ก่อนแต่งงานเลย เราก็ตกลงกัน ถ้าแต่งงานแล้วผมต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวของทางบ้านเธอ เพราะเธอไม่อยากที่จะย้ายออกจากบ้าน ผมก็โอเค ตอบรับ ในข้อนี้ของเธอ โดยผมขอ กลับบ้าน 1-2 เดือนต่อครั้งนะ เธอตกลง หลังแต่งงาน การย้าย ที่อยู่ การทิ้งงานทั้งหมด เพื่อไปอยู่บ้านภรรยาผมจริงๆมันก็ไม่ง่ายนะครับ ทิ้งสังคมเพื่อนฝูงทุกอย่าง แรกไปอยู่ มันก็จะไม่อึด เพราะครอบครัวของภรรยาผมค่อนข้างเป็นกันเอง แต่ภรรยาผมจะค่อนข้างกังวลทุกสิ่ง โดยเฉพาะเรื่องการเป็นอยู่ของ คนกทม ที่ไม่ค่อยเหมือน คนต่างจังหวัดอย่างผม ปกติแล้ว คนต่าง จังหวัด 20:00 น.ก็จะเริ่มปิดบ้านนอนกันละ เข้าห้องนอนทำทุกสิ่งเสร็จ หมด เพื่อจะตื่น ในช่วงที่เช้าๆๆมากๆๆซึ่งเป็นปกติ ของคน ตจว แต่ผมก็ไม่ค่อยชินเพราะเมื่อก่อนผมเป็นคนที่ค่อนข้างนอนดึก แล้วเวลาตื่นสำหรับผม ก็คือ 8:00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่สาย สำหรับบ้านภรรยา ผม ภรรยาผมก็ จะกลัวว่า ที่บ้าน ครอบครัวเธอจะบ่น จริงๆๆมันก็เป็นความหวังดีของเธอ ซึ่งผมก็เข้าใจ แต่ไอ้ร่างกายผมนี่สิ มันชิน กับการเป็นแบบนี้มานาน ซึ่งก็ ว่าอะไรไม่ได้ ทุกมื้ออาหารครอบครัว ภรรยาผม จะเรียกกินข้าวตลอดทุกมื้อ เรื่องอาหารการกิน ที่บ้านเธอก็ดูแลเป็นอย่างดี แต่ติดที่ผม อาจจะไม่เคยชินกับการกินอาหารประจำภาค ของครอบครัวเธอมากกว่า ผมจริงค่อนข้างเวลาอยู่บ้านผมจะค่อนข้าง กินข้าวน้อยไม่เหมือนอยู่นอกบ้าน ภรรยาผมก็จะบ่นอยู่เป็นเนืองๆ อยู่บ้าน ดูไม่สบายใจกับการกินข้าวบ้านเลยนะ ทำไมกินยากๆ โดยปกติแล้วผมก็เป็นคนกินง่ายนะ ขอแค่ หมูทอด ไข่ดาว ผัดกระเพรา ผมก็กินแล้ว แหละ ผมค่อน ข้างที่จะเป็นคนกินอาหารค่อนข้างยากนิดนึง โดยเฉพาะ ปลา อาหารจารปลาผมจะ กินแค่ปลาทอด อย่างเดียว ถ้าต้มมา แกงปลามานี่ ผม จะค่อนข้างกินได้น้อย 555 เอาเป็นว่า เรื่องของเรื่องเดี๋ยวนี้ ผมรู้สึกว่า ผมเป็น คนนอกสำหรับภรรยาผม เพราะทุกครั้งที่ผม รับงานอิสระ เอง เธอก็จะบ่นๆๆตลอด อ้อลืมบอกไป ผมกับภรรยา เปิดร้านขายของด้วยกัน 2 ร้าน โดยทุกอย่าง จะเป้นชื่อภรรยาหมด ซึ่งผมไม่เคยว่าอะไร โดย ภรรยานิยาม เงินเก็บเอง เธออยากได้ อะไรก็บอก เดี๋ยวซื้อให้ ซึ่ง ข้อดีของการให้ภรรยาเก็บเงินคือ ึคุณจะมีเงินเก็บที่มากมาย มาก สำหรับชีวิตนี้ แต่ข้อ เสีย เวลาคุณอยากได้อะไร จะมีคำถามมากมาย ก่ายกอง จะซื้อทำไม ทำไมต้องลงทุนของก็มีแล้วจะซื้ออะไรนักหนา จะเอามาทำไม มันก็ของคล้ายๆๆกัน ไม่มีประโยชน์ สำหรับเธออุปกรณ์ในการทำงานผม นี่จะไม่มีประโยชน์เลยดูเป็นของสิ้นคิดทุก ชนิด แต่ถ้าเป็นของอะไรที่ร้าน ลงทุนซื้อขาย ก็มีประโยชน์ทุกอย่างผม ไม่เถียงนะ เพราะมีกำไรจากการซื้อมาขายไป แต่ของผม คือซื้อมาเป้นอุปกรณ์สินทรัพย์ในการทำงาน แต่ทุกครั้งก็จะมีปัญหาจนไม่ซื้อไป ผมทำงานกับภรรยา ตลอดเวลาหลายๆๆปี คือจะไม่มีเงินเดือน อาจจะมีบ้างรายวันสำหรับใช้จ่ายนิดหน่อยๆ แต่ผมก็ยังแอบซื้ออุปกรฺณ์ของผมเรื่อยๆ จากเงินเก็บเองที่แอบรับงาน อิสระของผมเองนิดๆๆหน่อย เปรยว่า งานๆหนึ่งของผมที่ไปทำแต่ละวัน ก็เฉียด รายได้ หลัก พันปลายๆๆ ต่อวัน แต่มันก็ไม่ได้มีมาทุกวัน ปัญหาก็เลยเริ่มเกิด ทุกวันนี้ เหมิอนใช้เงินของภรรยาคนเดียว บางทีค่าใช้จ่ายอะไรที่เป็นที่เกิดจากที่ผมต้องเสีย เธอก็จะมีอาการมาคิดๆหลายๆๆอย่าง ถ้าวันไหนที่ผม ปิดร้านไปทำงานอิสระของ ผมภรรยาผมก็มักจะบ่น ปิดร้านแบบนี้ร้านเธอขาดรายได้ ซึ่งดูเธอก็ไม่โอเค กับทุกครั้งที่ผมจะทำงาน ใน 1 เดือนผมจะรับ แค่ 1-2 งานเท่านั้นที่ทำเอง ที่เหลือ ผมก็มักจะโยนงานให้เพือนๆๆมากกว่า เอาเป็นงานอิสระอย่างผม ถ้าไม่เปิดร้านเดือนๆๆนึง ผมก็มีรายรับ ไม่น้อยกว่า ผจก คนนึงแหละ แต่ติดตรงที่ว่า งานที่ผม ทำ ต้องไป กทม ไปตจว ซึ่งเรื่องนี้เธอไม่โอเค เสียเวลาในการทำงานเดินทางของผม โดยส่วนใหญ่ร้านที่ภรรยาผมทำ มักจะขายดีในช่วง ที่เรียกว่าเดือน hi season ส่วนช่วง low season รายรับ ร้านก็จะน้อย ผมจึง จะรับงานเอง แค่ช่วงนี้ ซึ่งก็มักมีปัญหาเดิม ผมก็เลยเริ่มคิดว่า อะไรๆๆที่เป็นงานผม เป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่างเธอจะคิดว่า เป็นภาระส่วนเกิน หมด จริงๆๆผมก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าแบบไหน แต่อะไรที่เป็นเรื่องของ ครอบครัวเธอ ความสำคัญจะมาอันดับ ต้นๆตลอด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของพ่อแม่พี่น้อง ญาติ น้องชาย น้องสาว เธอจะปิดร้านโดย ที่ไม่คิดอะไรมากนัก บางทีอาจจะคิดแต่ก็น้อยกว่าที่ผม จะปิดร้านไปทำงานของผมเอง ซึ่งผม บางทีหลายๆที รู้สึกว่า เออเราเป็นคนนอกครอบครั้วไหม ทุกครั้ง เรื่องของผม จะเป็นเรื่องสุดท้าย ตลอด จริงดูแล้วผมก็ค่อนข้างอาจจะน้อยใจกับเรื่องแบบนี้ก็ได้นะ แต่มันก็รู้สึก เออ อึดอัดนะเหนื่อยนะ ทำงานให้ เราก็ไม่ได้หวังอะไรจากเงินจากธุรกิจภรรยา อยากได้อะไรซื้ออะไรเราก็เก็บเงินจากงานที่รับทำเรื่อยๆๆ แต่ซื้อมาก็ยังมาบ่นเช่นเดิม ปัญหาแบบนี้ หลังแต่งงาน การทิ้งสังคม การทิ้งงาน การทิ้งทุกอย่างเพื่อมาเริ่มใหม่ จากตอนแรกที่โอเค มันก็มักจะไม่ง่าย หากภรรยาของเราไม่เคย จะพยายามเข้าใจอะไรเลย คำทิ้งท้าย ต่อไปมีงานของเธอไม่ต้องรับละ เสียเวลาเสียรายได้ในร้าน แต่สำหรับผมเงินทุกบาท ที่หามาเอง จากงานของผมเอง มันมีค่า แต่เธอมองแบบไหนผมก็ไม่รู้ ทุกครั้ง คนมองช่วยกันทำมาหากิน แต่บางคนมองมาเกาะบ้านภรรยา จริงๆไม่ต้องสนใจก็ได้ แต่การสร้างอะไรจากมือตัวเอง มันก็ย่อมดีกว่า บางที่ผมแค่เหนื่อย แต่ต้องขออภัยนะคัรบ ที่ต้องใช้พื้นที่ตรงนี้ ระบาย บางที มันก็อึดอัด เก็บกดนะ กับการที่ไม่รู้จะคุยทางไหน มันแปลกไหมละ ผมมาอยู่บ้านภรรยา 3-4 ปี แต่ผมกับไม่มีเพื่อนไม่มีสังคมเลย จะถูกจำกัด แต่ในการอยู่ที่บ้าน เมื่อไหร่ที่บ้านผมจะก้าวออกไปทำกิจกรรม ของผม เธอก็จะมองให้กลับบ้านอยู่กับลูก แต่ยังจะไป ทำกิจกรรมตัวเอง กลายเป็นคนไม่รักลูกซะงั้น ขออภัย ผู้อ่าน อาจจะงงๆๆ วกไปวนมา แต่ผมค่อนข้างเป็นคนที่เรียงรายละเอียดไม่ค่อยเก่ง ประเด็นก็จะมัวๆๆ
ชีวิตการแต่งงาน มันอาจจะคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ สามีต้องให้ครอบคร้วหมด แต่ การที่จะไม่ให้พื้นที่ อิสระ ในการ มีเวลาส่วนตัวเลย ผมก็รู้สึกอึดอัด
หลังแต่งงาน การเป้นสามีที่ดีมันไม่ง่าย เวลาอิสระของตัวเอง ก็จะหมดไปเลย ชีวิตที่เคยใช้มันก็จะต่างไป หรือผมเป็นคนปรับตัวยาก
ขอบคุณครับ สำหรับเพื่อนที่อดทน อ่านกันมานาน
ปล.ครับ บางทีชีวิตที่เหนื่อยแล้วเอาแต่เก็บ มันทรมานเนอะ 555
คนสับสน
หลังชีวิต แต่งงานที่ต้องย้าย ที่ทุกอย่างมันไม่ง่าย
ชีวิตการแต่งงาน มันอาจจะคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ สามีต้องให้ครอบคร้วหมด แต่ การที่จะไม่ให้พื้นที่ อิสระ ในการ มีเวลาส่วนตัวเลย ผมก็รู้สึกอึดอัด
หลังแต่งงาน การเป้นสามีที่ดีมันไม่ง่าย เวลาอิสระของตัวเอง ก็จะหมดไปเลย ชีวิตที่เคยใช้มันก็จะต่างไป หรือผมเป็นคนปรับตัวยาก
ขอบคุณครับ สำหรับเพื่อนที่อดทน อ่านกันมานาน
ปล.ครับ บางทีชีวิตที่เหนื่อยแล้วเอาแต่เก็บ มันทรมานเนอะ 555
คนสับสน