เราอึดอัดมากระบายกับใครไม่ได้..
เราอดทนทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวแต่มันเหมือนไร้ค่า เปิดธุรกิจร้านอาหารเรายอมแบกรับความเหนื่อยทุกอย่าง ไม่ว่าจะล้างจานดูแลร้านดูแลลูกน้อง ลูกค้า ทำอาหาร ทุกอย่างที่เราทำได้
ขายของได้เงินมาเท่าไรเราก็ให้แฟนหมด
ไม่เคยซื้อของใช้อะไรฟุ่มเฟือย เสื้อผ้ามีสิบชุดก็ใส่ซ้ำๆ ไม่แต่งตัวไม่ซื้อเครื่องสำอาง
ลูกเรากับเขา แม่เขาก็ส่งเงินให้แม่เราเลี้ยง
เพราะร้านพึ่งเปิดต้องรอให้อยู่ได้ก่อน ขายของได้วันละสามพันเขาเก็บเงินหมดให้เราที200 300
แต่มาตอนนี้เราเหมือนเจ็บหนักที่สุด เขาแอบคุยกับผหญิงบางครั้งทิ้งเราไว้ที่ร้านก็หายไปเปนวันๆครึ่งวัน
ร้านนี้เราแอบเปิดดูสมุดบันชี แต่ก่อนเขาเช่าแค่ข้างล่างเสีย7000กว่า
แต่ตอนนี้ค่าเช่าเพิ่มจ่ายเดือนละ12000
เฉพาะค่าเช่า เรารู้สึกว่าเขาน่าจะแอบเช่าทั้งตึกมากกว่าเพราะสองเดือนที่ผ่านมา
ค่าไฟก็แพงขึ้นกว่าปกติ เงินที่เอามาเซ้งร้านส่วนนึงยืมป้าเรามา เขาเลื่อนวันคืนหลายรอบมากจนตอนนี้เราไม่รู้จะหาจากไหนมาคืนแล้ว
ของที่ซื้อให้เราไม่ว่าจะมือถือ ไอแพด อะไรก็หายหมดเอาไปจำนำหรือเอาให้ใครรึเปล่าเราก็ไม่รู้
แม้กระทั้งแหวนวันหมั้น เขาก็ขอยืมไปแล้วก็ไม่เคยพูดถึงอีกเลย
เราท้องก่อนจะหมั้นกันตอนนั้นเขาบอกไม่เอาเรากับลูกยืนยันจะเอาผู้หญิงอีกคน
แต่พอเราคลอดลูกเราไปทำงานกับป้าเราได้สามเดือนเขาก็มาขอเราหมั้น
พูดเหมือนคิดได้แล้ว เปิดร้านอาหารอยากให้ช่วยกันทำ ธุรกิจของครอบครัว
เราเหนื่อยมากตื่นมาเปิดร้านอดหลับอดนอน
วันหยุดไม่เคยมี ไม่เคยเรียกร้องอะไร
แต่ตอนนี้เรากำลังรู้สึกโดนทำร้าย ต้องคอยสวดมนต์เพื่อให้ใจสงบลงไม่ต้องเอาความเจ็บปวดไปทำร้ายใคร
อะไรไม่พอใจก็ด่า ทำร้ายข้าวของ พูดจากับเราแย่มาก ตีสองไล่เรามานอนร้าน
เราจุกมากจนไม่สามารถระบายกับใครได้เลยเพราะเราไม่อยากให้คนอื่นมองเขาไม่ดี
คนที่อยุ่รอบร้านเราบอกเราตลอดว่าเขาชอบเอาเพื่อนมาเอาเพื่อนผญบ้างผชบ้าง
เรารู้สึกหน้าชามาก อายมาก ไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้ไหมว่า คนที่พามาคือผญของเขา
เราควรจะเข้มแข็งยังไงดีคะ เรารุ้สึกทำอะไรไม่ถูกสักอย่าง
เราว่าเราทำดีที่สุดแล้วในฐานะแม่ของลูก แต่ทำไมเราไม่ได้รับสิ่งดีๆ
เราอดทนทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวแต่มันเหมือนไร้ค่า เปิดธุรกิจร้านอาหารเรายอมแบกรับความเหนื่อยทุกอย่าง ไม่ว่าจะล้างจานดูแลร้านดูแลลูกน้อง ลูกค้า ทำอาหาร ทุกอย่างที่เราทำได้
ขายของได้เงินมาเท่าไรเราก็ให้แฟนหมด
ไม่เคยซื้อของใช้อะไรฟุ่มเฟือย เสื้อผ้ามีสิบชุดก็ใส่ซ้ำๆ ไม่แต่งตัวไม่ซื้อเครื่องสำอาง
ลูกเรากับเขา แม่เขาก็ส่งเงินให้แม่เราเลี้ยง
เพราะร้านพึ่งเปิดต้องรอให้อยู่ได้ก่อน ขายของได้วันละสามพันเขาเก็บเงินหมดให้เราที200 300
แต่มาตอนนี้เราเหมือนเจ็บหนักที่สุด เขาแอบคุยกับผหญิงบางครั้งทิ้งเราไว้ที่ร้านก็หายไปเปนวันๆครึ่งวัน
ร้านนี้เราแอบเปิดดูสมุดบันชี แต่ก่อนเขาเช่าแค่ข้างล่างเสีย7000กว่า
แต่ตอนนี้ค่าเช่าเพิ่มจ่ายเดือนละ12000
เฉพาะค่าเช่า เรารู้สึกว่าเขาน่าจะแอบเช่าทั้งตึกมากกว่าเพราะสองเดือนที่ผ่านมา
ค่าไฟก็แพงขึ้นกว่าปกติ เงินที่เอามาเซ้งร้านส่วนนึงยืมป้าเรามา เขาเลื่อนวันคืนหลายรอบมากจนตอนนี้เราไม่รู้จะหาจากไหนมาคืนแล้ว
ของที่ซื้อให้เราไม่ว่าจะมือถือ ไอแพด อะไรก็หายหมดเอาไปจำนำหรือเอาให้ใครรึเปล่าเราก็ไม่รู้
แม้กระทั้งแหวนวันหมั้น เขาก็ขอยืมไปแล้วก็ไม่เคยพูดถึงอีกเลย
เราท้องก่อนจะหมั้นกันตอนนั้นเขาบอกไม่เอาเรากับลูกยืนยันจะเอาผู้หญิงอีกคน
แต่พอเราคลอดลูกเราไปทำงานกับป้าเราได้สามเดือนเขาก็มาขอเราหมั้น
พูดเหมือนคิดได้แล้ว เปิดร้านอาหารอยากให้ช่วยกันทำ ธุรกิจของครอบครัว
เราเหนื่อยมากตื่นมาเปิดร้านอดหลับอดนอน
วันหยุดไม่เคยมี ไม่เคยเรียกร้องอะไร
แต่ตอนนี้เรากำลังรู้สึกโดนทำร้าย ต้องคอยสวดมนต์เพื่อให้ใจสงบลงไม่ต้องเอาความเจ็บปวดไปทำร้ายใคร
อะไรไม่พอใจก็ด่า ทำร้ายข้าวของ พูดจากับเราแย่มาก ตีสองไล่เรามานอนร้าน
เราจุกมากจนไม่สามารถระบายกับใครได้เลยเพราะเราไม่อยากให้คนอื่นมองเขาไม่ดี
คนที่อยุ่รอบร้านเราบอกเราตลอดว่าเขาชอบเอาเพื่อนมาเอาเพื่อนผญบ้างผชบ้าง
เรารู้สึกหน้าชามาก อายมาก ไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้ไหมว่า คนที่พามาคือผญของเขา
เราควรจะเข้มแข็งยังไงดีคะ เรารุ้สึกทำอะไรไม่ถูกสักอย่าง