ความฝัน.ความหวัง.กับการล่องเรือใบรอบโลก.เลือด.หยาดเหงื่อ.หยดน้ำตา 4

ตั้งแต่วันแรกที่ลงมาจังหวัดภูเก็ตในฐานะกัปตันเรือตัวเองตอนปลายเดือนกรกฎาคม 2017 ในระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา ทั้งหมด 12 ครั้ง 30 กว่าวัน ตั้งแต่วันนั้นจวบจนตอนนี้ เส้นทางที่เราเลือกเดิน มันได้สร้างเรื่องราวดีๆ ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ให้อะไรกับเรามากมายทีเดียวและเรามีความสุขเหลือเกิน
มันเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของเราไปตลอดกาล เช่น ก่อนจะมีเรือ เราเริ่มเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟสดคั่วบด 1แก้วใหญ่ราคาหลักร้อย ปัจจุบันน่ะหรือชงดื่มเองด้วยกาแฟสวัสดิการที่ออฟฟิศจัดแจงไว้ให้ ดั่งจะรู้ว่าฐานะทางการเงินที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของเรา เราเริ่มเข้าใจแล้วว่าเวลาน้ำมันขึ้นราคาทำไมผู้คนถึงบ่นกันจัง ผลกระทบทางการเงินต่างๆ นานา ถาโถมเข้ามาหาเรา กราฟทางการเงินของเราดิ่งเหว แต่น่าแปลกใจอย่างยิ่ง ที่กราฟความสุขของเรากลับเพิ่มขึ้น มันสวนทางกัน ยามเมื่อเรามีฐานะทางการเงินมั่งคั่ง ความสุขของเราไม่มากมายเช่นนี้ เพื่อนเราก็ไม่มากมายอย่างทุกวันนี้ นี่เป็นตัวอย่างบางส่วนของชีวิตที่แปรเปลี่ยนไป
และครั้งนี้ก็เป็นผลพวงของรูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยปกติแล้วเราเป็นคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบคนเยอะ เวลาช่วงเทศกาลวันหยุดยาวๆ ถ้าเราไม่จำศีล ดูหนังสั่งอาหารมากิน นอนโง่ๆ ทั้งวัน เราก็ออกนอกประเทศไปเลย
    แต่ครั้งนี้ต่างไปจากเดิม เพราะช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2018 ที่กำลังมาถึงนี้ เราไม่ได้นอนจำศีล และไม่ได้ออกนอกประเทศ แต่เลือกมาอยู่กับทัศนามหาสมุทร เรือของเรา และเช่นเคยรอบนี้เรามาอาศัยที่เกาะภูเก็ต เป็นระยะเวลา 4 วัน คือวันที่ 28-31 ธันวาคม แต่สถานที่ที่เราจะมุ่งหน้าไปก็หาใช่อ่าวฉลองหรือบ้านพี่เขตไม่ เพราะเป้าหมายของเราในครั้งนี้คือ คานเรือ Phuket Premier Boatyard ของพี่นน ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของเกาะ ห่างจากอ่าวฉลองประมาณชั่วโมงครึ่งแต่ห่างจากสนามบินเพียง10นาที เราจึงไม่เช่ารถเช่นครั้งที่มาแข่งเรือ และด้วยความที่คานอยู่ในป่าค่อนข้างห่างจากตัวเมือง เราจึงวางแผนว่า จะมาเข้าค่ายพักแรมอยู่ในนี้ไม่ออกไปไหน เราเตรียมอุปกรณ์ยังชีพ อย่าง เตาสนาม หม้อสนาม เต็นท์ ข้าวสาร และน้ำดื่ม เอาละ เรื่องราวในตอนนี้จะเป็นอย่างไร มาต่อกันเลย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่