เรื่องมันมีอยู่ว่าผมกับภรรยาผมมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่เงินทองไม่ค่อยพอใช้เนื่องจาก มีหนี้สินมากจนใช้ไม่ไหว หนี้สินตรงนี้ก็คงเกิดจากผมและภรรยา อยากมีอยากได้จนทำให้เป็นหนี้ขนาดนี้ จนมีคนมาตามทวงหนี้กับภรรยาผมเกือบทุกวันแต่ภรรยาผม ก็ไม่ค่อยบอกผม ตรงนี้ผมยอมรับเลยว่าสงสารภรรยาผมมาก จนอยู่ได้สักพักนึงผมก็ตัดสินใจลาออกไปทำงานที่ใหม่ เพราะเงินเดือนดีกว่า แต่ภรรยาผมก็ยังทนทำอยู่ไปจนซักพักนึง ภรรยาผมก็ตัดสินใจออกจากงาน เพื่อจะไปทำงานที่เกาหลีเพราะเงินเดือนได้มากกว่าที่ทำอยู่หลายเท่าเพื่อจะเอามาใช้หนี้ แต่ผมก็คัดค้านมาตลอด เนื่องจากไปแบบหลบๆซ่อนๆ (ผีน้อย) เพราะว่าเป็นห่วงเค้าก็จะโดนหลอก คิดไปต่างๆนาๆ แต่ทางภรรยาก็ไปจนได้ ผมก็เป็นคนไปส่งเค้าเอง เค้าไปก็ได้งานค่อยข้างดี ก็หมดห่วงไปหนึ่งอย่าง เค้าก็คอย ทักมาหาตลอดทุกวัน บอกความเป็นอยู่ ว่าอยู่อย่างไร ทำงานอะไร อยู่แบบไหน ด้วยความคิดถึงที่เค้ามีให้กับผมเพราะว่าไปอยู่คนเดียว แต่ก็มีคนไทยที่เป็นเพื่อนเค้าด้วย แต่เพื่อนเค้าก็ไปกับแฟนก็แยกกันอยู่ ส่วนเค้าก็พักคนเดียว (ที่ผมไม่ไปเพราะพึ่งได้ทำงานที่ใหม่ได้ประมาณ 2 เดือนงานค่อยข้างดีครับสำหรับเมืองไทย ระดับ ปวช ผมจึงบอกกับเมียว่ายังไม่ไป) เค้าก็ส่งเงินมาให้ทุกๆเดือน มาใช้หนี้แต่ละเดือน แต่ก็ไม่พออยู่ดี จนผมตัดสินใจบวชเพื่อทดแทนพระคุณแม่ในเดือน เมษายน 2561 เพราะผมตัดสินใจว่าจะไปช่วยภรรยาทำงานที่เกาหลีหาเงินมาใช้หนี้ให้หมดโดยเร็ว ช่วงที่บวชมีเวลาคิดอะไรหลายๆอย่าง คิดเรื่องภรรยาด้วยว่าเค้าอาจจะมีคนใหม่ ก็เลยใช้ช่วงเวลานี้คิดทำใจไว้บ้างแล้ว และก็ตั้งใจอุทิศบุญกุศลในการบวชครั้งนี้ให้กับผู้มีพระคุณทุกๆคนในชีวิตของผม และพอวันสึกออกมา กลับไปทำงานได้ประมาณ 1 เดือน ผมเลยลาออกเพื่อเดินทางไปเกาหลี จัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยหมดทุกอย่างรอวันบินไปอย่างเดียว พอเดินทางไปถึงที่ภรรยาพักอยู่ผมก็รู้สึกดีใจมากที่ได้เจอเค้า เห็นหน้า ได้จับมือเค้า พูคุยกับ ด้วยความรักและก็คิดถึง เพราะไม่ได้เจอกันเกือบ 9 เดือน ทุกอย่างก็เป็นไปแบบมีความสุขได้อยู่กับภรรยาที่เรารักและคิดถึง ตกเย็นก็พากันออกไปเดินเล่นซื้อของกินมาทำกินกัน พอทำกินกันเสร็จเรียบร้อยก็อาบน้ำ อาบท่าเพื่อมานอนเราะเดินทางมาก็ค่อยข้างเะลีย ก็เริ่มสังเกตภรรยา ว่ามีพฤติกรรมไม่เหมือนก่อนๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเค้าอยู่คนเดียวในต่างแดนมานาน ก็อาจจะทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนๆไป ก็น่าจะเป็นปกติ แต่ใกล้ๆเที่ยงคืนก็มี สายทาง massenger โทรเข้ามา 2 รอบ ภรรยาก็มีท่าทีแปลกก็เลยถามว่าทำไมไม่รับ ก็บอกว่ารับไม่ทันจอสัมผัสไม่ค่อยดี ผมก็เลยไม่ได้สนใจอะไรมาก สักพักภรรยาผมก็ไปห้องน้ำ แล้วออกมาก็มี สายจาก massenger เข้ามาอีกครั้งก็น่าจะเที่ยงคืนกว่าๆแล้ว คราวนี้รับได้แล้วก็นั่งสนทนากันเกือบๆชั่วโมงเห็นจะได้คุยเป็นภาษาเกาหลี ผมก็ฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกัน แต่ก็คิดว่าคงจะเป็นเฒ่าแก่ของเค้าโทรมาคุยเรื่องหางานให้ผม ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ครับ แต่จริงๆก็เริ่มคิดและว่าใครว่ะโทรมาอย่างดึก ก็ไม่ได้คุยถามอะไกับภรรยาเพราะมันดึกมากแล้วเช้าภรรยาต้องไปทำงาน ก็เลยไม่กวนดีกว่าคงเป็นเฒ่าแก่น่า (ฟื้นคิดในใจนิดนึง) คืนนี้ก็เลยไม่ได้นอนเลย ครุ่นคิดว่าจะเป็นอย่างที่เราคิดไหม เปิดเฟสเราเค้าไปส่องเฟสเค้าเข้าไปดูเพื่อนทั้งหมดของเค้า ปรากฎว่าไม่มีเลยซักคนแปลว่าเข้าปิดไว้ไม่ให้ใครเข้าไปดูว่ามีเพื่อนคนไหนบ้าง เอาแล้วกูทีนี้ สิ่งที่กูคิดจะเกิดขึ้นจริงหรือนี่ ครุ่นคิดไปจนเช้า ภรรยาตื่นไปอาบน้ำ ก็เลยลองเปิดโทรศัพท์ของเค้าดูซึ่งปรากฎว่าล๊อคเอาโดยรหัสใหม่ คราวนี้เลยแน่ใจว่าต้องมีอะไรปิดบังเราแน่ๆ ก็เลยถามตรงๆเลย ว่ามีอะไรปิดบังเค้าอยู่ไหม เค้าก็บ่ายเบี่ยงไปสักพักนึง ผมก็เลยบอกว่า บอกเค้ามาเถอะเค้าว่าเค้าก็พอรู้นะ ทางภรรยาถึงได้พูดเล่าเรื่องออกมาให้ฟังว่า เคยคบกับผู้ชายคนหนึ่งคนต่างประเทศที่มาทำงานที่เดียวกัน บอกว่าแค่คบกันเป็นเพื่อน คุยกันแค่ธรรมดา สนทนากันเรื่องภาษาเกาหลีว่าพูดยังไง แปลยังไงประมาณนี้ ไอ้เราก็เชื่อนะ แต่ก็ยังคิดว่าเพื่อนกัน ไหงโทรมาดึกๆดึ้นๆแท้ แต่ก็อ่ะเชื่อเมีย จนมาวันนี้วันอาทิตย์นะ ครบ 1 สัปดาห์พอดี หลังจากที่ได้ถามไปคราวที่แล้ว ผมก็ค่อยสังเกตพฤติกรรมของภรรยามาตลอด ได้เห็นความแปลกของเค้าทีไร มันเจ็บหัวใจทุกทีเลย ส่วนมากเป็นการใช้โทรศัพท์ จะค่อยพยายามไม่ให้เราเห็นเค้าใช้เฟส เวลาเราหันไปเห็นก็จะรีบเอาโทรศัพท์หลบทุกครั้ง หรือเวลาเค้าออกไปอาบน้ำ ทำกับข้าวก็จะคอยชำเลืองว่าเราแอบเช็คโทรศัพท์เค้าหรือเปล่า พฤติกรรมนี้เป็นมาตลอดตั้งแต่วันนั้นยันวันนี้ ก็เลยต้องถามเค้าอีกครั้ง แบบเปิดใจกันจริงๆเลย ว่าสรุปแล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะอยู่แบบนี้เรารู้สึกอึดอัด รู้สึกเจ็บตลอดเวลา ถามเค้นจนได้คำตอบว่า คุยกันจนเกิดชอบกันขึ้นมาแต่ก็ไม่อยากบอกให้ผมรู้เพราะกลัวผมคิดมาก ผมก็เลยถามว่าคบกันจนความสัมพันธ์ไปถึงขนาดไหน (แต่จริงๆก็ไม่อยากรู้เลยว่าถึงไหน เพราะกลัวใจจะเจ็บลึกลงไปอีก แต่ถึงเป็นอย่างนั้นตัวผมก็รับได้นะ เพราะผมรักเค้า อยากอยู่กับเค้า อยากให้ลูกๆมีแม่) เค้าก็บอกว่าก็แค่คุย ไม่ได้มีอะไรกัน เพราะทางนั้นก็ทิ้งภรรยาผมไปกับไปบ้านเกิดเค้า แต่ผมก็ไม่ค่อยอยากเชื่อเลยว่าไม่มีอะไร คนถึงกับว่ารักกันชอบกันจะไม่มีอะไรกันจริงๆหรอ อยากได้ความคิดเห็นจากท่านผู้มีประสบการณ์ ทุกๆท่าน หน่อยครับ แล้วควรจะไปทำอย่างไรต่อไปอีกครับ ช่วงนี้เจ็บ และสับสนครับ
จะเอาอย่างไรต่อไปดีครับ