เมื่อราวปี59ของในบ้านหายปริศนา หายไปแบบน่าสงสัย ตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอ

ตามหัวข้อเลยค่ะ คือของในบ้านเราหายไป หายไปแบบ มันหายไปได้ยังไงว่ะ หายไปตอนไหน ตอนนี้เมื่อพูดมันอาจจะฟังตลกมาก แต่ตอนนั้นมันเครียดมากเครียดจนอยากจะตายไปให้พ้นๆอะไรประมาณนั้น
แต่เรื่องนั้นก็ไม่เกี่ยวกัน ปัญหาเรื่องของเรื่องคือของหาย

เดี๋ยวจะเล่าเรื่องให้ฟังค่ะ ในวันนั้นเป็นวันที่เราต้องทำงานกลุ่ม ตอนนั้นเราเป็นนักเรียนค่ะ ตามปกติแล้วเวลาเราทำงานอะไรพวกนี้เราจะไปบ้านเพื่อนอะไรทำนองนั้น ไปบ้านเพื่อนสองคนบ่อยมากจนวันหนึ่งบ้านเพื่อนสองคนนันไม่สามารถนอนได้เพราะบ้านมีธุระ/ไม่ว่าง เลยต้องมานอนบ้านเรา

แล้วทำไมงานกลุ่มต้องมานอนบ้านด้วยแบ่งๆไปก็ได้นิ งานนี้เป็นงานตัดต่อวิดิโอละครสั้นอะไรเทือกนั้นน่ะ เราเป็นตัวหลักในการทำงาน ส่วนคนอื่นเราชวนมาให้มาลำบากด้วยกันเฉยๆ(เพราะงานกลุ่มที่มีคนตัดต่อคอมเป็นแค่สองสามคนจากสิบเอ็ด)

เอาล่ะเรื่องงานก็เว้นไปแต่....!!!!

หนึ่งเดือนต่อมาของหาย! สิ่งที่หายคือ แหวนแต่งงานของญาติผู้ใหญ่ในบ้านคนหนึ่ง!

ในหัวเราตอนนั้นคืออ้าวชิท!! แหวนหาย!?

วันนั้นญาติท่านนี้เรียกเรามาคุยด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดมากพร้อมกับเอารูปให้ดูเสร็จสับ มันเป็นแหวนที่มีเพชรกลมติดอยู่ แหวนทองคำขาว

อ่า เราก็รับฟังไปทีนี้ญาติท่านนี้ก็บอกให้ไปถามเพื่อนที่มานอนบ้านว่ามีใครเอาไปไหม?
เราก็เครียดมาก วันนั้นเราเรียกรวมกลุ่มเพื่อนนี้พร้อมกับบอกไปว่าของอยู่ในบ้นหาย ให้ทุกคนมารวมกันในวันนี้เดี๋ยวนี้ บ้านเพื่อนหลายคนอยู่ค่อนข้างไกล ไกลที่สุด20กิโลเมตร ใกล้สุดก็คือเกือบๆ1กิโลเมตร ช่วงเที่ยงๆบ่ายๆทุกคนก็มากันครบ บางคนก็มาพร้อมพ่อแม่

ญาติผู้ใหญ่ท่านนี้ก็เริ่มคุยกับทุกคน บอกว่าใครเอาไปก็เอามาคืน ตนจะไม่เอาเรื่องเลยแม้แต่น้อย แต่อยากขอให้คืนเพราะแหวนสำคัญมาก บลาๆ
คุยไปคุยมาก็ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่ญาติท่านนั้นก็บอกว่าตนจะแจ้งความเอาเรื่องจนถึงที่สุด! เอาล่ะทุกคนที่ตกเป็นจำเลยก็บอกว่าแจ้งเลยยังไงก็เชื่อว่าตัวเองนั้นบริสุทธิ์ ไม่นานก็แยกย้ายกลับ

จากนั้นในตอนเย็นๆ เราก็ถูกเรียกมาคุยอีกพร้อมกับป้าข้างบ้านที่ญาติผู้ใหหญ่ท่านนั้นไปบอกว่าเราเอาเพื่อนไปนอนที่บ้านแล้วของหาย ป้าๆทั้งหลายก็มาเกลี่ยกล่อมเราว่าให้ไปบอกเพื่อนให้เอามาคืน ตอนนั้นเราเครียดแล้วก็รำคาญมาก อีป้าเอ็งไปใครมาพูดมายิ้มทำไมของของก็ไม่ใช่ บลาๆ

จากนั้นเราก็อธิบายว่า คืนนั้นที่เพื่อนมานอนทุกคนนอนหมดยกเว้นเรา! เพราะเราทำงาน! ทุกคนนอนรวมกันอยู่หน้าห้อง! เราก็นั่งอยู่ตรงนั้น ไม่เห็นใครเข้าไป!

แต่!!!

ญาติผู้ใหญท่านนั้นก็บอกว่าเราเข้าข้างเพื่อน แล้วยังบอกอีกว่าถ้าเราไม่ใช่คนในครอบครัวญาติท่านนั้นก็สงสัยเราเหมือนกัน! ทุกคนในบ้านนับญาติผู้ใหญ่พี่ของญาติผู้ใหญ่สองคนแม่ของญาติผู้ใหญ่ ป้าข้างบ้านสองคนที่ญาติผู้ใหญ่ไปบอกเล่า ต่างพากันพูดเกลี้ยกล่อมให้เราไปบอกเพื่อนเมื่อเราพูดก็โดนขัดว่าเราเข้าข้างคนอื่น ด่าเราว่าเราสารพัด ยังบอกให้เราสังเกตอีกด้วยว่าเพื่อนๆเราในช่วงเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นใผิดปกติบ้าง ผลคือไม่มีใผิดปกติไม่มีใครใช้มือเติบผิดปกตินะ

คือญาติผู้ใหญ่ท่านนี้มีแฟนเป็นฝรั่งน่ะ คงคิดออกว่าพวกแหม่มทั้งหลายจะเป็นสไตล์ไหน

ตอนนั้นเราเกรี้ยวกราดมาก คิดในใจว่าถึงด่าเราไปของมันก็ไม่ลอยกลับมาหาหรอก ซ้ำยังน้อยใจมากด้วยคือเราก็ไม่ได้เข้าข้างเพื่อนเลย ตอนแรกที่รู้ว่าของหายเราเครียดมาก ซ้ำยังสงสัยทุกคนยิ่งกว่าเราเป็นคนทำหายเองเสียอีก

เรานึกย้อนไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อนที่เพื่อนมานอนที่บ้านเราทำอะไรไปบ้าง ใช่แล้วญาติผู่ใหญ่ท่านนี้มาทราบว่าของหายเมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว
ลืมบอกไปว่าที่ที่ของหายมันถูกเก็บในห้องส่วนที่เพื่อนนอนคือด้านนอก
แล้วเราลืมบอกไปว่าไอ้แหวนแต่งงานที่มันโคตรสำคัญที่มันหายไปเนี้ยมันถูกเก็บในตู้เสื้อผ้าพร้อมกับสร้อยกำไลตุ้มหูที่หาซื้อตามท้องตลาด ตอนที่เรารู้ว่ามันถูกเก็บอยู่ในตู้เสื้อผ้าเราก็งงหนักมาก ไหนว่ามันสำคัญไงฟ่ะ

ตอนนึกย้อนไปก็จำได้ว่าเราเข้าไปในห้องครั้งหนึ่ง เข้าไปเอาเสื้อมาให้เพื่อนตัวหนึ่ง ตอนนั้น เอามาจากตู้เรานะไม่ใช่ตู้ที่เก็บแหวน
จากที่เราออกมา เราสารภาพเลยว่าเราเป็นคนที่ค่อนข้างหวงของ เราเลยล็อกห้อง! โอเคห้องนั้นไม่สามารถเข้าได้แล้วล่ะ เราก็ไปทำงานของเราตามปกติ
และข้างห้องที่เราล็อกญาติผู้ใหญ่ท่านนี้ที่ของหายเนี่ยก็นอนอยู่ห้องข้างๆมันเป็นห้องติดกัน โอเคเราก็ทำงานต่อไปตั้งแต่สามทุ่มจนถึงตีห้า! ก่อนจะตื่นนอนช่วงหกโมงเช้าไปอาบน้ำแล้วไปโรงเรียน

ณ ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าในห้องมีแหวนมีอะไร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเก็บของสำคัญมากขนาดนั้นในห้องแต่งตัวมากกว่าห้องนอน จนมาถึงหนึ่งเดือนให้หลังถึงรู้ว่ามีของหาย

และเมื่อรู้ว่าของหายแล้วญาติท่านนี้ก็ไปแจ้งความเพื่อนๆเราก็ถูกเรียกไปสอบปากคำ เราคือคนแรกที่เข้าไป สองชั่วโมง!
ตอนที่ให้ปากคำนายตำรวจท่านที่สอบเราเอ่ยปากถามอย่างเสียไม่ได้ว่าญาติผู้ใหญ่ของเรานั้นปกติเป็นคนแบบนี้เหรอ? คือเป็นแบบนี้คือการเล่นใหญ่ตามสไตล์คนอยู่ต่างประเทศนาน เราเองก็พอจะนึกภาพออกว่าเป็นยังไงเพราะตัวเราเองก็โดนมาไม่น้อยเหมือนกัน เรานั่งให้ปากคำสองชั่วโมงเต็มและเพื่อนก็เข้าไปให้ปากคำไปจนครบทุกคน

จากสามสี่โมงเย็นจนถึงสามทุ่มการสอบปากคำทุกปากจึงเสร็จสิ้น เราจึงกลับ จากนั้นความมึนตึงใส่กันของเรากับญาติผู้ใหญ่ก็บังเกิด

จนวันหนึ่งญาติผู้ใหญ่ของเราก็ไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะไปเจอกับเพื่อนเราที่เคยมานอนบ้านสองสามคน ญาติท่านนั้นก็เอ่ยปากลอยๆ จะรอดูว่าเพื่อนของเรานั้นจะเจริญไหม อะไรประมาณนั้น อันนี้เพื่อนเรามาพูดให้ฟังทีหลัง เราก็รับฟัง

โอเคจากนั้นแม่ของญาติผู้ใหญ่ท่านนี้ก็ตามสไตล์คนที่มีอายุที่มักจะพูดลอยๆพูดไปลอยๆแต่ประสงค์จะให้ลอยมาเข้าหูเรา
ว่า
ใครเอาไปก็ให้เอามาคืน ใครเอาไปก็ให้ไม่เจริญ ใครเอาไปก็ของให้ไม่มีความสุข บลาๆ ส่วนญาติผู้ใหญ่นั้นเราก็ไม่ไปยุ่ง คือแบบความรู้สึกที่มันไม่อยากเข้าใกล้ไม่อยากยุ่งกับคนๆนี้มันอยู่ในใจตลอด ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้เราจะรู้สึกอึดอัดตลอดเวลาอยู่กับญาติท่านนี้จนถึงตอนนี้เราก็ไม่รู้ว่าแหวนมันอยู่ที่ไหน

แต่ว่าตอนที่เกิดเรื่องใหม่ๆเราให้เพื่อนไปดูหมอ ที่จริงๆพวกมันก็ไปกันเองนั้นแหละ แต่เราก็จำไม่ได้แล้วว่าคำบอกจากร่างทรงอะไรนั้นพูดว่าอะไรบ้าง แต่ที่ติดอยู่ในใจคือสิ่งที่ร่างทรงบอกตรงกันว่า คนที่เอาไปเป็นชายวัยกลางคน เราก็ไม่รู้ว่าจริงไม่จริง แต่เราก็สังเกตทุกคนที่จะสามารถเข้ามาในบ้านเราได้ที่เป็นชายวัยกลางคน
เราก็เจอหนึ่งเป้าหมายเป็นพี่ชายคนโตของญาติผู้ใหญ่ท่านนี้นั้นเองที่เข้าข่าย เพราะหลังจากที่เราถูกเรียกไปสอบปากคำไม่กี่วัน เราก็เจอพี่ชายญาติผู้ใหญ่ขึ้นไปข้างบนบ้านที่เรานอนทำท่าเหมือนหาของ แต่เมื่อเห็นว่าเราอยู่ข้างบน เขาก็ถามหาอะไรบางอย่างแต่เราตอบปัดโดยไม่ต้องคิดว่าไม่มีเพราะจำได้ว่าของที่เขาถามมันไม่มีที่ข้างบนบ้านที่เราอยู่แน่นอน จากนั้นเราคอยสังเกตตามอารมณ์คนระแวงนั้นแหละ เราได้ยินคนในบ้านพูดว่าธุระกิจที่พี่ชายคนโตนี้ทำเริ่มจะไปไม่รอด เราก็รับฟังรามประสาคนอยากรู้อยากเห็น แต่ก็เป็นช่วงแรกๆเท่านั้นไม่นานเราก็เลิกสนใจไป แต่เมื่อไม่นานมานี้เราได้ยินคนในบ้านว่าคนๆนี้เริ่มป่วย ผอมลงผิวกลายเป็นสีเหลือง ท้องป่องแต่แขนขาเล็ก หน้าบวมฯลฯ

จากนั้นเราก็เริ่มสนใจ เพราะตอนที่เราได้ยินสมองของเรามันย้อนกลับไปนึกถึงคำสาปแช่งของแม่ญาติผู้ใหญ่และญาติผู้ใหญ่ที่ว่าของไม่ให้เจริญ ไม่มีความสุข มีอันเป็นไปฯลฯ ที่มันออกจะเหลือเชื่อเกินไปเพราะพี่ชายคนโตของญาติผู้ใหญ่ท่านนี้ทะเลาะกับภรรยาบ่อย ติดเหล้าและธุระกิจของเขาก็ไปไม่รอด และจนถึงตอนนี้ก็มีอาการป่วยแบบน่ากลัวมาก ระยะเวลาเพียงสองปีที่จากก่อนหน้านี้ที่เกิดเรื่องเท่านั้นเอง

เราเลยอยากรู้ว่าคนๆนี้หรือเปล่าที่เอาไป หรือใครเอาไป ตอนที่เกิดเรื่องใหม่ๆอยากได้เชอร์ล็อค โฮล์มไม่งั้นก็โคนันมาช่วยหาคนร้ายให้หน่อย

คืออยากรู้มากว่า แหวนหายไปไหน ใครเอาไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่