เรื่องมีอยู่ว่า เราเข้ามาทำงานช่วงต้นปี 2559 ด้วยความที่เป็นเด็กใหม่ต้องอ่อนน้อมกับผู้ใหญ่เป็นเรื่องปกติที่สมควรทำกันอยู่แล้ว เจอพี่ร่วมงานคนหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าคนนี้แหละจะแนะนำเราอายุห่างจากเรา ประมาณ 18 ปีได้ ก็ถือว่าไม่แก่ เรียกพี่ก็ได้อยู่ เป็นคนพูดเพราะ ใจดี มองโลกในแง่ดี (อันนี้คือมองภายนอกและคนที่รู้จักแบบผิวเผินมองนะ) ทุกครั้งที่เขาทำดีกับเรา เรารู้สึกเหมือนเขาต้องการความช่วยเหลือจากเราคืน (ความรู้สึกมันบอกแบบนั้น)
เรื่องที่จะเล่าคือมีอยู่ 2 เรื่อง ที่หนักสุดสำหรับความรู้สึกเรา ในฐานะเพื่อนร่วมงาน เรื่องแรกมีอยู่ว่า ทางหน่วยงานให้บุคลากรในสังกัดเข้าอบรมหลักสูตรพัฒนาตัวเองโดยเราเป็นคนเลือกหลักสูตรเองในระบบ ซึ่งตอนนั้นเป็นเรื่องใหม่และเรายังไม่ได้ศึกษารายละเอียดดีนัก จึงตัดสินใจว่าจะยังไม่ลงอบรม ขอศึกษารายละเอียดดูก่อน แต่ พี่ร่วมงานคนดังกล่าวคะยั้นคะยอให้เราไปอบรมหลักสูตรที่ตัวเองเลือกไว้ (ความต้องการของพี่เขาคืออยากมีเพื่อนในที่ทำงานไปด้วย) สุดท้ายเราก็ได้ไปอบรมแบบงงๆ เพราะพี่เขาจัดการให้เราหมดเลย ทั้งลงสมัครกรอกข้อมูลในระบบ โดยการโทรถามข้อมูลจากเรา หลังจากอบรมเสร็จ ทางผู้ที่จัดอบรมหลักสูตร ให้กลับมาทำบทเรียนต่อ เป็นการเก็บชั่วโมงอบรม ซึ่งมีกำหนดในการเรียนบทเรียนประมาณ 3 เดือน เป็นบทเรียนออนไลน์ภาษาอังกฤษ ไอ่เราก็ไม่ถนัดด้วยสิ เรียนผ่านแอฟพริเคชั่นโดยการโหลดมาเรียนในโทรศัพท์มือถือ ส่วนพี่เขาโหลดมาเรียนในโน๊ตบุ๊ค ต้องหาเวลาว่างหลังจากทำงานเสร็จ แต่ละบทนี่ไม่ใช่ง่ายๆ ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน จะบ้าตาย (อันนี้ไม่ซีเรียสเท่าไหร่) แล้วในแต่ละบทเมื่อเรียนเสร็จแล้วจะขึ้นระดับดาวให้ว่าเราทำได้ระดับไหนในช่วงสามเดือนที่เราเรียนบทเรียน ก็จะคุยกับพี่เขาตลอดว่าถึงบทไหนแล้ว จากคำตอบพี่เขาจะตามหลังเราตลอด และบอกให้เราจดแต่ละบทไว้ให้พี่หน่อยนะ (ประมาณว่าพี่จะได้ไม่เสียเวลา) ใจเราก็หงุดหงิดนะว่าทั้งจะเรียนแล้วต้องมาจดคำตอบใส่กระดาษไว้ให้พี่เขาอีก บางบทเราจดทันก็จด จดไม่ทันก็ผ่าน แล้วก็เอาคำตอบให้พี่เขาไป ช่วงท้ายใกล้จะถึงวันส่ง เราก็เร่งทำ ทั้งงานเยอะด้วย ถามพี่เขาถึงไหนแล้วก็อ้ำอึ้ง (ช่วงที่ถามไถ่กันแรกๆ ที่พี่เขาบอกว่าตามหลังเรา อันนี้จริง แต่ช่วงหลังๆ น่าจะแซงเราไปแล้วแต่ก็ยังให้เราจดคำตอบให้ คืออะไร? ถ้าคนหวังดีด้วยจริง คงไม่ปล่อยให้เราจดคำตอบให้มั้ย) บอกว่าก็เรียนอยู่เหมือนกัน สุดท้ายเราก็เรียนจบทุกบท และส่งกลับยังหน่วยอบรม ซึ่งการอบรมหลักสูตรนี้จะมีเกียรติบัตรให้เป็นระดับเหรียญเงิน เหรียญทอง ตามความสามารถของผู้เข้าอบรม สรุปมารู้ความจริงสุดท้ายคือ พี่เขาเรียนเสร็จก่อนเรา แล้วก็ส่งข้อมูลก่อนเรา ได้รับเกียรติบัตรเป็นระดับเหรียญทอง ส่วนเราได้เหรียญเงิน
ที่เราได้เหรียญเงินเราไม่ซีเรียสนะ แต่ไม่เข้าใจพี่เขาว่าทำไมต้องโกหกเราว่าตัวเองยังทำไม่เสร็จ อันนี้คาใจ สำหรับเรามันเป็นเรื่องของความรู้สึกนะ เรื่องที่สองเดี๋ยวมาต่อนะ
เพื่อนร่วมงานที่พฤติกรรมเหมือนเกรงใจ แต่ไม่ใช่
เรื่องที่จะเล่าคือมีอยู่ 2 เรื่อง ที่หนักสุดสำหรับความรู้สึกเรา ในฐานะเพื่อนร่วมงาน เรื่องแรกมีอยู่ว่า ทางหน่วยงานให้บุคลากรในสังกัดเข้าอบรมหลักสูตรพัฒนาตัวเองโดยเราเป็นคนเลือกหลักสูตรเองในระบบ ซึ่งตอนนั้นเป็นเรื่องใหม่และเรายังไม่ได้ศึกษารายละเอียดดีนัก จึงตัดสินใจว่าจะยังไม่ลงอบรม ขอศึกษารายละเอียดดูก่อน แต่ พี่ร่วมงานคนดังกล่าวคะยั้นคะยอให้เราไปอบรมหลักสูตรที่ตัวเองเลือกไว้ (ความต้องการของพี่เขาคืออยากมีเพื่อนในที่ทำงานไปด้วย) สุดท้ายเราก็ได้ไปอบรมแบบงงๆ เพราะพี่เขาจัดการให้เราหมดเลย ทั้งลงสมัครกรอกข้อมูลในระบบ โดยการโทรถามข้อมูลจากเรา หลังจากอบรมเสร็จ ทางผู้ที่จัดอบรมหลักสูตร ให้กลับมาทำบทเรียนต่อ เป็นการเก็บชั่วโมงอบรม ซึ่งมีกำหนดในการเรียนบทเรียนประมาณ 3 เดือน เป็นบทเรียนออนไลน์ภาษาอังกฤษ ไอ่เราก็ไม่ถนัดด้วยสิ เรียนผ่านแอฟพริเคชั่นโดยการโหลดมาเรียนในโทรศัพท์มือถือ ส่วนพี่เขาโหลดมาเรียนในโน๊ตบุ๊ค ต้องหาเวลาว่างหลังจากทำงานเสร็จ แต่ละบทนี่ไม่ใช่ง่ายๆ ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียน จะบ้าตาย (อันนี้ไม่ซีเรียสเท่าไหร่) แล้วในแต่ละบทเมื่อเรียนเสร็จแล้วจะขึ้นระดับดาวให้ว่าเราทำได้ระดับไหนในช่วงสามเดือนที่เราเรียนบทเรียน ก็จะคุยกับพี่เขาตลอดว่าถึงบทไหนแล้ว จากคำตอบพี่เขาจะตามหลังเราตลอด และบอกให้เราจดแต่ละบทไว้ให้พี่หน่อยนะ (ประมาณว่าพี่จะได้ไม่เสียเวลา) ใจเราก็หงุดหงิดนะว่าทั้งจะเรียนแล้วต้องมาจดคำตอบใส่กระดาษไว้ให้พี่เขาอีก บางบทเราจดทันก็จด จดไม่ทันก็ผ่าน แล้วก็เอาคำตอบให้พี่เขาไป ช่วงท้ายใกล้จะถึงวันส่ง เราก็เร่งทำ ทั้งงานเยอะด้วย ถามพี่เขาถึงไหนแล้วก็อ้ำอึ้ง (ช่วงที่ถามไถ่กันแรกๆ ที่พี่เขาบอกว่าตามหลังเรา อันนี้จริง แต่ช่วงหลังๆ น่าจะแซงเราไปแล้วแต่ก็ยังให้เราจดคำตอบให้ คืออะไร? ถ้าคนหวังดีด้วยจริง คงไม่ปล่อยให้เราจดคำตอบให้มั้ย) บอกว่าก็เรียนอยู่เหมือนกัน สุดท้ายเราก็เรียนจบทุกบท และส่งกลับยังหน่วยอบรม ซึ่งการอบรมหลักสูตรนี้จะมีเกียรติบัตรให้เป็นระดับเหรียญเงิน เหรียญทอง ตามความสามารถของผู้เข้าอบรม สรุปมารู้ความจริงสุดท้ายคือ พี่เขาเรียนเสร็จก่อนเรา แล้วก็ส่งข้อมูลก่อนเรา ได้รับเกียรติบัตรเป็นระดับเหรียญทอง ส่วนเราได้เหรียญเงิน
ที่เราได้เหรียญเงินเราไม่ซีเรียสนะ แต่ไม่เข้าใจพี่เขาว่าทำไมต้องโกหกเราว่าตัวเองยังทำไม่เสร็จ อันนี้คาใจ สำหรับเรามันเป็นเรื่องของความรู้สึกนะ เรื่องที่สองเดี๋ยวมาต่อนะ