เป็นเด็กต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยหรอคะ

สวัสดีทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ แนะนำตัวก่อนว่าเราอายุ16 ย่าง17 ม.5 เรียนสายวิทย์คณิตแผนgiftedที่โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งหนึ่งค่ะ

     ตั้งแต่เด็กๆ เราเป็นคนที่ผลการเรียน4.00มาตลอด จนขึ้นม.1ค่ะ เราเริ่มรู้ตัวว่าเราไม่ได้ชอบวิทย์คณิต เราเรียนไม่ได้ เราอยู่กับมันไม่ได้ เราเลยตั้งใจที่จะเอาดีทางด้านภาษาค่ะ เพราะสมัยประถมเราเคยไปประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษมาก่อน แล้วภาษาก็เป็นสิ่งที่เราถนัดที่สุดแล้ว จนช่วงม.1 เราได้รู้จักสิ่งที่เรียกว่าk-popค่ะ เราชอบมาก แต่อย่าเพิ่งผิดประเด็นนะคะว่านี่เป็นสิ่งที่ไม่ดี เราชอบเกาหลีมากค่ะ แล้วเริ่มเรียนด้วยตนเองจนถึงช่วงม.4เทอม2เราเลยไปหาครูสอนค่ะ บอกก่อนนะคะว่าค่าเรียนเราเอาเงินเก็บเราจ่ายเองเพราะไม่อยากให้พ่อรู้ค่ะว่าเราไปเรียน เพราะที่บ้านต่อต้าน ทุกคนที่อ่านก็อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องจริงเพราะมันไร้สาระ ก็ถูกส่วนนึงค่ะ แต่ล่าสุดเราไปสอบมา เราได้คะแนนเกาหลี246/300ค่ะ ทุกคนอาจจะคิดว่าแล้วไง เรียนไปก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้ แล้วเราไม่มีสิทธิเลือกเลยหรอคะ?
     ต่อไปนี้เราจะเล่าค่ะ ว่าเราถูกพ่อแม่บังคับยังไงบ้าง มันถึงกลายเป็นปมเล็กๆในใจเรา แล้วเราจะเขียนในมุมมองความคิดของเราด้วยนะคะ
เราถูกกรอกหูมาตั้งแต่เด็กค่ะ ว่าให้เรียนวิทย์คณิตสิดี จบไปเลือกได้เยอะ เรียนอะไรก็ได้
: ใช่ค่ะ ทั้งหมดนั่นมันถูกต้อง แต่ช่วงเวลาที่เราต้องทนอยู่กับมันไปจนกว่าจะจบม.6 ในความคิดเรา มันเหมือนตกนรกทั้งเป็นเลยค่ะ เราเหนื่อย เราท้อ เราตามเพื่อนไม่ทัน เราเรียนไม่ได้ เกรดเราไม่ได้ดีเหมือนเมื่อก่อน จนม.4เทอม1เราเกิดภาวะซึมเศร้าค่ะ

แม่เรามักจะพูดกับเราเสมอว่า"เรียนอะไรก็ได้ที่เราชอบ แต่เป็นข้าราชการก็ดีนะ แม่จะได้มีเงินใช้ตอนแก่ เนี่ย ต้องเลี้ยงแม่นะ ต้องมีเงินให้เพราะแม่ต้องจ่ายค่าหมอๆๆๆๆ"
: ใช่ค่ะ การกตัญญูพ่อแม่เป็นเรื่องที่ลูกๆทุกคนควรทำ แต่อะไรก็ได้ที่เราชอบ ก็คือภาษา ไม่ได้อยูในcategoryของพ่อกับแม่เราเลย ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลเราสงสัยอยู่ในใจค่ะ ว่าแม่เราไม่คิดจะเก็บเงินไว้เผื่อตัวเองตอนแก่เลยหรอ ถ้าวันนึงเราเกิดตกงานกระทันหัน ต้องรอเราเลี้ยงอย่างเดียวหรอคะ แล้วถ้าอย่างนั้นทำไมถึงไม่เป็นข้าราชการเอง ทำไมต้องเอาทุกอย่างมาลงที่เรา

แม่เราพูดกับเราไม่เหมือนที่พูดกับคนอื่นค่ะ
: เวลาอยู่กับคนนอกบ้าน แม่เราจะชมเราค่ะ ว่าเราเรียนดี ว่าเราอยากเรียนเกาหลี สนับสนุน แต่เวลาอยู่กับเราแม่ไม่ได้เป็นแบบนี้ค่ะ แม่จะพูดเรื่องข้อข้างบนซ้ำๆ จนเราไม่อยากที่จะเลี้ยงแม่แล้วค่ะ จะหาว่าอกตัญญูก็ได้นะคะ แต่ทุกคนที่ไม่เคยเจอแบบเรา อาจจะไม่เข้าใจ แต่อยากให้เข้าใจในมุมมองของเราค่ะ

บ้านเราทุกอย่างอยู่บนความcontrastค่ะ (เราจะยกตัวอย่างให้อ่านค่ะ)
: -พ่อเราชอบถามว่า(เพื่อน)เรียนพิเศษที่ไหน เราก็ตอบไปว่ากรุงเทพค่ะ แล้วพ่อก็ถามว่าทำไมไม่ขยันเหมือนเพื่อนบ้าง แต่เราเรียนพิเศษทุกเสาร์(เกาหลี) และอาทิตย์(คณิต ฟิสิกส์) ซึ่งตกอาทิตย์ละ480บาทที่พ่อต้องจ่าย แต่เค้าด่าเราค่ะ ว่าเรียนอะไรเยอะแยะ แต่ส่วนวิชาภาษาเราออกเองทั้งหมดนะคะ
-พ่อเราเคยพูดค่ะว่าถ้าติดgiftedจะซื้อทรศ.เครื่องใหม่ให้ ซึ่งเราไม่เคยร้องขอในจุดนี้ แต่แม่เราเป็นคนไปพูดค่ะ ว่าเราอยากได้ ทีนี้พอเราติดพ่อเราก็ซื้อให้ตามที่พูดค่ะ แต่มาบอกกับเราว่าทรศ.ก็แพง โน๊ตบุ้คก็แพง แต่เราไม่เคยขอนะคะ
-แม่เราชอบขอเทคโนโลยีพ่อค่ะ ว่าเราอยากได้ แล้วพอเราบอกไม่ได้อยากได้ แม่เราจะบอกกับเราว่า ทำไมชอบหักหน้ากู
-เราเคยนั่งรถเมล์เลยป้ายไป10กว่ากิโลค่ะ หลังจากนั้นแม่เราเลยตัดสินใจมารับเราที่โรงเรียน แต่พอมีเรื่องอนาคตเราเข้ามาเกี่ยว ก็ชอบพูดว่า แหม อีลูกคุณหนู อมยิ้ม04อะมีทุกอย่าง ได้ทุกอย่างที่ต้องการ จะเอาอะไรอีก เดี๋ยวอมยิ้ม04ไม่มารับนะ

ยังมีอีกเยอะค่ะ แต่เหนื่อยจะนึกถึงแล้ว

แม่เราชอบพูดให้ความหวัง และเอาคนอื่นเป็นที่ตั้งค่ะ
: -เราอยากจัดฟันค่ะ บอกก่อนว่าเราไม่ได้ตามเพื่อน หรือตามแฟชั่นอะไร แต่ฟันเรามีปัญหาคือมันไม่สบกันค่ะ แม่บอกกับเราว่ารอโตก่อน ปีหน้านะ ปีหน้าละกัน ปีหน้าเถอะ จนเราเลิกหวังแล้วค่ะ
-เราแพลนกันไว้ว่าจะไปเกาหลีค่ะ แต่ก็ลูปเดิม ปีหน้านะ แบบนี้ทุกครั้ง แน่นอนค่ะ เราเลิกหวังไปแล้ว
-เวลาเรามีเรียนพิเศษ บางทีจะมีญาติติดรถไปด้วยค่ะ แม่ต้องวนไปรับญาติก่อน ซึ่งมันค่อนข้างเสียเวลาในความคิดของเรา ถ้าไม่ได้ไปรับหรือไปรอเขา ก็คงถึงไปนานแล้ว
-คอนเสิร์ตค่ะ แม่เราพูดเสมอๆ ว่าให้ไปค่ะ แต่พอถึงเวลาจริงๆ ไม่มีโอกาสนั้น ด่าเราว่ารวย ลูกคุณหนู ในความคิดเราคือนั่นคือความสุขเล็กๆส่วนนึงนะคะ ในเมื่อที่บ้านให้เราไม่ได้ จะให้เราไปหาที่ไหนคะ

.
.
.
.
เราไม่ชอบคุยกับที่บ้านเรื่องอนาคตของเราค่ะ ทุกครั้งจะมีแต่คำว่าข้าราชการ หมอ พยาบาล ทหาร ตำรวจ เราไม่ชอบค่ะ เลยตัดปัญหาที่จะไม่คุย แน่นอนค่ะว่าแม่เราเข้าข้างเรา แต่พออยู่กับเราสองคน ก็เป็นเหมือนข้างบนค่ะ เราเหนื่อยมากๆค่ะ แค่อยากมาระบายเพราะไม่รู้จะไปเล่าให้ใครฟัง เราทนมาเยอะค่ะ


ขอบคุณที่ทนอ่านความในใจของเรามาจนถึงตอนนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่