***รบกวนช่วยอ่านหน่อยนะคะ***
***เรื่องมันจะยาวๆหน่อย แค่อยากเล่าให้ใครสักคนฟัง เผื่อจะมีคำแนะนำหรือความคิดเห็นอะไรบ้าง***
เราคบกันมา 8 ปี จนวันนึงเราท้อง ก็บอกผู้ใหญ่ทั้ง2ฝ่าย แม่เราก็บอกว่าไม่ต้องจัดงานแค่ผูกข้อมือให้รับรู้ทั้ง2ฝ่ายก็พอ แต่ฝ่ายชายบอกว่าจะจัดงานเพราะบ้านเราก็มีหน้ามีตานิดหน่อยในระแวกนั้น โอเค...แม่เราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเรื่องค่าสินสอดแล้วแต่ฝ่ายชายจะให้ ส่วนทางเราก็เตรียมงานเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ฝ่ายชายก็เตรียมของขันหมากกับเงินสินสอด ส่วนของทองก็จะมี
- สร้อยคอ (เราก็ซื้อเอง)
- แหวน ตอนแรกฝ่ายชายเสนอว่าให้เอาแหวนนามสกุลจะได้ไม่มีใครเอาไปจำนำได้ด้วย(แต่งเสร็จ1อาทิตย์เราพึ่งสังเกตุแฟนไม่ได้ใส่แหวนเลยถาม คำตอบคือน้ายืมไปจำ)แต่เราบอกว่ามันแพงเขาก็บอกว่าเดียวช่วยออกให้ สุดท้ายก็ได้แหวนที่เรากับแฟนเก็บตังซื้อเอง
- ข้อมือ ฝ่ายชายเขาก็บอกว่าจะซื้อให้เป็นของขวัญแต่งงาน สุดท้ายเราก็หาเอง
***สรุปทั้ง สร้อย แหวน ข้อมือ ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของเรากับแฟนทั้งหมด***
***แต่ที่พีคไปกว่านั้นเราไปอ่านไลน์ที่แฟนเรากับน้าๆของเขาคุยกัน เรื่องซื้อแหวน ซื้อข้อมือ เขาคุยประมาณว่าเราอยากได้ เราเป็นคนขอ***
ค่าใช่จ่ายส่วนใหญ่ก็จะเป็นฝ่ายเราที่ออกแต่พอมาวันงานทางฝ่ายชายจะมาแบ่งเงินค่าซองจากเรา แต่ไม่ได้ให้เพราะเอาไปจ่ายค่าโต๊ะจีน เราก็ไม่พอใจงานก็ไม่ช่วยมาเตรียมแถมกินโต๊ะจีนตั้ง2โต๊ะ(กินโต๊ะแรกหมดมานั่งโต๊ะใหม่ บอกยังไม่ได้กินทั้งที่แม่เราก็เหน) สรุปงานแต่งทั้งหมดคือเราต้องผ่อนจ่ายเองทุกอย่างทั้งเงินสินสอดที่เอามาของเราด้วย ฝ่ายชายอ่ะหรอ ออกค่าขันหมากหมื่นกว่าบาท แต่ไปพูดกับคนอื่นอย่างกะออกทั้งหมดของงาน นี้แหละหาตังให้ผู้ชายมาขออย่างแท้ทรู...พอแต่งงานเราก็อยู่บ้านแฟน สักพักทั้งน้อง ทั้งหลานก็เขามานอนในห้องกันเต็ม แล้วความเป็นส่วนตัวของเราก็หายไปทันที ตั้งแต่วันนั้น ค่าน้ำค่าไฟค่าข้าวเราออกเอง อย่างที่บอกเราท้องก็ต้องไปหาหมอทุกเดือนจนคลอดตอนนี้จะขวบละ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างของลูกก็ออกเองอีกแหละ เราทำงานเลยให้แม่เราเลี้ยงลูกให้ ทุกครั้งที่มาหมอต้องแวะบ้านผู้ชายตลอดน้อยครั้งที่จะไปหาที่บ้านชอบบอกให้เลี้ยงแบบนั้นแบบนี้ บราาาา คืออยากจะบอกว่าถ้าไม่มีช่วยเลี้ยงก็อย่าพูดให้คนเลี้ยงเสียกำลังใจได้ไหม วันนึงเรามีโอกาสที่นั่งคุยกับพ่อแม่แฟน เขาก็พูดว่า ตอนนี้ที่บ้านกำลังเร่งสร้างตัว เร่งทำเงินให้ไม่ติดลบ(เงินที่ไม่เกี่ยวกับงานแต่งเรา) ให้เราจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมดเองไปก่อน(ค่าของใช้ลูก+ผ่อนค่าจัดงานแต่ง) อวยลูกตัวเองให้ฟัง แล้วก็พูดเรื่องงานแต่งเราว่าจิงๆไม่อยากให้จัดงาน เก็บเงินมาสร้างครอบครัวดีกว่า เราก็ได้แต่นั่งฟังแล้วก็ยิ้ม ก่อนหน้านี้เราสองคนก็โอเคดีนะ มีเวลาให้กัน ได้ไปไหนด้วยกันบางเวลาหยุดงาน แต่พอพ่อกับแม่แฟนจะมาอยู่ด้วย เวลาของเราก็หายไป แม้แต่เวลคุยก็ไม่ค่อยจะมี เพราะเรากับแฟนทำงานคนละเวลา ได้ใกล็กันแค่เวลานอนก็ว่าได้ คือบ้านแหนอะไรก็งานกับเงินอย่างเดียว เราก็เข้าใจนะ แต่บ้านแฟนไม่เข้าใจเราเลย เรากับแฟนอายุ25 26 มันก็ยังต้องการใช้ชีวิตแบบวัยรุ่งคู่รักทั่วไปอยู่ป่ะ แต่นี้ไม่เลย เราไปไหนต้องไปคนเดียวตลอด ทุกวันนี้เรากับแฟนทะเลาะกันทุกวันเรื่องเวลา เราหยุดงานวันอาทิตก็จะกลับไปเลี้ยงลูกทุกอาทิตแฟนก็จะตามไปทีหลัง แต่พ่อกับแม่แฟนกลับคิดว่าเราบังคับให้เขาไป พ่อกับแม่แฟนเป็นแบบสั่ง+บังคับ+ตีกรอบไว้ว่าต้องทำแบบนี้ ทุกวันนี้เราอยู่บ้านแฟนเหมือนอยู่หอเลิกงานถึงบ้านก็เข้าห้องปิดตายไม่สนใจใคร ทักเราก็คุย เพราะเราคิดว่าบ้านเขาไม่เคยให้เกียรติ ไม่เคยเหนความสำคัญ เราก็ทำกับเขาแบบนั้นมันก็น่าแฟร์ๆนะ ทุกวันนี้เราก็พยายามจะไม่คิดอะไร นึกถึงแค่ลูกอย่างเดียว ส่วนแฟนเราก็ดีนะ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเขาจะเป็นฝ่ายที่ยอมเราเขาจะพูดเสมอว่าอดทนหน่อยได้ไหม เราก็เข้าใจคนกลางมันก็ลำบากใจ เราเคยพูด*ถ้าวันนั้นที่บ้านตัวเองมีพร้อมทุกอย่าง แต่ต้องแลกกับการเสียเมียกับลูกไปละ เขาก็บอกว่า ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้ดิ* มันติดเพื่อน แต่งรถ เราอยากให้ทำประกันให้ลูกก็ทำให้ถึงจะพูดจนปากจะฉีกก็เหอะ มีเก็บเงินฝากให้ลูกนิดหน่อย
ปล.อาจจะวกไปวนมา อ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องก็ขออภัย มันเป็นความในใจที่อยากระบาย มีอีกหลายเรื่องหลายอย่างที่เราได้รับจากบ้านแฟน สิ่งที่ดีก็ขอขอบคุณ
***ทำงานขยันเก็บเงินสร้างครอบครัวให้มันดีขึ้นมันก็เป็นสิ่งดี แต่คุณลืมไปหรือป่าวว่าคุณก็มีอีก1ครอบครัว(ลูก เมีย)ที่คอยอยู่ ในขณะที่คุณทำให้บ้านของคุณมีทุกอย่าง แต่ลูกกับเมียไม่ได้อะไรแม้กระทั่งเวลา
ชีวิตคู่ไม่ใช่แค่คน 2 คน
***เรื่องมันจะยาวๆหน่อย แค่อยากเล่าให้ใครสักคนฟัง เผื่อจะมีคำแนะนำหรือความคิดเห็นอะไรบ้าง***
เราคบกันมา 8 ปี จนวันนึงเราท้อง ก็บอกผู้ใหญ่ทั้ง2ฝ่าย แม่เราก็บอกว่าไม่ต้องจัดงานแค่ผูกข้อมือให้รับรู้ทั้ง2ฝ่ายก็พอ แต่ฝ่ายชายบอกว่าจะจัดงานเพราะบ้านเราก็มีหน้ามีตานิดหน่อยในระแวกนั้น โอเค...แม่เราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเรื่องค่าสินสอดแล้วแต่ฝ่ายชายจะให้ ส่วนทางเราก็เตรียมงานเสียค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ฝ่ายชายก็เตรียมของขันหมากกับเงินสินสอด ส่วนของทองก็จะมี
- สร้อยคอ (เราก็ซื้อเอง)
- แหวน ตอนแรกฝ่ายชายเสนอว่าให้เอาแหวนนามสกุลจะได้ไม่มีใครเอาไปจำนำได้ด้วย(แต่งเสร็จ1อาทิตย์เราพึ่งสังเกตุแฟนไม่ได้ใส่แหวนเลยถาม คำตอบคือน้ายืมไปจำ)แต่เราบอกว่ามันแพงเขาก็บอกว่าเดียวช่วยออกให้ สุดท้ายก็ได้แหวนที่เรากับแฟนเก็บตังซื้อเอง
- ข้อมือ ฝ่ายชายเขาก็บอกว่าจะซื้อให้เป็นของขวัญแต่งงาน สุดท้ายเราก็หาเอง
***สรุปทั้ง สร้อย แหวน ข้อมือ ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของเรากับแฟนทั้งหมด***
***แต่ที่พีคไปกว่านั้นเราไปอ่านไลน์ที่แฟนเรากับน้าๆของเขาคุยกัน เรื่องซื้อแหวน ซื้อข้อมือ เขาคุยประมาณว่าเราอยากได้ เราเป็นคนขอ***
ค่าใช่จ่ายส่วนใหญ่ก็จะเป็นฝ่ายเราที่ออกแต่พอมาวันงานทางฝ่ายชายจะมาแบ่งเงินค่าซองจากเรา แต่ไม่ได้ให้เพราะเอาไปจ่ายค่าโต๊ะจีน เราก็ไม่พอใจงานก็ไม่ช่วยมาเตรียมแถมกินโต๊ะจีนตั้ง2โต๊ะ(กินโต๊ะแรกหมดมานั่งโต๊ะใหม่ บอกยังไม่ได้กินทั้งที่แม่เราก็เหน) สรุปงานแต่งทั้งหมดคือเราต้องผ่อนจ่ายเองทุกอย่างทั้งเงินสินสอดที่เอามาของเราด้วย ฝ่ายชายอ่ะหรอ ออกค่าขันหมากหมื่นกว่าบาท แต่ไปพูดกับคนอื่นอย่างกะออกทั้งหมดของงาน นี้แหละหาตังให้ผู้ชายมาขออย่างแท้ทรู...พอแต่งงานเราก็อยู่บ้านแฟน สักพักทั้งน้อง ทั้งหลานก็เขามานอนในห้องกันเต็ม แล้วความเป็นส่วนตัวของเราก็หายไปทันที ตั้งแต่วันนั้น ค่าน้ำค่าไฟค่าข้าวเราออกเอง อย่างที่บอกเราท้องก็ต้องไปหาหมอทุกเดือนจนคลอดตอนนี้จะขวบละ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างของลูกก็ออกเองอีกแหละ เราทำงานเลยให้แม่เราเลี้ยงลูกให้ ทุกครั้งที่มาหมอต้องแวะบ้านผู้ชายตลอดน้อยครั้งที่จะไปหาที่บ้านชอบบอกให้เลี้ยงแบบนั้นแบบนี้ บราาาา คืออยากจะบอกว่าถ้าไม่มีช่วยเลี้ยงก็อย่าพูดให้คนเลี้ยงเสียกำลังใจได้ไหม วันนึงเรามีโอกาสที่นั่งคุยกับพ่อแม่แฟน เขาก็พูดว่า ตอนนี้ที่บ้านกำลังเร่งสร้างตัว เร่งทำเงินให้ไม่ติดลบ(เงินที่ไม่เกี่ยวกับงานแต่งเรา) ให้เราจัดการค่าใช้จ่ายทั้งหมดเองไปก่อน(ค่าของใช้ลูก+ผ่อนค่าจัดงานแต่ง) อวยลูกตัวเองให้ฟัง แล้วก็พูดเรื่องงานแต่งเราว่าจิงๆไม่อยากให้จัดงาน เก็บเงินมาสร้างครอบครัวดีกว่า เราก็ได้แต่นั่งฟังแล้วก็ยิ้ม ก่อนหน้านี้เราสองคนก็โอเคดีนะ มีเวลาให้กัน ได้ไปไหนด้วยกันบางเวลาหยุดงาน แต่พอพ่อกับแม่แฟนจะมาอยู่ด้วย เวลาของเราก็หายไป แม้แต่เวลคุยก็ไม่ค่อยจะมี เพราะเรากับแฟนทำงานคนละเวลา ได้ใกล็กันแค่เวลานอนก็ว่าได้ คือบ้านแหนอะไรก็งานกับเงินอย่างเดียว เราก็เข้าใจนะ แต่บ้านแฟนไม่เข้าใจเราเลย เรากับแฟนอายุ25 26 มันก็ยังต้องการใช้ชีวิตแบบวัยรุ่งคู่รักทั่วไปอยู่ป่ะ แต่นี้ไม่เลย เราไปไหนต้องไปคนเดียวตลอด ทุกวันนี้เรากับแฟนทะเลาะกันทุกวันเรื่องเวลา เราหยุดงานวันอาทิตก็จะกลับไปเลี้ยงลูกทุกอาทิตแฟนก็จะตามไปทีหลัง แต่พ่อกับแม่แฟนกลับคิดว่าเราบังคับให้เขาไป พ่อกับแม่แฟนเป็นแบบสั่ง+บังคับ+ตีกรอบไว้ว่าต้องทำแบบนี้ ทุกวันนี้เราอยู่บ้านแฟนเหมือนอยู่หอเลิกงานถึงบ้านก็เข้าห้องปิดตายไม่สนใจใคร ทักเราก็คุย เพราะเราคิดว่าบ้านเขาไม่เคยให้เกียรติ ไม่เคยเหนความสำคัญ เราก็ทำกับเขาแบบนั้นมันก็น่าแฟร์ๆนะ ทุกวันนี้เราก็พยายามจะไม่คิดอะไร นึกถึงแค่ลูกอย่างเดียว ส่วนแฟนเราก็ดีนะ ทุกครั้งที่ทะเลาะกันเขาจะเป็นฝ่ายที่ยอมเราเขาจะพูดเสมอว่าอดทนหน่อยได้ไหม เราก็เข้าใจคนกลางมันก็ลำบากใจ เราเคยพูด*ถ้าวันนั้นที่บ้านตัวเองมีพร้อมทุกอย่าง แต่ต้องแลกกับการเสียเมียกับลูกไปละ เขาก็บอกว่า ไม่เอา ไม่พูดแบบนี้ดิ* มันติดเพื่อน แต่งรถ เราอยากให้ทำประกันให้ลูกก็ทำให้ถึงจะพูดจนปากจะฉีกก็เหอะ มีเก็บเงินฝากให้ลูกนิดหน่อย
ปล.อาจจะวกไปวนมา อ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องก็ขออภัย มันเป็นความในใจที่อยากระบาย มีอีกหลายเรื่องหลายอย่างที่เราได้รับจากบ้านแฟน สิ่งที่ดีก็ขอขอบคุณ
***ทำงานขยันเก็บเงินสร้างครอบครัวให้มันดีขึ้นมันก็เป็นสิ่งดี แต่คุณลืมไปหรือป่าวว่าคุณก็มีอีก1ครอบครัว(ลูก เมีย)ที่คอยอยู่ ในขณะที่คุณทำให้บ้านของคุณมีทุกอย่าง แต่ลูกกับเมียไม่ได้อะไรแม้กระทั่งเวลา