อจ.วิเคราะห์เหตุ-ปัจจัย คสช.ยังไม่ปลดล็อก
https://www.matichon.co.th/politics/news_1126829
หมายเหตุ –
ความคิดเห็นนักวิชาการต่อกรณีฝ่ายการเมืองกลุ่มต่างๆ วิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่พิจารณา “ปลดล็อก” ให้ เพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองได้ รวมทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่า คสช.มีเหตุผลที่ไม่ปลดล็อก การที่ฝ่ายการเมืองระบุไม่มีอะไรต้องกลัวนั้น แต่ คสช.กลัว
ผศ.ยอดพล เทพสิทธา
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.นเรศวร
หากติดตามสถานการณ์ทางการเมือง พรรคการเมืองที่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ คือ กลุ่มที่สนับสนุน พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนาย
สุเทพ เทือกสุบรรณ หรือกลุ่มสามมิตรเอง กลุ่มเหล่านี้สามารถเดินสายไปรับฟังปัญหาได้ไม่เหมือนกับกลุ่มอื่นๆ ที่ถูกจับตามองตลอด เช่น พรรคอนาคตใหม่ อย่าง
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มีการลงพื้นที่หาเสียง ก็มีตำรวจนอกเครื่องแบบดูแลตลอดเวลา เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเรื่องของความเป็นอิสระเสรีนั้นมีความแตกต่างกันมาก กลุ่มพรรคการเมืองหนึ่งสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างสบายแต่อีกกลุ่มพรรคการเมืองไม่ใช่อย่างนั้น
การยืดเวลาปลดล็อกออกไปเเบบนี้ผมมองว่าพรรคการเมืองต่างๆ ย่อมไม่เห็นด้วยเพราะอยากจะเลือกตั้ง เเต่ผมเชื่อว่าถึงที่สุดเเล้วมันจะต้องมีจุดที่จะต้องยอม ส่วนการยืนยันไม่ปลดล็อกเพราะมีประเด็นที่กลัวนั้น ผมยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่ากลัวจากการปลดล็อกการทำกิจกรรมทางการเมือง เพราะ คสช.มี ม.44 อยู่เเล้ว ต่อให้ปลดล็อกไปเเล้วเห็นว่าตัวเองจะเสียเปรียบก็ใช้ ม.44 ได้อยู่เเล้ว ถ้าถามว่ากลัวเรื่องฐานเสียงของ คสช.ไม่เเน่นพอหรือไม่ผมว่าก็อาจจะมีส่วน เพราะถ้าปล่อยตอนนี้พรรคใหญ่คือพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จะได้เปรียบอยู่เเล้ว
อาจจะมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่มีความพยายามทำให้ฐานเสียงตัวเองเพิ่ม ขณะนี้ พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เรียกได้ว่าเดินสายอยู่เเล้วเช่นกัน เหมือนช่วงปลายรัฐบาลพลเรือนมักจะเดินสายแบบนี้เช่นกัน ส่วนเป็นเพราะเรื่องความมั่นคงหรือไม่นั้น ตอนนี้ผมไม่สามารถตอบได้ บางครั้งเราอาจมองว่านั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ทาง คสช.อาจตีความว่าคือเรื่องของความมั่นคงของประเทศ
ประเด็นที่ว่าการการคลายล็อกของ คสช.ยังไม่มีความชัดเจนนั้น อย่าเรียกว่าการคลายล็อก เเต่เรียกว่ายังไม่มีการปลดล็อกอะไรเลยจะดีกว่า เท่ากับตอนนี้ยังไม่ชัดเจนสักอย่างต่อให้ คสช.พูดว่ามีการเลือกตั้งภายใน 60 หรือ 90 วัน ก็ตาม แต่ถ้าไม่มีการปลดล็อกอย่างจริงจังที่พูดมานั้นมีค่าเท่ากับศูนย์
หากมีการปลดล็อกอย่างจริง ย่อมมีผลดีกับตัวประชาชนอย่างแน่นอน แต่สำหรับบุคคลที่มีอำนาจอยู่ในตอนนี้ผมไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ถ้าพูดตรงๆ ตอนนี้มันไม่มีอะไรที่เป็นผลดีกับ คสช.ทั้งนั้น เพราะรากฐานของ คสช.มาจากวิธีการที่ผิด การไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตอนนี้ก็ปีที่ 4 ก็ไม่ใช่ผลดีอยู่แล้ว เต็มที่การปลดล็อกก็อาจจะลดแรงสะท้อนจากเสียงวิจารณ์ได้เล็กน้อยเท่านั้น เเต่ไม่สามารถฟอกตัว คสช.ได้
รศ.ไชยันต์ รัชชกูล
คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
กรณีนาย
วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า คสช.ยังไม่ปลดล็อก เหตุเพราะมีเรื่องกลัวนั้น มีข้อสงสัยว่า ความกลัวของ คสช.คืออะไร เพราะเขาไม่ได้พูดถึง หากมองว่าเป็นเรื่องความมั่นคงที่ คสช.พูดตลอดว่าไม่อยากให้วุ่นวาย เเต่ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ตั้งแต่มีรัฐประหารมาไม่เห็นมีอะไรวุ่นวายเลย แล้วจะมีเหตุอะไรที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในช่วงนี้ ผมจึงไม่เข้าใจเหตุผลของเขา
การไม่ปลดล็อกนั้นมันมีผลต่อเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้งอยู่แล้ว ผมอาจจะมองในแง่ร้ายสำหรับปัจจัยที่ คสช.ไม่ปลดล็อกทางการเมืองเพราะหวังให้นักการเมืองที่เขาไม่ชอบเดินสะดุดหรือเปล่า ทำทางเดินให้ขรุขระแล้วถ้าพลาดก็จะมีชนักติดหลัง เพราะนักการเมืองที่ญาติดีกับ คสช.เขาทำบางเรื่องได้ อย่างกรณีการตั้งโรงเรียนการเมืองก็เป็นการเลี่ยงเพื่อหาเสียงอย่างหนึ่งแต่บางพรรคทำได้ ขณะที่บางพรรคซึ่งเขาไม่ชอบโอกาสที่จะทำผิดกฎหมายจากการไม่ปลดล็อกทางการเมืองเยอะมาก เหมือนการให้เดินบนไม้ไผ่ข้ามคูโอกาสที่จะตกก็มีเยอะ อาจจะไม่ถึงขั้นยุบพรรค แต่ก็ทำให้พรรคนั้นชะงักได้
แล้วหลายเรื่อง คสช.ก็ไม่ตอบคำถามเเละไม่มีความชัดเจนอย่างการหาสมาชิกจะขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ ก็เตะลูกออกให้ไปถาม กกต. ทำให้ตอนนี้สมาชิกพรรคก็ยังสมัครไม่ได้ หลายพรรคยังไม่มีการเลือกหัวหน้าพรรคด้วยซ้ำแม้กระทั่งพรรค คสช.เอง ความไม่ชัดเจนเรื่องการปลดล็อกนี้เป็นเรื่องพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องเรียกร้อง แต่พอพรรคการเมืองเรียกร้องก็อาจจะเป็นปัจจัยให้ คสช.ออกมาถามว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งไหม
ผมไม่อยากเดาว่าเป็นไปได้ไหมที่หาเรื่องแบบนี้เข้ามาเพื่อให้ยืดการเลือกตั้งออกไป เเต่ผมไม่แน่ใจจริงๆ เพราะตลอดเวลาที่เขาพูดมาเชื่อไม่ค่อยได้ อย่างโรดแมปที่วางไว้คืออะไร มีการประกาศวันเลือกตั้งแล้ว แต่ไม่มีการปลดล็อกอยู่ในโรดแมป หากให้ประเมินจากในวันนี้ผมมองว่าโอกาสที่จะเกิดการปลดล็อกทางการเมืองไม่น่าจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่นอน
รศ.ยุทธพร อิสรชัย
รองศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช
ปัจจัยที่ยังไม่ปลดล็อกกิจกรรมทางการเมืองให้กับพรรคต่างๆ ผมคิดว่าเป็นเพราะเรื่องของการดูแลความมั่นคง โดยเฉพาะ คสช.อาจจะต้องพิจารณาอย่างรอบด้านมากกว่าหน่วยอื่นเล็กน้อย อย่าง กกต.ก็พิจารณาในมุมของการเลือกตั้ง ความพร้อมในเชิงกฎหมาย แต่ คสช.อาจจะต้องมองในมุมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในมิติอื่นๆ ด้วย ปัจจัยเหล่านี้คงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ คสช. ยังไม่ปลดล็อกตรงนี้
ในส่วนของพรรคการเมืองแน่นอนที่สุดว่า ต้องการความเสมอภาคในกระบวนการลงพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เพราะว่าจุดที่พรรคการเมืองท้วงติงนั้นคือเรื่องความไม่เสมอภาคระหว่างพรรคการเมืองเก่ากับพรรคการเมืองใหม่ หรือแม้กระทั่งกับกลุ่มการเมืองที่ยังไม่ได้จัดตั้งเป็นพรรคด้วยซ้ำไป ประเด็นตรงนี้ถือเป็นปัญหาสำคัญ ทำให้การเลือกตั้งถูกยอมรับหรือไม่ หรือการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นประตูหรือกุญแจ ในการแก้ไขปัญหาเรื่องความขัดแย้งในสังคมไทยได้ต่อไปหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับจุดนี้เลยเช่นกัน
แต่ถ้ายังไม่ปลดล็อกในเร็ววัน ข้อวิจารณ์เหล่านี้จะถูกสะสมไปเรื่อยๆ พอถึงจุดหนึ่งอาจจะถูกยกมาเป็นปมแห่งความขัดแย้งรอบใหม่หลังการเลือกตั้ง ฉะนั้นถ้าการเลือกตั้งไม่ได้ช่วยให้เกิดการคลี่คลายหรือช่วยแก้ปัญหาได้นั้น ผมคิดว่าย่อมเป็นสิ่งที่น่ากังวล
ดังนั้น หาก คสช.มองด้วยเหตุผลของความมั่นคง คงเป็นสิ่งที่รับฟังได้ระดับหนึ่ง แต่ก็คงต้องย้อนไปดูด้วยว่า คสช.เองก็มีอำนาจอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะมีการปลดล็อกแต่อำนาจในมือก็ไม่ได้หายไป ปลดล็อกแล้ว คสช.ยังคุมสถานการณ์ต่อได้ ขณะที่บรรดาแกนนำทางการเมืองของเสื้อสีต่างๆ หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในวันนี้พวกเขาเองก็ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวหรือแสดงท่าทีอะไรกัน ดังนั้นผมว่าประเด็นตรงนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากังวลสำหรับความมั่นคงมากนัก เมื่อเทียบเคียงกับน้ำหนักในเรื่องของการที่เราจะต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ ผมว่าประเด็นอย่างหลังนี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า
สำหรับเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบในการหาเสียงของพรรคการเมืองนั้น ถือว่าส่งผลพอสมควรแม้ว่าในข้อเท็จจริงแล้วพรรคการเมืองต่างๆ จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในส่วนที่ไม่เป็นทางการอยู่ แต่ว่าในกิจกรรมทางการเมืองที่เป็นทางการนั้นเขาไม่สามารถที่จะทำได้ ดังนั้นสิ่งนี้คือความเสียเปรียบอีกเรื่องหนึ่งของพรรคการการเมืองเก่าเช่นเดียวกัน ที่ไม่สามารถทำกิจกรรมที่กฎหมายให้การรับรองได้
หากถามถึงผลดีระหว่างการปลดล็อกกับการคลายล็อก จริงๆ แล้วการปลดล็อกไปเลยน่าจะมีผลดีกว่า การที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นประตูแก้ปัญหาในเรื่องความขัดแย้งให้กับสังคมไทย คิดว่าจะมีส่วนที่ทำให้ข้อวิจารณ์ของบรรดานักการเมืองและพรรคการเมืองลดลง เพราะส่วนสำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือ พรรคการเมืองและนักการเมืองเขาวิจารณ์ในเรื่องของความเสมอภาคในการทำกิจกรรมทางการเมืองในพื้นที่ของพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองใหม่ ตรงนี้เป็นจุดซึ่งเขาวิจารณ์มากกว่า เพราะฉะนั้นหากมีการปลดล็อกแล้ว ข้อวิจารณ์ต่อ คสช. ในประเด็นดังกล่าวนี้ก็จะลดลงไปด้วย
กัดไม่ปล่อย! ศรีสุวรรณ จี้ ป.ป.ช.สอบเพิ่มนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม หลังเจ้าตัวยอมรับ ใส่มา10ปี
https://www.matichon.co.th/politics/news_1127752
เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นาย
ศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง ยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. กล่าวหาพล.อ.
ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ป.ป.ช. เพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้เคยยื่นเรื่องร้องเรียนไปแล้ว 2 ข้อกล่าวหา คือ
1. จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.อันเป็นเท็จ และ
2. กรณีการร่ำรวยผิดปกติ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 10 กันยาย 61 ที่ผ่านมา พล.อ.
ประวิตร ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อสารมวลชนเกี่ยวกับการครอบครองนาฬิกาหรูหลายเรือนมูลค่าหลายล้านบาท โดยไม่แจ้งหรือปรากฎอยู่ในบัญชีหนี้สินและทรัพย์สิน ซึ่งต้องรายงานหรือแจ้งต่อ ป.ป.ช. ตามที่กฎหมายบัญญัติ โดย พล.อ.
ประวิตร กล่าวว่า “
นาฬิกาไม่ใช่ของผม เพราะยืมเขามา และก็ใส่มาเป็น 10 ปี จนใส่กี่เรือนต่อกี่เรือน ตอนนี้คืนเขาไปหมดแล้ว”
นาย
ศรีสุวรรณ กล่าวว่า คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นการยอมรับความจริงต่อสาธารณะว่า พล.อ.
ประวิตร มีและครอบครองนาฬิการาคาแพงดังกล่าวจริง และแม้ในคำให้สัมภาษณ์จะอ้างว่าได้คืนเจ้าของไปแล้วก็หาได้พ้นความผิดไปไม่ เพราะความผิดดังกล่าวถือว่าสำเร็จแล้วตามกฎหมาย และถือได้ว่าเป็นการได้รับประโยชน์จากบุคคลอื่น หรือ “
การรับประโยชน์อื่นใด” ที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ซึ่งขัดต่อ มาตรา 103 แห่ง พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 หรือ มาตรา 128 แห่ง พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2543 โดยตรง
นาย
ศรีสุวรรณ กล่าวว่า ดังนั้น แม้พล.อ.ประวิตรจะใช้ข้ออ้างว่าได้คืนนาฬิกาให้กับเจ้าของไปแล้วก็หาได้พ้นความผิดในมาตราดังกล่าว แต่เพื่อปิดทางดิ้นออก และไม่ให้ ป.ป.ช. ใช้เป็นข้ออ้างว่าไม่มีข้อกล่าวหาดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงต้องมายื่นคำร้องนี้ดักทางไว้ และเป็นการเร่งให้ ป.ป.ช.รีบสรุปสำนวน เพื่อส่งเรื่องให้อัยการยื่นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำเนินการอื่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยเร็ว
JJNY : 5in1 อจ.วิเคราะห์ ปลดล็อค/จี้สอบเพิ่มนาฬิกาหรู/ชพน.นี้คลายล็อค/ฟ้องสุภรณ์แล้ว/ดัชนีศก.ครัวเรือนลด
https://www.matichon.co.th/politics/news_1126829
หมายเหตุ – ความคิดเห็นนักวิชาการต่อกรณีฝ่ายการเมืองกลุ่มต่างๆ วิพากษ์วิจารณ์คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่พิจารณา “ปลดล็อก” ให้ เพื่อทำกิจกรรมทางการเมืองได้ รวมทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่า คสช.มีเหตุผลที่ไม่ปลดล็อก การที่ฝ่ายการเมืองระบุไม่มีอะไรต้องกลัวนั้น แต่ คสช.กลัว
ผศ.ยอดพล เทพสิทธา
อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ม.นเรศวร
หากติดตามสถานการณ์ทางการเมือง พรรคการเมืองที่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ คือ กลุ่มที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนายสุเทพ เทือกสุบรรณ หรือกลุ่มสามมิตรเอง กลุ่มเหล่านี้สามารถเดินสายไปรับฟังปัญหาได้ไม่เหมือนกับกลุ่มอื่นๆ ที่ถูกจับตามองตลอด เช่น พรรคอนาคตใหม่ อย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มีการลงพื้นที่หาเสียง ก็มีตำรวจนอกเครื่องแบบดูแลตลอดเวลา เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเรื่องของความเป็นอิสระเสรีนั้นมีความแตกต่างกันมาก กลุ่มพรรคการเมืองหนึ่งสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างสบายแต่อีกกลุ่มพรรคการเมืองไม่ใช่อย่างนั้น
การยืดเวลาปลดล็อกออกไปเเบบนี้ผมมองว่าพรรคการเมืองต่างๆ ย่อมไม่เห็นด้วยเพราะอยากจะเลือกตั้ง เเต่ผมเชื่อว่าถึงที่สุดเเล้วมันจะต้องมีจุดที่จะต้องยอม ส่วนการยืนยันไม่ปลดล็อกเพราะมีประเด็นที่กลัวนั้น ผมยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่ากลัวจากการปลดล็อกการทำกิจกรรมทางการเมือง เพราะ คสช.มี ม.44 อยู่เเล้ว ต่อให้ปลดล็อกไปเเล้วเห็นว่าตัวเองจะเสียเปรียบก็ใช้ ม.44 ได้อยู่เเล้ว ถ้าถามว่ากลัวเรื่องฐานเสียงของ คสช.ไม่เเน่นพอหรือไม่ผมว่าก็อาจจะมีส่วน เพราะถ้าปล่อยตอนนี้พรรคใหญ่คือพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จะได้เปรียบอยู่เเล้ว
อาจจะมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่มีความพยายามทำให้ฐานเสียงตัวเองเพิ่ม ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เรียกได้ว่าเดินสายอยู่เเล้วเช่นกัน เหมือนช่วงปลายรัฐบาลพลเรือนมักจะเดินสายแบบนี้เช่นกัน ส่วนเป็นเพราะเรื่องความมั่นคงหรือไม่นั้น ตอนนี้ผมไม่สามารถตอบได้ บางครั้งเราอาจมองว่านั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ทาง คสช.อาจตีความว่าคือเรื่องของความมั่นคงของประเทศ
ประเด็นที่ว่าการการคลายล็อกของ คสช.ยังไม่มีความชัดเจนนั้น อย่าเรียกว่าการคลายล็อก เเต่เรียกว่ายังไม่มีการปลดล็อกอะไรเลยจะดีกว่า เท่ากับตอนนี้ยังไม่ชัดเจนสักอย่างต่อให้ คสช.พูดว่ามีการเลือกตั้งภายใน 60 หรือ 90 วัน ก็ตาม แต่ถ้าไม่มีการปลดล็อกอย่างจริงจังที่พูดมานั้นมีค่าเท่ากับศูนย์
หากมีการปลดล็อกอย่างจริง ย่อมมีผลดีกับตัวประชาชนอย่างแน่นอน แต่สำหรับบุคคลที่มีอำนาจอยู่ในตอนนี้ผมไม่รู้ว่าจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ถ้าพูดตรงๆ ตอนนี้มันไม่มีอะไรที่เป็นผลดีกับ คสช.ทั้งนั้น เพราะรากฐานของ คสช.มาจากวิธีการที่ผิด การไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งตอนนี้ก็ปีที่ 4 ก็ไม่ใช่ผลดีอยู่แล้ว เต็มที่การปลดล็อกก็อาจจะลดแรงสะท้อนจากเสียงวิจารณ์ได้เล็กน้อยเท่านั้น เเต่ไม่สามารถฟอกตัว คสช.ได้
รศ.ไชยันต์ รัชชกูล
คณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.อุบลราชธานี
กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า คสช.ยังไม่ปลดล็อก เหตุเพราะมีเรื่องกลัวนั้น มีข้อสงสัยว่า ความกลัวของ คสช.คืออะไร เพราะเขาไม่ได้พูดถึง หากมองว่าเป็นเรื่องความมั่นคงที่ คสช.พูดตลอดว่าไม่อยากให้วุ่นวาย เเต่ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี ตั้งแต่มีรัฐประหารมาไม่เห็นมีอะไรวุ่นวายเลย แล้วจะมีเหตุอะไรที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในช่วงนี้ ผมจึงไม่เข้าใจเหตุผลของเขา
การไม่ปลดล็อกนั้นมันมีผลต่อเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมืองในการหาเสียงเลือกตั้งอยู่แล้ว ผมอาจจะมองในแง่ร้ายสำหรับปัจจัยที่ คสช.ไม่ปลดล็อกทางการเมืองเพราะหวังให้นักการเมืองที่เขาไม่ชอบเดินสะดุดหรือเปล่า ทำทางเดินให้ขรุขระแล้วถ้าพลาดก็จะมีชนักติดหลัง เพราะนักการเมืองที่ญาติดีกับ คสช.เขาทำบางเรื่องได้ อย่างกรณีการตั้งโรงเรียนการเมืองก็เป็นการเลี่ยงเพื่อหาเสียงอย่างหนึ่งแต่บางพรรคทำได้ ขณะที่บางพรรคซึ่งเขาไม่ชอบโอกาสที่จะทำผิดกฎหมายจากการไม่ปลดล็อกทางการเมืองเยอะมาก เหมือนการให้เดินบนไม้ไผ่ข้ามคูโอกาสที่จะตกก็มีเยอะ อาจจะไม่ถึงขั้นยุบพรรค แต่ก็ทำให้พรรคนั้นชะงักได้
แล้วหลายเรื่อง คสช.ก็ไม่ตอบคำถามเเละไม่มีความชัดเจนอย่างการหาสมาชิกจะขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ ก็เตะลูกออกให้ไปถาม กกต. ทำให้ตอนนี้สมาชิกพรรคก็ยังสมัครไม่ได้ หลายพรรคยังไม่มีการเลือกหัวหน้าพรรคด้วยซ้ำแม้กระทั่งพรรค คสช.เอง ความไม่ชัดเจนเรื่องการปลดล็อกนี้เป็นเรื่องพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องเรียกร้อง แต่พอพรรคการเมืองเรียกร้องก็อาจจะเป็นปัจจัยให้ คสช.ออกมาถามว่าจะเลื่อนการเลือกตั้งไหม
ผมไม่อยากเดาว่าเป็นไปได้ไหมที่หาเรื่องแบบนี้เข้ามาเพื่อให้ยืดการเลือกตั้งออกไป เเต่ผมไม่แน่ใจจริงๆ เพราะตลอดเวลาที่เขาพูดมาเชื่อไม่ค่อยได้ อย่างโรดแมปที่วางไว้คืออะไร มีการประกาศวันเลือกตั้งแล้ว แต่ไม่มีการปลดล็อกอยู่ในโรดแมป หากให้ประเมินจากในวันนี้ผมมองว่าโอกาสที่จะเกิดการปลดล็อกทางการเมืองไม่น่าจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่นอน
รศ.ยุทธพร อิสรชัย
รองศาสตราจารย์ สาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช
ปัจจัยที่ยังไม่ปลดล็อกกิจกรรมทางการเมืองให้กับพรรคต่างๆ ผมคิดว่าเป็นเพราะเรื่องของการดูแลความมั่นคง โดยเฉพาะ คสช.อาจจะต้องพิจารณาอย่างรอบด้านมากกว่าหน่วยอื่นเล็กน้อย อย่าง กกต.ก็พิจารณาในมุมของการเลือกตั้ง ความพร้อมในเชิงกฎหมาย แต่ คสช.อาจจะต้องมองในมุมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงในมิติอื่นๆ ด้วย ปัจจัยเหล่านี้คงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ คสช. ยังไม่ปลดล็อกตรงนี้
ในส่วนของพรรคการเมืองแน่นอนที่สุดว่า ต้องการความเสมอภาคในกระบวนการลงพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เพราะว่าจุดที่พรรคการเมืองท้วงติงนั้นคือเรื่องความไม่เสมอภาคระหว่างพรรคการเมืองเก่ากับพรรคการเมืองใหม่ หรือแม้กระทั่งกับกลุ่มการเมืองที่ยังไม่ได้จัดตั้งเป็นพรรคด้วยซ้ำไป ประเด็นตรงนี้ถือเป็นปัญหาสำคัญ ทำให้การเลือกตั้งถูกยอมรับหรือไม่ หรือการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นประตูหรือกุญแจ ในการแก้ไขปัญหาเรื่องความขัดแย้งในสังคมไทยได้ต่อไปหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับจุดนี้เลยเช่นกัน
แต่ถ้ายังไม่ปลดล็อกในเร็ววัน ข้อวิจารณ์เหล่านี้จะถูกสะสมไปเรื่อยๆ พอถึงจุดหนึ่งอาจจะถูกยกมาเป็นปมแห่งความขัดแย้งรอบใหม่หลังการเลือกตั้ง ฉะนั้นถ้าการเลือกตั้งไม่ได้ช่วยให้เกิดการคลี่คลายหรือช่วยแก้ปัญหาได้นั้น ผมคิดว่าย่อมเป็นสิ่งที่น่ากังวล
ดังนั้น หาก คสช.มองด้วยเหตุผลของความมั่นคง คงเป็นสิ่งที่รับฟังได้ระดับหนึ่ง แต่ก็คงต้องย้อนไปดูด้วยว่า คสช.เองก็มีอำนาจอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะมีการปลดล็อกแต่อำนาจในมือก็ไม่ได้หายไป ปลดล็อกแล้ว คสช.ยังคุมสถานการณ์ต่อได้ ขณะที่บรรดาแกนนำทางการเมืองของเสื้อสีต่างๆ หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในวันนี้พวกเขาเองก็ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวหรือแสดงท่าทีอะไรกัน ดังนั้นผมว่าประเด็นตรงนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากังวลสำหรับความมั่นคงมากนัก เมื่อเทียบเคียงกับน้ำหนักในเรื่องของการที่เราจะต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ ผมว่าประเด็นอย่างหลังนี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่า
สำหรับเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบในการหาเสียงของพรรคการเมืองนั้น ถือว่าส่งผลพอสมควรแม้ว่าในข้อเท็จจริงแล้วพรรคการเมืองต่างๆ จะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในส่วนที่ไม่เป็นทางการอยู่ แต่ว่าในกิจกรรมทางการเมืองที่เป็นทางการนั้นเขาไม่สามารถที่จะทำได้ ดังนั้นสิ่งนี้คือความเสียเปรียบอีกเรื่องหนึ่งของพรรคการการเมืองเก่าเช่นเดียวกัน ที่ไม่สามารถทำกิจกรรมที่กฎหมายให้การรับรองได้
หากถามถึงผลดีระหว่างการปลดล็อกกับการคลายล็อก จริงๆ แล้วการปลดล็อกไปเลยน่าจะมีผลดีกว่า การที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นประตูแก้ปัญหาในเรื่องความขัดแย้งให้กับสังคมไทย คิดว่าจะมีส่วนที่ทำให้ข้อวิจารณ์ของบรรดานักการเมืองและพรรคการเมืองลดลง เพราะส่วนสำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือ พรรคการเมืองและนักการเมืองเขาวิจารณ์ในเรื่องของความเสมอภาคในการทำกิจกรรมทางการเมืองในพื้นที่ของพรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองใหม่ ตรงนี้เป็นจุดซึ่งเขาวิจารณ์มากกว่า เพราะฉะนั้นหากมีการปลดล็อกแล้ว ข้อวิจารณ์ต่อ คสช. ในประเด็นดังกล่าวนี้ก็จะลดลงไปด้วย
กัดไม่ปล่อย! ศรีสุวรรณ จี้ ป.ป.ช.สอบเพิ่มนาฬิกาหรูบิ๊กป้อม หลังเจ้าตัวยอมรับ ใส่มา10ปี
https://www.matichon.co.th/politics/news_1127752
เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายศรีสุวรรณ จรรยา นักเคลื่อนไหวทางสังคมและการเมือง ยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. กล่าวหาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ป.ป.ช. เพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้เคยยื่นเรื่องร้องเรียนไปแล้ว 2 ข้อกล่าวหา คือ
1. จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.อันเป็นเท็จ และ
2. กรณีการร่ำรวยผิดปกติ แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 10 กันยาย 61 ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อสารมวลชนเกี่ยวกับการครอบครองนาฬิกาหรูหลายเรือนมูลค่าหลายล้านบาท โดยไม่แจ้งหรือปรากฎอยู่ในบัญชีหนี้สินและทรัพย์สิน ซึ่งต้องรายงานหรือแจ้งต่อ ป.ป.ช. ตามที่กฎหมายบัญญัติ โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “นาฬิกาไม่ใช่ของผม เพราะยืมเขามา และก็ใส่มาเป็น 10 ปี จนใส่กี่เรือนต่อกี่เรือน ตอนนี้คืนเขาไปหมดแล้ว”
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวเป็นการยอมรับความจริงต่อสาธารณะว่า พล.อ.ประวิตร มีและครอบครองนาฬิการาคาแพงดังกล่าวจริง และแม้ในคำให้สัมภาษณ์จะอ้างว่าได้คืนเจ้าของไปแล้วก็หาได้พ้นความผิดไปไม่ เพราะความผิดดังกล่าวถือว่าสำเร็จแล้วตามกฎหมาย และถือได้ว่าเป็นการได้รับประโยชน์จากบุคคลอื่น หรือ “การรับประโยชน์อื่นใด” ที่มีมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท ซึ่งขัดต่อ มาตรา 103 แห่ง พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 หรือ มาตรา 128 แห่ง พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์การรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยธรรมจรรยาของเจ้าหน้าที่ของรัฐ 2543 โดยตรง
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ดังนั้น แม้พล.อ.ประวิตรจะใช้ข้ออ้างว่าได้คืนนาฬิกาให้กับเจ้าของไปแล้วก็หาได้พ้นความผิดในมาตราดังกล่าว แต่เพื่อปิดทางดิ้นออก และไม่ให้ ป.ป.ช. ใช้เป็นข้ออ้างว่าไม่มีข้อกล่าวหาดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยจึงต้องมายื่นคำร้องนี้ดักทางไว้ และเป็นการเร่งให้ ป.ป.ช.รีบสรุปสำนวน เพื่อส่งเรื่องให้อัยการยื่นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือดำเนินการอื่นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยเร็ว