พท.ชี้ คสช.ปลดล็อกต้องเสมอภาค อย่าปล่อยให้แต่พวกหนุน 'บิ๊กตู่' เดินสาย ทำผิดซ้ำซาก
https://www.matichon.co.th/politics/news_1121318
พท.จี้ คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมอย่างเสมอภาค อย่าปล่อยให้กลุ่มที่หนุน “บิ๊กตู่” ทำผิดคำสั่ง คสช.ซ้ำซาก หลังมีข่าวสามมิตรเดินสายพาผู้สมัครหาเสียง
วันนี้ (7 ก.ย.) นาย
ศักดา นพสิทธิ์ อดีดโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วันนี้ยังมีการชุมนุมทางการเมือง และเคลื่อนไหวการเมืองของกลุ่มสามมิตร โดยการแนะนำผู้สมัคร ส.ส.ครั้งที่จะมีขึ้น และหาเสียงกับประชาชน อย่างต่อเนื่อง โดยไม่คำนึงถึงข้อห้ามตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งผิดกฎหมาย ขณะที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ไม่มีท่าทีที่ชัดเจนในการห้ามปรามยับยั้งการกระทำนี้แต่อย่างใด ขณะเดียวกับที่รองนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำกับสื่อตลอดว่า จะปลดล็อกการเมือง ให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมและพบปะประชาชนได้ประมาณเดือนธันวาคม ดังนี้จึงแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติไม่มีธรรมภิบาลในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เท่าเทียม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บ้านเมืองและประชาชนหรือไม่
นาย
ศักดากล่าวว่า หลักการสำคัญและหัวใจที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อกการเมือง หรือยกเลิกคำสั่งที่ 53/2560 เพราะพรรคการเมืองต้องการพบปะประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วม สำหรับการจัดทำนโยบาย มิได้มุ่งหวังไปหาเสียงก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เพราะจะไม่มีประโยชน์เลย หากไม่มีนโยบายที่ดีที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องให้แก่ชาวบ้านและประชาชนได้ ดังนั้น ตนจึงขอให้รัฐบาลและ คสช.ปลดล็อกการเมือง ให้พรรคการเมืองได้พบกับประชาชนเพื่อพร้อมสำหรับการเลือกตั้งและมีส่วนในการเสนอนโยบายกับพรรคการเมืองที่จะบริหารประเทศต่อไปภายหลังการเลือกตั้ง โดยไม่ปล่อยกลุ่มการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ทำผิดกฎหมายและคำสั่ง คสช.ซ้ำซากเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้มีธรรมาภิบาล และ คสช.สามารถรักษาความสงบของประเทศมีมาตรฐานเดียวกัน
กรธ. จัดปาร์ตี้สื่อก่อนพ้นวาระ 'มีชัย' ลั่น! ขอเป็นชุดสุดท้าย อย่าให้มีเหตุต้องร่างรธน.กันอีก
https://www.matichon.co.th/politics/news_1121468
กรธ.จัดปาร์ตี้ก่อนพ้นวาระ ‘มีชัย’ กล่าวขอบคุณสื่อ ลั่น! ขอเป็นกรธ.ชุดสุดท้าย ไม่มีร่างรธน.กัน อีก
เวลา 18.00 น. วันนี้ (7 ก.ย.) ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นำโดยนาย
มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. พร้อมด้วย กรธ.ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยนาย
มีชัย กล่าวเปิดงานว่า การยกรัฐธรรมนูญถือว่า เขียนไม่ได้ตามต้องการ เพราะบางทีตั้งใจจะทำอย่างหนึ่ง แต่ก็ต้องสลับ ทั้งนี้ ขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ช่วยเผยแพร่สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะสื่ออิเล็กทรอนิคส์ที่ในยามเนื้อหารัฐธรรมนูญถูกบิดเบือนข้อมูล ถือว่าช่วยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้มาก
“ผมหวังว่าในวันข้างหน้าจะไม่มีเหตุให้มีกรธ.อีกต่อไป กรธ.ชุดนี้ควรเป็นชุดสุดท้าย และบ้านเมืองจะได้สงบสุข” นายมีชัย กล่าว
'แรมโบ้อีสาน' ดับเครื่องชน ลั่นแจ้งความกลับเอาผิดว่าที่ผู้สมัครส.ส.โคราชหาเสียงล่วงหน้า
https://www.matichon.co.th/politics/news_1120933
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ศูนย์ประสานงาน นาย
สุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน “คนบ้านเรา” เลขที่ 32/ 3 หมู่ที่ 3 ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มีชาวบ้านในพื้นที่ อ.ครบุรีและ อ.เสิงสาง ประมาณ 500 คน มามอบดอกไม้ให้กำลังใจนาย
สุภรณ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย หลังจากที่เกิดปัญหากรณีนายสุภรณ์เข้าร้องเรียนกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ว่ามีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาพรรคหนึ่ง ว่าจ้างให้ชาวบ้านในเขต อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ออกเก็บบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเตรียมสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง คล้ายการซื้อเสียงล่วงหน้า จนเป็นเหตุให้พรรคการเมืองดังกล่าวและผู้ที่ถูกกล่าวพาดพิง เตรียมดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับนายสุภรณ์ ฐานหมิ่นประมาทและแจ้งความอันเป็นเท็จ
นาย
สุภรณ์ได้กล่าวแสดงความขอบคุณประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจด้วยความตื้นตันและสวมกอดผู้มาให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง โดยยืนยันว่าจะอาสาเดินเส้นทางทางการเมืองเป็นข้ารับใช้ชาวไร่ชาวนาอย่างเต็มที่ แต่จะไม่ยอมเป็นขี้ข้าหรือเดินตามนายทุนเพื่อรับใช้ทางการเมืองเด็ดขาด พร้อมกับก้มลงกราบแทบเท้าชาวบ้าน 3 ครั้ง เพื่อแสดงออกถึงคำขอบคุณและซาบซึ้งใจด้วย
นาย
สุภรณ์ให้สัมภาษณ์พร้อมนำหลักฐานเป็นภาพ ส.อบจ.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.คนหนึ่งมาถ่ายรูปกับหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง และหลักฐานเป็นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่นายสุภรณ์อ้างว่าถูกผู้สนับสนุนพรรคการเมืองดังกล่าวมาเก็บจากชาวบ้านไปเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยยืนยันว่ามีหลักฐานในการดำเนินการเก็บบัตรประจำตัวประชาชน ของทีมงานว่าที่ผู้สมัครพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ทั้งที่เสนอตัวเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเขต และในระบบบัญชีรายชื่อ พร้อมกับระบุว่ามีข้อมูลรายชื่อผู้ที่ดำเนินการเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านเพื่อส่งไปยังพรรคการเมืองมากกว่า 10 รายชื่อ ที่จะยื่นเพิ่มเติมให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้พิจารณาควบคู่กับหลักฐานที่ส่งไปก่อนหน้านี้ และตอนนี้มีกลุ่มผู้ดำเนินการบางส่วนก็เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการยอมรับว่ามีการว่าจ้างให้ดำเนินการนำบัตรประจำตัวประชาชนมาเพื่อการส่งให้กับพรรคการเมืองดังกล่าวจริง นอกจากนี้ ยังยืนยันว่ามีหลักฐานและข้อมูลเด็ดอีกหลายอย่างที่จะนำไปมอบให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิ่มเติมหลังจากนี้
นาย
สุภรณ์กล่าวว่า สาเหตุที่ตนเองเดินเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้นั้นยืนยันว่าไม่ได้มีใครอยู่เบื้องหลังหรือผลักดันให้ดำเนินการเกี่ยวกับกรณีนี้ทั้งสิ้น ที่ตัดสินใจทำลงไปเป็นการตัดสินใจส่วนตัวล้วนๆ เพราะตนเองมีหลักฐานข้อมูลต่างๆ ที่คิดว่าว่าที่ผู้สมัครที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ดำเนินการเข้าข่ายหาเสียงล่วงหน้า ซึ่งถือว่าการดำเนินการในลักษณะนี้ถือเป็นการเอาเปรียบคู่แข่ง แม้ว่าจะยังไม่มีการกำหนดประกาศการดำเนินการเลือกตั้งก็ตาม เพราะมีการเตรียมการที่จะกระทำความผิดอย่างชัดเจนซึ่งขอเรียกร้องให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณาเกี่ยวกับกรณีนี้อย่างถี่ถ้วน เพราะการเตรียมการที่จะจี้ ปล้น หรือมุ่งร้ายผู้คนอื่น ยังมีความผิดตามกฎหมาย ดังนั้น เรื่องนี้ก็น่าจะมีความผิดเช่นเดียวกัน และการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวไม่ได้มีการดำเนินการเฉพาะในพื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง แต่มีการดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งจังหวัดนครราชสีมา
นาย
สุภรณ์ระบุอีกว่า การดำเนินการในครั้งนี้ต้องการให้ผู้ใหญ่ของพรรคการเมืองดังกล่าว ได้รับทราบการกระทำของว่าที่ผู้สมัครของพรรค เพื่อที่จะได้ป้องปรามไม่ให้กระทำการในลักษณะนี้ โดยไม่ได้มีเจตนาที่จะใส่ร้ายป้ายสีหรือเอาผิดไปยังพรรคการเมืองที่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะส่วนตัวก็ให้ความเคารพผู้ใหญ่ของพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวอ้างอยู่แล้ว เนื่องจากเคยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันตั้งแต่ที่ตนเองสังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ที่ต้องกล่าวพาดพิงถึงพรรค ก็เนื่องจากว่าที่ผู้สมัครนำชื่อพรรคเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินการจึงจำเป็นต้องแจ้งข้อมูลรายละเอียดทุกอย่างให้ทาง กกต.ทราบ ส่วนการที่ทางพรรคที่ถูกกล่าวถึงจะดำเนินการแจ้งความเอาผิดตนเองนั้นก็ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ตนเองมั่นใจว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นถูกต้องแล้ว
“ภายใน 1-2 วันนี้ ผมจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ครบุรีและ สภ.เสิงสาง จ.นครราชสีมาเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ว่าจ้างให้คนไปเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านในเขต อ.ครบุรีและ อ.เสิงสาง ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ในข้อหาทำผิด พ.ร.บ.ประกอบการเลือกตั้งและฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ซึ่งตนจะนำหลักฐานเหล่านี้ไปยื่นให้กับ กกต.เพื่อประกอบการสืบสวนต่อไปอีกด้วย พฤติกรรมในการเก็บบัตรประชาชนครั้งนี้เป็นการบังคับข่มขืนใจให้ชาวบ้านสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองโดยไม่ได้เกิดจากความศรัทธาของของชาวบ้านตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญซึ่งกฏหมายใหม่การจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคต้องเสียค่าสมัครคนละ 100 บาท แต่การกระทำของผู้สนับสนุนว่าที่ผู้สมัครพรรคการเมืองนี้มีการกำหนดระดับเกรดของหัวคะแนนคือ เกรดเอ ระดับอำเภอ เกรดบี ผู้นำตำบล เกรดซี ผู้นำหมู่บ้านหรือหัวหน้าคุ้มและ อี คือประชาชนทั่วไป และให้ผู้นำ 1 คน หาสมาชิกพรรคให้ได้ 10 คน และให้ส่งข้อมูลเข้าระบบคอมพิวเตอร์ลักษณะเช่นนี้มีการกระทำในทุกอำเภอของ จ.นครราชาสีมาเป็นการเตรียมจัดตั้งหัวคะแนนเพื่อซื้อสิทธิขายเสียงใช่หรือไม่หรือเตรียมการเพื่ออะไรซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่าผิดกฏหมายเลือกตั้งหรือไม่ ส่วนภาพถ่ายของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่ถ่ายคู่กับผู้นำพรรคการเมืองนั้นชาวบ้านและตัวผมเองก็เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าคุณจะลงสมัครในนามพรรค การเมืองดังกล่าวแน่ นอกจากนี้นักการเมืองได้ไปประกาศทุกงานต่อหน้าชาวบ้านว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในสนามพรรคการเมืองนั้นแน่นอน ผมจึงเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจเช่นกัน” นาย
สุภรณ์กล่าว
JJNY : 5in1 พท.ชี้ปลดล็อคต้องเสมอภาค/มีชัยลั่นชุดสุดท้าย/แรมโบ้ดับเครื่องชน/หมดสัญญาได้แค่หลุม/เตือนเอกชน
https://www.matichon.co.th/politics/news_1121318
พท.จี้ คสช.ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมอย่างเสมอภาค อย่าปล่อยให้กลุ่มที่หนุน “บิ๊กตู่” ทำผิดคำสั่ง คสช.ซ้ำซาก หลังมีข่าวสามมิตรเดินสายพาผู้สมัครหาเสียง
วันนี้ (7 ก.ย.) นายศักดา นพสิทธิ์ อดีดโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า วันนี้ยังมีการชุมนุมทางการเมือง และเคลื่อนไหวการเมืองของกลุ่มสามมิตร โดยการแนะนำผู้สมัคร ส.ส.ครั้งที่จะมีขึ้น และหาเสียงกับประชาชน อย่างต่อเนื่อง โดยไม่คำนึงถึงข้อห้ามตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งผิดกฎหมาย ขณะที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ไม่มีท่าทีที่ชัดเจนในการห้ามปรามยับยั้งการกระทำนี้แต่อย่างใด ขณะเดียวกับที่รองนายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำกับสื่อตลอดว่า จะปลดล็อกการเมือง ให้พรรคการเมืองได้ทำกิจกรรมและพบปะประชาชนได้ประมาณเดือนธันวาคม ดังนี้จึงแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติไม่มีธรรมภิบาลในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค เท่าเทียม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่บ้านเมืองและประชาชนหรือไม่
นายศักดากล่าวว่า หลักการสำคัญและหัวใจที่พรรคการเมืองเรียกร้องให้ปลดล็อกการเมือง หรือยกเลิกคำสั่งที่ 53/2560 เพราะพรรคการเมืองต้องการพบปะประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและมีส่วนร่วม สำหรับการจัดทำนโยบาย มิได้มุ่งหวังไปหาเสียงก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เพราะจะไม่มีประโยชน์เลย หากไม่มีนโยบายที่ดีที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องให้แก่ชาวบ้านและประชาชนได้ ดังนั้น ตนจึงขอให้รัฐบาลและ คสช.ปลดล็อกการเมือง ให้พรรคการเมืองได้พบกับประชาชนเพื่อพร้อมสำหรับการเลือกตั้งและมีส่วนในการเสนอนโยบายกับพรรคการเมืองที่จะบริหารประเทศต่อไปภายหลังการเลือกตั้ง โดยไม่ปล่อยกลุ่มการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ทำผิดกฎหมายและคำสั่ง คสช.ซ้ำซากเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลนี้มีธรรมาภิบาล และ คสช.สามารถรักษาความสงบของประเทศมีมาตรฐานเดียวกัน
กรธ. จัดปาร์ตี้สื่อก่อนพ้นวาระ 'มีชัย' ลั่น! ขอเป็นชุดสุดท้าย อย่าให้มีเหตุต้องร่างรธน.กันอีก
https://www.matichon.co.th/politics/news_1121468
กรธ.จัดปาร์ตี้ก่อนพ้นวาระ ‘มีชัย’ กล่าวขอบคุณสื่อ ลั่น! ขอเป็นกรธ.ชุดสุดท้าย ไม่มีร่างรธน.กัน อีก
เวลา 18.00 น. วันนี้ (7 ก.ย.) ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นำโดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรธ. พร้อมด้วย กรธ.ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น โดยนายมีชัย กล่าวเปิดงานว่า การยกรัฐธรรมนูญถือว่า เขียนไม่ได้ตามต้องการ เพราะบางทีตั้งใจจะทำอย่างหนึ่ง แต่ก็ต้องสลับ ทั้งนี้ ขอบคุณสื่อมวลชนที่ได้ช่วยเผยแพร่สาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะสื่ออิเล็กทรอนิคส์ที่ในยามเนื้อหารัฐธรรมนูญถูกบิดเบือนข้อมูล ถือว่าช่วยอธิบายให้ประชาชนเข้าใจได้มาก
“ผมหวังว่าในวันข้างหน้าจะไม่มีเหตุให้มีกรธ.อีกต่อไป กรธ.ชุดนี้ควรเป็นชุดสุดท้าย และบ้านเมืองจะได้สงบสุข” นายมีชัย กล่าว
'แรมโบ้อีสาน' ดับเครื่องชน ลั่นแจ้งความกลับเอาผิดว่าที่ผู้สมัครส.ส.โคราชหาเสียงล่วงหน้า
https://www.matichon.co.th/politics/news_1120933
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ศูนย์ประสานงาน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน “คนบ้านเรา” เลขที่ 32/ 3 หมู่ที่ 3 ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา มีชาวบ้านในพื้นที่ อ.ครบุรีและ อ.เสิงสาง ประมาณ 500 คน มามอบดอกไม้ให้กำลังใจนายสุภรณ์ หรือแรมโบ้อีสาน อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย หลังจากที่เกิดปัญหากรณีนายสุภรณ์เข้าร้องเรียนกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ว่ามีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมาพรรคหนึ่ง ว่าจ้างให้ชาวบ้านในเขต อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา ออกเก็บบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเตรียมสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง คล้ายการซื้อเสียงล่วงหน้า จนเป็นเหตุให้พรรคการเมืองดังกล่าวและผู้ที่ถูกกล่าวพาดพิง เตรียมดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับนายสุภรณ์ ฐานหมิ่นประมาทและแจ้งความอันเป็นเท็จ
นายสุภรณ์ได้กล่าวแสดงความขอบคุณประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจด้วยความตื้นตันและสวมกอดผู้มาให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง โดยยืนยันว่าจะอาสาเดินเส้นทางทางการเมืองเป็นข้ารับใช้ชาวไร่ชาวนาอย่างเต็มที่ แต่จะไม่ยอมเป็นขี้ข้าหรือเดินตามนายทุนเพื่อรับใช้ทางการเมืองเด็ดขาด พร้อมกับก้มลงกราบแทบเท้าชาวบ้าน 3 ครั้ง เพื่อแสดงออกถึงคำขอบคุณและซาบซึ้งใจด้วย
นายสุภรณ์ให้สัมภาษณ์พร้อมนำหลักฐานเป็นภาพ ส.อบจ.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.คนหนึ่งมาถ่ายรูปกับหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง และหลักฐานเป็นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่นายสุภรณ์อ้างว่าถูกผู้สนับสนุนพรรคการเมืองดังกล่าวมาเก็บจากชาวบ้านไปเพื่อไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค โดยยืนยันว่ามีหลักฐานในการดำเนินการเก็บบัตรประจำตัวประชาชน ของทีมงานว่าที่ผู้สมัครพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ทั้งที่เสนอตัวเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเขต และในระบบบัญชีรายชื่อ พร้อมกับระบุว่ามีข้อมูลรายชื่อผู้ที่ดำเนินการเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านเพื่อส่งไปยังพรรคการเมืองมากกว่า 10 รายชื่อ ที่จะยื่นเพิ่มเติมให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา ได้พิจารณาควบคู่กับหลักฐานที่ส่งไปก่อนหน้านี้ และตอนนี้มีกลุ่มผู้ดำเนินการบางส่วนก็เข้ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการยอมรับว่ามีการว่าจ้างให้ดำเนินการนำบัตรประจำตัวประชาชนมาเพื่อการส่งให้กับพรรคการเมืองดังกล่าวจริง นอกจากนี้ ยังยืนยันว่ามีหลักฐานและข้อมูลเด็ดอีกหลายอย่างที่จะนำไปมอบให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งเพิ่มเติมหลังจากนี้
นายสุภรณ์กล่าวว่า สาเหตุที่ตนเองเดินเรื่องร้องเรียนในครั้งนี้นั้นยืนยันว่าไม่ได้มีใครอยู่เบื้องหลังหรือผลักดันให้ดำเนินการเกี่ยวกับกรณีนี้ทั้งสิ้น ที่ตัดสินใจทำลงไปเป็นการตัดสินใจส่วนตัวล้วนๆ เพราะตนเองมีหลักฐานข้อมูลต่างๆ ที่คิดว่าว่าที่ผู้สมัครที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ดำเนินการเข้าข่ายหาเสียงล่วงหน้า ซึ่งถือว่าการดำเนินการในลักษณะนี้ถือเป็นการเอาเปรียบคู่แข่ง แม้ว่าจะยังไม่มีการกำหนดประกาศการดำเนินการเลือกตั้งก็ตาม เพราะมีการเตรียมการที่จะกระทำความผิดอย่างชัดเจนซึ่งขอเรียกร้องให้ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง พิจารณาเกี่ยวกับกรณีนี้อย่างถี่ถ้วน เพราะการเตรียมการที่จะจี้ ปล้น หรือมุ่งร้ายผู้คนอื่น ยังมีความผิดตามกฎหมาย ดังนั้น เรื่องนี้ก็น่าจะมีความผิดเช่นเดียวกัน และการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวไม่ได้มีการดำเนินการเฉพาะในพื้นที่ อ.ครบุรี และ อ.เสิงสาง แต่มีการดำเนินการเช่นเดียวกันทั้งจังหวัดนครราชสีมา
นายสุภรณ์ระบุอีกว่า การดำเนินการในครั้งนี้ต้องการให้ผู้ใหญ่ของพรรคการเมืองดังกล่าว ได้รับทราบการกระทำของว่าที่ผู้สมัครของพรรค เพื่อที่จะได้ป้องปรามไม่ให้กระทำการในลักษณะนี้ โดยไม่ได้มีเจตนาที่จะใส่ร้ายป้ายสีหรือเอาผิดไปยังพรรคการเมืองที่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะส่วนตัวก็ให้ความเคารพผู้ใหญ่ของพรรคการเมืองที่ถูกกล่าวอ้างอยู่แล้ว เนื่องจากเคยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันตั้งแต่ที่ตนเองสังกัดพรรคเพื่อไทย แต่ที่ต้องกล่าวพาดพิงถึงพรรค ก็เนื่องจากว่าที่ผู้สมัครนำชื่อพรรคเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินการจึงจำเป็นต้องแจ้งข้อมูลรายละเอียดทุกอย่างให้ทาง กกต.ทราบ ส่วนการที่ทางพรรคที่ถูกกล่าวถึงจะดำเนินการแจ้งความเอาผิดตนเองนั้นก็ถือเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ตนเองมั่นใจว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นถูกต้องแล้ว
“ภายใน 1-2 วันนี้ ผมจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ครบุรีและ สภ.เสิงสาง จ.นครราชสีมาเพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ว่าจ้างให้คนไปเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านในเขต อ.ครบุรีและ อ.เสิงสาง ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ในข้อหาทำผิด พ.ร.บ.ประกอบการเลือกตั้งและฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ซึ่งตนจะนำหลักฐานเหล่านี้ไปยื่นให้กับ กกต.เพื่อประกอบการสืบสวนต่อไปอีกด้วย พฤติกรรมในการเก็บบัตรประชาชนครั้งนี้เป็นการบังคับข่มขืนใจให้ชาวบ้านสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองโดยไม่ได้เกิดจากความศรัทธาของของชาวบ้านตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญซึ่งกฏหมายใหม่การจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคต้องเสียค่าสมัครคนละ 100 บาท แต่การกระทำของผู้สนับสนุนว่าที่ผู้สมัครพรรคการเมืองนี้มีการกำหนดระดับเกรดของหัวคะแนนคือ เกรดเอ ระดับอำเภอ เกรดบี ผู้นำตำบล เกรดซี ผู้นำหมู่บ้านหรือหัวหน้าคุ้มและ อี คือประชาชนทั่วไป และให้ผู้นำ 1 คน หาสมาชิกพรรคให้ได้ 10 คน และให้ส่งข้อมูลเข้าระบบคอมพิวเตอร์ลักษณะเช่นนี้มีการกระทำในทุกอำเภอของ จ.นครราชาสีมาเป็นการเตรียมจัดตั้งหัวคะแนนเพื่อซื้อสิทธิขายเสียงใช่หรือไม่หรือเตรียมการเพื่ออะไรซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงว่าผิดกฏหมายเลือกตั้งหรือไม่ ส่วนภาพถ่ายของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ที่ถ่ายคู่กับผู้นำพรรคการเมืองนั้นชาวบ้านและตัวผมเองก็เชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่าคุณจะลงสมัครในนามพรรค การเมืองดังกล่าวแน่ นอกจากนี้นักการเมืองได้ไปประกาศทุกงานต่อหน้าชาวบ้านว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในสนามพรรคการเมืองนั้นแน่นอน ผมจึงเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจเช่นกัน” นายสุภรณ์กล่าว