****ขอบอกคนที่เข้ามาอ่านกระทู้ไว้ก่อนนะคะ ว่าเราไม่ได้เกลียดมิวค่ะ แต่ที่เรื่องแย่ๆของมิวมีเยอะเพราะเราคบกันหลายปีค่ะ เราคบได้นานเพราะเราเป็นคนให้โอกาสคนค่ะ ไม่ตัดสินใครจากคำนินทา จนกว่าเราจะเจอเอง แต่เราก็จะพยายามหาข้อดีของอีกฝ่ายมาเพื่อคบให้ได้นานๆค่ะ ช่วงแรกๆที่มิวรบกวนเราบ่อยๆ เรายังไม่ได้บอกมิวค่ะว่าเราไม่สะดวกงั้นงี้ แต่หลังจากนั้นก็บอกเรื่อยๆค่ะ แต่มิวไม่ฟังพร้อมดราม่าเราประจำ ทำไมเพื่อนกันทำแบบนี้มั่งหล่ะ แม่กูไม่รวยเหมือนแม่ม*งนี่แค่นี้ทำให้ไม่ได้หรอ อะไรประมาณนี้ เราจะเล่าไปเรื่อยๆนะคะ และเราก็ไม่ได้ดิสเครดิตมิวค่ะ เรื่องของมิวที่ชอบเล่าให้เราฟังในตอนแรกๆเราคิดว่ามิวเล่าให้เราฟังคนเดียว แต่ที่ไหนได้นางเล่าสุ่มสี่สุ่มห้าไปบอกทั้งคนสนิทและไม่สนิท เรื่องที่มิวเล่าแล้วบอกเราว่าอย่าบอกใคร เราก็ไม่เคยเล่านะคะ แต่เราก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ยินเรื่องพวกนี้จากเพื่อนที่ไม่ชอบนาง หรือไม่ก็มาเป็นข่าวลืออยู่บ่อยๆ สรุปก็คือนางเฉลยตัวเองอยู่แล้วค่ะ คนส่วนมากเลยแอนตี้นาง บางส่วนก็ฟังคนอื่นมา บางส่วนเคยคบกับนาง เพราะงั้นอะไรๆก็ตามส่วนมากนางทำตัวเองทั้งนั้นเลยค่ะ*
เล่าเลยแล้วกันค่ะ คือเรามีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ขอเรียกว่า มิว แล้วกัน มิว นางเป็นคนสวยค่ะ หน้าตาดีแต่เสียอย่างไม่สูง กับฐานะไม่ค่อยดี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้นิสัยด้วย ซึ่งเพื่อนผู้หญิงจะค่อนข้างแอนตี้นาง เพราะนางมีปัญหาเรื่องผู้ชายกับเพื่อนบ่อยค่ะ เราก็ไม่ได้รู้ลึกรู้จริงอะไรขนาดนั้น แต่จะขอแชร์เรื่องเท่าที่เรารู้ เราอยู่ในเหตุการณ์นะคะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้เนื้อหาจะดาร์กขึ้นเรื่อยๆนะคะ และขอเอาข้อความจากกระทู้เก่าของเรามาลงใหม่ค่ะ อันเก่ามันเป็นกระทู้ตั้งคำถามค่ะ แล้วก็ขอตัดส่วนที่เราคิดว่ามันค่อนลำไยจากกระทู้เก่าออกนะคะ
ก่อนที่เราจะสนิทกัน จริงๆเรากับมิวรู้จักกันมาก่อนค่ะ แต่ไม่เคยได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว ตอนนั้นอยู่มอต้น เรียนที่เดียวกัน เวลาเจอกันก็ทัก ก็ยิ้มให้ตามประสา แต่เพราะอยู่ห้องข้างๆเลยไม่ค่อยได้คุยกันค่ะ แต่ก็ถือว่ารู้จักกันในระดับหนึ่งแล้วกัน จนกระทั่งช่วงปิดเทอมมอปลาย เราได้มีโอกาสได้เข้าค่ายติว เป็นค่ายกินนอนอยู่ที่นั่นเลยค่ะ แล้วบังเอิญเราติวที่เดียวกับนาง ช่วงนั้นก็เลยได้คุยกันมากขึ้น เหมือนว่าตอนนั้น มิว นางจะมีปัญหากับเพื่อนที่เป็นรูมเมท เรื่องคนที่นางชอบ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ต่อไปคนนี้จะเป็นแฟนนางค่ะ สมมติว่าชื่อ ‘อาร์ต’ แล้วกันค่ะ แต่เราไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่นะคะ เพราะมันช่วงก่อนที่จะสนิทกัน เราจะขอเล่าคร่าวๆที่เรารู้นะ มิวกับรูมเมททะเลาะจนถึงขั้นย้ายห้อง เปลี่ยนรูมเมทกันเลยค่ะ พอเปลี่ยนรูมเมทใหม่ มิวก็แฮปปี้กับรูมเมทใหม่ของนาง นางคบกับอาร์ต ใช้ชีวิตของนางไป จนเปิดเทอม ค่ายจบ ทุกคนก็แยกย้ายกลับไปเรียน ซึ่งอาร์ต กับมิว เรียนอยู่คนละจังหวัดกันค่ะ ทั้งคู่ก็คบกันทางไกล
ช่วงนั้นเรากับมิวก็ได้คุยกันมากขึ้น เพราะเราทั้งอยู่โรงเรียนเดียวกัน ผ่านค่ายติวเดียวกันมาแล้ว แต่ทุกครั้งที่เราคุยกับมิว ส่วนมากเราจะเป็นผู้ฟังมากกว่า มิวก็พูดแต่เรื่องแฟน อย่างโน้นอย่างนี้ ไปทำอะไรกันมา ไปไหนกันมา แม้แต่เรื่องบนเตียงกับแฟน นางยังเล่าให้เราฟังเลย …เอ่อ…เราไม่ได้อยากรู้หรอกนะ แต่เพื่อนอยากเล่าอ่ะนะ ก็ฟังๆไปเถอะ เขาคงไว้ใจเรา (ทำไมดูเป็นคนดี) แต่พอมานึกย้อนดูแล้วช่วงนั้นเวลาหลังเลิกเรียนของเราก็เสียไปกับการนั่งฟังเรื่องผู้ชายของมิวซะอย่างนั้น บางทีมันก็ซ้ำๆ จนเราจำได้ เราก็ได้แค่เออๆออๆกับมันไป…
จนกระทั่งวันหนึ่ง! อยู่ดีๆมิวก็บอกว่าเลิกกับแฟน ซึ่งจริงๆก็เลิกกันหลายรอบมาก คบๆเลิกๆ มิวประชดแฟนมั่งอะไรมั่ง แต่รอบนี้ตาบวมมาเลย ท่าทางจะเลิกจริงๆ ไอ้เราก็เพื่อนเนาะ ทำไงได้ ปลอบดิ ไม่เป็นไร ร้องเลยๆ ร้องให้หมดร้องแล้วหายนะ กูอยู่ข้างเอง บลาๆ ให้กำลังใจเพื่อนสารพัด เพื่อนเฮิรตซ์ก็ต้องไม่ทิ้งเพื่อน แล้วหลังจากนั้นไม่กี่วัน มิวนางก็ขอให้เราพานางไปหาอาร์ตแฟนนางที่ต่างจังหวัด โอเค เรารักเพื่อนไง ไปสิคะ! รอไร? หลังเลิกเรียนขึ้นรถไปต่างจังหวัดเลยค่ะ พอไปถึง เรากับมิวก็นั่งรออาร์ตมา มิวก็โทรไปร้องไห้ไป อาร์ตไม่ยอมมาสักที จนรถจะหมดเที่ยวอยู่แล้ว อาร์ตเทได้โหดมาก วันนั้นเรากับมิวเลยต้องถอดใจขึ้นรถกลับบ้านไปค่ะ เราก็ปลอบมันมาตลอดทาง ตอนนั้นคือรักเพื่อนมาก เออผู้ชายมันเลวจริงๆกูเห็นละ มาง้อขนาดนี้ละยังไม่ยอมมา ทิ้งให้รอตั้งหลายชั่วโมง แล้วมิวก็มีนั่งรถไปง้อแฟนคนนี้บ่อยมาก แต่เขาก็ไม่ยอมมาเจอสักที เทค่ะ
มีช่วงหนึ่งที่เราผ่าไส้ติ่งเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน แต่ก็พอจะไปเรียนได้แล้ว แผลยังไม่ทันหายดีเลยแต่เรายังต้องพานางปีนกำแพง เพื่อขึ้นรถประจำทางไปง้อแฟนนางที่ต่างจังหวัดอีก ลำบากสุดๆ แต่เพื่อเพื่อนก็เอาเถอะ ให้มันคืนดีกันให้จบๆไป มันจะได้ไม่ฟูมฟาย เห็นมิวก็ตามง้อขนาดนี้ละคงจะรักมาก แล้วอีกวันในวันวาเลนไทน์ มิวก็ยังคงไปง้ออาร์ตที่บ้าน เราก็ไปด้วย วันนั้นมิวลงทุนถือกุหลาบช่อโต ร้องตะโกนบอกรักอาร์ตถึงหน้าบ้าน… แต่ทว่า อาร์ตไม่ออกมาเลย นั่งเล่นเกมในบ้านเฉยเลย เพื่อนอาร์ตเยอะมาก เขาก็มองมิว เพราะมิวสวยไง มิวกับอาร์ตหน้าตาไม่ค่อยเหมาะสมกันเท่าไหร่(ในตอนนั้นนะ ปัจจุบันอาร์ตนางพัฒนาเด้อ นึกว่ามาจากเกาหลี-0-) เพื่อนอาร์ตก็ดูเหมือนพวกจ้องจะกินของเพื่อนเลย มองได้แบบ… ถ้าจะมองขนาดนี้ลากเพื่อนฉันขึ้นเตียงเลยไหม?- - จนแล้วจนรอด ตะโกนเรียนเป็นชั่วโมงอาร์ตก็ไม่มา แถมส่งเพื่อนไปบอกให้มิวกลับไปอีก ตอนนั้นคือเชื่อสุดหัวใจเลยว่าไอ้อาร์ตมันเลวจริงๆ- - มิวฝากดอกไม้ไว้กับเพื่อนอาร์ต แล้วก็กลับ นางก็ร้องไห้วนไป เราก็ปลอบ เสต็บเดิม ถือว่าจบเรื่องราวมิวกับอาร์ต มิวก็ไม่กล้าไปหาอีก ซึ่งก็ดีแล้วหล่ะ แต่ทว่าเราก็เริ่มรู้สึกถึงความสองมาตราฐานของเพื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องแรกก็คือ ค่ารถนั่งไปหาอาร์ตเราเป็นคนจ่าย ตอนเรานอนโรงพยาบาลมิวนางไม่มาเยี่ยมเลยบอกว่าขึ้นรถไม่เป็นทั้งๆที่มันอยู่ในจังหวัด
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้โรงพยาบาลมีป้ายรถเมล์เลยค่ะ บอกเลยไปไม่ยาก แต่นั่งรถไปหาแฟนที่ต่างจังหวัดได้ แถมค่าดอกกุหลาบง้อแฟนก็เงินเราอีก- - นางยืมเงินเราบ่อย นางบอกว่าช็อตบ่อย เวลาไปเที่ยวเราก็ต้องเป็นคนจัดหาชุดให้นาง(ชุดเรา) และอื่นๆอีกมากมาย เดิมทีเราไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย ก็เลยปล่อยผ่านไป จนกระทั่งถึงช่วงสอบเข้ามหาลัย อันนี้วุ่นวายมาก เราติดตั้งแต่รอบแรกเลย สอบสัมภาษณ์ผ่านแล้วด้วย สบายเลยค่ะ ส่วนมิว นางอยากได้เภสัช แต่นางเรียนเกรดห่วยกว่าเราอีก คะแนนโอเน็ตนางค่อนข้างต่ำกว่าค่าเฉลี่ย(เราอยู่ห้องคิง มิวอยู่ห้องธรรมดาค่อนข้างรั้งท้ายด้วยซ้ำ) คือไม่ได้จะดูถูกเพื่อนหรืออะไรนะ แต่ถ้าจะสอบติดเภสัช คะแนนสอบแกทแพทก็ต้องทำให้ได้เกือบเต็ม ซึ่งมันก็จะเตรียมตัวให้ทันคงยากในเวลาแค่นี้ แถมมิวนางก็เฮิรตซ์ๆเรื่องอาร์ตด้วยช่วงนั้น มันทำให้นางต้องซิ่ว ส่วนเราก็ไปเรียนมหาลัยปกติไป
ช่วงปิดเทอมรอเข้ามหาลัย กับเปิดเทอมมหาลัยแรกๆเราก็ยังคงพอมีเวลา แต่พอเรียนเสร็จก็ต้องมีไปกับเพื่อนใหม่บ้าง พอกลับหอพักเราก็อยากนอน แต่ก็ไม่ได้นอน เพราะต้องมาคุยกับมิวถึงตีสองตีสามประจำเลยค่ะ เพื่อนๆคงเดาได้นะคะว่ามิวคุยเรื่องอะไร?
เรื่องผู้ชายค่ะ เล่าเรื่องแฟนเก่า ทำอะไรกันมาบ้าง กี่ท่ากี่รอบ วนลูปไปอีก ผู้ชายมาจีบ บลาๆ ซึ่งส่วนมากที่มิวพูดก็มีแต่เรื่องผู้ชาย70%ได้ เราก็มีหน้าที่ฟัง ฟังไปก็ง่วงไป บางทีทำงานไปฟังไปก็ยังมีเลยค่ะ บางทีก็คิดๆ มันไม่มีเรื่องอื่นให้คุยหรือไงเนี่ย- -
เวลาผ่านไปๆค่ะ จนมิวมีแฟนใหม่(ยังซิ่วอยู่นะคะ) ขอเรียกว่า ฟิว แล้วกันค่ะ ฟิวเรียนอยู่มอเดียวกับเราค่ะ แต่คนละคณะ เรากับฟิวไม่รู้จักกันมาก่อนค่ะ แต่มารู้จักเพราะมิวบอกว่านางกำลังคุยๆกับฟิวอยู่ ฟิวเบื่อไม่อยากเรียน มิวแนะนำให้ลาออกแล้วซิ่วเป็นเพื่อนกัน ฟิวก็ทำตามนางพูดเลยค่ะ ลาออก ใจมันได้จริงๆคนนี้5555 ตอนแรกๆที่มิวนางคุยกับฟิว นางยอมรับว่านางปิดเรื่องนี้จากเรา ซึ่งนางกลัวอะไรของนางไม่รู้ กลัวเราไม่พอใจ นางบอกว่าถ้าเราไม่ชอบ นางเลิกคุยให้ได้นะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้หราา? เลิกคบเราแทนค่า อี** เราก็เออๆ ในใจ : เรื่องของม*ง
สำหรับเราถ้านางจะมีแฟนเราก็ไม่ติดอะไรนะ ก็เห็นว่าโสดมาหลายเดือน มันก็ไม่เป็นไรที่จะเริ่มต้นใหม่ นางจะได้เพ้อในเฟสบุ๊คให้น้อยลงด้วย ซึ่งก็ดีอ่ะ ไม่รกหน้าฟีดเรา
พอมิวมีแฟนใช่มั้ยคะ นางติดแฟนหนักมาก หนึบยิ่งกว่าตังเมอีกค่ะ แล้วนางก็ชอบเรียกร้องให้แฟนสนใจคล้ายๆกันยา ใน เรื่องเมีย2018 เลยค่ะ คือดูแล้วนึกถึงหน้ามิวเป็นอันดับแรกเลย อยากได้อะไรก็ต้องได้ ประมาณนั้นเลย ต่อค่ะ ช่วงนั้นมิวก็คงว่างๆ (อ่านหนังสือบ้างก็ได้) มิวก็ไปหาฟิวที่บ้าน ฟิวอยู่ต่างจังหวัด ฟิวนางลาออกนางเลยต้องกลับบ้านค่ะ แต่ปัญหาคือ มิว! แกรซิ่วอยู่วววว แกรจะไปหาผู้ชายวันเว้นวันไม่ได้นาจาาา0-0 นั่นแหละค่ะไปหาบ่อยๆน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่…
มิว: ‘แกรร ชั้นจะไปหาแฟน แกจัดการชุดให้หน่อยดิ เอาสวยๆนะ อยากสวยที่สุดในสายตาแฟน>_<‘
เรา: ‘อืมๆ เดี๋ยวหาให้ ‘
แล้วเราก็เป็นคนจัดการหาเสื้อผ้าให้นาง ซึ่งก็เสื้อผ้าเรานั่นแหละ พร๊อพ บลาๆ สารพัด ก็หามาให้ นางไม่ถูกใจเราก็เปลี่ยนให้ ใช้งานซะเหมือนเราเป็นทาสเลย ซึ่งในตอนนั้นมันยังไม่บ่อย ก็เลยเออๆ ตามใจมันไป แต่พอให้ยืมแล้วยืมแบบถาวรนี่ก็เริ่มไม่โอเคแล้วค่ะ เสื้อผ้าบางตัวเราก็ซื้อมาค่อนข้างแพง แบรนด์มั่งอะไรมั่ง ตามประสาค่ะ เราก็ค่อนข้างวัตถุนิยม ของมันต้องมีอะไรแบบนี้ ฮ่าๆ

อีกอย่าง แม่เราค่อนข้างเคร่งค่ะ ว่าเสื้อผ้าห้ามใช้ร่วมกัน ถ้าคนอื่นมาใส่เราต้องให้เขาเลย แต่คือ…บางตัวเราเก็บเงินซื้อเอง บางตัวเรายังใส่ไม่กี่ครั้งเลย ต้องให้เพื่อนฟรีๆ อยู่ดีๆก็รวยมีเสื้อผ้าแพงๆใส่ งี้หรอ? ถ้าเพื่อนยืมแล้วคืนเราก็ไม่ซีนะ แต่เสื้อผ้าแพง+ยืมถาวร ไม่ค่อยโอเคนะ เราไม่ชอบทวงของด้วย กลัวเสียเพื่อนด้วย เราเลยไม่พูดอะไร ก็ดีตรงที่เราอยู่มหาลัยต่างจังหวัด ไม่ได้เจอกันบ่อยเหมือนตอนเรียนมัธยมแล้ว ก็เลยโอเคอยู่ ไม่อยากไปหา ก็มีข้ออ้างได้ อะไรแบบนี้ มาต่อเรื่องมิวค่ะ คือฟิว แฟนนางคนนี้ค่อนข้างเปย์หนักมาก พาไปเลี้ยงข้าว ไม่ได้เลี้ยงแค่มิวนะ เพื่อนมิวด้วย ถ้าเพื่อนไปด้วย ฟิวนางเปย์หมด ฟิวมีฐานะ อาร์ตก็บ้านมีฐานะเหมือนกัน คือทุกคนที่คบกับมิวจะมีฐานะดีกันหมดเลย ไม่ใช่แค่แฟนนะ เพื่อนด้วย อันนี้เราก็ไม่ได้สนใจอะไร สิทธิ์ของเค้าเนาะ^^ แต่พอมิวนางเริ่มใช้เงินเรา เริ่มยืมของเรา เราก็เริ่มรู้สึกแบบ… อ๋อ! แบบนี้นี่เอง(ทำไมเพื่อนคบไม่นาน ได้คำตอบแล้วค่ะ) เราก็ไม่อยากเกลียดเพื่อนตัวเองเลยค่ะ แต่พอถูกเอาเปรียบ ถูกรบกวนมากๆ มันก็จะรู้สึกเคืองๆหน่อย เราก็เริ่มรู้สึกเคืองมิวขึ้นมาบ้างแล้ว
อย่างงานวันเกิดเพื่อนมิวนางใช้เงินเราซื้อเค้กจัดงานวันเกิดให้เพื่อน นางไม่ออกสักบาทเลยคะ เราจ่าย แบบนี้เราจัดกับเพื่อนสองคนก็ได้นะ ถ้าจะไม่ช่วยอะไรเลย เห้อ… ตอนเราเรียนมหาลัยก็มีงานส่ง ทำโปรเจ็คงี้ มิวนางก็ยังใช้เราให้ช่วยสมัครสอบให้หน่อย ดูให้หน่อยอันนี้ประกาศยัง ตามข่าวให้หน่อยสิ เอิ่ม… ฉันเรียนค่ะ แล้ว อย่างรูปสวยๆในไอจี รูปนางปังๆใส่เสื้อผ้าแพงๆ แต่งตัวเหมือนเซเล็ป พร็อพจัดเต็ม เราก็เป็นคนถ่ายให้ หาเสื้อผ้าให้ แล้วเสื้อผ้าที่นางยืมเราแล้วไม่คืนก็ใส่ไปหาผู้ชาย แถมถ่ายรูปลงไอจีซะจนเหมือนชุดของนางเองมั่งหล่ะ แบะปากมองบน*^* คือมันปลอมอ่ะ เพราะเรารู้จักกันมาก็นาน พื้นเพเป็นยังไงก็รู้ดีเลยแหละ แล้วมันของๆเราเธอจะเอาไปทำให้ตัวเองสวยหรูดูแพง ยังงี้ก็ได้หรอ? ให้ผู้ชายรู้สึกแฟนผมก็รวยนะ งี้หรอ? นางก็เคยว่าเราวัตถุนิยมสนใจของนอกกาย(ก็จริง) แต่คือแกเอาของคนอื่นมาประโคมให้ตัวเองดูดี ดูแพง ดูรวย? ว่าเราสนใจของนอกกาย ไร้สาระ แต่นางกลับพยายามทำตัวให้ดูแพง?? คือ…ก็ไม่เข้าใจตรรกะนางเหมือนกัน หรืออาจจะเพราะเราตามใจนางมากไป จนนางคิดว่าตัวเองเป็น คุณแพร วทานิกา , คิมคาเดเชี่ยน งี้รึเปล่าคะ? - -; นั่นแหละค่ะ สิ้นเปลืองมากกับเพื่อนคนนี้ พอนางมีแฟนก็แบ่งเบาภาระขึ้นเยอะ ฟิวดูแลนางค่อนข้างดี มีช่วงหนึ่งที่มิวนางช็อตเงินไม่พอใช้ นางมาอวดว่าพ่อฟิวก็ให้เงินนางใช้แก้ขัดไปเป็นหมื่นเลยค่ะ ครอบครัวฟิวนางก็ดีเด้อ แต่หลายคนคงสงสัย ว่าทำไมถึงเลิกกันใช่มั้ยคะ? เดี๋ยวมาต่อค่ะ
เมื่อเพื่อนสนิทเลิกคบเพราะเราไม่ชอบแฟนของเขา
เล่าเลยแล้วกันค่ะ คือเรามีเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ขอเรียกว่า มิว แล้วกัน มิว นางเป็นคนสวยค่ะ หน้าตาดีแต่เสียอย่างไม่สูง กับฐานะไม่ค่อยดี[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ซึ่งเพื่อนผู้หญิงจะค่อนข้างแอนตี้นาง เพราะนางมีปัญหาเรื่องผู้ชายกับเพื่อนบ่อยค่ะ เราก็ไม่ได้รู้ลึกรู้จริงอะไรขนาดนั้น แต่จะขอแชร์เรื่องเท่าที่เรารู้ เราอยู่ในเหตุการณ์นะคะ [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ก่อนที่เราจะสนิทกัน จริงๆเรากับมิวรู้จักกันมาก่อนค่ะ แต่ไม่เคยได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว ตอนนั้นอยู่มอต้น เรียนที่เดียวกัน เวลาเจอกันก็ทัก ก็ยิ้มให้ตามประสา แต่เพราะอยู่ห้องข้างๆเลยไม่ค่อยได้คุยกันค่ะ แต่ก็ถือว่ารู้จักกันในระดับหนึ่งแล้วกัน จนกระทั่งช่วงปิดเทอมมอปลาย เราได้มีโอกาสได้เข้าค่ายติว เป็นค่ายกินนอนอยู่ที่นั่นเลยค่ะ แล้วบังเอิญเราติวที่เดียวกับนาง ช่วงนั้นก็เลยได้คุยกันมากขึ้น เหมือนว่าตอนนั้น มิว นางจะมีปัญหากับเพื่อนที่เป็นรูมเมท เรื่องคนที่นางชอบ[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ สมมติว่าชื่อ ‘อาร์ต’ แล้วกันค่ะ แต่เราไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่นะคะ เพราะมันช่วงก่อนที่จะสนิทกัน เราจะขอเล่าคร่าวๆที่เรารู้นะ มิวกับรูมเมททะเลาะจนถึงขั้นย้ายห้อง เปลี่ยนรูมเมทกันเลยค่ะ พอเปลี่ยนรูมเมทใหม่ มิวก็แฮปปี้กับรูมเมทใหม่ของนาง นางคบกับอาร์ต ใช้ชีวิตของนางไป จนเปิดเทอม ค่ายจบ ทุกคนก็แยกย้ายกลับไปเรียน ซึ่งอาร์ต กับมิว เรียนอยู่คนละจังหวัดกันค่ะ ทั้งคู่ก็คบกันทางไกล
ช่วงนั้นเรากับมิวก็ได้คุยกันมากขึ้น เพราะเราทั้งอยู่โรงเรียนเดียวกัน ผ่านค่ายติวเดียวกันมาแล้ว แต่ทุกครั้งที่เราคุยกับมิว ส่วนมากเราจะเป็นผู้ฟังมากกว่า มิวก็พูดแต่เรื่องแฟน อย่างโน้นอย่างนี้ ไปทำอะไรกันมา ไปไหนกันมา แม้แต่เรื่องบนเตียงกับแฟน นางยังเล่าให้เราฟังเลย …เอ่อ…เราไม่ได้อยากรู้หรอกนะ แต่เพื่อนอยากเล่าอ่ะนะ ก็ฟังๆไปเถอะ เขาคงไว้ใจเรา (ทำไมดูเป็นคนดี) แต่พอมานึกย้อนดูแล้วช่วงนั้นเวลาหลังเลิกเรียนของเราก็เสียไปกับการนั่งฟังเรื่องผู้ชายของมิวซะอย่างนั้น บางทีมันก็ซ้ำๆ จนเราจำได้ เราก็ได้แค่เออๆออๆกับมันไป…
จนกระทั่งวันหนึ่ง! อยู่ดีๆมิวก็บอกว่าเลิกกับแฟน ซึ่งจริงๆก็เลิกกันหลายรอบมาก คบๆเลิกๆ มิวประชดแฟนมั่งอะไรมั่ง แต่รอบนี้ตาบวมมาเลย ท่าทางจะเลิกจริงๆ ไอ้เราก็เพื่อนเนาะ ทำไงได้ ปลอบดิ ไม่เป็นไร ร้องเลยๆ ร้องให้หมดร้องแล้วหายนะ กูอยู่ข้างเอง บลาๆ ให้กำลังใจเพื่อนสารพัด เพื่อนเฮิรตซ์ก็ต้องไม่ทิ้งเพื่อน แล้วหลังจากนั้นไม่กี่วัน มิวนางก็ขอให้เราพานางไปหาอาร์ตแฟนนางที่ต่างจังหวัด โอเค เรารักเพื่อนไง ไปสิคะ! รอไร? หลังเลิกเรียนขึ้นรถไปต่างจังหวัดเลยค่ะ พอไปถึง เรากับมิวก็นั่งรออาร์ตมา มิวก็โทรไปร้องไห้ไป อาร์ตไม่ยอมมาสักที จนรถจะหมดเที่ยวอยู่แล้ว อาร์ตเทได้โหดมาก วันนั้นเรากับมิวเลยต้องถอดใจขึ้นรถกลับบ้านไปค่ะ เราก็ปลอบมันมาตลอดทาง ตอนนั้นคือรักเพื่อนมาก เออผู้ชายมันเลวจริงๆกูเห็นละ มาง้อขนาดนี้ละยังไม่ยอมมา ทิ้งให้รอตั้งหลายชั่วโมง แล้วมิวก็มีนั่งรถไปง้อแฟนคนนี้บ่อยมาก แต่เขาก็ไม่ยอมมาเจอสักที เทค่ะ
มีช่วงหนึ่งที่เราผ่าไส้ติ่งเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน แต่ก็พอจะไปเรียนได้แล้ว แผลยังไม่ทันหายดีเลยแต่เรายังต้องพานางปีนกำแพง เพื่อขึ้นรถประจำทางไปง้อแฟนนางที่ต่างจังหวัดอีก ลำบากสุดๆ แต่เพื่อเพื่อนก็เอาเถอะ ให้มันคืนดีกันให้จบๆไป มันจะได้ไม่ฟูมฟาย เห็นมิวก็ตามง้อขนาดนี้ละคงจะรักมาก แล้วอีกวันในวันวาเลนไทน์ มิวก็ยังคงไปง้ออาร์ตที่บ้าน เราก็ไปด้วย วันนั้นมิวลงทุนถือกุหลาบช่อโต ร้องตะโกนบอกรักอาร์ตถึงหน้าบ้าน… แต่ทว่า อาร์ตไม่ออกมาเลย นั่งเล่นเกมในบ้านเฉยเลย เพื่อนอาร์ตเยอะมาก เขาก็มองมิว เพราะมิวสวยไง มิวกับอาร์ตหน้าตาไม่ค่อยเหมาะสมกันเท่าไหร่(ในตอนนั้นนะ ปัจจุบันอาร์ตนางพัฒนาเด้อ นึกว่ามาจากเกาหลี-0-) เพื่อนอาร์ตก็ดูเหมือนพวกจ้องจะกินของเพื่อนเลย มองได้แบบ… ถ้าจะมองขนาดนี้ลากเพื่อนฉันขึ้นเตียงเลยไหม?- - จนแล้วจนรอด ตะโกนเรียนเป็นชั่วโมงอาร์ตก็ไม่มา แถมส่งเพื่อนไปบอกให้มิวกลับไปอีก ตอนนั้นคือเชื่อสุดหัวใจเลยว่าไอ้อาร์ตมันเลวจริงๆ- - มิวฝากดอกไม้ไว้กับเพื่อนอาร์ต แล้วก็กลับ นางก็ร้องไห้วนไป เราก็ปลอบ เสต็บเดิม ถือว่าจบเรื่องราวมิวกับอาร์ต มิวก็ไม่กล้าไปหาอีก ซึ่งก็ดีแล้วหล่ะ แต่ทว่าเราก็เริ่มรู้สึกถึงความสองมาตราฐานของเพื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องแรกก็คือ ค่ารถนั่งไปหาอาร์ตเราเป็นคนจ่าย ตอนเรานอนโรงพยาบาลมิวนางไม่มาเยี่ยมเลยบอกว่าขึ้นรถไม่เป็นทั้งๆที่มันอยู่ในจังหวัด [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ แต่นั่งรถไปหาแฟนที่ต่างจังหวัดได้ แถมค่าดอกกุหลาบง้อแฟนก็เงินเราอีก- - นางยืมเงินเราบ่อย นางบอกว่าช็อตบ่อย เวลาไปเที่ยวเราก็ต้องเป็นคนจัดหาชุดให้นาง(ชุดเรา) และอื่นๆอีกมากมาย เดิมทีเราไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย ก็เลยปล่อยผ่านไป จนกระทั่งถึงช่วงสอบเข้ามหาลัย อันนี้วุ่นวายมาก เราติดตั้งแต่รอบแรกเลย สอบสัมภาษณ์ผ่านแล้วด้วย สบายเลยค่ะ ส่วนมิว นางอยากได้เภสัช แต่นางเรียนเกรดห่วยกว่าเราอีก คะแนนโอเน็ตนางค่อนข้างต่ำกว่าค่าเฉลี่ย(เราอยู่ห้องคิง มิวอยู่ห้องธรรมดาค่อนข้างรั้งท้ายด้วยซ้ำ) คือไม่ได้จะดูถูกเพื่อนหรืออะไรนะ แต่ถ้าจะสอบติดเภสัช คะแนนสอบแกทแพทก็ต้องทำให้ได้เกือบเต็ม ซึ่งมันก็จะเตรียมตัวให้ทันคงยากในเวลาแค่นี้ แถมมิวนางก็เฮิรตซ์ๆเรื่องอาร์ตด้วยช่วงนั้น มันทำให้นางต้องซิ่ว ส่วนเราก็ไปเรียนมหาลัยปกติไป
ช่วงปิดเทอมรอเข้ามหาลัย กับเปิดเทอมมหาลัยแรกๆเราก็ยังคงพอมีเวลา แต่พอเรียนเสร็จก็ต้องมีไปกับเพื่อนใหม่บ้าง พอกลับหอพักเราก็อยากนอน แต่ก็ไม่ได้นอน เพราะต้องมาคุยกับมิวถึงตีสองตีสามประจำเลยค่ะ เพื่อนๆคงเดาได้นะคะว่ามิวคุยเรื่องอะไร?
เรื่องผู้ชายค่ะ เล่าเรื่องแฟนเก่า ทำอะไรกันมาบ้าง กี่ท่ากี่รอบ วนลูปไปอีก ผู้ชายมาจีบ บลาๆ ซึ่งส่วนมากที่มิวพูดก็มีแต่เรื่องผู้ชาย70%ได้ เราก็มีหน้าที่ฟัง ฟังไปก็ง่วงไป บางทีทำงานไปฟังไปก็ยังมีเลยค่ะ บางทีก็คิดๆ มันไม่มีเรื่องอื่นให้คุยหรือไงเนี่ย- -
เวลาผ่านไปๆค่ะ จนมิวมีแฟนใหม่(ยังซิ่วอยู่นะคะ) ขอเรียกว่า ฟิว แล้วกันค่ะ ฟิวเรียนอยู่มอเดียวกับเราค่ะ แต่คนละคณะ เรากับฟิวไม่รู้จักกันมาก่อนค่ะ แต่มารู้จักเพราะมิวบอกว่านางกำลังคุยๆกับฟิวอยู่ ฟิวเบื่อไม่อยากเรียน มิวแนะนำให้ลาออกแล้วซิ่วเป็นเพื่อนกัน ฟิวก็ทำตามนางพูดเลยค่ะ ลาออก ใจมันได้จริงๆคนนี้5555 ตอนแรกๆที่มิวนางคุยกับฟิว นางยอมรับว่านางปิดเรื่องนี้จากเรา ซึ่งนางกลัวอะไรของนางไม่รู้ กลัวเราไม่พอใจ นางบอกว่าถ้าเราไม่ชอบ นางเลิกคุยให้ได้นะ[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ เราก็เออๆ ในใจ : เรื่องของม*ง
สำหรับเราถ้านางจะมีแฟนเราก็ไม่ติดอะไรนะ ก็เห็นว่าโสดมาหลายเดือน มันก็ไม่เป็นไรที่จะเริ่มต้นใหม่ นางจะได้เพ้อในเฟสบุ๊คให้น้อยลงด้วย ซึ่งก็ดีอ่ะ ไม่รกหน้าฟีดเรา
พอมิวมีแฟนใช่มั้ยคะ นางติดแฟนหนักมาก หนึบยิ่งกว่าตังเมอีกค่ะ แล้วนางก็ชอบเรียกร้องให้แฟนสนใจคล้ายๆกันยา ใน เรื่องเมีย2018 เลยค่ะ คือดูแล้วนึกถึงหน้ามิวเป็นอันดับแรกเลย อยากได้อะไรก็ต้องได้ ประมาณนั้นเลย ต่อค่ะ ช่วงนั้นมิวก็คงว่างๆ (อ่านหนังสือบ้างก็ได้) มิวก็ไปหาฟิวที่บ้าน ฟิวอยู่ต่างจังหวัด ฟิวนางลาออกนางเลยต้องกลับบ้านค่ะ แต่ปัญหาคือ มิว! แกรซิ่วอยู่วววว แกรจะไปหาผู้ชายวันเว้นวันไม่ได้นาจาาา0-0 นั่นแหละค่ะไปหาบ่อยๆน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่…
มิว: ‘แกรร ชั้นจะไปหาแฟน แกจัดการชุดให้หน่อยดิ เอาสวยๆนะ อยากสวยที่สุดในสายตาแฟน>_<‘
เรา: ‘อืมๆ เดี๋ยวหาให้ ‘
แล้วเราก็เป็นคนจัดการหาเสื้อผ้าให้นาง ซึ่งก็เสื้อผ้าเรานั่นแหละ พร๊อพ บลาๆ สารพัด ก็หามาให้ นางไม่ถูกใจเราก็เปลี่ยนให้ ใช้งานซะเหมือนเราเป็นทาสเลย ซึ่งในตอนนั้นมันยังไม่บ่อย ก็เลยเออๆ ตามใจมันไป แต่พอให้ยืมแล้วยืมแบบถาวรนี่ก็เริ่มไม่โอเคแล้วค่ะ เสื้อผ้าบางตัวเราก็ซื้อมาค่อนข้างแพง แบรนด์มั่งอะไรมั่ง ตามประสาค่ะ เราก็ค่อนข้างวัตถุนิยม ของมันต้องมีอะไรแบบนี้ ฮ่าๆ
อย่างงานวันเกิดเพื่อนมิวนางใช้เงินเราซื้อเค้กจัดงานวันเกิดให้เพื่อน นางไม่ออกสักบาทเลยคะ เราจ่าย แบบนี้เราจัดกับเพื่อนสองคนก็ได้นะ ถ้าจะไม่ช่วยอะไรเลย เห้อ… ตอนเราเรียนมหาลัยก็มีงานส่ง ทำโปรเจ็คงี้ มิวนางก็ยังใช้เราให้ช่วยสมัครสอบให้หน่อย ดูให้หน่อยอันนี้ประกาศยัง ตามข่าวให้หน่อยสิ เอิ่ม… ฉันเรียนค่ะ แล้ว อย่างรูปสวยๆในไอจี รูปนางปังๆใส่เสื้อผ้าแพงๆ แต่งตัวเหมือนเซเล็ป พร็อพจัดเต็ม เราก็เป็นคนถ่ายให้ หาเสื้อผ้าให้ แล้วเสื้อผ้าที่นางยืมเราแล้วไม่คืนก็ใส่ไปหาผู้ชาย แถมถ่ายรูปลงไอจีซะจนเหมือนชุดของนางเองมั่งหล่ะ แบะปากมองบน*^* คือมันปลอมอ่ะ เพราะเรารู้จักกันมาก็นาน พื้นเพเป็นยังไงก็รู้ดีเลยแหละ แล้วมันของๆเราเธอจะเอาไปทำให้ตัวเองสวยหรูดูแพง ยังงี้ก็ได้หรอ? ให้ผู้ชายรู้สึกแฟนผมก็รวยนะ งี้หรอ? นางก็เคยว่าเราวัตถุนิยมสนใจของนอกกาย(ก็จริง) แต่คือแกเอาของคนอื่นมาประโคมให้ตัวเองดูดี ดูแพง ดูรวย? ว่าเราสนใจของนอกกาย ไร้สาระ แต่นางกลับพยายามทำตัวให้ดูแพง?? คือ…ก็ไม่เข้าใจตรรกะนางเหมือนกัน หรืออาจจะเพราะเราตามใจนางมากไป จนนางคิดว่าตัวเองเป็น คุณแพร วทานิกา , คิมคาเดเชี่ยน งี้รึเปล่าคะ? - -; นั่นแหละค่ะ สิ้นเปลืองมากกับเพื่อนคนนี้ พอนางมีแฟนก็แบ่งเบาภาระขึ้นเยอะ ฟิวดูแลนางค่อนข้างดี มีช่วงหนึ่งที่มิวนางช็อตเงินไม่พอใช้ นางมาอวดว่าพ่อฟิวก็ให้เงินนางใช้แก้ขัดไปเป็นหมื่นเลยค่ะ ครอบครัวฟิวนางก็ดีเด้อ แต่หลายคนคงสงสัย ว่าทำไมถึงเลิกกันใช่มั้ยคะ? เดี๋ยวมาต่อค่ะ