ขุนวิจิตรมาตรา .. นักคิด นักค้นคว้า และนักเขียนสำคัญคนหนึ่งของ ยุครัตนโกสินทร์ .../sao..เหลือ..noi


ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์)
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) (7 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 - 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2523)
ผู้สร้างหนัง ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ผู้ประพันธ์เพลงต่างๆ หลายเพลง ซึ่งรวมถึงเนื้อร้องเพลงชาติไทย
ฉบับแรกสุดในปี พ.ศ. 2475 และเป็นผู้แต่งหนังสือต่างๆ หลายเรื่อง เช่น หลักไทย ภูมิศาสตร์สุนทรภู่
เป็นต้น นับได้ว่าเป็นนักคิด นักค้นคว้า และนักเขียนสำคัญคนหนึ่งของ ยุครัตนโกสินทร์

ประวัติ
เกิดวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2440 บิดาชื่อ ขุนสารการ (ทองดี) อาชีพรับราชการ สังกัดกระทรวงมหาดไทย
และเป็นผู้พิพากษา มารดาชื่อ พับ   จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 8 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
เข้ารับราชการเป็นล่ามภาษาอังกฤษในกรมแผนที่ กระทรวงกลาโหม เมื่อ พ.ศ. 2463 ต่อมาในปี พ.ศ. 2467
โอนย้ายไปรับราชการในกระทรวงพาณิชย์ จนเกษียณอายุในตำแหน่งหัวหน้ากองมาตราชั่งตวงวัดเมื่อ
ปี พ.ศ. 2500

เริ่มชีวิตนักประพันธ์ด้วยการเขียน บทละครร้อง ตั้งแต่อายุได้ 20 ปี หลังจากนั้นก็ได้ทำงานเขียนประเภท นิยาย
สารคดี การประพันธ์เพลง และภาพยนตร์

ในปี พ.ศ. 2473 หม่อมราชวงศ์อนุศักดิ์ หัสดินทร์ แห่งหัสดินทร์ภาพยนตร์ ติดต่อให้ช่วยแต่งเรื่อง จึงได้ประพันธ์
บทถ่ายทำเรื่องแรกในชีวิต "รบระหว่างรัก" และเป็นผู้กำกับการแสดงด้วย  ต่อมาเป็นผู้ประพันธ์เรื่องและเพลงตลอด
จนกำกับการแสดงเรื่อง "หลงทาง" ซึ่งออกฉายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2475 "หนังพูด" เรื่องยาว
ครั้งแรก ของ ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง มีเพลงประกอบทั้งหมด 6 เพลง คือ เพลงพัดชา เพลงบัวบังใบ เพลงลาวเดินดง
เพลงกุหลาบหอม (ขึ้นพลับพลา) เพลงโยสะลัม และเพลงเงี้ยว โดย ขุนสนิทบรรเลงการใช้ทำนองเพลงไทยเดิมทั้งหมด
แล้วใส่เนื้อร้องประกอบเข้าไป ออกฉายที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร ได้รับคำชมเชยเป็นอย่างดี ทำให้ศรีกรุงได้ชื่อว่า
เป็นผู้บุกเบิกภาพยนตร์เสียงอย่างสมบูรณ์แบบ ร่วมงานกับภาพยนตร์เสียงศรีกรุงโดยตลอด สร้างผลงานที่น่าจดจำไว้
หลายเรื่อง ทั้งข่าวสารคดี และแนวบันเทิงคดี เช่น บันทึกเหตุการณ์ ฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 150 ปี (2475) และ
บันทึกเหตุการณ์ สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานรัฐธรรมนูญ (2475) ทั้งสองเรื่องเป็นข่าวสารคดี ส่วนแนว
บันเทิงคดีปีเดียวกัน คือ เรื่อง "หลงทาง" หนังพูดเรื่องยาวแรกของหนังเสียงศรีกรุง

เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ใน พ.ศ. 2475 คณะราษฎร์ได้ประกาศใช้เพลงชาติมหาชัย ซึ่งประพันธ์เนื้อร้อง
โดย เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นเพลงชาติฉบับที่แต่งทำนองโดย
พระเจนดุริยางค์ เมื่อแรกๆ นั้น ได้ใช้คำร้องของขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธ์) ประพันธ์ เป็นเพลงชาติไทย
ฉบับที่ห้า ใช้"ระหว่างปี พ.ศ. 2475-2477

ในปี พ.ศ. 2485 เกิดสงครามมหาเอเซียบูรพา สร้างความเดือดร้อน เกิดภาวะขาดแคลนขึ้นในอุตสาหกรรมทุกระดับ
ไม่เว้นแม้แต่ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ฟิล์มเริ่มขาดแคลน ศรีกรุงเลิกทำหนัง เหลือแต่ของรัฐบาลที่มีเนื้อหาปลุกใจให้
รักชาติทั้งหมด หนึ่งในหลายเรื่องที่โดดเด่นคือ "บ้านไร่นาเรา" ของกองทัพอากาศ เรื่องราวของชาวนากับอุดมการณ์
รักชาติ ที่สอดคล้องกับนโยบายการบริหารประเทศของ จอมพล ป. พิบูลสงครามผู้นำประเทศ ในสมัยนั้น รวมทั้งเพลง
ประกอบอมตะ "บ้านไร่นาเรา" โดยพระเจนดุริยางค์ ประพันธ์ทำนองในแนวของความขยันขันแข็งในการทำงาน
บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์ และเป็นเพลงที่ สำนักงานวัฒนธรรมแห่งชาติ ยกย่องเป็น เพลงลูกทุ่ง เพลงแรกในงาน
วันเพลงลูกทุ่ง

พ.ศ. 2486 ประพันธ์บทละครเวทีและเพลงอมตะเรื่อง "ศรอนงค์" จัดแสดงโดยคณะละครของพระนางเธอลักษมีลาวัณ
พระมเหสีในรัชกาลที่ 6 ซึ่งทรงดำริให้เป็นมรหสพเพื่อบำรุงขวัญกำลังใจของประชาชนในภาวะเงียบเหงายามสงคราม
ที่ศาลาเฉลิมกรุง ละครและเพลงประกอบยังคงได้รับความนิยม เป็นละครทางทีวีและรีวิวคอนเสิร์ตจนทุกวันนี้

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ประพันธ์เรื่องเพื่อทำภาพยนตร์ อีกครั้งใน พ.ศ. 2495 เรื่อง "ทะเลรัก" อำนวยการสร้าง
โดย เสวตร์ เปี่ยมพงศ์สานต์ ปีถัดมาภาพยนตร์จากนวนิยายชื่อเดียวกัน (ที่ประพันธ์ไว้เมื่อปี พ.ศ. 2469) เรื่อง "วารุณี"
ภาพยนตร์ทั้งสองเรื่องเป็นภาพยนตร์ 16 มิลลิเมตรบันทึกเสียงลงในฟิล์ม ประสบความสำเร็จพอสมควร งานประพันธ์อีก
เรื่องเป็นบทละครประกอบเพลงทางไทยทีวีช่อง 4 เรื่อง "มาร์โคโลกับคุบไบลข่าน" นำแสดงโดย อารีย์ นักดนตรี คู่กับ
กำธร สุวรรณปิยะศิริ ซึ่งรับบทนำครั้งแรก พ.ศ. 2502[1]กับเรื่องอื่นๆ ได้แก่ เจ้าจอมเจียวกุน ,ไซซี ,ฮวนลิฮวยกับ
ซิเต็งซัน ฯลฯ

พ.ศ. 2514 ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง กลับมาสร้างหนังซาวด์ออนฟิล์มอีกครั้ง (ท่ามกลางกระแสนิยมการสร้างหนัง 16 มม.
และหนังสโคป เสียงพากย์ในฟิล์ม) และได้เชิญเป็นผู้กำกับการแสดงเรื่อง กลัวเมีย (สร้างใหม่ ) ก่อนปิดกิจการถาวร
ในปีต่อมา

นับแต่นั้นก็มิได้เกี่ยวข้องกับงานภาพยนตร์อีกเลย จนวาระสุดท้ายของชีวิต เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2523 มีอายุได้ 83 ปี

บทเพลง

เพลงชาติสยามฉบับราชการ พ.ศ. 2477 (บทร้อง 2 บทแรกประพันธ์โดยขุนวิจิตรมาตราเมื่อ พ.ศ. 2475 และได้แก้ไข
เพิ่มเติมสำหรับเข้าประกวดเพลงชาติฉบับราชการในปี พ.ศ. 2476)ส่วนใหญ่รับหน้าที่ประพันธ์คำร้องมากกว่า หลายเพลง
ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องแม้ภาพยนตร์เรื่องนั้น ๆ จะออกจากโรงไปแล้ว

บวงสรวง (จากภาพยนตร์ "เมืองแม่หม้าย" - พ.ศ. 2470)
กุหลาบหอม (ขึ้นพลับพลา) (จากภาพยนตร์ "หลงทาง" - พ.ศ. 2474)
บัวบังใบ (จากภาพยนตร์ "หลงทาง" - พ.ศ. 2474)
เนื้อร้องเพลงชาติสยาม พ.ศ. 2475 (ทำนองโดยพระเจนดุริยางค์)
ลาทีกล้วยไม้ (จากภาพยนตร์ "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์" - พ.ศ. 2476)
กุหลาบในมือเธอ (จากภาพยนตร์ "เลือดทหารไทย" - พ.ศ. 2477)
เพลงประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ทำนองมอญดูดาว พ.ศ. 2477)
เธอใกล้หรือไกล (จากภาพยนตร์ "เพลงหวานใจ" - พ.ศ. 2480)
บ้านไร่นาเรา (จากภาพยนตร์ชื่อเรื่องเดียวกัน - พ.ศ. 2485)
ศรอนงค์ (ละครเวที-โทรทัศน์ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง - ปัจุจุบัน)
ฯลฯ

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2_(%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C)

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่