เพื่อนแท้ (True Friends)
การที่เราจะพิจารณาว่าคนนั้นเป็นเพื่อนแท้ต่อเราหรือไม่ มีการหลักพิจารณาโดยย่อว่า “เมื่อเราตกทุกข์ได้ยาก เพื่อนนั้นคอยช่วยเหลือ คอยเป็นที่พึ่งพิง และไม่ทิ้งกันยามป่วย ในทางกลับกัน ในยามตกทุกได้ยาก หรือป่วย เพื่อนทิ้งเพื่อน แถมยังคอยซ้ำเติมเพื่อน คบกับเพื่อนเพราะหวังผลประโยชน์ นั้นเรียกว่า “ไม่ใช้เพื่อนแท้” ดังคำที่ว่า “เวลาสุขก็สุขด้วย เวลาทุกข์ก็ตัวใครตัวมัน” เพื่อนเหล่านี้จงหลีกหนีให้พ้น พระพุทธเจ้าทรงวางหลักมิตรแท้ 4 ประการ คือ
1. มิตรมีอุปการะ (The helper) คือ เพื่อนคอยคุ้มครองป้องกันเพื่อน ทั้งเป็นที่พึ่งของเพื่อน เช่น ป้องกันเพื่อนผู้ประมาท, ป้องกันทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาท, เมื่อมีภัยเป็นที่พึ่งพำนักได้, และเมื่อมีธุระช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก เป็นต้น
2. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ (The man who is the same in weal and woe ) คือ เพื่อนคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไว้ใจกันได้ หรือตายแทนกันได้ เช่น ขยายความลับของตนแก่เพื่อน, ปิดความลับของเพื่อนมิให้แพร่หลาย, ไม่ละทิ้งยามวิบัติ, และทุกข์ได้ยากก็คอยช่วยเหลือไม่ละทิ้ง - แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้ เป็นต้น
3. มิตรแนะประโยชน์ (The man who gives good counsel ) คือ เพื่อนคอยแนะนำแต่ในทางที่ดี มีลักษณะเปรียบเหมือนครูอาจารย์ เช่น ห้ามไม่ให้ทำชั่ว, แนะนำให้ทำแต่ความดี, ให้ฟังในสิ่งที่ยังไม่เคยทำ, และบอกทางสวรรค์ให้ เป็นต้น
4. มิตรรักใคร่มีน้ำใจ (The man who sympathizes) คือ เพื่อนประเภทสหาย เช่น ทุกข์ด้วยกัน, สุขด้วยกัน, โต้เถียงผู้ที่ติเตียนเพื่อน, และรับรองคนพูดสรรญเสริญเพื่อน เป็นต้น
บุคคลพึ่งคบมิตรแท้ ไม่พึงคบมิตรไม่แท้ ดังสุภาสิตที่ง อเสวนา จ พาลานัง ปัณฑิตานัง จ เสวนา เอตัง มังคลมุตตมัง การคบบัณฑิต ไม่พึ่งคบพาล เป็นมงคลสูงสุด
เพื่อนแท้ (True Friends)
การที่เราจะพิจารณาว่าคนนั้นเป็นเพื่อนแท้ต่อเราหรือไม่ มีการหลักพิจารณาโดยย่อว่า “เมื่อเราตกทุกข์ได้ยาก เพื่อนนั้นคอยช่วยเหลือ คอยเป็นที่พึ่งพิง และไม่ทิ้งกันยามป่วย ในทางกลับกัน ในยามตกทุกได้ยาก หรือป่วย เพื่อนทิ้งเพื่อน แถมยังคอยซ้ำเติมเพื่อน คบกับเพื่อนเพราะหวังผลประโยชน์ นั้นเรียกว่า “ไม่ใช้เพื่อนแท้” ดังคำที่ว่า “เวลาสุขก็สุขด้วย เวลาทุกข์ก็ตัวใครตัวมัน” เพื่อนเหล่านี้จงหลีกหนีให้พ้น พระพุทธเจ้าทรงวางหลักมิตรแท้ 4 ประการ คือ
1. มิตรมีอุปการะ (The helper) คือ เพื่อนคอยคุ้มครองป้องกันเพื่อน ทั้งเป็นที่พึ่งของเพื่อน เช่น ป้องกันเพื่อนผู้ประมาท, ป้องกันทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาท, เมื่อมีภัยเป็นที่พึ่งพำนักได้, และเมื่อมีธุระช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก เป็นต้น
2. มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ (The man who is the same in weal and woe ) คือ เพื่อนคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไว้ใจกันได้ หรือตายแทนกันได้ เช่น ขยายความลับของตนแก่เพื่อน, ปิดความลับของเพื่อนมิให้แพร่หลาย, ไม่ละทิ้งยามวิบัติ, และทุกข์ได้ยากก็คอยช่วยเหลือไม่ละทิ้ง - แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้ เป็นต้น
3. มิตรแนะประโยชน์ (The man who gives good counsel ) คือ เพื่อนคอยแนะนำแต่ในทางที่ดี มีลักษณะเปรียบเหมือนครูอาจารย์ เช่น ห้ามไม่ให้ทำชั่ว, แนะนำให้ทำแต่ความดี, ให้ฟังในสิ่งที่ยังไม่เคยทำ, และบอกทางสวรรค์ให้ เป็นต้น
4. มิตรรักใคร่มีน้ำใจ (The man who sympathizes) คือ เพื่อนประเภทสหาย เช่น ทุกข์ด้วยกัน, สุขด้วยกัน, โต้เถียงผู้ที่ติเตียนเพื่อน, และรับรองคนพูดสรรญเสริญเพื่อน เป็นต้น
บุคคลพึ่งคบมิตรแท้ ไม่พึงคบมิตรไม่แท้ ดังสุภาสิตที่ง อเสวนา จ พาลานัง ปัณฑิตานัง จ เสวนา เอตัง มังคลมุตตมัง การคบบัณฑิต ไม่พึ่งคบพาล เป็นมงคลสูงสุด