสียง “มีอะไรครับ”
“ขอรบกวนพี่ช่วยหนูหน่อยได้มั้ยคะ พอดีว่ายางรถหนูแบนต้องเปลี่ยนยางอะไหล่ แล้วหนูหมุนแม่แรงขึ้นไม่ไหว”
ชายในสุดสีหม่นทำสีหน้างง ๆ แต่ก็เดินเข้ามาดูที่ล้อ หญิงเจ้าของรถออกแรงสุดชีวิตยกแม่แรงเหล็กก้มลงไปวางใต้ท้องปีกตัวถังรถ เธอพยายามเล็ง ๆ ให้พอดีตำแหน่งที่ถูกต้อง จากนั้นจึงเอาเหล็กขันพยายามหมุนสองสามรอบก็ดูเหนื่อยหอบ ชายหนุ่มมองภาพนั้นก็เข้าใจและลงไปช่วยหมุนจนแม่แรงยกรถขึ้นมาได้ หญิงสาวหยิบเครื่องมือไปขันน็อตที่ล้อ แต่เธอก็ไม่มีแรงมากพอที่จะทำให้มันขยับได้เลย เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มก็ไปช่วยขันน็อตออกมาครบทุกตัว
หญิงสาวใช้ท่อนแขนที่เล็กเรียวพยายามยกยางอะไหล่ลงมาจากท้ายรถ แต่คนจรจัดก็มองภาพนั้นอย่างอึดอัดกลัวว่าท่อนแขนเล็ก ๆ นั้นจะหักไปเสียก่อน เขาจึงไปช่วยยกยางอะไหล่ลงมา ทั้งคู่ช่วยกันใส่ล้ออะไหล่จนเสร็จ ชายจรจัดช่วยยกล้อที่ยางแบนเข้าไปเก็บไว้ที่ท้ายรถ
“ขอบคุณมากเลยค่ะพี่ที่ช่วยหนู ถ้าไม่ได้พี่นี่หนูแย่เลยนะคะ” เธอพูดพร้อมยกมือมาปาดเหงื่อบนใบหน้า
คนจรจัดไม่ได้แสดงอาการอะไรมากนักได้แต่ยิ้ม ๆ และเตรียมจะเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ พี่อุตส่าห์ช่วยหนู หนูมีค่าตอบแทนให้พี่ ถือว่าเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ” หญิงเจ้าของรถยื่นธนบัตรหนึ่งร้อยบาทให้ฝั่งตรงข้าม
คนจรจัดได้แต่ยกมือขึ้นมาบอกปัดว่าไม่ต้องการเงิน “ไม่เอาหรอก นิดเดียวเอง” และโดยที่ไม่รีรอคำพูดใด ๆ จากหญิงสาว เขาก็ออกเดินทันที
เท้าและรองเท้าคู่เก่าออกเดินอีกครั้งตามเส้นทางที่ไร้จุดหมาย เขาเดินไปเรื่อย ๆ ด้วยความเหนื่อยล้าและเริ่มท้อ แสงแดดเริ่มเบาลงบ้างแล้วแต่สีหน้าของชายจรจัดยังคงดูหมดหวัง ข้างหน้ามีบ้านหลังหนึ่ง หน้าบ้านมีชายวัยกลางคนกำลังยกต้นไม้ดอกที่ปลูกอยู่ในถุงดำลงจากกระบะรถ ในกระบะรถมีต้นไม้หลายสิบต้น ชายที่เพิ่งเดินมาถึงเห็นภาพนั้นจึงเอ่ยปากถาม
“ให้ผมช่วยไหมครับ”
ชายที่กำลังง่วนกับการเคลื่อนย้ายต้นไม้พูดพร้อมรอยยิ้ม “ขอบใจมาก”
โดยที่ชายหนุ่มไม่รอฟังคำตอบรับใด ๆ อีก เขาลงมือค่อย ๆ อุ้มถุงต้นไม้ลงจากรถ ชายวัยกลางคนได้แต่ยิ้มรับกับภาพนั้น
ไม่นานต้นไม้ทั้งหมดก็ลงมาวางเรียงกันน้ารั้วบ้าน
“ฉันจะเอาต้นไม้เหล่านี้มาจัดสวนหน้าบ้านสักหน่อย” เจ้าของบ้านพูด
คนจรจัดมองผ่านรั้วเข้าไปเห็นพื้นที่บริเวณหน้าบ้านที่ปลกคลุมไปด้วยวัชพืช
“จัดสวนในบ้านนี้หรือครับ”
“ใช่ แต่คงต้องรอถางหญ้าให้เรียบร้อยก่อน”
ชายหนุ่มเห็นโอกาสจึงเอ่ยถามอีกครั้ง
“จ้างผมถางหญ้าก็ได้นะครับ”
“เอาสิ พ่อหนุ่มจะคิดเท่าไหร่ล่ะ”
ผู้เสนอตัวมองพิจารณาไปยังสนามหญ้า
“พื้นที่ไม่กว้างมากใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็คงจะเสร็จ ผมขอให้ 50 บาทครับ”
“เหรอ งั้นตกลง กรรไกรตัดหญ้าอยู่ที่ข้างโรงรถนะ”
โดยไม่รอช้า ชายจรจัดเร่งรีบเดินเข้าไปหยิบกรรไกรตัดหญ้าและลงมือทำงานทันที
เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง สนามหญ้าก็เรียบร้อยจากการตกแต่ง คนงานยังใช้คราดมากวาดเศษหญ้าไปกองรวมกัน
“โอ้… เธอทำงานเรียบร้อยดีมาก” เจ้าของบ้านพูดพร้อมยื่นกระป๋องน้ำอัดลมให้แก่ลูกจ้าง “ว่าแต่เธอไปยังไงมายังไงล่ะ”
“ผมไม่มีบ้านครับ เร่ร่อนไปเรื่อย ๆ หารับจ้างไปวัน ๆ หาเงินซื้อข้าวกิน”
“แล้วถ้าวันไหนไม่มีงานทำแล้วจะได้กินข้าวหรือ”
“วันไหนหางานไม่ได้ก็อดครับ”
ชายเร่ร่อนพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา แตกต่างจากเจ้าของบ้านที่พอฟังแล้วก็รู้สึกหดหู่ เขาล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรออกมาหนึ่งใบ
“นี่คือค่าจ้างของเธอ รับไปสิ”
ชายจรจัดเห็นสีของธนบัตรใบนั้นจึงพูดว่า
“ท่านมีแบงค์ 50 ไหมครับ พอดีผมไม่มีเงินทอน”
“ไม่ต้องทอนหรอก รับไปเถอะ”
ชายหนุ่มทำท่าทีอิดออด
“ไม่ได้หรอกครับ ผมทำงานไปแค่ 50 บาท จะให้รับเงิน 100 ได้อย่างไร”
ชายเจ้าของบ้านหยิบกระเป๋าเงินออกมาและควานหาแบงค์ 50 เมื่อเจอใบที่ต้องการก็ยื่นให้ชายตรงหน้า
“ขอบคุณครับ”
เมื่อชายจรจัดได้รับเงิน เขาก็เดินจากไปตามวีถีอย่างที่เคยเป็น
รายชื่อให้เลือกตอบ
ฝ่ายชาย
1. จอมยุทธนักสืบ
2. ชายขอบคันนายาว
3. ลูนาติก (วีคนี้ไม่มี)
4. ส.สัตยา
5. สวนดอก
6. B-thirteen(วีคนี้ไม่มี)
7. Chee River (ลำน้ำ C)
8. Christian Trevelyan Grey
9. GTW
10. KTHc
11. Na(นะ)
12. psycho_factory
13. ruennara
14. Soul Master(วีคนี้ไม่มี)
15. สมาชิกหมายเลข 4563770
16. WANG JIE (พฤษภเสารี)
ฝ่ายหญิง
1. นลินมณี
2. ยัยตัวร้ายมุกอันดา
3. รัชต์สารินท์
4. ลายลิขิต
5. สมาชิกหมายเลข 817884 (โจอี้)
6. Lady Star 919
7. สมาชิกหมายเลข 2326325 (ladylongleg)
8. Susisiri(วีคนี้ไม่มี)
*** จะเฉลย ทุกถุงมือ คืนวันศุกร์ ที่
28 กันยายน 2561 (ภาพปริศนาจะเริ่มวาง วันที่ 26 สำหรับกระทู้ถุงมือเรื่องสั้นครับ) ***
🍜🌭😁THE WEEKLY GLOVES ไตรมาสสุดท้าย วีคที่ 39 วีคสุดท้าย เรื่องสั้น#90 "หิวข้าว" : ถุงมือ "คนจนผู้ยิ่งใหญ่"😁🌭🍜
เรื่องสั้นเรื่องที่ 4 นี้ เป็นเรื่องราวของชายจรจัดคนหนึ่งซึ่งเมื่อกรรมการอ่านจบ ต้องตั้งชื่อให้เลยว่า "คนจนผู้ยิ่งใหญ่"
เพราะเป็นคนแบบที่แอ๊ดคาราบาวร้องไว้ในเพลงแหละครับว่า "คนจน จนแต่รวยน้ำใจ"
มาอ่านกันครับ มอบเกรดแล้วก็ค่อยคิดหาตัวคนเขียนกัน...
ชายผมเผ้ายุ่งเหยิงแต่ตัวด้วยเสื้อผ้าชุดสกปรก รองเท้าแตะที่ดูดำจนแทบไม่เห็นสีเดิมถูกสวมเดินอยู่ริมทางเท้า เจ้าของรองเท้าคู่เก่ากำลังก้มหน้ามองหาอะไรสักอย่างที่ตกอยู่บนพื้น เขาทำแบบนี้มาตลอดทางที่เดินมาไกลหลายกิโลฯแล้ว และทันใดนั้นแสงอาทิตย์สาดส่องวัตถุอะไรบางอย่างสะท้อนแสงมาที่ชายผมยาว และเมื่อชายหนุ่มที่กำลังเพิ่งจะเริ่มมีความหวังเอื้อมมือลงไปเก็บวัตถุชิ้นนั้นขึ้นมา แววตาของเขาก็แสดงอาการผิดหวังเมื่อสิ่งที่อยู่ในมือนั้นคือแหวนรองน็อตที่มีขนาดใกล้เคียงกับเหรียญสิบบาท
เขาโยนเศษโลหะชิ้นนั้นเข้าพงหญ้าข้างทางและเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็ผ่านย่านชุมชนร้านค้า ที่อาคารสำนักงานอะไรสักอย่างมีเครื่องโทรศัพท์สาธารณะวางเรียงรายกันหลายตู้ แต่สภาพโทรศัพท์แต่ละเครื่องดูเก่าโทรมจนไม่น่าจะใช้งานได้แล้ว พวกมันคงรอเจ้าหน้าที่องค์การโทรศัพท์มารื้อถอนออกไป แต่ชายผู้มีความหวังก็ยังพยายามล้วงมือไปที่ช่องคืนเหรียญจากโทรศัพท์ทุกเครื่อง เขาพบความผิดหวังในนั้น
เท้าที่สวมอยู่ในรองเท้าแตะสีหม่นก็ออกเดินอีกครั้ง ไปอีกไม่ไกลเขาก็เดินไปถึงร้านอาหารข้างทาง เป็นร้านอาหารตามสั่งที่มุงด้วยสังกะสีเก่า ๆ โต๊ะไม้ด่าง ๆ ดำ ๆ จากคราบน้ำมันของอาหารที่เช็ดไม่หมด ที่นั่นไม่มีลูกค้านั่งตามโต๊ะแล้ว มีแต่จานอาหารที่เหล่าลูกค้ากินเสร็จและทิ้งไว้ ในจานบางโต๊ะมีเศษอาหารหลงเหลือเป็นเศษข้าวเศษผัก หนุ่มที่ยังไม่มีดวงในวันนี้มองภาพเหล่านั้นและกลืนน้ำลายตัวเองลงท้อง และทันใดนั้นหญิงเจ้าของร้านก็ถือถังพลาสติกใบเล็กออกมาเก็บเศษอาหารตามโต๊ะ และเมื่อเธอเห็นคนที่ภาพคนจรจัดยืนอยู่หน้าร้านจึงส่งเสียงไล่สั้น ๆ แต่น้ำเสียงรุนแรงออกไป
ชายจรจัดออกเดินต่อ เขาเดินไปเรื่อย ๆ จนถึงถนนที่สองข้างทางเป็นพงหญ้าเปลี่ยว ในเวลานี้แดดเริ่มแรงจ้าเพราะเป็นเวลาบ่ายโมงกว่า ๆ ข้างหน้ามีรถยนต์จอดข้างทาง เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็เห็นยางรถด้านหนึ่งแบบจนไปต่อไม่ได้ เจ้าของรถซึ่งเป็นหญิงสาวร่างบอบบางยืนกลางร่มบังแดด มืออีกข้างหนึ่งกำลังพูดคุยโทรศัพท์มือถืออย่างกระวนกระวาย ชายในชุดสกปรกพยายามเดินเลี่ยงหลบไปเพราะเขาไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพของตัวเอง แต่เมื่อเขากำลังจะเดินผ่านรถยนต์คันนั้นไป เสียงจากหญิงสาวก็ดังมา
“ขอโทษค่ะพี่”
ชายหนุ่มหันหน้าไปทางต้นเสียง “มีอะไรครับ”
“ขอรบกวนพี่ช่วยหนูหน่อยได้มั้ยคะ พอดีว่ายางรถหนูแบนต้องเปลี่ยนยางอะไหล่ แล้วหนูหมุนแม่แรงขึ้นไม่ไหว”
ชายในสุดสีหม่นทำสีหน้างง ๆ แต่ก็เดินเข้ามาดูที่ล้อ หญิงเจ้าของรถออกแรงสุดชีวิตยกแม่แรงเหล็กก้มลงไปวางใต้ท้องปีกตัวถังรถ เธอพยายามเล็ง ๆ ให้พอดีตำแหน่งที่ถูกต้อง จากนั้นจึงเอาเหล็กขันพยายามหมุนสองสามรอบก็ดูเหนื่อยหอบ ชายหนุ่มมองภาพนั้นก็เข้าใจและลงไปช่วยหมุนจนแม่แรงยกรถขึ้นมาได้ หญิงสาวหยิบเครื่องมือไปขันน็อตที่ล้อ แต่เธอก็ไม่มีแรงมากพอที่จะทำให้มันขยับได้เลย เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มก็ไปช่วยขันน็อตออกมาครบทุกตัว
หญิงสาวใช้ท่อนแขนที่เล็กเรียวพยายามยกยางอะไหล่ลงมาจากท้ายรถ แต่คนจรจัดก็มองภาพนั้นอย่างอึดอัดกลัวว่าท่อนแขนเล็ก ๆ นั้นจะหักไปเสียก่อน เขาจึงไปช่วยยกยางอะไหล่ลงมา ทั้งคู่ช่วยกันใส่ล้ออะไหล่จนเสร็จ ชายจรจัดช่วยยกล้อที่ยางแบนเข้าไปเก็บไว้ที่ท้ายรถ
“ขอบคุณมากเลยค่ะพี่ที่ช่วยหนู ถ้าไม่ได้พี่นี่หนูแย่เลยนะคะ” เธอพูดพร้อมยกมือมาปาดเหงื่อบนใบหน้า
คนจรจัดไม่ได้แสดงอาการอะไรมากนักได้แต่ยิ้ม ๆ และเตรียมจะเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ พี่อุตส่าห์ช่วยหนู หนูมีค่าตอบแทนให้พี่ ถือว่าเป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ” หญิงเจ้าของรถยื่นธนบัตรหนึ่งร้อยบาทให้ฝั่งตรงข้าม
คนจรจัดได้แต่ยกมือขึ้นมาบอกปัดว่าไม่ต้องการเงิน “ไม่เอาหรอก นิดเดียวเอง” และโดยที่ไม่รีรอคำพูดใด ๆ จากหญิงสาว เขาก็ออกเดินทันที
เท้าและรองเท้าคู่เก่าออกเดินอีกครั้งตามเส้นทางที่ไร้จุดหมาย เขาเดินไปเรื่อย ๆ ด้วยความเหนื่อยล้าและเริ่มท้อ แสงแดดเริ่มเบาลงบ้างแล้วแต่สีหน้าของชายจรจัดยังคงดูหมดหวัง ข้างหน้ามีบ้านหลังหนึ่ง หน้าบ้านมีชายวัยกลางคนกำลังยกต้นไม้ดอกที่ปลูกอยู่ในถุงดำลงจากกระบะรถ ในกระบะรถมีต้นไม้หลายสิบต้น ชายที่เพิ่งเดินมาถึงเห็นภาพนั้นจึงเอ่ยปากถาม
“ให้ผมช่วยไหมครับ”
ชายที่กำลังง่วนกับการเคลื่อนย้ายต้นไม้พูดพร้อมรอยยิ้ม “ขอบใจมาก”
โดยที่ชายหนุ่มไม่รอฟังคำตอบรับใด ๆ อีก เขาลงมือค่อย ๆ อุ้มถุงต้นไม้ลงจากรถ ชายวัยกลางคนได้แต่ยิ้มรับกับภาพนั้น
ไม่นานต้นไม้ทั้งหมดก็ลงมาวางเรียงกันน้ารั้วบ้าน
“ฉันจะเอาต้นไม้เหล่านี้มาจัดสวนหน้าบ้านสักหน่อย” เจ้าของบ้านพูด
คนจรจัดมองผ่านรั้วเข้าไปเห็นพื้นที่บริเวณหน้าบ้านที่ปลกคลุมไปด้วยวัชพืช
“จัดสวนในบ้านนี้หรือครับ”
“ใช่ แต่คงต้องรอถางหญ้าให้เรียบร้อยก่อน”
ชายหนุ่มเห็นโอกาสจึงเอ่ยถามอีกครั้ง
“จ้างผมถางหญ้าก็ได้นะครับ”
“เอาสิ พ่อหนุ่มจะคิดเท่าไหร่ล่ะ”
ผู้เสนอตัวมองพิจารณาไปยังสนามหญ้า
“พื้นที่ไม่กว้างมากใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็คงจะเสร็จ ผมขอให้ 50 บาทครับ”
“เหรอ งั้นตกลง กรรไกรตัดหญ้าอยู่ที่ข้างโรงรถนะ”
โดยไม่รอช้า ชายจรจัดเร่งรีบเดินเข้าไปหยิบกรรไกรตัดหญ้าและลงมือทำงานทันที
เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง สนามหญ้าก็เรียบร้อยจากการตกแต่ง คนงานยังใช้คราดมากวาดเศษหญ้าไปกองรวมกัน
“โอ้… เธอทำงานเรียบร้อยดีมาก” เจ้าของบ้านพูดพร้อมยื่นกระป๋องน้ำอัดลมให้แก่ลูกจ้าง “ว่าแต่เธอไปยังไงมายังไงล่ะ”
“ผมไม่มีบ้านครับ เร่ร่อนไปเรื่อย ๆ หารับจ้างไปวัน ๆ หาเงินซื้อข้าวกิน”
“แล้วถ้าวันไหนไม่มีงานทำแล้วจะได้กินข้าวหรือ”
“วันไหนหางานไม่ได้ก็อดครับ”
ชายเร่ร่อนพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา แตกต่างจากเจ้าของบ้านที่พอฟังแล้วก็รู้สึกหดหู่ เขาล้วงกระเป๋าหยิบธนบัตรออกมาหนึ่งใบ
“นี่คือค่าจ้างของเธอ รับไปสิ”
ชายจรจัดเห็นสีของธนบัตรใบนั้นจึงพูดว่า
“ท่านมีแบงค์ 50 ไหมครับ พอดีผมไม่มีเงินทอน”
“ไม่ต้องทอนหรอก รับไปเถอะ”
ชายหนุ่มทำท่าทีอิดออด “ไม่ได้หรอกครับ ผมทำงานไปแค่ 50 บาท จะให้รับเงิน 100 ได้อย่างไร”
ชายเจ้าของบ้านหยิบกระเป๋าเงินออกมาและควานหาแบงค์ 50 เมื่อเจอใบที่ต้องการก็ยื่นให้ชายตรงหน้า
“ขอบคุณครับ”
เมื่อชายจรจัดได้รับเงิน เขาก็เดินจากไปตามวีถีอย่างที่เคยเป็น
ถุงมือ "คนจนผู้ยิ่งใหญ่"
รายชื่อให้เลือกตอบ
ฝ่ายชาย
1. จอมยุทธนักสืบ
2. ชายขอบคันนายาว
3. ลูนาติก(วีคนี้ไม่มี)4. ส.สัตยา
5. สวนดอก
6. B-thirteen(วีคนี้ไม่มี)7. Chee River (ลำน้ำ C)
8. Christian Trevelyan Grey
9. GTW
10. KTHc
11. Na(นะ)
12. psycho_factory
13. ruennara
14. Soul Master(วีคนี้ไม่มี)15. สมาชิกหมายเลข 4563770
16. WANG JIE (พฤษภเสารี)
ฝ่ายหญิง
1. นลินมณี
2. ยัยตัวร้ายมุกอันดา
3. รัชต์สารินท์
4. ลายลิขิต
5. สมาชิกหมายเลข 817884 (โจอี้)
6. Lady Star 919
7. สมาชิกหมายเลข 2326325 (ladylongleg)
8. Susisiri(วีคนี้ไม่มี)*** จะเฉลย ทุกถุงมือ คืนวันศุกร์ ที่ 28 กันยายน 2561 (ภาพปริศนาจะเริ่มวาง วันที่ 26 สำหรับกระทู้ถุงมือเรื่องสั้นครับ) ***