เริ่มเลยละกันนะครับก็คือเราเป็นเด็กต่างจังหวัดครับ เเละเมื่อ3ปีที่เเล้ว ที่ก็เข้ามา กทม.ครั้งเเรกคนเดียว ผมไม่เคยไม่เคยมาใช้ชีวิตด้วยตนเองสักทีเลย ตอนนั้นอยู่ ม.6 ครับ เเล้วจะต้องเข้ามาสอบเพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่ กทม.
ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นซ่าๆ อยากทำอะไรด้วยตนเองเพราะคิดว่าตัวเองโตเเล้วเลยตัดสินใจเดินทางมาคนเดียว เดินทางมาด้วยรถตู้ครับพอถึงอนุเสาวรีย์ผมก็ลงรถ เเล้วเดินอยู่ริมถนนกะว่าจะเรียกเเท็กซี่เเต่รถติดมาก เเละโรงเเรมที่จองไว้คืออยู่เเถวๆพญาไทย
ดูในเเมพคือไม่ไกลมาก คิดๆเเบบนี้อยู่ในหัว ประจวบเหมาะๆกับมีวินมอเตอร์ไซค์ขับมาข้างๆเเล้วเรียกผมขึ้นไป ผมก็ขึ้นไปทันทีเลย เค้าดูเหมือนไม่ใช่อาชีพคนขับวินอะครับเหมือนเเค่คนขับมอเตอร์ไซค์ออกมาจากบ้านเพื่อซื้อกับข้าว เค้าใส่เสื้อกั๊กนะเเต่ไม่มีชื่อ
ผมก็เเอบคิดว่าเค้าเเปลกๆ จะทำร้ายเราไหมนะ ถ้าทำอย่างน้อยก็เเค่ขับอ้อมเเล้วคิดเงินเพิ่มเเค่นั้นเเหละมั้ง คงไม่เกิน200บาทหรอก ผมคิดกับตัวเอง ขับมาๆเค้าก็จอดละบอกว่าเเถวนี้เเหละ ผมก็ถามเค้าว่าเท่าไหร่ครับ เค้าบอก270บาท
ในใจผมคิดเเพงมากเเต่ก็ให้เค้าไปเถอะ ถือว่าซื้อความเร็วจะได้รีบนอนเอาเเรง ผมเปิดกระเป๋าสตางค์ไม่มีเเบงค์ย่อยเลยครับ มีเเต่เเบงค์พัน เลยถามเค้าว่ามีทอนไหม เค้าบอกเอามาเดะไปเเลกให้ ผมกำลังจะบอกว่าไปด้วยกันพี่ขับไปร้านสดวกซื้อเดี๋ยวผมไปเเลก เเต่ยังไม่ทันได้พูดเค้าฉกเองเงินในมือผมไปเลย ละหันมาบอกว่าเอาหมวกกันน็อคพี่เป็นประกันไว้เดี๋ยวพี่กลับมาเอาคืนเเน่ ละหมวกกันน็อคคือเก่ามากสีถลอกหมด
เขาขับไปไวมากผมคิดว่าเค้าคงไม่กลับมาเเล้ว ผมเลยโยนหมวกกันน็อคทิ้งถังขยะเเล้วเดินต่อซึ่งเค้าส่งผมไกลจากที่พักมาก ประมาณ2กิโลเมตร นั้นเเหละครับคือประสบการณ์ที่เเย่มากของผม โดนไป1000บาทตั้งเเต่เท้าเเตะกรุงเทพเลย (รถไม่มีป้ายทะเบียนด้วย)
อาจจะเป็นความเด็ก ประมาทเกินไป หรือโง่ก็ได้ครับ เเค่อยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง หลักจากเหตุการณ์นั้น ผมก็ไม่เคยนั่งวินมีเลย3ปีเเล้ว ทำให้ผมได้รู้ว่าเราก้าวสู่โลกที่น่ากลัวอย่างเป็นทางการเเล้ว เเละผมก็ค่อนข้างมีความคิดเเง่ลบมาในหัวผมเสมอเพื่อป้องกันคนพวกนี้ว่าโลกนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด
**บางครั้งถ้าคุณเป็นคนมองโลกนี้บวกเกินไปก็อาจจะกลายเป็นคนหัวอ่อนถูกหลอกก็ได้
โดนวินมอร์เตอร์ไซค์ฉกเงิน ตอนเข้า กทม.ครั้งเเรก
ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นซ่าๆ อยากทำอะไรด้วยตนเองเพราะคิดว่าตัวเองโตเเล้วเลยตัดสินใจเดินทางมาคนเดียว เดินทางมาด้วยรถตู้ครับพอถึงอนุเสาวรีย์ผมก็ลงรถ เเล้วเดินอยู่ริมถนนกะว่าจะเรียกเเท็กซี่เเต่รถติดมาก เเละโรงเเรมที่จองไว้คืออยู่เเถวๆพญาไทย
ดูในเเมพคือไม่ไกลมาก คิดๆเเบบนี้อยู่ในหัว ประจวบเหมาะๆกับมีวินมอเตอร์ไซค์ขับมาข้างๆเเล้วเรียกผมขึ้นไป ผมก็ขึ้นไปทันทีเลย เค้าดูเหมือนไม่ใช่อาชีพคนขับวินอะครับเหมือนเเค่คนขับมอเตอร์ไซค์ออกมาจากบ้านเพื่อซื้อกับข้าว เค้าใส่เสื้อกั๊กนะเเต่ไม่มีชื่อ
ผมก็เเอบคิดว่าเค้าเเปลกๆ จะทำร้ายเราไหมนะ ถ้าทำอย่างน้อยก็เเค่ขับอ้อมเเล้วคิดเงินเพิ่มเเค่นั้นเเหละมั้ง คงไม่เกิน200บาทหรอก ผมคิดกับตัวเอง ขับมาๆเค้าก็จอดละบอกว่าเเถวนี้เเหละ ผมก็ถามเค้าว่าเท่าไหร่ครับ เค้าบอก270บาท
ในใจผมคิดเเพงมากเเต่ก็ให้เค้าไปเถอะ ถือว่าซื้อความเร็วจะได้รีบนอนเอาเเรง ผมเปิดกระเป๋าสตางค์ไม่มีเเบงค์ย่อยเลยครับ มีเเต่เเบงค์พัน เลยถามเค้าว่ามีทอนไหม เค้าบอกเอามาเดะไปเเลกให้ ผมกำลังจะบอกว่าไปด้วยกันพี่ขับไปร้านสดวกซื้อเดี๋ยวผมไปเเลก เเต่ยังไม่ทันได้พูดเค้าฉกเองเงินในมือผมไปเลย ละหันมาบอกว่าเอาหมวกกันน็อคพี่เป็นประกันไว้เดี๋ยวพี่กลับมาเอาคืนเเน่ ละหมวกกันน็อคคือเก่ามากสีถลอกหมด
เขาขับไปไวมากผมคิดว่าเค้าคงไม่กลับมาเเล้ว ผมเลยโยนหมวกกันน็อคทิ้งถังขยะเเล้วเดินต่อซึ่งเค้าส่งผมไกลจากที่พักมาก ประมาณ2กิโลเมตร นั้นเเหละครับคือประสบการณ์ที่เเย่มากของผม โดนไป1000บาทตั้งเเต่เท้าเเตะกรุงเทพเลย (รถไม่มีป้ายทะเบียนด้วย)
อาจจะเป็นความเด็ก ประมาทเกินไป หรือโง่ก็ได้ครับ เเค่อยากจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง หลักจากเหตุการณ์นั้น ผมก็ไม่เคยนั่งวินมีเลย3ปีเเล้ว ทำให้ผมได้รู้ว่าเราก้าวสู่โลกที่น่ากลัวอย่างเป็นทางการเเล้ว เเละผมก็ค่อนข้างมีความคิดเเง่ลบมาในหัวผมเสมอเพื่อป้องกันคนพวกนี้ว่าโลกนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด
**บางครั้งถ้าคุณเป็นคนมองโลกนี้บวกเกินไปก็อาจจะกลายเป็นคนหัวอ่อนถูกหลอกก็ได้