อัตตาเป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นภาวะจริงแท้ ไม่ใช่ตัณหา ไม่ใช่ทิฏฐื ไม่ใชอุปาทาน
แต่เพราะการที่ไม่รู้ จึงเกิดตัณหา เกิดทิฏฐิ เกิดอุปาทาน เข้าไปยึดมั่นในขันธ์ ๕
ว่าเป็นตัวตน คือผิดฝาผิดตัวนั่นเอง...
พระพุทธเจ้าจึงตั้งปัญหาถามกลับผู้ที่มีความคิด ความยึดถือแบบนี้อยู่บ่อยๆ ว่า...
....ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง?
พระปัญจวัคคีย์ทูลว่า ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?
ป. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่ง
นั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?
ป. ข้อนั้น ไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. เวทนาเที่ยงหรือไม่เที่ยง?
ป. ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?
ป. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่ง
นั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?
ป. ข้อนั้นไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า.
..................................................................................................................
เมื่อตามต่อไปว่า....
เมื่อไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ควรหรือไม่ที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า เป็นอัตตา...
ถามว่า ....
แบบไหนล่ะ ที่สมควรจะเป็นอัตตา ?....
สิ่งที่เที่ยง หรือ สิ่งที่ไม่เที่ยง.....
สิ่งที่เป็นสุข หรือว่า สิ่งที่เป็นทุกข์.....
ท่านทั้งหลายก็ไปมโนเอาได้ตามสบายใจ....
อิ อิ .....
อัตตาเป็นนาม ไม่ใช่ความคิด ไม่ใช่ความยึดถือ ?
แต่เพราะการที่ไม่รู้ จึงเกิดตัณหา เกิดทิฏฐิ เกิดอุปาทาน เข้าไปยึดมั่นในขันธ์ ๕
ว่าเป็นตัวตน คือผิดฝาผิดตัวนั่นเอง...
พระพุทธเจ้าจึงตั้งปัญหาถามกลับผู้ที่มีความคิด ความยึดถือแบบนี้อยู่บ่อยๆ ว่า...
....ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน
รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง?
พระปัญจวัคคีย์ทูลว่า ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?
ป. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่ง
นั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?
ป. ข้อนั้น ไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. เวทนาเที่ยงหรือไม่เที่ยง?
ป. ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า?
ป. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า.
ภ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่ง
นั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?
ป. ข้อนั้นไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า.
..................................................................................................................
เมื่อตามต่อไปว่า....
เมื่อไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ควรหรือไม่ที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า เป็นอัตตา...
ถามว่า ....
แบบไหนล่ะ ที่สมควรจะเป็นอัตตา ?....
สิ่งที่เที่ยง หรือ สิ่งที่ไม่เที่ยง.....
สิ่งที่เป็นสุข หรือว่า สิ่งที่เป็นทุกข์.....
ท่านทั้งหลายก็ไปมโนเอาได้ตามสบายใจ....
อิ อิ .....