3 เหตุการณ์ เปลี่ยนรัฐกลายเป็นสมเด็จฯ สะท้อนหลักธรรมใด?

กระทู้คำถาม
ฉบับที่ ๓๙ วันอังคารที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
เรื่อง 3 เหตุการณ์ เปลี่ยนรัฐกลายเป็นสมเด็จฯ สะท้อนหลักธรรมใด?

          จากเหตุการณ์ ลงโทษพระผู้ใหญ่ 7 รูป จากคดี “ฟอกเงิน” บุกจับอย่างคอมมานโด สร้างความตระหนกตกใจของชาวพุทธ อย่างเคลือบแคลงสงสัย ด้วยการจับท่านเข้าคุก สละจีวรทันที อย่างไม่มีการสืบสวนใด ๆ ทั้งสิ้นจากผู้ต้องหา ไม่ได้ยินการอธิบาย การตอบคำถาม แม้เสียงกระแอมของผู้ต้องหา มีแต่การรายงานชีวิตในคุก และคนใกล้ชิดท่านว่า ท่านเป็นห่วงพระพุทธศาสนาและยังปฏิบัติแบบพระทุกประการ
           ผู้เขียนในฐานะชาวพุทธ รักและเคารพศรัทธาพระทุกรูป ยิ่งเป็นระดับพระมหาเถระ เรายิ่งเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของท่านเจ้าคุณ จึงได้ศึกษาประวัติ กรณีศึกษาเกี่ยวกับคดีของพระผู้ใหญ่ว่า ถ้าสรุปสุดท้ายแล้ว พระไม่ผิด ผลจะเป็นอย่างไร จึงพบเหตุการณ์สะเทือนใจ 2 เหตุการณ์
           1. สมัยกรุงธนบุรี พระผู้ใหญ่ 3 รูป ถูกปลดจากตำแหน่งและเฆี่ยนตี เนื่องจากพระไม่ไหว้ฆราวาส แต่เมื่อเปลี่ยนอำนาจรัฐ ท่านถูกยกย่องว่าเป็นผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัยยิ่ง นอกจากคืนและเลื่อนตำแหน่งแล้ว เมื่อมีการสังคายนา ได้ยกพระทั้ง 3 รูป เป็นประธานตัดสิน หากมติไม่เป็นที่สรุปอีกด้วย

           2. สมัยรัฐประหารครั้งที่ 7 พระพิมลธรรมต้องคดีเสพเมถุน 2503 และคอมมิวนิสต์ 2505 ทำให้ติดคุก สละจีวร สุดท้ายยกฟ้อง เนื่องจากคดีเป็นเท็จ เมื่อปี 2509 นอกจากได้คืนและเลื่อนตำแหน่ง เมื่อมีการสังคายนาพระธรรมวินัย ตรวจชำระพระไตรปิฎกฉบับเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านได้เป็นสังฆปาโมกข์ ฝ่ายพระอภิธรรมปิฎกอีกด้วย

           จากเหตุการณ์ตัวอย่าง 2 เหตุการณ์นี้ ได้ข้อคิดมากมายหลายข้อ ข้อหนึ่งที่น่าสนใจคือทำไมท่านผู้ต้องคดียังสง่างามได้ สะท้อนหลักธรรมใด นั่นก็คือ ขันติและโสรัจจะ ธรรม 2 ข้อ เป็น “ธรรมอันทำให้งาม” ขันติ คือความอดทน
โสรัจจะ คือความสงบเสงี่ยม
           บุคคลใดที่มีความอดทน ไม่ว่าจะเจอเหตุการณ์หรือเจอสถานการณ์ที่แม้เลวร้ายก็อดทน ไม่แสดงกิริยาอาการได ๆ ที่เกรี้ยวกราดขาดสติบุคคลนั้นจะดูงามแม้คนนั้นรูปร่างหน้าตาอาจจะไม่งดงามก็ตามแต่ดูงามกิริยามารยา ตรงกันข้ามกับบางคนที่แม้หน้าตางดงาม หล่อสวย แต่ถ้าไม่อดทน เจ้าอารมณ์ ชอบหงุดหงิดโกรธเกรี้ยว บุคคลคนนั้นก็จะดูไม่งามในทันทีกายเป็นเหมือนแม่มดหรือนางร้าย
           ความอดทนคู่กับความสงบเสงี่ยมทำให้ดูสง่า เพราะบางคนอดทนไม่ตอบโต้ทางวาจาแต่ทางกายและสายตากับมีการแสดงออก อันนี้ก็ยังถือว่าไม่มีขันติโสรัจจะ
           ขันติคู่กับโสรัจจะจึงจะทำให้คนนั้นงามที่แท้จริง เพราะอดทนได้ด้วยใจที่สบาย ๆ
แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองท่านก็ทรงสรรเสริญขันติความอดทน พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า เว้นจาก"ปัญญา"พระองค์ทรงยกย่อง"ขันติ"
           ดังนั้นใครที่อยากจะงามอย่างแท้จริงควรฝึก"ขันติโสรัจจะ "ธรรมที่ทำให้งาม
           ทุกท่านคิดเห็นอย่างไร แลกเปลี่ยนความความรู้กันใน Comment Facebook, YouTube, Blog, Line, IG, Twitter, pantip ...กันนะครับ ขอบคุณครับ

                 B.S.
          24 ก.ค. 2561
       
ตอน 3 เหตุการณ์ เปลี่ยนรัฐกลายเป็นสมเด็จฯ สะท้อนหลักธรรมใด? เวลา 14.00-14.20 น. https://youtu.be/37T3j0BIqUQคลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่