ชีวิตจริง ยิ่งกว่าละครเครียดจนตัน หาทางออกไม่ได้! ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับตัวเองจะทำยังไง?

สวัสดีค่ะ เหตุการณ์ที่เราจะเล่านี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของเราจริงๆค่ะ
บ้านเรามีกัน 4 คนพ่อแม่ลูก เราเป็นพี่คนโตเมื่อก่อนมีฐานะปานกลาง แต่แล้วปัจจุบันตกต่ำถังแตกขั้นขนาดที่พ่อต้องขายที่ ขายรถ เพื่อปลดหนี้แล้วต้องผันตัวจากนายตัวเองมาเป็นลูกจ้าง  ทำไมต้องขายไปทำอะไรถึงหมดตัว
ประมาณปี 54-55 แถวบ้านเราน้ำท่วมหนัก เข้าท่วมสวนยางพาราหลังจากน้ำลดต้นยางมันเลยโค่นล้มลงมา ได้รับความเสียหายหนักแต่ไม่เท่าสวนข้างๆซึ่งเป็นของน้องสาวแม่เรา (สมมุติชื่อ A ) สวนอาเราต้นยางโค่นล้มไปหลายต้นเลยมาขอแบ่งยางแม่เรา แม่เราปฏิเสธแบ่งไม่ได้เพราะบ้านเราก็ลำบากยังตั้งหลักไม่ทัน อาก็ไม่พอใจเลยทะเลาะกับแม่ ด้วยความที่แม่เห็นเป็นน้องสาวแท้ๆเลยไม่เคยโกรธหลังจากหายไปสักพักนึงทีนี้เลยมาขอให้พ่อเราเอารถยนต์เข้าไฟเเนนซ์  เราไม่รู้ว่าแม่กับอาตกลงกันยังไงจนพ่อเรายอม จากรถที่ผ่อนหมดแล้วกลายเป็นว่าต้องผ่อนใหม่ บ้านเราเริ่มมีปัญหาการเงิน  ถัดไปไม่นานเรามารู้ที่หลังว่าเพื่อนแม่มากู้ยืมเงินบ้านเราตกลงจะจ่ายเป็นดอกเบี้ยให้ร้อยล่ะ 10 แม่เราก็โอเคให้ยืมไป แล้วส่งดอกอยู่เรื่อยๆ จนในที่สุดเพื่อนแม่ก็หนีหนี้ไปตอนกลางดึก หายไปพร้อมกับที่กู้ยืมบ้านเรา และมารู้ว่าเพื่อนแม่ไม่ได้กู้เงินจากบ้านเราแค่บ้านเดียว บ้านเราก็เสียหลักไปอีกแม่เลยตัดสินใจขายที่เราก็นึกว่าหลังจากนี้คงไม่เป็นไรแล้วแหละ   เรื่องก็ยังไม่จบแค่นี้ก่อนหน้านั้นแม่เคยไปค้ำประกันซื้อรถยนต์ให้น้องสาว (A ) นี่แหละ แต่นางร้อนเงินเลยเอารถยนต์ไปขายเถื่อนได้เงินมาก็ไม่ส่งค่างวดจนบริษัทมาตาม แม่เราโดนฟ้อง
การเงินภายในบ้านเราวิกฤตหนักขึ้นเรื่อยๆ บวกกับปัจจัยอื่นๆทั้งเศฐษกิจ ทั้งตัวเราที่เรียน และรถยนต์ที่ต้องผ่อน พ่อเลยตัดสินใจขายรถ
(เราเป็นคนตจว.มาอยู่ กทม.เราไม่รุ้ว่าพ่อขายรถไปแล้ว พอเรากลับบ้านเราถึงรู้ว่าสถานการณ์ที่บ้านเป็นยังไง คือพ่อแม่ไม่บอกเพราะไม่อยากให้เราเครียดแล้วคิดว่านี่คือปัญหาของผู้ใหญ่ ท่านจะจัดการเอง แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ ครอบครัวเราควรคุยกันตั้งแต่แรก)  และทำรับจ้างทั่วไป
ชาวบ้านเริ่มนินทาพ่อกับแม่เรา ว่าเป็นเพราะครอบครัวเลยต้องขายที่ขายรถส่งเราเรียน พูดไปเรื่อยนินทาขั้นที่ว่าท้อง ว่าแม่เราไปนอนกับผู้ชายคนอื่น ว่าน้องเราติดยา ว่าบ้านที่เราอยู่ก็เอาไปจำนองต้องเช่าบ้านตัวเองหลับนอน แม่เราจากที่ไม่เคยพูดก็โทมาคุยกับเราแล้วร้องไห้หลุดเล่าให้ฟัง พอสืบไปสืบมา คนพูดก็คือน้องแม่ที่พูดกับชวนบ้านที่เล่นไพ่ด้วยกัน  นางเคยไปโกหกกับตาเราว่าแม่เราไปกู้เงินเขา ขายที่เอาเงินไปเล่นไพ่ เอาบ้านไปจำนอง ตาเราจากที่โกรธแม่เราเรืองก็มาจากน้องสาวเเม่เรานี่แหละ ก็โกรธเข้าไปอีกพาลโกรธมาถึงเราด้วย ญาติๆเราไม่ค่อยถูกกัน เหมือนละครไทยลูกฉันจะต้องเด่นกว่า น้องสาวแม่มีลูก 3 คน ไม่ได้เรียนต่อ จบแค่ม.3 แม่บอกว่าที่อา Aเป็นแบบนี้เพราะอิจฉาที่เราได้เรียนมหาลัย ส่วนลูกลุงมี 2 คน ทำงานแล้ว ตาเราลำเอียงรักลูกลุงมากๆ อยากได้อะไรตาก็จะหามาให้ ส่วนเรากับน้องไม่คุยยุ่งนานๆครั้งถึงจะไป มีครั้งนึงเราเคยโทหาตาเพราะยายเข้าโรงบาล ก่อนหน้านั้นตาเคยบ่นเราว่า พอโตแล้วก็ไม่ค่อยเห็นหัวแก เป็นเพราะแม่พาหลานตีออกห่าง ไม่เคารพแก แล้วสั่งให้พี่ลูกของลุงทักมาหาเราว่าให้เราโทหาตาบ้าง เราถามพี่ตาไม่มีเบอเราหรอ? พี่บอกตาไม่มีหรอก เราบอกโอเค ว่างๆจะโทหานะ  พอวันนั้นวันที่ยายเข้าโรงบาลเราโทไป ตารับสายเรา  
"ว่าไง x (เรียกชื่อเรา) มีอะไร ถ้าโทมาขอตังอะไม่ให้หรอกนะ เพิ่งโอนให้ B กับ C หมดแล้ว  " (ชื่อสมมุตของลูกสาวของลุงทั้งสองคน) เราก็คิดน้อยใจนะ ว่าไหนบอกไม่มีเบอเราไงแล้วรู้ได้ไงว่าเป็นเรา แล้วเราไม่เคยโทไปขอตังแกเลยแกไม่เคยถามเราด้วยซ้ำ เรามาเรียน 3 ปีจนจะจบป.ตรีปีนี้แกไม่เคยถามว่าเราเป็นยังไงบ้าง  เราก็โทไปเล่าให้เจ้ ซื้งเป็นอาสะใภ้ฝ่ายพ่อฟัง เจ้ก็บอกช่างเขาไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องไปฟังเขาจะพูดอะไรก็ให้พูดไป ให้เราตั้งใจเรียน ทำงานให้คนที่นินทาเราครอบครัวเราดูว่าเราทำได้  เราไม่ได้ทำ เรารู้ตัวเรา



เดี่ยวมาต่อ **
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่