สวัสดีครับวันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ความรักของผม
ผมชื่อปาย (ชื่อสมมุติ) ผมเรียนอยู่จังหวัดสกลนคร เดิมที่แล้วผมเป็นคนโคราชอยู่โคราชมาตั้งแต่เกิด แต่ช่วงนั้นเกเรหนักมากไม่อยากเรียนที่นั่นเบื่อ เลยย้ายมาเรียนที่จังหวัดสกลนคร มาเรียนสาขานิเทศศาตร์
อะเข้าเรื่องเลยละกันครับ คือผมก็อยู่ที่นี่มาเป็นเวลา3ปีแล้ว เคยมีแฟนที่อยู่นี่ก็มีแต่ผมก็ต้องเลิกกันไป ช่วงนั้นผมก็ไม่รู้จะทำอะไรชีวิตก็เคว้งๆอยู่สักพัก มันเหมือนขาดกำลังใจไรบางอย่างไป (คือเข้าใจนะว่ามีครอบครัว แต่บางอย่างครอบครัวก็ให้ได้ไม่ครบ)
เลยหาคนคุยดีกว่า จึงเริ่มแอทเฟสาวๆ จำได้ตอนนั้นแอทไปเยอะมากๆ แต่มันก็มาสะดุดกับเฟสนึง คือเราจำได้ว่าเราเคยคุยกับคนๆนี้นานแล้ว เราเลยแอทเฟสไป (เขาสมัครเฟสใหม่) พร้อมกับส่งโบกมือทักทายไปด้วย ตอนนั้นไม่กลัวรึเขินไรเลย (เพราะเมา555) จากนั้นเราก็หลับไป
แล้วพอตอนเช้าเราตื่น ก็เห็นข้อความของน้องคนนี้ส่งกลับมา แต่เขาส่งติ้กเกอร์มานะ ผมเลยอ่อยๆถามชื่อเขาไปว่าชื่ออะไร (จริงๆ

ก็มีให้อ่านแหละแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง) น้องเขาก็บอกว่า นก(ชื่อสมมุติ) เราก็มถามเขากลัยไปว่าเคยรู้จักกันมั้ยรึว่าเคยเจอกันมาก่อนรึป่าว น้องแกก็บอกว่าไช่เคยรู้จักกันมาก่อน
คือน้องนกเนี้ยเป็นคนชัยภูมิแต่มาเรียนอยู่โคราช ส่วนผมเป็นคนโคราชไปเรียนสกล (อารมณ์แบบฟ้ากลั่นแกล้งไม่ให้เราต้องอยู่ด้วยกันT^T)
แต่ต้องยอมรับก่อนเลยครับว่าตอนนั้นผมไม่ได้คุยกับน้องเขาแค่คนเดียว ผมคุยกับผู้หญิงเยอะมากพอสมควร เราสองคนไม่ค่อยตอบหรอก เพราะคนคุยเยอะมั้ง 555 ตอบแชทกันทีชม.ต่อชม. ถามกินไรยัง อีกชม.ก็มาตอบไรงี้ แต่มีวันนึง
น้องเขามาปรึกษาว่าอยากย้ายที่เรียน(ก็ซิ่วนั่นแหละ)เลยมาปรึกษากับผมว่าจะย้ายไปเรียนที่ไหนดี (ผมบอกให้น้องเขาโทรมาเพระาขี้เกียดพิมพ์+อยากได้ยินเสียง) ผมก็เลยถามว่า อยากเรียนสาขาอะไรละ น้องแกเลยบอก นิเทศ ผมนี่แบบหวานหมูละเข้าทางกูเลย
จำได้เลยตอนนั้นน้องเขาโทรมาหาผมตอน2ทุ่ม และก็คุยยาวจนถึงเที่ยงคืน (ไม่รู้

คุยไรนักหนา) พอใกล้เวลาจะว่างผมเลยถามไปว่า พน.จะได้คุยมั้ย น้องเขาเลยบอกว่า แล้วแต่ถ้าโทรมาก็รับ (แหม่!! อีนี่ไม่ธรรมดานะ มันร้าย)
แต่พอถึงอีกวันผมก็โทรไปหาอยู่ดี เราสองคนก็ต่างคุยกันมากขึ้น บ่อยขึ้นทุกวัน เหมือนเป็นเวลานัดกันเลยว่าต้อง2ทุ่มนะ ผมคุยกับน้องเขาเป็นเวลา3เดือนที่คุยกันผ่านโทรศัพท์แชทผ่านเฟส
พอคุยไปคุยมากลายเป็นขาดกันไม่ได้ซะงั้นไม่รู้ตัวว่าตอนไหน จากผญ.ที่ผมคุยเยอะก็เริ่มลดลงไม่อยากตอบ เพราะว่ามันไม่มีไรน่าสนใจอีกแล้ว เหมือนคุยกับคนนี้โอเคกว่าสบายใจกว่า ไม่ต้องมานั่งแอ็ปกัน
พอผ่านไปเข้าเดือน3ก็เหลือเขาแค่คนเดียว เหมือนมันเป็นอัตโนมัติอะ รู้ตัวอีกทีเอ้าเหลือคนเดียวซะงั้น
พอเข้าเดือนมกราวันที่10 ผมก็คุยกับเขาปกตินี่แหละ แต่วันนี้ไม่เหมือนวันก่อนๆ มันมีคำถามนึงถามผมขึ้นมาว่า
ตอนนี้เราเป็นอะไรกัน ผมก็งงๆอยู่นะตอนนั้น อารมณ์เหมือนโดนขอเป็นแฟนอะแต่ก็ไม่เชิง เหมือนทวงปะวะก็ไม่ไช่
ผมก็เลยคิดอยู่สักแปปนึงแล้วก็ตอบไปว่า ก็แฟนกันไง น้องแกก็ตอบงั้นวันนี้เป็นวันครบรอบนะ ผมก็บอกว่าเอ้อได้สิ (เออง่ายดีเนาะเป็นแฟนกันแบบงงๆ)
และเราก็คบกันตั้งแต่นั้น อะไรๆก็เริ่มขัดเจนขึ้นกล้าบอกรักกันในเฟสมากขึ้น แต่ก็ยังโทรหากัน วีดีโอคอลหากัน เวลาเดิม2ทุ่มทุกวัน
จนครบ4เดือนที่คบกันเรานัดเจอ จริงๆน้องแกจะลงมาโคราชมาหาหออยู่ก่อนเปิดเทอม ส่วนผมก็พอดีจะกลับไปหาที่บ้านพอดี เราเลยนัดเจอกัน
ผมตื่นเต้นตั้งแต่คุยกันว่าจะไปหา ผมนั่งรถมาถึงโคราชตอนตี3 นอนไม่หลับเลยตลอดทาง (คิดถึงที่บ้านหรอ? หึ คิดถึงแฟน 5555 หยอก)
และก็ถึงเวลานัดกัน 10โมง ที่บขส.ผมโทรหา ถามว่าอยู่ไหน เขาบอกนั่งรออยู่ที่รอผู้โดยสาร
ผมหันไปมองเห็นครั้งแรก โอ้แม่เจ้า!! น้องแกน่ารักมาก สวยมากตรงสเปคผมเลย สวยกว่าในกล้องซะอีก พอน้องแกขึ้นมาบนรถ
ผมนี่ทำไรไม่ถูกเลยเกรงไปหมด ในรถเงียบมากจนแทบจะได้ยินเสียงหายใจกัน ผมก็เลยชวนเขาคุย ถามว่าออกมาตอนไหน เหนื่อยมั้ย บลาๆๆๆ
สักพักนึงน้องแกก็มาคว้ามือผมไปจับ แล้วก็บอกว่าคิดถึงมากๆเลย กว่าจะได้เจอกัน
ความรู้สึกผมตอนนั้นคือแบบ มีความสุขมากกกกกก เหมือนเรารออะไรบางอย่างแล้วมั้นคุ้มค่าการรอคอย เหมือนเราอยากได้ของชิ้นนึงแล้วเก็บตังมานานแล้วไปซื้อ
ผมก็พาเธอไปกินข้าว ไปเดินเล่นสวนสาธานะ เออลืมบอกไปน้องแกมาแค่วันเดียวครับ มาแล้วก็กลับ ผมมีเวลาแค่วันเดียว รวมทั้งหาหอ
คือตอนเจอกันมันดีมากๆ ผมมีความสุขสุดๆ บอกไม่ถูก แต่ก็เหมือนคำคมที่เขากล่าวไว้ "เขาสูงแค่ไหนก็ต้องลงมา อยากอยู่ด้วยแค่ไหนก็ต้องมีวันจากลา"
มันเป็นอย่างนั้นจริงๆครับ ช่วงเวลาสุดท้ายที่ผมต้องไปส่งน้องที่บขส.มันเป็นอะไรที่ทรมานมากๆ คือเรายังไม่หายคิดถึงกันเย ยังอยากอยู่ด้วยกันมากกว่านี้
แต่น้องเขาบอกกันผมว่าอีก2เดือนเจอกันนะ เพราะก่อนจะเปิดเทอมต้องมาย้ายของเข้าหอ ผมก็ตกลงว่าจะรอ
และทุกอย่างก็กลับไปเหมือนเดิม ผมเดินทางกลับสกล ห่างกับแฟนอีกเกือบ400กิโล กลับไปคุยกันในโทรศัพท์เหมือนเดิม
และครั้งนี้มันทรมานมากกว่าครั้งไหนๆ ผมก็พึ่งเข้าใจนี่แหละครับว่าความคิดถึงจริงๆเป็นแบบนี้ คิดถึงมากแบบบอกไม่ถูกมากจนน้ำตาไหล คุยกันแต่ละทีร้องไห้ อยากจะเข้าไปกอดแต่ก็ทำไม่ได้
และผ่านมา2เดือน วันที่รอคอยก็มาถึง ผมกลับโคราชไปรอแฟนก่อน21วัน กว่าจะผ่านไปได้แต่ละวันโอ้โหช้ามากกก ใจแทบขาด
ก่อนวันแฟนมาผมก็นอนไม่หลับ นับเวลาคอย จากวันเป็นชม. เป็นนาที เป็นวินาที พอถึงอีกวันนึงก็รอโทรศัพท์แฟนโทรมาให้ไปหาเพราะต้องรอเขาย้ายของเขาหอเสร็จก่อน (บอกตามตรงกลัวพ่อแฟนมากเพราะเราขัดใจเขาพอสมควร แต่เขาก็ไม่ได้กีดกันอะไร)
และผมก็เจอแฟนผม รอบนี้ผมตัดสินใจไปอยู่ยาวเลยก่อนเปิดเทอม เป็นเวลาเดือนครึ่ง ตลอดช่วงเวลานั้นเรามีความสุขกันมาก
ได้เรียนรู้กัน รู้จักนิสัยกันมากขึ้น ไม่เคยทะเลาะรุนแรงไรเลย อาจมีงอนบ้างเวลาไม่พาไปกินบุฟเฟ่ 5555
แต่เวลาความสุขมักจะผ่านไปเรียนเสมอ ผมคิดในใจอีกแล้วหรอวะ ต้องกลับไปเป็นคนในโทรศัพท์อีกแล้วหรอ ในใจไม่อยากกลับเลย แต่ก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง
มีแต่ความเชื่อใจเท่านั้นที่จะทำให้เราผ่านตรงนี้ไปได้ พอเปิดเทอมเวลาเราก็ไม่ค่อยมีอาจจะได้คุยกันน้อยลง แต่ถ้าผมว่างเมื่อไรก็จะนั่งรถไปหา บางทีไปหาเจอหน้าได้อยู่ด้วยกันวันเดียวก็มี
บางที่ทะเลาะกันถ้าผมว่างผมจะกลับมาหา นั่งรถ7ชม.เพื่อมาคุยกันแค่ไม่กี่ชม.ก็ทำเพราะผมคิดว่า ความห่างของระยะทาง ไม่สำคัญเท่าระหยะห่างของความเข้าใจ
สุดท้ายผมอยากจะบอกกับเพื่อนๆรึใครที่กำลังคบแฟนไกลอยู่ ให้อดทน เชื่อใจกันให้มากๆ ต่างคนต้องต่างรู้หน้าที่ และคิดถึงกันไม่ว่าจะทำอะไร อาจจะลำบากหน่อยที่มีระยะทางเป็นตัวกั้น แต่ผมเชื่อมาตลอด8เดือนว่า ระยะทางไม่มีผลต่อความรักมากเท่าใจของเราเอง ขอแค่เราต่างรู้หน้าที่ว่าเราทำอะไรอยู่ซื่อสัตย์กัน แค่นั้นก็พอแล้วครับ
รักทางไกล
ผมชื่อปาย (ชื่อสมมุติ) ผมเรียนอยู่จังหวัดสกลนคร เดิมที่แล้วผมเป็นคนโคราชอยู่โคราชมาตั้งแต่เกิด แต่ช่วงนั้นเกเรหนักมากไม่อยากเรียนที่นั่นเบื่อ เลยย้ายมาเรียนที่จังหวัดสกลนคร มาเรียนสาขานิเทศศาตร์
อะเข้าเรื่องเลยละกันครับ คือผมก็อยู่ที่นี่มาเป็นเวลา3ปีแล้ว เคยมีแฟนที่อยู่นี่ก็มีแต่ผมก็ต้องเลิกกันไป ช่วงนั้นผมก็ไม่รู้จะทำอะไรชีวิตก็เคว้งๆอยู่สักพัก มันเหมือนขาดกำลังใจไรบางอย่างไป (คือเข้าใจนะว่ามีครอบครัว แต่บางอย่างครอบครัวก็ให้ได้ไม่ครบ)
เลยหาคนคุยดีกว่า จึงเริ่มแอทเฟสาวๆ จำได้ตอนนั้นแอทไปเยอะมากๆ แต่มันก็มาสะดุดกับเฟสนึง คือเราจำได้ว่าเราเคยคุยกับคนๆนี้นานแล้ว เราเลยแอทเฟสไป (เขาสมัครเฟสใหม่) พร้อมกับส่งโบกมือทักทายไปด้วย ตอนนั้นไม่กลัวรึเขินไรเลย (เพราะเมา555) จากนั้นเราก็หลับไป
แล้วพอตอนเช้าเราตื่น ก็เห็นข้อความของน้องคนนี้ส่งกลับมา แต่เขาส่งติ้กเกอร์มานะ ผมเลยอ่อยๆถามชื่อเขาไปว่าชื่ออะไร (จริงๆ
คือน้องนกเนี้ยเป็นคนชัยภูมิแต่มาเรียนอยู่โคราช ส่วนผมเป็นคนโคราชไปเรียนสกล (อารมณ์แบบฟ้ากลั่นแกล้งไม่ให้เราต้องอยู่ด้วยกันT^T)
แต่ต้องยอมรับก่อนเลยครับว่าตอนนั้นผมไม่ได้คุยกับน้องเขาแค่คนเดียว ผมคุยกับผู้หญิงเยอะมากพอสมควร เราสองคนไม่ค่อยตอบหรอก เพราะคนคุยเยอะมั้ง 555 ตอบแชทกันทีชม.ต่อชม. ถามกินไรยัง อีกชม.ก็มาตอบไรงี้ แต่มีวันนึง
น้องเขามาปรึกษาว่าอยากย้ายที่เรียน(ก็ซิ่วนั่นแหละ)เลยมาปรึกษากับผมว่าจะย้ายไปเรียนที่ไหนดี (ผมบอกให้น้องเขาโทรมาเพระาขี้เกียดพิมพ์+อยากได้ยินเสียง) ผมก็เลยถามว่า อยากเรียนสาขาอะไรละ น้องแกเลยบอก นิเทศ ผมนี่แบบหวานหมูละเข้าทางกูเลย
จำได้เลยตอนนั้นน้องเขาโทรมาหาผมตอน2ทุ่ม และก็คุยยาวจนถึงเที่ยงคืน (ไม่รู้
แต่พอถึงอีกวันผมก็โทรไปหาอยู่ดี เราสองคนก็ต่างคุยกันมากขึ้น บ่อยขึ้นทุกวัน เหมือนเป็นเวลานัดกันเลยว่าต้อง2ทุ่มนะ ผมคุยกับน้องเขาเป็นเวลา3เดือนที่คุยกันผ่านโทรศัพท์แชทผ่านเฟส
พอคุยไปคุยมากลายเป็นขาดกันไม่ได้ซะงั้นไม่รู้ตัวว่าตอนไหน จากผญ.ที่ผมคุยเยอะก็เริ่มลดลงไม่อยากตอบ เพราะว่ามันไม่มีไรน่าสนใจอีกแล้ว เหมือนคุยกับคนนี้โอเคกว่าสบายใจกว่า ไม่ต้องมานั่งแอ็ปกัน
พอผ่านไปเข้าเดือน3ก็เหลือเขาแค่คนเดียว เหมือนมันเป็นอัตโนมัติอะ รู้ตัวอีกทีเอ้าเหลือคนเดียวซะงั้น
พอเข้าเดือนมกราวันที่10 ผมก็คุยกับเขาปกตินี่แหละ แต่วันนี้ไม่เหมือนวันก่อนๆ มันมีคำถามนึงถามผมขึ้นมาว่า
ตอนนี้เราเป็นอะไรกัน ผมก็งงๆอยู่นะตอนนั้น อารมณ์เหมือนโดนขอเป็นแฟนอะแต่ก็ไม่เชิง เหมือนทวงปะวะก็ไม่ไช่
ผมก็เลยคิดอยู่สักแปปนึงแล้วก็ตอบไปว่า ก็แฟนกันไง น้องแกก็ตอบงั้นวันนี้เป็นวันครบรอบนะ ผมก็บอกว่าเอ้อได้สิ (เออง่ายดีเนาะเป็นแฟนกันแบบงงๆ)
และเราก็คบกันตั้งแต่นั้น อะไรๆก็เริ่มขัดเจนขึ้นกล้าบอกรักกันในเฟสมากขึ้น แต่ก็ยังโทรหากัน วีดีโอคอลหากัน เวลาเดิม2ทุ่มทุกวัน
จนครบ4เดือนที่คบกันเรานัดเจอ จริงๆน้องแกจะลงมาโคราชมาหาหออยู่ก่อนเปิดเทอม ส่วนผมก็พอดีจะกลับไปหาที่บ้านพอดี เราเลยนัดเจอกัน
ผมตื่นเต้นตั้งแต่คุยกันว่าจะไปหา ผมนั่งรถมาถึงโคราชตอนตี3 นอนไม่หลับเลยตลอดทาง (คิดถึงที่บ้านหรอ? หึ คิดถึงแฟน 5555 หยอก)
และก็ถึงเวลานัดกัน 10โมง ที่บขส.ผมโทรหา ถามว่าอยู่ไหน เขาบอกนั่งรออยู่ที่รอผู้โดยสาร
ผมหันไปมองเห็นครั้งแรก โอ้แม่เจ้า!! น้องแกน่ารักมาก สวยมากตรงสเปคผมเลย สวยกว่าในกล้องซะอีก พอน้องแกขึ้นมาบนรถ
ผมนี่ทำไรไม่ถูกเลยเกรงไปหมด ในรถเงียบมากจนแทบจะได้ยินเสียงหายใจกัน ผมก็เลยชวนเขาคุย ถามว่าออกมาตอนไหน เหนื่อยมั้ย บลาๆๆๆ
สักพักนึงน้องแกก็มาคว้ามือผมไปจับ แล้วก็บอกว่าคิดถึงมากๆเลย กว่าจะได้เจอกัน
ความรู้สึกผมตอนนั้นคือแบบ มีความสุขมากกกกกก เหมือนเรารออะไรบางอย่างแล้วมั้นคุ้มค่าการรอคอย เหมือนเราอยากได้ของชิ้นนึงแล้วเก็บตังมานานแล้วไปซื้อ
ผมก็พาเธอไปกินข้าว ไปเดินเล่นสวนสาธานะ เออลืมบอกไปน้องแกมาแค่วันเดียวครับ มาแล้วก็กลับ ผมมีเวลาแค่วันเดียว รวมทั้งหาหอ
คือตอนเจอกันมันดีมากๆ ผมมีความสุขสุดๆ บอกไม่ถูก แต่ก็เหมือนคำคมที่เขากล่าวไว้ "เขาสูงแค่ไหนก็ต้องลงมา อยากอยู่ด้วยแค่ไหนก็ต้องมีวันจากลา"
มันเป็นอย่างนั้นจริงๆครับ ช่วงเวลาสุดท้ายที่ผมต้องไปส่งน้องที่บขส.มันเป็นอะไรที่ทรมานมากๆ คือเรายังไม่หายคิดถึงกันเย ยังอยากอยู่ด้วยกันมากกว่านี้
แต่น้องเขาบอกกันผมว่าอีก2เดือนเจอกันนะ เพราะก่อนจะเปิดเทอมต้องมาย้ายของเข้าหอ ผมก็ตกลงว่าจะรอ
และทุกอย่างก็กลับไปเหมือนเดิม ผมเดินทางกลับสกล ห่างกับแฟนอีกเกือบ400กิโล กลับไปคุยกันในโทรศัพท์เหมือนเดิม
และครั้งนี้มันทรมานมากกว่าครั้งไหนๆ ผมก็พึ่งเข้าใจนี่แหละครับว่าความคิดถึงจริงๆเป็นแบบนี้ คิดถึงมากแบบบอกไม่ถูกมากจนน้ำตาไหล คุยกันแต่ละทีร้องไห้ อยากจะเข้าไปกอดแต่ก็ทำไม่ได้
และผ่านมา2เดือน วันที่รอคอยก็มาถึง ผมกลับโคราชไปรอแฟนก่อน21วัน กว่าจะผ่านไปได้แต่ละวันโอ้โหช้ามากกก ใจแทบขาด
ก่อนวันแฟนมาผมก็นอนไม่หลับ นับเวลาคอย จากวันเป็นชม. เป็นนาที เป็นวินาที พอถึงอีกวันนึงก็รอโทรศัพท์แฟนโทรมาให้ไปหาเพราะต้องรอเขาย้ายของเขาหอเสร็จก่อน (บอกตามตรงกลัวพ่อแฟนมากเพราะเราขัดใจเขาพอสมควร แต่เขาก็ไม่ได้กีดกันอะไร)
และผมก็เจอแฟนผม รอบนี้ผมตัดสินใจไปอยู่ยาวเลยก่อนเปิดเทอม เป็นเวลาเดือนครึ่ง ตลอดช่วงเวลานั้นเรามีความสุขกันมาก
ได้เรียนรู้กัน รู้จักนิสัยกันมากขึ้น ไม่เคยทะเลาะรุนแรงไรเลย อาจมีงอนบ้างเวลาไม่พาไปกินบุฟเฟ่ 5555
แต่เวลาความสุขมักจะผ่านไปเรียนเสมอ ผมคิดในใจอีกแล้วหรอวะ ต้องกลับไปเป็นคนในโทรศัพท์อีกแล้วหรอ ในใจไม่อยากกลับเลย แต่ก็ต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง
มีแต่ความเชื่อใจเท่านั้นที่จะทำให้เราผ่านตรงนี้ไปได้ พอเปิดเทอมเวลาเราก็ไม่ค่อยมีอาจจะได้คุยกันน้อยลง แต่ถ้าผมว่างเมื่อไรก็จะนั่งรถไปหา บางทีไปหาเจอหน้าได้อยู่ด้วยกันวันเดียวก็มี
บางที่ทะเลาะกันถ้าผมว่างผมจะกลับมาหา นั่งรถ7ชม.เพื่อมาคุยกันแค่ไม่กี่ชม.ก็ทำเพราะผมคิดว่า ความห่างของระยะทาง ไม่สำคัญเท่าระหยะห่างของความเข้าใจ
สุดท้ายผมอยากจะบอกกับเพื่อนๆรึใครที่กำลังคบแฟนไกลอยู่ ให้อดทน เชื่อใจกันให้มากๆ ต่างคนต้องต่างรู้หน้าที่ และคิดถึงกันไม่ว่าจะทำอะไร อาจจะลำบากหน่อยที่มีระยะทางเป็นตัวกั้น แต่ผมเชื่อมาตลอด8เดือนว่า ระยะทางไม่มีผลต่อความรักมากเท่าใจของเราเอง ขอแค่เราต่างรู้หน้าที่ว่าเราทำอะไรอยู่ซื่อสัตย์กัน แค่นั้นก็พอแล้วครับ