มีลูกเขยคนไหน ด่าแม่คุณมั้ยค่ะ?

กระทู้คำถาม
คือเรื่องมีอยู่ว่า...

เราคบกับแฟนมาได้ไม่นานมาก ตอนนั้นเรากำลังเรียน และทำงานส่งตัวเองเรียนไปด้วย
เราอยากแบ่งเบาภาระทางแม่เรา เลยไม่ขอเรียกร้องค่าใช้จ่ายจากทางบ้าน

ต้องบอกก่อนว่าแม่เราเป็นโรคชนิดนึง มีอาการขี้โมโห หงุดหงิดง่าย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ไม่ฟังใคร โกรธง่ายมาก คิดแต่เรื่องลบๆ พูดแต่เรื่องลบๆ ไม่ค่อยออกไปเจอใคร  เรื่องเล็กน้อยชอบเก็บไปคิด คิดมากจนแอบไปร้องไห้เสียใจคนเดียว (บ่อยมากๆ) เรียกว่าโรคอะไรเราก็ไม่รู้นะ
((( ถ้าใครรู้ช่วยบอกทีนะคะ เราจะพาแม่ไปรักษา เราสงสารแม่ 😢)))

แต่ไม่เป็นไร เราเข้าใจแม่เรา  แต่บางครั้งก็อดจะเถียงไม่ได้ เพราะเราถูกพ่อเลี้ยงมาแบบตามใจ แต่หลังจากที่พ่อเสียไป (ซึ่งพ่อคือเสาร์หลักของครอบครัว ) เราก็หาเงินส่งเสียตัวเองเรียน มาตั้งอายุ 16 ปี  
เรียกว่าลำบากมากค่ะ แต่เราสู้ เพื่อให้เรียบจบ หวังว่า...สักวันหนึ่งเราจะได้มีงานทำ มีเงินเดือนส่งให้แม่บ้าง แค่นั้น

หลังจากเราเรียน ปวส. จบ เราตัดสินใจเข้าเทียบเท่า ป.ตรี อีก2 ปี  เราเรียนมาถึงปีสุดท้ายใกล้จะจบ แต่เราค้างค่าเทอม ปีสุดท้าย จำนวน xx,xxx บาท (เราไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม งานที่เราทำมีรายได้ไม่มากพอที่จะทันจ่ายค่าเทอม เทอมนั้น)

ในระหว่างนั้นก็ได้ปรึกษาดูใจกับแฟนเราอยู่ด้วย
แฟนก็ตัดสินใจพาเราออกมาทำงานกับครอบครัวแฟน เขาพาเรามาอาศัยอยู่ที่บ้านแฟนเพราะ เราเรียนจบแล้ว เเละก็ทำงานกับทางบ้านเเฟนไปด้วย

ซึ่งทางบ้านแฟนเขาทำธุรกิจครอบครัวทำกันมา 10 กว่าปี

(ขอเกิ่นก่อนนะคะ...เราทำธุรกิจเกี่ยวกับขายตรงชนิดนึง ธุรกิจนี้จำเป็นที่ต้องลงไปตามหมู่บ้านตามต่างจังหวัด เพื่อนำเสนอสินค้าทางบริษัทเรา ให้คนที่สนใจใช้สินค้าเรา..

ทางบริษัทเรามีการเรียกเก็บเงิน 2 ประเภท คือ

1. รายการเงินสด คือ ชำระเงินทันที และมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ

2.รายการเงินเชื่อ คือ การเซ็นใบกับกำสินค้าเป็นเงินเชื่อไว้ให้เป็นหลักฐานทั้ง ทางผู้ซื้อและผู้ขาย (หรือเรียกว่า ต้นฉบับ และ สำเนาใบกับกับสินค้า) เพื่อจำนำไปเป็หลักฐานใน การเรียกเก็บเงินภายหลัง


ซึ่งทางบริษัทของเรามีนโยบายเรียกเก็บเงินย้อนหลัง เป็นรอบ
รอบที่ 1 คือ เดือน มกราคม

รอบที่ 2 คือ เดือน ธันวาคม

#ต้องบอกก่อนค่ะว่าก่อนหน้านี้พวกเรา ค้าขาย คือเราได้เงินวันต่อ/วัน 3,xxx-8,xxxบาท (แล้วแต่ด้วยคะว่า บางวันขายได้บ้าง ไม่ได้บ้าง รายได้ต่อวันก็ประมานนี้ค่ะ )

คือเราต้องออกบ้านเพื่อไปค้าขาย เดือนนึงก็ประมาน 6-7วัน แล้วก็กลับเข้าบ้านมาพักผ่อน 3-5 วัน พอใกล้หมดก็ออกไปหาใหม่เพิ่ม เป็นอย่างนี้ทุกเดือนคะ

ที่เราทำแบบนี้ได้เพราะยังไม่มีภาระต้องรับผิดชอบ  (สำหรับใครที่อ่านอยู่ก็ขอให้เก็บออมไว้ มีมากหรือน้อยก็ขอให้เก็บไว้นะค่ะ อนาคตคนเราทุกคนไม่แน่น ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น อย่างเช่นคู่เรา )  

#ก่อนหน้านี้ทางครอบครัวฝ่ายชาย  พยายามจะกชักชวนให้พวกเราไปทำธุรกิจทางบ้านดีกว่า เพราะ รายได้ดีกว่าที่เราค้าขายแบบเดิมมาก
คือเเฟนเราอยากได้เงินสดใช้วันต่อวัน มันสะดวกมากกว่า เลยไม่ค่อยอยากทำ เพราะธุรกิจที่บ้านจะเรียกเก็บเงินได้แค่ปีล่ะ 2 ครั้ง เท่านั้น >> เราก็พยายามกล่อมให้แฟนไปทำ จนสุดท้ายแฟนก็ยอมทำไปทำ แต่ตอนนั้นคือเรายังค้าขายอยู่  

##>>> ในระหว่างนั้น แม่เราเดือนร้อนเรื่องเงินซึ่งก่อนหน้านี้แม่เรามีเงินก้อนนึงจากการขายที่ดินได้  แต่แม่เราโดนเพื่อนบ้านลอกว่าจะขอยืมเงินแล้วจะจ่ายดอกเบี้ยให้เป็ยรายเดือน จำนวนเงินต้นที่ป้าแกนืมไปคือ 500,000 บาท (ก่อนที่แม่จะตัดสินใจให้ยืมเนืองจากเกิดความสงสาร แม่ป้าแกแวะเข้าไปหาแม่ที่บ้านเป็นประจำทุกวัน  
แม่ก็ขอเรียกเก็บเป็นเดือน เดือนล่ะ3,000-5,000 แล้วแต่เดือน
เเรกๆต้องบอกเลยว่าป้าแก มีเงินมาจ่ายทั้งต้นทั้งดอกได้แบบสบายใจ  แต่พอหลายเดือนไปผ่าน ป้าแกก็ไม่ค่อยมาหาแม่ และก็ขอถัดวันไปเรื่อยๆ จนแม่เราโทรไปก็ไม่รับ พอหลายๆวันเข้า
ป้าแกก็เริ่มไม่รับสายแม่ แม่ไปหาที่บ้านก็อ้างว่าต้องจ่ายนั้นนี่ จนในที่สุดหายไปจากบ้านหลายอาทิตย์ แล้วก็บล็อกเบอร์โทรศัพท์แม่ และยังมารู้ภายหลังอีกว่า ป้าแกยืมเงิน เป็นหนี้คนเขาไปทั้วหมู่บ้าน

ในที่สุดก็หาทางติดต่อป้าแกได้ แม่เราเลยแจ้งความและดำเนอนคดีกับป้าแก
#แต่..... การที่จะดำเนินคดีต้องมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง เช่นค่าทนายความ บราๆ ... เยอะมากค่ะ ใครที่รู้เรื่องกฎหมายจะทราบเป็นอย่างดี

ทั้งนี้แม่เราก็มีภาระทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากินอยู่ภายในบ้าน รวมถึงค่างวดรถอีก ดูแลยายกับตา
และสุนัขอีก 7-8 ตัว

ถึงขอยืมเงินกับเรา 5,000 พัน บาท หลายคนอาจบอกบอกว่าไม่มาก แม่เราเลี้ยงดูเรามามากกว่าเงินนี้หลายเท่า  (ใช่ค่ะ...ไม่มาก)
แต่ตอนนั้นเรามีแค่7,000 บาท ก็ตัดสินใจให้แม่ยืมไป5,000 บาท แล้วเหลือติดตัวไว้แค่2,000บาท  แต่แม่สัญญาจะใช้คืนให้ในต้นเดือนถัดไป เราก็ไม่ได้เอ้ะใจอะไร

ผ่านไปเกือบจะสิ้นเดือน เงินหมด เราจึงเอ่ยบอกแม่ว่า เรา”ไม่มีตังค์ใช้ “  สุดท้ายแม่กลับเข้าใจผิด คิดว่าเราทะเลาะกับแฟน และเราก็พยายามอธิบายให้แม่เข้าใจ แต่แม่กลับไม่ฟังและเอาแต่ว่าเราอย่างเดียว สุดท้ายกลายเป็นเรื่องใหญ่
ยาวไปเป็น2-3 ชม. เราก็เริ่มรู้แล้วว่าคุยกันกับไม่รู้เรื่อง เราเลยตัดสายแม่ไปแล้วเปิดโหวตเครื่องบิน แม่เราโทรมาเป็น100ร้อยสาย โทรเข้าเบอเรา เบอแฟน สลับกันไปมา จนเราออกไปข้างนอกกลับแฟน เพียง 10นาที กลับมา สายนั้นก็รับโดนพี่ชายของแฟน ตอนนั้นพี่แฟนก็เมาระดับนึง แล้วก็คุยกับแม่เรา(คนโมโหกับคนเมาคุยกัน คิดเอาเถอะค่ะจะเป็นยังไง) สุดท้ายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิม เอาไปมาแฟนเราก็เลยคุย  
ฮัลโหล่ครับ ...(หลังจากนั้นแม่เราก็..สับ....!!เล้ะ..!! คือไม่ได้ด่านะคะแต่แม่คงไม่เข้าใจว่า เป็นอะไร )แม่เราพูดประมานว่าเราจะทะเลาะกัน แยกกันอยู่มั้ย จะเอาไงลูก แม่ไม่อยากให้ลูกแม่ลำบาก

#### #แต่ประเด็นคือ แฟนเรากลับตอบโต้งด้วยคำหยาบคลาย  ๆกูๆ กับแม่เรา ประมานว่า : แล้วแมร่งเป็นอะไร กูไม่เข้าใจ อยู่ๆจะมาด่ากู  โคตรแม่  

(ตอนนั้นบอกเลยว่า.. คุมอารมณ์ ไม่อยู่เหมือนกันค่ะ  พูดกับแม่เราแบบนี้)

ซึ่งเอาจริงๆนะคะ คือเราเป็นเด็กเราไม่ควรตอบโต้ด้วยคำพูดแบบนั้น  มันเป็นมารยาทของลูกเขยด้วยซ้ำ. แต่คำพูดที่แฟนเราตอบโต้ไป คือการไม่ให้เกียรติแม่เราและเหมือนเป็นการดูถูกเราว่าเราต่ำต้อย จะทำยังไง ก็ได้ {{{ของตาย ไม่มีค่า ตอนนั้น คำว่าไร้ค่าขึ้นบนหัวตัวดท่าบ้านเลยค่ะ}}}

##>> อยากจะเตือนนะคะ บางทีเราคบกับนานไม่ได้แปลว่าเราจะรู้ใจเขา  บางคนรู้หน้า ไม่รู้ใจ บางคนหน้าตาดี๊ดี แต่จิตใจต่ำช้า ก็มีมากมาย การที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับใคร แปลว่าคนนั้นจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต เราควรเรียนรู้ ศึกษากันอย่างละเอียดอ่อน  และบางที่เราควรลองใจเขาบ้าง (แต่ไม่ให้รุนแรงเกินไปนะคะ )  การที่จะดูว่าเราจะอยู่กับเขาไปตลอดได้ไหม คือ ต้องถามตัวเองก่อนว่า

เราอยู่กับเขาเรามีความสุขมากกว่าความทุกข์ อันไหนมากกว่ากัน
ถ้าหากเรามีความทุกข์มากกว่า เรา ควรเดินออกมา ไม่ว่าจะคบกับมานานกี่10ปี ก็ตาม มันไม่สำคัญค่ะว่าจะกี่ปี มันสำคัญที่ว่าเราควรรักตัวเองเราควรได้รับความสุขมากกว่า และเรามีสิทธิที่จะได้รับโอกาสที่ดีเสมอ ในชีวิตเรา เราควรเจอคนดีๆ ดีเท่าที่เราพอใจ เหมือนกับเขาเช่นกันค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่