บันทึกการเดินทาง
20 – 27 พฤศจิกายน 2560

ปีนี้เป็นปีที่กลับเข้ามาสู่เส้นทางการสอบเนติบัณฑิตอย่างเป็นทางการในรอบหกปี
ดูดพลังชีวิตมาก
วันจันทร์ถึงวันศุกร์ทำงาน วันเสาร์เรียนพิเศษ ว่างวันอาทิตย์วันเดียว
เหนื่อยเหลือเกินนนนนนนน ร่างกายและจิตใจต้องการพักผ่อน
ซึ่งพอดูกำหนดการสอบ ซึ่งเสร็จสิ้นราวเดือนตุลาคม
นั่นเท่ากับว่า ถ้าจะไปไหนก็ไปได้แค่พฤศจิกากับธันวาเท่านั้น ...
ใจก็คิดเลยแหละว่า เอ้อ ถ้าไปดูใบไม้เปลี่ยนสีก็คงจะดีนะ
เพราะเราเองก็เป็นหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวช่วงนี้สักครั้ง
ใบไม้ส้ม ๆ แดง ๆ อากาศดี ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ
แต่ก็ยังไม่ได้จองตั๋วหรืออะไรนะ คงเพราะยังไม่เจอราคาที่รับได้ด้วยแหละ
จนย่างเข้าเดือนพฤษภาคม
วันหนึ่งสายตาก็ไปเจอโปรของสายการบิน Vietnam Airlines ไปญี่ปุ่นในราคาไม่แพง
(ไม่แพงถ้าเทียบว่านี่คือสายการ full service เด้อออออ)
เรากดดูราคาไป – กลับ Osaka ช่วงเดือนพฤษจิกายนที่เขาว่ากันว่าเป็นช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสี
ราคาก็ยังหมื่นต้น ๆ
เครื่องใหม่ โหลดสัมภาระได้ 30 กิโลกรัม เลือกที่นั่งได้ ดังนั้นแม้จะเสียเวลาเปลี่ยนเครื่องไปบ้าง
มันก็ต้องไปแล้วหล่ะ
เราไม่เคยใช้บริการของสายการบินนี้มาก่อน
ตอนเลือกเที่ยวบิน มันก็มีให้เลือกทั้งเปลี่ยนเครื่องที่ฮานอย และโฮจิมินห์
โฮจิมินห์อยู่ทางใต้ ฮานอยอยู่ทางเหนือ
นี่ก็ตัดสินใจไม่ได้ แก้ปัญหาโดยเลือกมันทั้งสองสนามบินเลย จบ ๆ ไป
ขาไปออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงหัวค่ำของวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน ไปเปลี่ยนเครื่องที่โฮจิมินห์
ส่วนขากลับออกจาก Osaka 10 โมงกว่า ๆ ของวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน เปลี่ยนเครื่องที่ฮานอย
(พอดีสามีเราทำงานไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านชาวช่องค่ะ ทุกทริปเวลาไปเที่ยวกันก็เลยจะเดินทางวันธรรมดาเสียมากกว่า
เผื่อมีคนสงสัยว่าทำไมเดินทางวันจันทร์)
------------------------
หลังได้ตั๋ว ได้ช่วงเวลาเดินทางแน่นอนแล้ว
เราก็โยนภาระในการจองที่พัก การดูตั๋วการเดินทาง Pass ต่าง ๆ ให้สามีค่ะ
หน้าที่เราจบแล้ว อ่านหนังสือต่อ
--------------------------
ทริปนี้ตลอดระยะเวลา 7 วัน 6 คืน เราพักที่ Osaka ทั้งหมดเพราะขี้เกียจย้ายกระเป๋า
หวยมาออกที่ Sunplaza Rinkai
เดินทางสะดวกค่ะ แค่ 5 นาทีจากสถานี Nakatsu (สายสีแดง เหนือ Umeada มาสถานีนึง)
ตอนเห็นโรงแรมครั้งแรกนี่ก็เฉย ๆ อ่ะ ไม่ได้คาดหวังอะไรเพราะเอาไว้นอนอย่างเดียว
เราว่ามันก็ไม่เชิงเป็นโรงแรมอ่ะ อาจจะกึ่ง ๆ เป็น service apartment ซะมากกว่า
แต่ห้องมันดีมากจี ๆ กว้างงงงงงง กว้างกว่าตอนไปเที่ยว Tokyo เยอะมาก
มีแยกเป็นส่วนสัดชัดเจน มีอ่างล้างจาน เคาเตอร์ครัว ตู้เย็น กาน้ำร้อน ทีวี
ครบครันทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวคนหนึ่งจะพึงใช้
โดยรวมเราประทับใจมาก คุณภาพเกินราคาไปมากจริง ๆ
-------------------------
ช่วงต้นพฤศจิกายนจึงได้มีเวลาทำแผนการเดินทาง
เป็นการเดินทางที่เตรียมตัวน้อยมากเอาจริง เพราะยุ่งแต่กับการสอบ
ก็ใส่ทุกเมืองที่เขาไปกันอ่ะ ส่วนรายละเอียดจะเพิ่มอะไร จะตัดอะไร เดี๋ยวไปปรับเอาหน้างานละกัน

Nara เมืองแห่งกวาง

เยือน Kyoto เมืองหลวงเก่า

ชมสุดยอดปราสาทที่ Himeji และ Kobe สวรรค์ของคนรักเนื้อ

และสุดท้าย Osaka เมืองศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวแถบคันไซ
เดี๋ยวมาดูกันว่า ระยะเวลา 7 วัน 6 คืน เราทำอะไรบ้างในคันไซ
Let’s go !!
((... Charming Kansai ...))
20 – 27 พฤศจิกายน 2560
ดูดพลังชีวิตมาก
วันจันทร์ถึงวันศุกร์ทำงาน วันเสาร์เรียนพิเศษ ว่างวันอาทิตย์วันเดียว
เหนื่อยเหลือเกินนนนนนนน ร่างกายและจิตใจต้องการพักผ่อน
ซึ่งพอดูกำหนดการสอบ ซึ่งเสร็จสิ้นราวเดือนตุลาคม
นั่นเท่ากับว่า ถ้าจะไปไหนก็ไปได้แค่พฤศจิกากับธันวาเท่านั้น ...
ใจก็คิดเลยแหละว่า เอ้อ ถ้าไปดูใบไม้เปลี่ยนสีก็คงจะดีนะ
เพราะเราเองก็เป็นหนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวช่วงนี้สักครั้ง
ใบไม้ส้ม ๆ แดง ๆ อากาศดี ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ
แต่ก็ยังไม่ได้จองตั๋วหรืออะไรนะ คงเพราะยังไม่เจอราคาที่รับได้ด้วยแหละ
จนย่างเข้าเดือนพฤษภาคม
วันหนึ่งสายตาก็ไปเจอโปรของสายการบิน Vietnam Airlines ไปญี่ปุ่นในราคาไม่แพง
(ไม่แพงถ้าเทียบว่านี่คือสายการ full service เด้อออออ)
เรากดดูราคาไป – กลับ Osaka ช่วงเดือนพฤษจิกายนที่เขาว่ากันว่าเป็นช่วงพีคของใบไม้เปลี่ยนสี
ราคาก็ยังหมื่นต้น ๆ
เครื่องใหม่ โหลดสัมภาระได้ 30 กิโลกรัม เลือกที่นั่งได้ ดังนั้นแม้จะเสียเวลาเปลี่ยนเครื่องไปบ้าง
มันก็ต้องไปแล้วหล่ะ
เราไม่เคยใช้บริการของสายการบินนี้มาก่อน
ตอนเลือกเที่ยวบิน มันก็มีให้เลือกทั้งเปลี่ยนเครื่องที่ฮานอย และโฮจิมินห์
โฮจิมินห์อยู่ทางใต้ ฮานอยอยู่ทางเหนือ
นี่ก็ตัดสินใจไม่ได้ แก้ปัญหาโดยเลือกมันทั้งสองสนามบินเลย จบ ๆ ไป
ขาไปออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงหัวค่ำของวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน ไปเปลี่ยนเครื่องที่โฮจิมินห์
ส่วนขากลับออกจาก Osaka 10 โมงกว่า ๆ ของวันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน เปลี่ยนเครื่องที่ฮานอย
(พอดีสามีเราทำงานไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านชาวช่องค่ะ ทุกทริปเวลาไปเที่ยวกันก็เลยจะเดินทางวันธรรมดาเสียมากกว่า
เผื่อมีคนสงสัยว่าทำไมเดินทางวันจันทร์)
------------------------
เราก็โยนภาระในการจองที่พัก การดูตั๋วการเดินทาง Pass ต่าง ๆ ให้สามีค่ะ
หน้าที่เราจบแล้ว อ่านหนังสือต่อ
--------------------------
หวยมาออกที่ Sunplaza Rinkai
เดินทางสะดวกค่ะ แค่ 5 นาทีจากสถานี Nakatsu (สายสีแดง เหนือ Umeada มาสถานีนึง)
ตอนเห็นโรงแรมครั้งแรกนี่ก็เฉย ๆ อ่ะ ไม่ได้คาดหวังอะไรเพราะเอาไว้นอนอย่างเดียว
เราว่ามันก็ไม่เชิงเป็นโรงแรมอ่ะ อาจจะกึ่ง ๆ เป็น service apartment ซะมากกว่า
แต่ห้องมันดีมากจี ๆ กว้างงงงงงง กว้างกว่าตอนไปเที่ยว Tokyo เยอะมาก
มีแยกเป็นส่วนสัดชัดเจน มีอ่างล้างจาน เคาเตอร์ครัว ตู้เย็น กาน้ำร้อน ทีวี
ครบครันทุกอย่างที่นักท่องเที่ยวคนหนึ่งจะพึงใช้
โดยรวมเราประทับใจมาก คุณภาพเกินราคาไปมากจริง ๆ
-------------------------
เป็นการเดินทางที่เตรียมตัวน้อยมากเอาจริง เพราะยุ่งแต่กับการสอบ
ก็ใส่ทุกเมืองที่เขาไปกันอ่ะ ส่วนรายละเอียดจะเพิ่มอะไร จะตัดอะไร เดี๋ยวไปปรับเอาหน้างานละกัน
Let’s go !!