น้องฟ้อนด์ BNK48 ทำไมน้องถึงเป็นแบบนั้น?

ตอนแรกก่อนจะคัดเหลือ 30 คน สนใจน้องฟ้อนด์นะ
หน้าตานี่โดดออกมาจากเพื่อนเลย สวยคมมาก
แต่เราแปลกใจกับบุคลิกน้อง ดูช่างพูดกว่าที่คิด

จนวันนี้ได้ฟังไลฟ์ตู้ปลา เลยได้รู้ว่าทำไมน้องเค้าถึงเป็นแบบนั้น
และมีสิ่งที่เหนือความคาดคิดหลายอย่าง พี่มองน้องผิดไปมาก
คือวันที่เดบิวท์เพลงใหม่ ผมน้องทรงใหม่ +การแต่งหน้า+ทรงชุด
รวมถึงมุมกล้องไม่ค่อยจับ มันไม่ส่งเสริมอะไรน้องเลย
ทำให้รู้สึกว่าน้องไม่โดดเด่นอย่างที่คิด เพื่อนคนอื่นกลบหมดเลย
หน้าตาหมองๆ คล้ำๆ มาก แต่วันนี้ฟังตู้ปลา ถึงได้รู้สาเหตุ


วันนั้นน้องฟ้อนด์ตื่นตั้งแต่ตี 3-4 แล้วเดินทางมาซ้อมเปิดตัวถึง 8 โมงเช้า
พอซ้อมเสร็จต้องไปสอบวิชาชีวะที่โรงเรียนต่อ ทำเราแปลกใจอะ
ว่าเห็นหน้าตาอย่างนี้เรียนสายวิทย์หรอนี่ แถมยังชอบวิชาทางนี้อีก
น้องบอกว่าผลสอบออกมา ได้รองทอปวิชาชีวะ ได้ทอปวิชาเคมี
สรุปว่า น้องเครียดเรื่องสอบ หน้าตาเลยออกมาเป็นอย่างนั้นสินะ
เราชอบเด็กเรียนนะ BNK เป็นอะไรที่หนักสำหรับน้องๆ ที่เพิ่งเข้าวง
แต่เด็กอย่างฟ้อนด์ยังคงไป รร. ไม่ได้ดรอปมาทำงานอย่างเดียว อันนี้ชื่นชม
ที่ต่อสู้พยายาม และที่สัมผัสอีกอย่าง คือน้องเป็นคนให้เกียรติคนอื่น
มีการชมแบมบูด้วย ว่าเป็นคนเรียนเก่ง ใครมีอะไรปรึกษาแบมบูได้


ยิ่งได้ฟังการตอบคำถามซองขาว ว่าอะไรที่ทำให้เสียใจที่สุดในชีวิต
ตอนแรกน้องบอกเลยว่ามี แต่เล่าไม่ได้ และไม่ยอมเล่าด้วย
เลยเล่าเรื่องเสียใจที่ไม่ได้กินข้าว 555 เพื่อนๆ ในตู้ปลาเลยกดดัน
ให้เล่าเรื่องที่มันมากกว่าไม่ได้กินข้าว น้องก็เลยจำต้องเล่าเรื่องนั้น

น้องบอกว่าตอนเด็กๆ ในครอบครัวทะเลาะกันบ่อยมาก และไม่ชอบ
บางทีก็กรี๊ดออกมา เพื่อเรียกร้องความสนใจ อยากให้หยุดทะเลาะกัน
อยากจะหนีไปจากตรงนั้น มีวันนึงวิ่งออกมา อยากให้รถชนตายๆ ไปเลย
แต่ก็คิดได้ว่าพ่อแม่จะเสียใจแค่ไหน ก็เลยไม่ทำ จนปัจจุบันทุกวันนี้
อยู่กับพ่อแม่อย่างมีความสุขดี ... ฟังแล้วตกใจนะ เด็กอายุ 15 ขนาดนี้เลยหรอ
เราเลยเข้าใจเลย ว่าทำไมน้องฟ้อนด์มีบุคลิกแบบนี้นะ มันทำให้เรารับได้
ไม่อยากวิจารณ์ให้น้องเปลี่ยนอะไร อยากให้น้องเป็นตัวของตัวเอง
และเติบโตผ่านประสบการณ์ต่างๆ ว่าจุดที่เหมาะกับตัวเองอยู่ตรงไหน
ตอนนี้ก็ยังไม่ได้โอชิน้องฟ้อนด์มาก แต่อยากเป็นกำลังใจให้ มีพี่คอยจับตาดูอย่างห่วงใย
พี่เชื่อว่าน้องมีคุณสมบัติของไอดอล ที่มีมุมซึ่งเป็นแบบอย่างและกำลังใจให้คนอื่นได้

ส่วนน้องคนอื่นๆ เท่าที่ฟังมาหลายตู้ รุ่น 2 เป็นอะไรที่กดดันมาก
ขนาดที่มิวนิคบอกว่า ช่วงเตรียมตัวก่อนเดบิวท์ ไม่มีวันไหนไม่ร้องไห้เลย
ขึ้นรถปุ๊บน้ำตาไหล ถามกับแม่ว่าทำถูกมั้ย ที่เลือกเข้ามาอยู่ตรงนี้
เราสัมผัสว่ามันหนักสำหรับทุกคน ไหนจะการถูกเปรียบเทียบกับรุ่น 1 อีก
อยากให้สู้ต่อไป คนเป็นหมื่นๆ อยากจะอยู่ตรงจุดที่น้องอยู่
แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็แกรดออกไป กลับไปใช้ชีวิตที่สดใสแบบวัยรุ่นดังเดิม

สู้ๆ ค่ะ น้องๆ รุ่น 2 ทุกคน

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ป.ล. ตอนตัดภาพไปที่เวทีแล้ว มีเสียงเด็กๆ ในตู้ปลาหลุดว่าเราพูดมากไป ขำมาก
ถ้ามาอ่านเจอกระทู้นี้ ไม่ต้องคิดมากนะคะ ตอนนี้สนับสนุนทุกคนจ้า
ทุกคนผ่านอะไรมาไม่เหมือนกัน เป็นตัวของตัวเองเต็มที่เลย อยากเฝ้าดูการเติบโต

ขอแก้ไขเพิ่มวิดีโอนิดนึงนะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่