เกรินว่า แฟนเป็นคนเรียบร้อยมาก เราไม่ค่อยจะได้ซัมติงอะไรกันเลย
( อ่อ คบกันเป็นสิบปีแล้วครับ เราเป็นผู้ใหญ่อีกไม่กี่ปีก็เลข 4 แล้วนะครับ )
คือ แฟนผมจะเหมือนกะว่า ต้องสร้างความรู้สึกดีๆ แล้วถึงจะมีอะไรกัน สมมุติว่า ถ้านัดกันมาเจอที่คอนโด แล้วเกิดอยากมีอะไรขึ้นมานี่เค้าไม่โอเค ... บางคำพูด ก็ทำเรา อึ้งๆไปสักพักใหญ่ ว่า ถ้าจงใจมีอะไรกันก็ไม่โอเค ผมเองก็ไม่เคยบังคับอะไร ตบมือข้างเดียวผมก็ไม่เอาเลย
เรารู้สึกแย่คือ พอเวลาเปิดใจคุยกันก็ไม่โอเค คงเป็นเพราะเค้าหมดความเกรงใจเราแล้วมั้ง ผมบอกเค้าว่า ถ้าเรามีเพราะความต้องการแล้วเราคบกัน มันก็น่าจะสบายใจนะ เพราะเรารักกัน แต่ทำไมต้องมีแง่คิดเพื่อไม่ให้เป็นการจงใจ
เราจงใจจะมีเซกกะแฟนเรา มันซับซ้อนต้องฝ่าด่านความคิดเค้ากี่อย่าง อยากมีอะไรกันแบบดูดดื่ม เมามัน มันไม่มีทางเกิดขึ้นเลย.... ผมยังถามคำถามเค้ากลับว่า คบกันเคยชวนผมมีอะไรบ้างไม๊ เพราะผมก็เสียใจเป็นเหมือนกัน เคยรู้สึกนิ้ดแล้วจับผมปล้ำบ้างไม๊
เพื่อนผมที่รู้จักทั้งผมและเค้าบอกผมว่า ผมดูแลแฟนดีซะจนเค้าได้รับจนลืมคิดถึงเรา
แล้วแฟนผมจะขี้เกรงใจคนอื่นม้ากกก เรื่องนี้คือปัญหาที่ไม่ควรจะเกิดการทะเลาะเลย แต่มันก็เกิดขึ้นได้จริงๆ มันนานมากแล้วนะครับ ผมไม่เคยคิดจะเอาแฟนมานินทา
ครั้งหนึ่งแฟนผมให้ผมไปรับเค้าที่ร้านอาหารโดยโทรมาบอกผมว่า เดี๋ยวช่วยไปส่งน้องเค้าที่รถไฟฟ้าทีนะ ผมก็โอเค เสร็จแล้วรถมันก็ติดผมไปช้า 15 นาที แต่ระหว่างทางผมก็ได้โทรบอกแฟนผมนะว่ารถติดหน่อยนะ ช้านิดหนึ่ง
แต่ด้วยความที่น้องบริษัทเค้าอีกสามคนก็มายืนรอหน้าร้านอาหารแล้ว แฟนผมหงุดหงิดใส่ผมมากตั้งแต่มันโทรศัพท์ว่าทำไมถึงช้า ทำไมต้องช้า ทั้งๆที่ผมก็พยายามไปให้ทัน หลังจากที่ผมไปส่งน้องๆบริษัทแฟนขึ้นรถไฟฟ้ากันแล้ว เท่านั้นแหละ ผมเละเลย แล้วผมวันนั้นน็อตหลุดคุมสติไม่ได้เช่นกัน คำพูดแรงๆออกไปหมดเลย ทั้งหยาบคาย ผมปล่อยไปหมดเลย นี่คือข้อเสียของผมเอง แต่ผมไม่เคยทำกับแฟนคนไหนที่คบมาก่อนเลย
ผมรู้สึกว่า ผมทำเต็มที่แล้ว แล้วเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ผมกะเค้าไม่คุยกันเกือบเดือนเลย ตอนนั้นเค้าลงจากรถไป น้ำตาผมไหลเลย ก็บ่อยๆนะเรื่องประมานนี้
อ่อ แฟนผมเป็นคนเครียดเรื่องงานมากกก จนไม่ได้หลับได้นอน นอนวันละ 3 ชั่วโมง คิดมาก คิดในแง่ลบ กังวล ระแวง แต่แฟนผมเป็นคนดีและแคร์คนอื่นมากๆเช่นกัน ผมสงสารเค้ามาก ได้แต่ทำหน้าที่ไปรับไปส่งบ้าน หาข้าวหาปลากินกัน
คนรอบข้างผมก็แนะนำให้ผมพาแฟนไปหาจิตแพทย์ดู ทั้งเพื่อน และ พ่อผม แต่แฟนผมไปสนิทกับเพื่อนคนหนึ่งเป็นผู้ชายที่ทำงาน พอแฟนผมไปเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนที่ทำงานคนนี้ฟัง .... แล้วมาบอกผมว่า เพื่อนคนนี้บอกว่าไม่ต้องไป
..... ผมเองก็เริ่มกลับมาคิด หดหู่ๆ ไม่คิดว่าคุณค่าของเรามันอยู่ตรงไหน
เค้าจะไม่ชอบผมตรงที่ บางเรื่องผมรู้สึกผมหาคำตอบไม่ได้ หรือมันจะบานปลายผมก็จะบอก หยุดๆ พอๆ ไม่คุยนะ จบๆ สิ่งนี้คงทำให้แฟนผมคิดว่า ผมไม่รับฟังเค้า บางทีก็ทำท่าทางหงุดหงิด อันนี้เป็นข้อเสียส่วนหนึ่งของผมเลย เพราะผมเป็นคนอยากใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่เค้าคงต้องการคนที่ดูแลเค้าได้เสมอ มีเรื่องกันผมก็พูดแรง ว่าถ่เธอคิดว่าฉันไม่ดีพอ เธอหาเจ้าชายของเธอได้เลยนะ
ผมเลยอยากให้เค้าลองคุยกะเพื่อนผู้หญิงมากๆแต่เค้าก็คงจะอายที่จะไปคุยอะไรแบบนี้ ด้วยพื้นฐานจิตใจ ที่ค่อนข้างมองเรื่องนี้เป็นเรื่องอับอาย ไม่ดีไม่งาม และที่สำคัญเพื่อนแฟนผมไม่มีคุยเรื่องแบบนี้กันแน่ๆ บางทีผมก็ว่ามันไม่ดีเลย เพราะเค้าจะอยู่ในรูปแบบความคิดของเค้าเอง ผมบอกเลยว่าผมไม่มีสิ่งนี้กับแฟนได้นะครับ แต่ความสัมพันธ์ของคู่รักในเรื่องอื่นๆฝมันจะแย่ลงไปเรื่อยๆเลย
ผมโชคดีที่ผมรักการตีแบด ซึ่งผมก็ไม่อยากจะตีอะไรบ่อยๆหรอก แต่เมื่อผมส่งแฟนกลับบ้านแล้ว ผมไม่อยากคิดอะไรมาก ผมคิดเสมอว่า ผมก็รักเค้า ผมไปออกกำลังกายให้เหนื่อยๆแล้วกลับบ้านสลบ เป็นทางออกของผมเอง
ตั่งแต่ตอนคบกันแฟนผมก็เป็นคนที่ดีมาก พ่อแม่ผมก็รักเค้ามาก เวลาทุกข์เค้าก็อยู่เคียงข้างเรา เสียใจและเศร้าไปกับเรา เค้าก็เป็นที่รักเรามากเป็นห่วงเรามาก แต่มันเป็นเพราะความเครียดและเค้าเป็นคนคิดมาก อีกอย่างเราใกล้กันจะจนมันเป็นความเคยชิน
แต่ด้วยหน้าที่การงานที่มีมากขึ้น จึงทำให้เค้าจมอยู่กับตรงนั้น ผมพยายามบอกเสมอๆว่า งานจบแล้วก็คือจบ คิดได้นะ แต่อย่าเอามันมาทำให้ชีวิตส่วนอื่นเจอปัญหา
ผมรับแฟนทุกวัน นั่งบนรถฟังปัญหาของเค้าทุกวัน โชคดีที่งานผมไม่เครียด สบายเงินไม่เยอะ ผมพยายามใช้สมาธิตอนเวลารับฟังแฟนพูดเรื่องงานมาก เพราะพอเวลาเค้าเล่าอะไร ผมจะเบลอๆกับชื่อคนที่ทำงานเค้า (เค้าจะรู้สึกไม่ดีถ้าเราลืมเรื่องอะไรที่เค้าเคยเล่า) พอฟังไปฟังมา เราคำแนะนำเค้า ก็ดูจะเฉยๆ หรือดีแค่ไหนก็ไม่รู้ แต่พอเพื่อนที่เพิ่งสนิทผู้ชาย(มีครอบครัวแล้ว)ที่ทำงานนัดไปกินข้าวกันคุยกัน สองสัปดาห์กินข้าวกันครั้งหนึ่ง ทุกๆครั้งแฟนผมบอกว่า คุยกับคนนี้แล้วสบายใจเค้ามีความคิดแง่บวกดี
ผมทรุดเลย ...... แฟนผมเคยเล่าถึงคำพูดพวกนั้นที่เค้าคุยกัน ส่วนตัวผมแล้ว ผมอาจจะเป็นคนพูดจาแนวๆซึ้งๆไม่ค่อยได้ หลังๆผมเลยบอกแฟนว่า ถ้าเธอคุยกะใครแล้วสบายใจเธอคุยเลย
ส่วนเรื่องมีอะไรกันผมไม่มีฟิวลิ่งตรงนั้นเลย เพราะแฟนผมก็จะมีเงื่อนไข ในการมีอะไรซึ่งไม่เหมือนที่เคยมี ห้ามนั่นห้ามนี่ จะเอามือจับของผมยังไม่กล้าเลย อีกหลายๆอย่างผมไม่ขอเล่านะครับ เรื่องนี้ทำใจมาระดับหนึ่งแล้ว แต่อย่างที่บอกมันมีปัญหามาสู่เรื่องอื่นๆ เค้าก็ไม่ชอบผมที่ผมแสดงอาการหงุดหงิดเมื่อมีอะไรกับเค้า ....
ถามเพื้อน ผู้ชาย หรือ ผู้หญิงทีครับ ว่าลักษณะนิสัยผู้หญิงที่เรียบร้อยแบบนี้ มีคำแนะนำอะไรไม๊ครับ ถ้าเราพูดไม่ได้ เราต้องทำใจเลยใช่ไม๊ครับ
แฟนผมบอกว่า ถ้าจะมีอะไรเพราะความต้องการเค้าไม่โอเค
( อ่อ คบกันเป็นสิบปีแล้วครับ เราเป็นผู้ใหญ่อีกไม่กี่ปีก็เลข 4 แล้วนะครับ )
คือ แฟนผมจะเหมือนกะว่า ต้องสร้างความรู้สึกดีๆ แล้วถึงจะมีอะไรกัน สมมุติว่า ถ้านัดกันมาเจอที่คอนโด แล้วเกิดอยากมีอะไรขึ้นมานี่เค้าไม่โอเค ... บางคำพูด ก็ทำเรา อึ้งๆไปสักพักใหญ่ ว่า ถ้าจงใจมีอะไรกันก็ไม่โอเค ผมเองก็ไม่เคยบังคับอะไร ตบมือข้างเดียวผมก็ไม่เอาเลย
เรารู้สึกแย่คือ พอเวลาเปิดใจคุยกันก็ไม่โอเค คงเป็นเพราะเค้าหมดความเกรงใจเราแล้วมั้ง ผมบอกเค้าว่า ถ้าเรามีเพราะความต้องการแล้วเราคบกัน มันก็น่าจะสบายใจนะ เพราะเรารักกัน แต่ทำไมต้องมีแง่คิดเพื่อไม่ให้เป็นการจงใจ
เราจงใจจะมีเซกกะแฟนเรา มันซับซ้อนต้องฝ่าด่านความคิดเค้ากี่อย่าง อยากมีอะไรกันแบบดูดดื่ม เมามัน มันไม่มีทางเกิดขึ้นเลย.... ผมยังถามคำถามเค้ากลับว่า คบกันเคยชวนผมมีอะไรบ้างไม๊ เพราะผมก็เสียใจเป็นเหมือนกัน เคยรู้สึกนิ้ดแล้วจับผมปล้ำบ้างไม๊
เพื่อนผมที่รู้จักทั้งผมและเค้าบอกผมว่า ผมดูแลแฟนดีซะจนเค้าได้รับจนลืมคิดถึงเรา
แล้วแฟนผมจะขี้เกรงใจคนอื่นม้ากกก เรื่องนี้คือปัญหาที่ไม่ควรจะเกิดการทะเลาะเลย แต่มันก็เกิดขึ้นได้จริงๆ มันนานมากแล้วนะครับ ผมไม่เคยคิดจะเอาแฟนมานินทา
ครั้งหนึ่งแฟนผมให้ผมไปรับเค้าที่ร้านอาหารโดยโทรมาบอกผมว่า เดี๋ยวช่วยไปส่งน้องเค้าที่รถไฟฟ้าทีนะ ผมก็โอเค เสร็จแล้วรถมันก็ติดผมไปช้า 15 นาที แต่ระหว่างทางผมก็ได้โทรบอกแฟนผมนะว่ารถติดหน่อยนะ ช้านิดหนึ่ง
แต่ด้วยความที่น้องบริษัทเค้าอีกสามคนก็มายืนรอหน้าร้านอาหารแล้ว แฟนผมหงุดหงิดใส่ผมมากตั้งแต่มันโทรศัพท์ว่าทำไมถึงช้า ทำไมต้องช้า ทั้งๆที่ผมก็พยายามไปให้ทัน หลังจากที่ผมไปส่งน้องๆบริษัทแฟนขึ้นรถไฟฟ้ากันแล้ว เท่านั้นแหละ ผมเละเลย แล้วผมวันนั้นน็อตหลุดคุมสติไม่ได้เช่นกัน คำพูดแรงๆออกไปหมดเลย ทั้งหยาบคาย ผมปล่อยไปหมดเลย นี่คือข้อเสียของผมเอง แต่ผมไม่เคยทำกับแฟนคนไหนที่คบมาก่อนเลย
ผมรู้สึกว่า ผมทำเต็มที่แล้ว แล้วเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่ผมกะเค้าไม่คุยกันเกือบเดือนเลย ตอนนั้นเค้าลงจากรถไป น้ำตาผมไหลเลย ก็บ่อยๆนะเรื่องประมานนี้
อ่อ แฟนผมเป็นคนเครียดเรื่องงานมากกก จนไม่ได้หลับได้นอน นอนวันละ 3 ชั่วโมง คิดมาก คิดในแง่ลบ กังวล ระแวง แต่แฟนผมเป็นคนดีและแคร์คนอื่นมากๆเช่นกัน ผมสงสารเค้ามาก ได้แต่ทำหน้าที่ไปรับไปส่งบ้าน หาข้าวหาปลากินกัน
คนรอบข้างผมก็แนะนำให้ผมพาแฟนไปหาจิตแพทย์ดู ทั้งเพื่อน และ พ่อผม แต่แฟนผมไปสนิทกับเพื่อนคนหนึ่งเป็นผู้ชายที่ทำงาน พอแฟนผมไปเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนที่ทำงานคนนี้ฟัง .... แล้วมาบอกผมว่า เพื่อนคนนี้บอกว่าไม่ต้องไป
..... ผมเองก็เริ่มกลับมาคิด หดหู่ๆ ไม่คิดว่าคุณค่าของเรามันอยู่ตรงไหน
เค้าจะไม่ชอบผมตรงที่ บางเรื่องผมรู้สึกผมหาคำตอบไม่ได้ หรือมันจะบานปลายผมก็จะบอก หยุดๆ พอๆ ไม่คุยนะ จบๆ สิ่งนี้คงทำให้แฟนผมคิดว่า ผมไม่รับฟังเค้า บางทีก็ทำท่าทางหงุดหงิด อันนี้เป็นข้อเสียส่วนหนึ่งของผมเลย เพราะผมเป็นคนอยากใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่เค้าคงต้องการคนที่ดูแลเค้าได้เสมอ มีเรื่องกันผมก็พูดแรง ว่าถ่เธอคิดว่าฉันไม่ดีพอ เธอหาเจ้าชายของเธอได้เลยนะ
ผมเลยอยากให้เค้าลองคุยกะเพื่อนผู้หญิงมากๆแต่เค้าก็คงจะอายที่จะไปคุยอะไรแบบนี้ ด้วยพื้นฐานจิตใจ ที่ค่อนข้างมองเรื่องนี้เป็นเรื่องอับอาย ไม่ดีไม่งาม และที่สำคัญเพื่อนแฟนผมไม่มีคุยเรื่องแบบนี้กันแน่ๆ บางทีผมก็ว่ามันไม่ดีเลย เพราะเค้าจะอยู่ในรูปแบบความคิดของเค้าเอง ผมบอกเลยว่าผมไม่มีสิ่งนี้กับแฟนได้นะครับ แต่ความสัมพันธ์ของคู่รักในเรื่องอื่นๆฝมันจะแย่ลงไปเรื่อยๆเลย
ผมโชคดีที่ผมรักการตีแบด ซึ่งผมก็ไม่อยากจะตีอะไรบ่อยๆหรอก แต่เมื่อผมส่งแฟนกลับบ้านแล้ว ผมไม่อยากคิดอะไรมาก ผมคิดเสมอว่า ผมก็รักเค้า ผมไปออกกำลังกายให้เหนื่อยๆแล้วกลับบ้านสลบ เป็นทางออกของผมเอง
ตั่งแต่ตอนคบกันแฟนผมก็เป็นคนที่ดีมาก พ่อแม่ผมก็รักเค้ามาก เวลาทุกข์เค้าก็อยู่เคียงข้างเรา เสียใจและเศร้าไปกับเรา เค้าก็เป็นที่รักเรามากเป็นห่วงเรามาก แต่มันเป็นเพราะความเครียดและเค้าเป็นคนคิดมาก อีกอย่างเราใกล้กันจะจนมันเป็นความเคยชิน
แต่ด้วยหน้าที่การงานที่มีมากขึ้น จึงทำให้เค้าจมอยู่กับตรงนั้น ผมพยายามบอกเสมอๆว่า งานจบแล้วก็คือจบ คิดได้นะ แต่อย่าเอามันมาทำให้ชีวิตส่วนอื่นเจอปัญหา
ผมรับแฟนทุกวัน นั่งบนรถฟังปัญหาของเค้าทุกวัน โชคดีที่งานผมไม่เครียด สบายเงินไม่เยอะ ผมพยายามใช้สมาธิตอนเวลารับฟังแฟนพูดเรื่องงานมาก เพราะพอเวลาเค้าเล่าอะไร ผมจะเบลอๆกับชื่อคนที่ทำงานเค้า (เค้าจะรู้สึกไม่ดีถ้าเราลืมเรื่องอะไรที่เค้าเคยเล่า) พอฟังไปฟังมา เราคำแนะนำเค้า ก็ดูจะเฉยๆ หรือดีแค่ไหนก็ไม่รู้ แต่พอเพื่อนที่เพิ่งสนิทผู้ชาย(มีครอบครัวแล้ว)ที่ทำงานนัดไปกินข้าวกันคุยกัน สองสัปดาห์กินข้าวกันครั้งหนึ่ง ทุกๆครั้งแฟนผมบอกว่า คุยกับคนนี้แล้วสบายใจเค้ามีความคิดแง่บวกดี
ผมทรุดเลย ...... แฟนผมเคยเล่าถึงคำพูดพวกนั้นที่เค้าคุยกัน ส่วนตัวผมแล้ว ผมอาจจะเป็นคนพูดจาแนวๆซึ้งๆไม่ค่อยได้ หลังๆผมเลยบอกแฟนว่า ถ้าเธอคุยกะใครแล้วสบายใจเธอคุยเลย
ส่วนเรื่องมีอะไรกันผมไม่มีฟิวลิ่งตรงนั้นเลย เพราะแฟนผมก็จะมีเงื่อนไข ในการมีอะไรซึ่งไม่เหมือนที่เคยมี ห้ามนั่นห้ามนี่ จะเอามือจับของผมยังไม่กล้าเลย อีกหลายๆอย่างผมไม่ขอเล่านะครับ เรื่องนี้ทำใจมาระดับหนึ่งแล้ว แต่อย่างที่บอกมันมีปัญหามาสู่เรื่องอื่นๆ เค้าก็ไม่ชอบผมที่ผมแสดงอาการหงุดหงิดเมื่อมีอะไรกับเค้า ....
ถามเพื้อน ผู้ชาย หรือ ผู้หญิงทีครับ ว่าลักษณะนิสัยผู้หญิงที่เรียบร้อยแบบนี้ มีคำแนะนำอะไรไม๊ครับ ถ้าเราพูดไม่ได้ เราต้องทำใจเลยใช่ไม๊ครับ