(#TodaysTopic) (#BPBizClub)
<ต้นกำเนิด Lawson จากร้านบ้านๆอเมริกัน สู่เชนยักษ์ญี่ปุ่น>
.
.
จุดเริ่มต้นที่กลายมาเป็น 1 ในเชนร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เริ่มต้นในปี 1939 เมื่อเจ้าของฟามนมใน อเมริกา รัฐโอไฮโอ ชื่อ J.J.Lawson ได้ไอเดีย “ ทำไมเราต้องส่งนมตามบ้านกันนะ เปลี่ยนเป็นให้คนมาซื้อนมที่ร้านแทนดีกว่า” จากไอเดียเล็กๆ Lawson ได้เปิดร้านขายนม และ ค่อยๆเพิ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องอย่าง ไข่ เนื้อวัว หรือ น้ำส้ม เข้าไป ซึ่งถือเป็นร้านแรกๆที่สุดท้ายจะถูกพวกเราเรียกว่า ร้านสะดวกซื้อ
.
.
ในช่วงต้นปี 1980s Lawson ขยายสาขาไปทั่ว โดยมีสาขามากถึง 700 สาขา ก่อนที่ในปี 1985 บริษัท Sara Lee Corp. เจ้าของ Lawson ในขณะนั้นจะตัดสินใจขาย Lawson ให้กับบริษัท Dairy Mart
.
.
ในปี 2001 Dairy Mart ประกาศล้มละลาย และถูกขายให้กับบริษัทสัญชาติแคนาดา Alimentation Couche-Tard Inc. สุดท้ายถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Circle K stores
.
.
นั่นดูเหมือนจะเป็นจุดจบของ Lawson หากแต่ในปี 1975 บริษัทญี่ปุ่น ไดเอ ไม่ไปซื้อเฟรนไชส์มาซะก่อน
.
.
ไดเอ เป็นบริษัทขายปลีกที่มองเห็นช่องทางในขณะนั้นว่า ไอเดียร้านสะดวกซื้อจะต้องปังแน่เพราะ “ร้านเป็นมากกว่าร้านโชว์ห่วยที่มีลุงๆป้าๆต้องมาดูเองตลอดเวลา แต่มันก็ไม่ใหญ่เท่าร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ของเยอะไป ไม่สะดวกตั้งได้ทุกที่” ซึ่ง ไดเอ เองคงเห็นตัวอย่างจาก 7-11 เพราะก่อนหน้านั้นแค่ปีเดียว 7-11 ถูกซื้อโดยบริษัทญี่ปุ่น แล้วนำมาลงเรียบร้อยแล้ว
.
.
ปัจจุบัน Lawson ในญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจาก
1) 7-11 ที่มี 21,000 สาขา
2) Family Mart ที่มี 17,000 สาขา
3) Lawson ที่มี 14,000 สาขา
เพื่อให้เห็นภาพว่าเยอะแค่ไหน 7-11 ใน ไทย มีราวๆ 10,000 สาขาเอง
.
.
Localization แบบยี่ปุ้นญี่ปุ่น : ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องของการปรับตัวอยู่แล้ว พอร้านสะดวกซื้อไม่ว่าจะเป็น 7-11 หรือ Lawson พอมาถึงญี่ปุ่นปุ๊บ ก็เพิ่มในส่วนของ อาหารพร้อมทานเข้าไป รวมถึงมุมสำหรับทานอาหารในร้านสะดวกซื้อบางร้านด้วย
.
.
Logistic Advance : พอมาญี่ปุ่นปุ๊บ ความสดใหม่ถือเป็นจุดขายของวัฒนธรรมอยู่แล้ว ญี่ปุ่นจัดการระบบ Logistic ในแบบของตัวเองทำให้อาหารพร้อมทานนั้นจะถูกส่งไปยังร้านสะดวกซื้อทุกแห่งในญี่ปุ่น ภายใน 8 ชั่วโมงหลังจากทำเสร็จ
.
.
เพิ่มความสะดวกให้สุดๆไปเลย : ไม่ใช่แค่อาหารการกินที่ญี่ปุ่นจัดการใส่เข้าไปเท่านั้น ลูกค้าร้านสะดวกซื้อสามารถ ซื้อตั๋วต่างๆ ทั้งตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟความเร็วสูง ตั๋วรถบัสข้ามจังหวัด ซื้อประกัน รับส่งของจากไปรษณีย์ หรือ แม้แต่ถ่ายเอกสาร ก็ทำได้ (ทั้งยังมีห้องน้ำให้บริการด้วยนะเออ)
.
.
คิดเห็นอย่างไร คอมเมนท์แชร์กันครับ
==============================
(เพจผมนะครับ หากต้องการอ่านบทความอื่นๆ เข้ามาดูได้ครับ
https://www.facebook.com/BPBizClub ขอคำชี้แนะด้วยนะครับผม)
(ฝากกด ไลค์ ฟอลโลว เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ)
ต้นกำเนิด Lawson จากร้านบ้านๆอเมริกัน สู่เชนยักษ์ญี่ปุ่น
(#TodaysTopic) (#BPBizClub)
<ต้นกำเนิด Lawson จากร้านบ้านๆอเมริกัน สู่เชนยักษ์ญี่ปุ่น>
.
.
จุดเริ่มต้นที่กลายมาเป็น 1 ในเชนร้านสะดวกซื้อที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เริ่มต้นในปี 1939 เมื่อเจ้าของฟามนมใน อเมริกา รัฐโอไฮโอ ชื่อ J.J.Lawson ได้ไอเดีย “ ทำไมเราต้องส่งนมตามบ้านกันนะ เปลี่ยนเป็นให้คนมาซื้อนมที่ร้านแทนดีกว่า” จากไอเดียเล็กๆ Lawson ได้เปิดร้านขายนม และ ค่อยๆเพิ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องอย่าง ไข่ เนื้อวัว หรือ น้ำส้ม เข้าไป ซึ่งถือเป็นร้านแรกๆที่สุดท้ายจะถูกพวกเราเรียกว่า ร้านสะดวกซื้อ
.
.
ในช่วงต้นปี 1980s Lawson ขยายสาขาไปทั่ว โดยมีสาขามากถึง 700 สาขา ก่อนที่ในปี 1985 บริษัท Sara Lee Corp. เจ้าของ Lawson ในขณะนั้นจะตัดสินใจขาย Lawson ให้กับบริษัท Dairy Mart
.
.
ในปี 2001 Dairy Mart ประกาศล้มละลาย และถูกขายให้กับบริษัทสัญชาติแคนาดา Alimentation Couche-Tard Inc. สุดท้ายถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Circle K stores
.
.
นั่นดูเหมือนจะเป็นจุดจบของ Lawson หากแต่ในปี 1975 บริษัทญี่ปุ่น ไดเอ ไม่ไปซื้อเฟรนไชส์มาซะก่อน
.
.
ไดเอ เป็นบริษัทขายปลีกที่มองเห็นช่องทางในขณะนั้นว่า ไอเดียร้านสะดวกซื้อจะต้องปังแน่เพราะ “ร้านเป็นมากกว่าร้านโชว์ห่วยที่มีลุงๆป้าๆต้องมาดูเองตลอดเวลา แต่มันก็ไม่ใหญ่เท่าร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่ของเยอะไป ไม่สะดวกตั้งได้ทุกที่” ซึ่ง ไดเอ เองคงเห็นตัวอย่างจาก 7-11 เพราะก่อนหน้านั้นแค่ปีเดียว 7-11 ถูกซื้อโดยบริษัทญี่ปุ่น แล้วนำมาลงเรียบร้อยแล้ว
.
.
ปัจจุบัน Lawson ในญี่ปุ่นใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจาก
1) 7-11 ที่มี 21,000 สาขา
2) Family Mart ที่มี 17,000 สาขา
3) Lawson ที่มี 14,000 สาขา
เพื่อให้เห็นภาพว่าเยอะแค่ไหน 7-11 ใน ไทย มีราวๆ 10,000 สาขาเอง
.
.
Localization แบบยี่ปุ้นญี่ปุ่น : ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องของการปรับตัวอยู่แล้ว พอร้านสะดวกซื้อไม่ว่าจะเป็น 7-11 หรือ Lawson พอมาถึงญี่ปุ่นปุ๊บ ก็เพิ่มในส่วนของ อาหารพร้อมทานเข้าไป รวมถึงมุมสำหรับทานอาหารในร้านสะดวกซื้อบางร้านด้วย
.
.
Logistic Advance : พอมาญี่ปุ่นปุ๊บ ความสดใหม่ถือเป็นจุดขายของวัฒนธรรมอยู่แล้ว ญี่ปุ่นจัดการระบบ Logistic ในแบบของตัวเองทำให้อาหารพร้อมทานนั้นจะถูกส่งไปยังร้านสะดวกซื้อทุกแห่งในญี่ปุ่น ภายใน 8 ชั่วโมงหลังจากทำเสร็จ
.
.
เพิ่มความสะดวกให้สุดๆไปเลย : ไม่ใช่แค่อาหารการกินที่ญี่ปุ่นจัดการใส่เข้าไปเท่านั้น ลูกค้าร้านสะดวกซื้อสามารถ ซื้อตั๋วต่างๆ ทั้งตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟความเร็วสูง ตั๋วรถบัสข้ามจังหวัด ซื้อประกัน รับส่งของจากไปรษณีย์ หรือ แม้แต่ถ่ายเอกสาร ก็ทำได้ (ทั้งยังมีห้องน้ำให้บริการด้วยนะเออ)
.
.
คิดเห็นอย่างไร คอมเมนท์แชร์กันครับ
==============================
(เพจผมนะครับ หากต้องการอ่านบทความอื่นๆ เข้ามาดูได้ครับ https://www.facebook.com/BPBizClub ขอคำชี้แนะด้วยนะครับผม)
(ฝากกด ไลค์ ฟอลโลว เพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ)