ผมมีแฟนที่เป็นโรคซึมเศร้า มีอาการแพนนิคด้วย ไบโพล่าด้วย วิตกกังวล์ด้วย ป่วยง่ายด้วย มีอดีตที่เจ็บปวดด้วยครับ
เค้าจะเป็นคนที่เซนซิทีฟกับเรื่องเล็กๆน้อยๆมากมันเกิดจากโรคที่เค้าเป็นครับปัญหาเล็กๆสำหรับคนทั่วไปสำหรับเค้ามันคือปัญหาที่ใหญ่ เช่นผมขับรถแล้วมีหลุมอยู่กลางถนนแล้วขับรถตกหลุมด้วยความไม่ค่อยดูทางบองงผมเอง คำพูดที่ดูไม่ใส่ใจ คำพูดที่ดูเกินจริง คำโกหก การไม่ชอบวางแผนของผม เธอก็จะอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีเลยครับ ตามง้อกันเป็นวันเลย เคยง้อด้วยวิธีต่างๆมากมาย แก้ผ้าเขียนตัวเต้นให้เพลงฮูละฮูล่า เอาตุ๊กตามาคุยตลกกัน(ซึ่งผมไม่ค่อยมีเซนต์ด้านความตลกเลยมันจะคิดมุขคิดอะไรไม่ค่อยออก) อะไรเทือกนี้ก็เคยมาแล้ว หลังๆวิธีพวกนี้ไม่ค่อยจะได้ผล หลังๆพอเธอเรียนจบเธอก็กลับบ้านไปอยู่ภาคอีสาน ส่วนผมยังเรียนไม่จบอยู่ภาคเหนือ(เธอเป็นรุ่นพี่คับเรียนนิติผมเถียงเธอไม่เคยชนะเลย)
พอระยะห่างเริ่มมากขึ้นเราก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรร่วมกะนเหมือนแต่ก่อนเลยทำได้แค่แชท คอเฟส โทรคุยกัน แบบปกติทั่วไป มีวันหนึ่งเธอเกิดอาการซึมเศร้าขึ้นมาแล้ว เริ่มหมดกำลังใจในทุกอย่างไม่อยากทำอะไร แล้ววันนั้นเราก็คุยกันด้วยแต่มันกลับทำให้เธอแย่ลงด้วยตำพูดที่ไม่ถี่ถ้วนของผม ทำให้แสดงให้เห็นว่า ผมไม่เข้าใจเธอ และเธอก็เสียความเชื่อใจที่จะเล่าปัญหาให้ผมฟังไป เธอเคยบอกกับผมว่าผมมีปัญหาด้านกระบวนการคิด
นั้นแหล่ะครับเธอก็อารมณ์เสียขึ้นมาและเสียความเชื่อใจผมไป เธออยู่กับผมแล้วไม่สบายใจเหมือนก่อน วันต่อมาเธอมีไข้ แล้ววันถัดไปอีก ในความคิดผมคิดว่าควรจะจัดการกับปัญหาหาหลักก่อนคือโรคซึมเศร้าผมเลยบอกให้เะอไปพบแพทย์ผมไม่สามารถไปส่งเธอได้เพราะมีงาน กับระยะห่าง เธอบอกว่าผมสนแต่เรื่องของตัวเองอยากให้เธอรีบหายแล้วไปขอโทษผมแล้วทำทุกอย่างให้เป็นปกติทำให้ผมหัวใจพองโตอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นที่กระบวนการคิดที่แย่ของผมอีกรึเปล่าที่คุยไปแบบนั้นแถมผมเป็นคนขี้ลืมด้วย แล้วเราก็คุยกันต่ออีกซักพักแล้วเธอก็ตัดสายไป นั้นแหล่ะครับคือเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น
ผมจึงมาขอความช่วยเหลือให้เค้ากลับมาอารมณ์ดี เชื่อใจผม ส่วนโรคซึมเศร้านี้ผมว่าควรพบแพทย์จะดีที่สุด
##ถ้าอธิบายวกไปวนมาหรืองงๆ ผมขอโทษนะครับ กระทู้แรกในชีวิตเลย##
วิธีการขอโทษแฟนที่เป็นโรคซึมเศร้าให้หายโกรธและกลับมาไว้ใจเราเหมือนเดิม
เค้าจะเป็นคนที่เซนซิทีฟกับเรื่องเล็กๆน้อยๆมากมันเกิดจากโรคที่เค้าเป็นครับปัญหาเล็กๆสำหรับคนทั่วไปสำหรับเค้ามันคือปัญหาที่ใหญ่ เช่นผมขับรถแล้วมีหลุมอยู่กลางถนนแล้วขับรถตกหลุมด้วยความไม่ค่อยดูทางบองงผมเอง คำพูดที่ดูไม่ใส่ใจ คำพูดที่ดูเกินจริง คำโกหก การไม่ชอบวางแผนของผม เธอก็จะอารมณ์เสียขึ้นมาทันทีเลยครับ ตามง้อกันเป็นวันเลย เคยง้อด้วยวิธีต่างๆมากมาย แก้ผ้าเขียนตัวเต้นให้เพลงฮูละฮูล่า เอาตุ๊กตามาคุยตลกกัน(ซึ่งผมไม่ค่อยมีเซนต์ด้านความตลกเลยมันจะคิดมุขคิดอะไรไม่ค่อยออก) อะไรเทือกนี้ก็เคยมาแล้ว หลังๆวิธีพวกนี้ไม่ค่อยจะได้ผล หลังๆพอเธอเรียนจบเธอก็กลับบ้านไปอยู่ภาคอีสาน ส่วนผมยังเรียนไม่จบอยู่ภาคเหนือ(เธอเป็นรุ่นพี่คับเรียนนิติผมเถียงเธอไม่เคยชนะเลย)
พอระยะห่างเริ่มมากขึ้นเราก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรร่วมกะนเหมือนแต่ก่อนเลยทำได้แค่แชท คอเฟส โทรคุยกัน แบบปกติทั่วไป มีวันหนึ่งเธอเกิดอาการซึมเศร้าขึ้นมาแล้ว เริ่มหมดกำลังใจในทุกอย่างไม่อยากทำอะไร แล้ววันนั้นเราก็คุยกันด้วยแต่มันกลับทำให้เธอแย่ลงด้วยตำพูดที่ไม่ถี่ถ้วนของผม ทำให้แสดงให้เห็นว่า ผมไม่เข้าใจเธอ และเธอก็เสียความเชื่อใจที่จะเล่าปัญหาให้ผมฟังไป เธอเคยบอกกับผมว่าผมมีปัญหาด้านกระบวนการคิด
นั้นแหล่ะครับเธอก็อารมณ์เสียขึ้นมาและเสียความเชื่อใจผมไป เธออยู่กับผมแล้วไม่สบายใจเหมือนก่อน วันต่อมาเธอมีไข้ แล้ววันถัดไปอีก ในความคิดผมคิดว่าควรจะจัดการกับปัญหาหาหลักก่อนคือโรคซึมเศร้าผมเลยบอกให้เะอไปพบแพทย์ผมไม่สามารถไปส่งเธอได้เพราะมีงาน กับระยะห่าง เธอบอกว่าผมสนแต่เรื่องของตัวเองอยากให้เธอรีบหายแล้วไปขอโทษผมแล้วทำทุกอย่างให้เป็นปกติทำให้ผมหัวใจพองโตอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเป็นที่กระบวนการคิดที่แย่ของผมอีกรึเปล่าที่คุยไปแบบนั้นแถมผมเป็นคนขี้ลืมด้วย แล้วเราก็คุยกันต่ออีกซักพักแล้วเธอก็ตัดสายไป นั้นแหล่ะครับคือเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้น
ผมจึงมาขอความช่วยเหลือให้เค้ากลับมาอารมณ์ดี เชื่อใจผม ส่วนโรคซึมเศร้านี้ผมว่าควรพบแพทย์จะดีที่สุด
##ถ้าอธิบายวกไปวนมาหรืองงๆ ผมขอโทษนะครับ กระทู้แรกในชีวิตเลย##