อยากแก้กรรมหนักค่ะ

ดิฉัน มีปัญหากับแม่มาตลอดชีวิต
จนคุณแม่เสียชีวิตตายจากกันไป
จำความได้
ไม่เคยกอดกัน ไม่เคยสัมผัสกันเลย
ความรู้สึกที่ว่า แม่กอด หรือ ว่าแม่เป็นที่ปรึกษา เป็นกำลังใจไม่เคยมี
ทั้ง ๆ ที่อยู่ด้วยกันมา
เหตุผลคือว่า
เมื่อเด็ก ๆ จะมีความสงสารแม่
กลัวว่าแม่จะเหนื่อย
จะเตรียมทุกอย่างไว้รอแม่กลับมาจากทำงาน
ทำบ้านให้สะอาด
ล้างจานชาม
เก็บ ผ้า รีด ผ้า
หรือแม้กระทั่ง ไปหาบน้ำไปใส่ตุ่มไว้ให้แม่ได้อาบได้ใช้
พอเรา ไปหาบน้ำมาไว้ให้แม่ได้อาบได้ใช้
พี่ชายเรา ที่ตัวอ้วนก็มาอาบจนหมดตุ่ม
เราน้อยใจ เราก็บ่น
แม่ก็ว่าเราชอบสร้างปัญหา
เราก็เลยจำ

พอโตขึ้น  แม่เราต้องไปทำงานต่างอำเภอ
เราก็เลยทำหน้าที่แม่บ้านแทนแม่
ตื่นสีสาม ตีสี่
สมัยนั้น  บ้านเราไม่มีนาฬิกา
ได้ฟังแต่วิทยุ ทราสิสเตอร์
เปิดมา บางที่ สถานนี ยังไม่เปิด
ก็เดาเอาว่า สายแล้ว เดินไปซื้อของที่ร้านขายของชำ
เพื่อมาทำกับข้าว ให้พ่อ ให้พีน้องได้ทาน
และเราจะต้องเป็นคน เก็บจาน ชาม ที่ทุก ๆ ทานก่อนไปโรงเรียนทุกวัน
เย็นมา เราก็รีบมาทำกับข้าว ให้พี่น้อง พ่อ ด้วยทาน
หลังจากนั้น เราก็จะซักผ้าให้พี่น้องทุกคน รวมทั้งพ่อด้วย
ซักผ้าเสร็จ เราก็จะรีดผ้า ให้ทุกคน สำหรับใส่ไปโรงเรียนวันรุ่งขึ้น
เราทำแบบนี้เป็นประจำ ตั้งแต่เรียนชั้น ม.๑
เราจะต้อง กวาดบ้าน ถูบ้านทุกวัน เช้าเย็น
เพราะว่า แม่เราเป็นคนสะอาดมาก
พอแม่เรามา  แม่เราก็จะตำหนิ ตั้งแต่ ก้าวแรก ที่ก้าวเข้าบ้าน ทำไมฝุ่นเยอะ
ทำไม มีน้ำหยด
ความตั้งใจของเรา ที่อยากให้แม่ ไม่เหนื่อย มันกลายเป็นความน้อยใจ
เราร้องไห้
แล้วเราก็บอกว่า นี่เราทำทุกอย่างนะ พี่น้องไม่ได้มาช่วยเลย
แม่เราก็บอกว่า อย่ามาทำให้แม่ปวดหัวนะ
อย่าสร้างปัญหาให้แม่นะ

เวลาทำงาน
บางที เราก็บอกน้องชายให้ช่วยเราหน่อย
แม่ก็บอกว่า
ทำไม ต้องเกี่ยงกัน
เรายิ่งน้อยใจไปใหญ่

เราเป็นลูกผู้หญิงคนเดียว พี่ชายหนึ่ง น้องชายหนึ่ง
บางที เรามีปัญหาเรื่องเพื่อน เรืองอะไร จะเล่าให้ฟัง
แม่ก็จะบอกว่า  อย่าเอาปัญหามาให้แม่นะ
เราก็เลยอยู่คนเดียว

และแม่เรา เป็นคนชอบตำหนิ
ตำหนิ ทุก อย่าง
จะทานข้าว ทำไม จับช้อนแบบนี้  มือทำไมเป็นแบบนี้
จะดื่มน้ำ ทำไม อ้าปากแบบนี้  บลา บลา

เวลาเราสอบได้ผลการเรียนดี
แม่ก็แค่ อืมมม แล้วถามว่า แล้วน้องล่ะ
มันก็ยิ่งทำให้เราน้อยใจมากขึ้น

เวลาเราขอเงินแม่ ไปโรงเรียน
แม่มักจะบอกกับเราเสมอว่า
ไม่มีเงินหรอก
แม้กระทั่ง เวลาที่เรามีรอบเดือน  ขอเงินซื้อผ้าอนามัยแม่ก็บอกว่าไม่มี

คือแม่เราจะเป็นคนจัดการเรื่องเงินทุกอย่างในบาทหมด
พ่อเรา ไม่เคยได้จับเงินเดือน หรือรู้ว่ามีเงินเดือนเท่าไร
ให้แม่เราจัดการหมด
พ่อเรา ใส่กางเกงใน สายยึด บานย้วย ทั้ง ๆ ที่ทำงานเป็นระดับบริหาร
ดังนั้น หลาย ๆ เรื่องในบ้าน บางทีเราก็น้อยใจพ่อ บ้างที่ปล่อยให้แม่จัดการหมด
พ่อเรา เป็นคนที่รักเมียมาก

มันเกิด ช่องว่าง ระหว่าง เรากับแม่ มากขึ้น มากขึ้น
เมื่อโตขึ้น
พี่ชายเรา สอบรับราชการได้ ก็ไปอยู่ที่ต่างจังหวัด ไม่มายุ่งเกี่ยวกับที่บ้าน
ส่วนน้องชายเรา
ติดการพนันตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย
พ่อแม่ ซื้อมอร์เตอร์ไซด์ให้ตั้งไม่รู้กี่คัน
ก็เอาไปขาย เอาไปจำนำ เล่นการพนัน
เมื่อเรา ได้ทำงาน น้องชายมาขอเงิน บอกอยากทำธุรกิจเอง
เราก็มองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ( ตอนนั้น ไม่รู้ว่าเขาเล่นการพนัน )
เขาขอเท่าไร เราก็ให้ ไปกู้ สหกรณ์ เล่นแชร์
เพื่อเอาเงินไปให้น้อง
แต่ให้เท่าไร เหมือนเทน้ำลงไปในทราย ไม่เคยได้คืนมา มีแต่มาขอเพิ่ม ขอเพิ่ม

ส่วนแม่เรา
เวลาที่แม่บอกว่า แม่ไม่มีเงินเลยลูก
เราจะสงสารแม่มาก
ไม่เคยขออะไรเลย
แม่ให้เท่าไร ก็ใช้เท่านั้น
( ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย )
( ส่วนช่วงเรียนมัธยมปลาย ไม่เคยได้เงินค่ะ เดินไปโรงเรียน ห่อข้าวไป เวลาเพื่อน ๆ มีกิจกรรมอะไรกัน เราก็ออกจากกลุ่มไปแบบเนียน ๆ )

แล้วมันก็ทำให้เราช็อค
คือ แม่เราเล่นหวยค่ะ
มันเป็นหวยหุ้น ที่เขาจะเก็งจากการเปิดปิดตลาดหลักทรัพย์ค่ะ
วันหนึ่ง มีสองรอบ
แม่เราเล่น รอบละหมื่น
มันก็เลยทำให้ที่บ้านไม่มีเงิน

จากเหตุการณ์นี้ มันทำให้เราช็อค
แล้วความสงสารแม่
มันแปรเปลี่ยนเป็น...ความ...อะไรไม่รู้

ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับแม่ตั้งแต่เด็ก
มันเป็นความสัมพันธ์เหมือนคนแปลกหน้า
ไม่เคยกอด ไม่เคยแตะ ไม่เคยสัมผัสกันเลย
เพราะแม่มักจะพูดเสมอ ๆ ว่า อย่ามาทำให้แม่ปวดหัวนะ
แต่ในขณะที่น้อง มีการกอดกัน เอ็นดูกัน
ทั้ง ๆ ทีน้องก็สร้างปัญหาให้อย่างมาก

แม่บอกว่า เราไม่เคยให้เงินแม่เลย
คือ แม่เรารับราชการ เราคิดว่า เงินเดือนเขาน่าจะพอใช้
เราก็เลยไปเทให้ที่น้อง

แต่เราก็ซื้อของให้เขานะคะ
เราเคยเถึยงเขา
แล้วเขาด่าเราว่า E..Jan..rai....
อย่ามาใกล้เขานะ อย่าเอาเรื่องปวดหัวมาให้นะ
ตอนนั้น เราเลยคิดในใจ ไม่รู้ว่า สาปแช่งมั้ยนะคะ
ว่าตอนแก่ ให้อยู่คนเดียว
และแม่เราก็อยู่คนเดียวจริง ๆ
เราไม่ไปดูเลย
ไม่ใช่ใจดำนะคะ
แต่ไปแล้ว ถูกตำหนิ ถูกด่า ก็เลยไม่อยากไปอยู่ด้วย
แต่ตอนสุดท้าย ก่อนที่จะเสียชีวิต
เราเป็นคนดูแลเขา
เขาบอกกับเรา ก่อนเสียประมาณ สองอาทิตย์ว่า
"หนู..ดูแลแม่ดีมากเลย "
เราเลยตอบไปว่า
" ถ้าแม่รักหนูนะ แม่จะได้อะไรอีกมากมายเลยนะ "

ขออนุญาต เล่ากลับไปกลับมานะคะ

เมื่อน้องเรามีแฟน เอาแฟนมาอยู่ที่บ้าน ( ตอนที่แม่ยังไม่เสีย )
แม่เราก็ลงทุนให้ ก็หมดตามปกติ
แม่เราซื้อปิคอับให้
เขาก็ให้ภรรยาเขานั่ง
ส่วนแม่เรา ขับมอร์ไซด์ตากแดด
ทั้ง ๆ ที่ออกจากจุดหมายเดียวกัน
เรารู้สึกโกรธน้องชายเรามาก
คือ แม่ให้ขนาดนี้แล้ว ทำไม เห็นเมียดีกว่า แล้วทำกับแม่แบบนี้

เมื่อตอนที่พ่อยังไม่เสีย
น้องชายเรา ได้มาเอาโฉนดที่ดิน ไปไว้กับเถ้าแก่คนหนึ่ง ซึ่งเราไม่รู้จักและไม่รู้เรื่อง โดยใส่ชื่อพ่อเราเป็นคนกู้
จนกระทั่งพ่อเราเสียไป
หลายปีมาก และแม่เราก็เพิ่งเสียตามไป
เถ้าแก่คนนั้น ก็ให้ ทนายความฟ้องศาลเรา
ในฐานะทายาท
จริง ๆ ก็คือ ทายาททุกคน ต้องร่วมกันรับผิดชอบ
แต่เราก็ถาม พี่ชายแล้ว น้องชายแล้ว
ทุกคน เพิกเฉย
เราก็เลยต้องเป็นคนจ่ายให้
ไม่อยากให้ พ่อแม่ ไปไม่สบาย

แต่เราก็บ่นแม่เรา ปรับทุกข์ เรืองแม่เรากับเพื่อนบ้าง เพื่อนบ้านบ้าง


ในตอนที่แม่ยังไม่ตาย

เราไม่แน่ใจว่า  ที่เราเล่ามานี้ เราทำบาปกับแม่มากใช่มั้ยคะ
มันเป็นกรรมหนักของเราใช่มั้ยคะ
ทำให้ ชีวิตเราทุกวันนี้
ทำอะไรก็ไม่เจริญ

ทำงานเป็นหัวหน้างาน ลูกน้องก็ไม่เกรงใจ ใช้ใครก็ไม่ได้
ไปค้ำประกันเพื่อน เพื่อนก็หนี ต้องรับผิดชอบแทน
มีหนี้สินล้นพ้นตัว กำลังจะถูกฟ้องล้มละลาย

แต่ทุกวันนี้
เราสวดมนต์ทุกวัน ขออโหสิกรรม พ่อ แม่ ทุกวัน

แต่ชีวิต ไม่มีดีขึ้นเลย
ท้อใจมาก
อยากจะไปบวชโกนหัว
ก็ติดภาระ ว่ายังทำงานอยู่

ดิฉัยอยากแก้กรรมที่ทำกับแม่ไว้ค่ะ
ทำอย่างไรดีคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่