มาแชร์ประสบการณ์ค่ะ
ตัวเราอยู่มหาลัยปี3 มันก็จะมีดรื่องเรียนเรื่องงานให้วุ่นวายหน่อย ส่วนน้องชายพึ่ง6ขวบไปหมาดๆ เรียกได้ว่าอายุห่างกันจนเป็นแม่ลูกได้
เรื่องมีอยู่ว่า ส.-อา. ที่ผ่านมาเรากลับบ้าน แล้วหมกตัวอยู่ในห้อง ทำการบ้าน น้องชายเกิดอาการเหงา มาเล่นด้วยก็โดนเราไล่ เพราะต้องใช้สมาธิ แล้วไปนั่งน้อยใจน้ำตาซึมว่าเราไม่รัก (ไล่ไป3-4รอบได้) งานเราก็เร่ง งานได้ได้ดั่งใจก็หงุดหงิด จนยายเรียกมาคุย
ได้ข้อสรุปว่าลองสลับหน้าที่กัน
1 ให้น้องลองเป็นเรา เรียนหนัก งานบ้านต้องทำ โดนแม่เอาแบบฝึกหัดมากองไว้3เล่ม บอกไม่เสร็จห้ามไปไหน แต่ต้องตื่นมาทำความสอาดบ้านก่อนถึงเริ่มทำ การ์ตูนห้ามดูจนกว่างานจะเสร็จ กินข้าวกลางวันเสร็จก็ทำงานต่อ บ่าย4โมงต้องวางมาล้างจาน ช่วยทำกับข้าวแล้วทำงานต่อให้เสร็จ ระหว่างนี้ห้ามดูทีวีและห้ามออกไปเล่นไหน แล้วพอทีกคนกินข้าวเสร็จต้องเก็บจานชามไปล้างเก็บ และกวาดบ้าน ถึงไปทำงานต่อ
2 ส่วนเรา ตื่นสาย ตื่นมาดูการ์ตูน แล้วไปซื้อขนมมานั่งกิน เดินไปกวนร้องเป็นพักๆ กลับมานอนเล่นมือถือ แล้วไปเที่ยวบ้านญาติ(เดินไปใกล้ๆกัน) กลับมาก็นอนเล่น ดูทีวี นั่งคุยกับแม่ชิลๆ เย็นมารอกินจ้าว กินละแค่เราจานไปแช่แล้วมานั่งดูทีวีได้
ผลคือสันนั้นน้องทำแบบฝึกหัดไม่เสร็จ ทำไปร้องให้ไป แล้วมากอดเราบอกว่าจัไม่กวนแล้ว ถ้าพี่ทำงานตะอยู่เล่นใกล้ๆ เอาสมุดมาวาดภาพด้วยก็ได้ ไม่กวนแม่กับยายทำงานด้วย ช่วยกวาดบ้านด้วยก็ได้
คือบางทีเราเข้าใจว่านานๆ้รากลับบ้านที น้องต้องการเรา แต่ไม่ว่างคือไม่ว่างจริงๆ ไม่ใช่ข้อแก้ตัว น้องชอบงอล้วลาคนอื่นทำงาน แต่คัวเองไม่มีอะไรทำ พอแม่หรือยายทำอะไรไม่ทันใจชอบน้อยใจแล้วประชดว่าทุกคนไม่รักไม่เข้าใจเค้า พอใช้วิธีนี้แล้ว น่าจะพอเข้าใจบ้าง แต่ก็ยังต้องตามผลต่อไป
ปล. น้องพูดว่า หนูไม่โตเป็นผู้ใหญ่ละ ไม่ส่างทั้งวัน เหนื่อยจะตาย เป็นเด็กดีกว่า แต่หนูจะเป็นเด็กดีแทนละกัน
ลองสลับสถานะพี่กับน้อง จะได้เข้าใจกันมากขึ้น?
ตัวเราอยู่มหาลัยปี3 มันก็จะมีดรื่องเรียนเรื่องงานให้วุ่นวายหน่อย ส่วนน้องชายพึ่ง6ขวบไปหมาดๆ เรียกได้ว่าอายุห่างกันจนเป็นแม่ลูกได้
เรื่องมีอยู่ว่า ส.-อา. ที่ผ่านมาเรากลับบ้าน แล้วหมกตัวอยู่ในห้อง ทำการบ้าน น้องชายเกิดอาการเหงา มาเล่นด้วยก็โดนเราไล่ เพราะต้องใช้สมาธิ แล้วไปนั่งน้อยใจน้ำตาซึมว่าเราไม่รัก (ไล่ไป3-4รอบได้) งานเราก็เร่ง งานได้ได้ดั่งใจก็หงุดหงิด จนยายเรียกมาคุย
ได้ข้อสรุปว่าลองสลับหน้าที่กัน
1 ให้น้องลองเป็นเรา เรียนหนัก งานบ้านต้องทำ โดนแม่เอาแบบฝึกหัดมากองไว้3เล่ม บอกไม่เสร็จห้ามไปไหน แต่ต้องตื่นมาทำความสอาดบ้านก่อนถึงเริ่มทำ การ์ตูนห้ามดูจนกว่างานจะเสร็จ กินข้าวกลางวันเสร็จก็ทำงานต่อ บ่าย4โมงต้องวางมาล้างจาน ช่วยทำกับข้าวแล้วทำงานต่อให้เสร็จ ระหว่างนี้ห้ามดูทีวีและห้ามออกไปเล่นไหน แล้วพอทีกคนกินข้าวเสร็จต้องเก็บจานชามไปล้างเก็บ และกวาดบ้าน ถึงไปทำงานต่อ
2 ส่วนเรา ตื่นสาย ตื่นมาดูการ์ตูน แล้วไปซื้อขนมมานั่งกิน เดินไปกวนร้องเป็นพักๆ กลับมานอนเล่นมือถือ แล้วไปเที่ยวบ้านญาติ(เดินไปใกล้ๆกัน) กลับมาก็นอนเล่น ดูทีวี นั่งคุยกับแม่ชิลๆ เย็นมารอกินจ้าว กินละแค่เราจานไปแช่แล้วมานั่งดูทีวีได้
ผลคือสันนั้นน้องทำแบบฝึกหัดไม่เสร็จ ทำไปร้องให้ไป แล้วมากอดเราบอกว่าจัไม่กวนแล้ว ถ้าพี่ทำงานตะอยู่เล่นใกล้ๆ เอาสมุดมาวาดภาพด้วยก็ได้ ไม่กวนแม่กับยายทำงานด้วย ช่วยกวาดบ้านด้วยก็ได้
คือบางทีเราเข้าใจว่านานๆ้รากลับบ้านที น้องต้องการเรา แต่ไม่ว่างคือไม่ว่างจริงๆ ไม่ใช่ข้อแก้ตัว น้องชอบงอล้วลาคนอื่นทำงาน แต่คัวเองไม่มีอะไรทำ พอแม่หรือยายทำอะไรไม่ทันใจชอบน้อยใจแล้วประชดว่าทุกคนไม่รักไม่เข้าใจเค้า พอใช้วิธีนี้แล้ว น่าจะพอเข้าใจบ้าง แต่ก็ยังต้องตามผลต่อไป
ปล. น้องพูดว่า หนูไม่โตเป็นผู้ใหญ่ละ ไม่ส่างทั้งวัน เหนื่อยจะตาย เป็นเด็กดีกว่า แต่หนูจะเป็นเด็กดีแทนละกัน