สวัสดีครับ ต้องบอกว่าก่อนผมจะตัดสินใจมาเลือกใช้ Scooter ไฟฟ้าตัวนี้ ผมดูรีวิวรถไฟฟ้ามาหลายตัวเลือกมาก ทั้งชุดแปลงจักรยานไฟฟ้า Scooter ไฟฟ้าแบบยืนถีบ ซึ่งโจทย์ผมคือ ต้องสามารถขี่ไปทำงานในเมืองได้เท่าเทียมกับมอเตอร์ไซค์ทั่วไป จนมาจบที่เจ้า N1S นี่แหล่ะครับ

ตอนแรกผมด้อมๆ มองๆ อยู่ในเวป Aliexpress ว่าจะสั่งไม่สั่งดี จะโดนภาษีมั๊ยมาอยู่ปีสองปี จนในที่สุดก็มีคนเอาเข้ามาจนได้ ซึ่งผู้นำเข้าเป็นเจ้าของเดียวกับดูคาติ ผมเลยจัดแจงไปลองเทสจนพอใจ แล้วได้มาเป็นเจ้า N1S สีแดงสดคันนี้ครับ
ภายนอก:
มาดูด้านหน้ากันก่อน ไฟหน้า DRL วงแหวน LED + ไฟต่ำสูงเป็น Full LED ตามสมัยนิยม มีความสว่างใช้ได้

ด้านหลังมีไฟเบรค LED ทรงเหลี่ยมอยู่

ล้อหน้าหลัง เซลล์แจ้งว่าขนาดเดียวกับ Zoomer X มีดิสก์เบรคทั้งหน้าหลัง พร้อมระบบชาร์ตไฟกลับตอนเบรค

ขุมพลังจากมอเตอร์ของ Bosch

เรือนไมล์เป็นดิจิตอล พร้อมปุ่มต่างๆ ที่คุ้นเคยใน Scooter ทั่วไป และที่ไม่คุ้นเคยบ้าง เดี๋ยวจะมาอธิบายครับ

ด้านขวาเป็นคันเร่งไฟฟ้า มีไฟฉุกเฉิน ปุ่ม Start แต่มันไม่เหมือนสตาร์ทเครื่องซะทีเดียว เพราะกดแล้วไม่มีเสียงอะไรเลย แค่มีคำว่า 'Ready' ขึ้นที่จอกลาง ส่วนปุ่ม +,- ไม่ใช่เกียร์นะครับ แต่เป็นปุ่มเลือกกำลังมอเตอร์ 3 ระดับ

ด้านซ้ายมีสวิตไฟสูงต่ำ รุ่นนี้ไฟต่ำติดตลอดนะครับ มีไฟเลี้ยว แตร และที่พิเศษ มี Cruise Control!!

จอกลางดิจิตอล มีตัวบอกความเร็ว แถบกำลังมอเตอร์ที่ใช้อยู่ ซึ่งขึ้นตามที่เราบิด คล้ายๆ รอบเครื่อง ระดับแบตเตอรี่ มีไฟ eco แสดง รวมถึง indicator ว่ามีไฟชาร์จกลับตอนเบรค และโหมดความแรงที่เลือกใช้อยู่

ด้านล่างลงมามี USB ไว้ชาร์จ พร้อมช่องพอวางมือถือได้ มีที่แขวนถุงแกงเล็กๆ และขวามือเป็นช่องกุญแจ

กุญแจมีมาให้สองดอกพร้อมรีโมท กดเรียก หรือล็อกรถได้ ไม่แน่ใจว่ามีกันขโมยรึเปล่า ไม่ได้ลอง ดูจากดอกแล้ว ถ้าหายน่าจะหลายตังอยู่

ถ้าบิดกุญแจไปทางซ้ายจะเป็นเปิดเบาะ ช่องเก็บของกะๆ ดูน่าจะใส่ได้แค่หมวกกะลาใบเล็กๆ ใบเดียวครับ แล้วก็มีรูกุญแจสำหรับเปิดช่องแบตด้านหน้า และช่องชาร์ตไฟบ้าน

แบตอยู่ตรงที่เหยียบด้านหน้า สามารถยกไปชารจได้ น้ำหนักแบตน่าจะประมาณสิบโลได้ ถ้าถือเดินก็มีปวดมือล่ะครับ
สมรรถนะ
เข้าใจว่าหลายคนเวลาจะซื้อรถไฟฟ้าเนี่ย จะสนใจว่ามันจะแรงขนาดไหน แบตใช้ได้ไกลเท่าไหร่ ชาร์จนานมั๊ย อันนี้ข้อมูลคร่าวๆ จากที่ใช้นะครับ
1. ความเร็วสูงสุดและอัตราเร่งจะขึ้นกับโหมดที่ใช้ โดยกดปุ่ม +,-
Mode 1 : ความเร็วสูงสุดประมาณ 20km/h รถจะเร่งแบบเนิ่บๆ ประมาณจักรยานไฟฟ้า เหมาะสำหรับขี่ในซอยเรื่อยๆ
Mode 2 : ความเร็วสูงสุด 45km/h รถจะมีเรี่ยวแรงกว่า Mode 1 อัตราเร่งดีขึ้น ไว้ขี่ถนนเล็กๆ หรือซอกแซกยามรถติด
Mode 3 : ความเร็วสุดสุด 65km/h (ครับ..) อัตราเร่งกระฉูดมาก น่าจะประมาณ Click-i 150 เลยทีเดียว แต่หมดไว คือมาไว แล้วก็ไปสุดที่แถวๆ 60 จะเริ่มเนือย แต่ถ้าใช้ตอนรถติดนี่เสียวๆ จะไปชนคันอื่นอยู่เหมือนกัน

2. ความสิ้นเปลืองแบต
ผมลองขี่จากศูนย์โดยชาร์จแบตเต็ม วิ่งเส้นวิภาวดี โดยใช้กำลังแรงสุด มาถึงสาทร ระยะทางประมาณ20 กิโล มีติดไฟแดงบ้าง รถติดบ้าง แบตที่เหลือคือ 77% ผมก็แบกแบตขึ้นไปชาร์จที่ออฟฟิสพร้อมตัวชาร์จ (หนักมาก!) ใช้เวลาชาร์จประมาณสองชั่วโมงก็กลับมาเต็ม ขากลับผมขี่รวดเดียวกลับมาทางสนามหลวง ขึ้นสะพานปิ่นเกล้า ลัดเลาะมาจนถึงบางกรวย ระยะทางประมาณ 30 กิโล เหลือแบต 68%
ก็คาดว่าระยะปลอดภัยในการขี่โดยไม่ต้องกินข้าวลิงน่าจะอยู่ที่ 60 กิโลครับ
อีกจุดนึงที่เป็นจุดขายคือ มี built-in GPS ติดตามรถครับ โดยมันจะ track location และสถิติการขี่ส่งไปที่มือถือ โดยผ่าน SIM global network ของ Vodafone คือทางเซลล์เคลมว่าตามได้ทั่วโลกนะครับ แต่ยังไม่ได้ลองเท่าไหร่ ในรูปคือรอ sync อยู่ โดยปีแรกฟรี แต่ปีต่อไปต้องเสียค่าบริการ ซึ่งผมเฉยๆ นะ มองเป็นของเล่นมากกว่า
สรุป
1. ข้อดี
- เงียบมาก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 55
- อัตราเร่งไม่ขี้เหร่เลย สามารถออกตัวไฟแดง พร้อมคันอื่นได้สบายๆ
- ไม่มีเรื่องบำรุงรักษาถ่ายน้ำมันเครื่อง เพราะมีแค่ตัวรถกับมอเตอร์ ไม่มีชุดเกียร์ ปีแรกบริการซ่อม on-site ตลอด
2. ข้อเสีย
- ระบบกันสะเทือนกระเด้งกระดอนมาก
- ราคาค่าตัวพอซื้อพวก CBR, M-Slaz, Vespa ได้เลยทีเดียว
- แบตแพง ก้อนละ 4หมื่นกว่าๆ ใช้ได้ประมาณสองปี และหนักมากถ้าคิดจะหิ้วไปชาร์จไกลๆ
3. เหมาะกับใคร?
ส่วนตัวผมอยากได้รถไว้ขี่ง่ายๆ ซอกแซกในเมือง ไม่ต้องบำรุงรักษาเยอะ อันนี้ก็เป็นคันแรกแหล่ะครับ อยากลองอะไรแปลกใหม่ ซึ่งเทรนรถไฟฟ้ากำลังมาพอดี ก็เลยมาลงที่เจ้านี่แหล่ะครับ
สุดท้ายก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ 55
[CR] [CR] NIU N1S : Electric Scooter for city life
ภายนอก:
มาดูด้านหน้ากันก่อน ไฟหน้า DRL วงแหวน LED + ไฟต่ำสูงเป็น Full LED ตามสมัยนิยม มีความสว่างใช้ได้
ด้านหลังมีไฟเบรค LED ทรงเหลี่ยมอยู่
ล้อหน้าหลัง เซลล์แจ้งว่าขนาดเดียวกับ Zoomer X มีดิสก์เบรคทั้งหน้าหลัง พร้อมระบบชาร์ตไฟกลับตอนเบรค
ขุมพลังจากมอเตอร์ของ Bosch
เรือนไมล์เป็นดิจิตอล พร้อมปุ่มต่างๆ ที่คุ้นเคยใน Scooter ทั่วไป และที่ไม่คุ้นเคยบ้าง เดี๋ยวจะมาอธิบายครับ
ด้านขวาเป็นคันเร่งไฟฟ้า มีไฟฉุกเฉิน ปุ่ม Start แต่มันไม่เหมือนสตาร์ทเครื่องซะทีเดียว เพราะกดแล้วไม่มีเสียงอะไรเลย แค่มีคำว่า 'Ready' ขึ้นที่จอกลาง ส่วนปุ่ม +,- ไม่ใช่เกียร์นะครับ แต่เป็นปุ่มเลือกกำลังมอเตอร์ 3 ระดับ
ด้านซ้ายมีสวิตไฟสูงต่ำ รุ่นนี้ไฟต่ำติดตลอดนะครับ มีไฟเลี้ยว แตร และที่พิเศษ มี Cruise Control!!
จอกลางดิจิตอล มีตัวบอกความเร็ว แถบกำลังมอเตอร์ที่ใช้อยู่ ซึ่งขึ้นตามที่เราบิด คล้ายๆ รอบเครื่อง ระดับแบตเตอรี่ มีไฟ eco แสดง รวมถึง indicator ว่ามีไฟชาร์จกลับตอนเบรค และโหมดความแรงที่เลือกใช้อยู่
ด้านล่างลงมามี USB ไว้ชาร์จ พร้อมช่องพอวางมือถือได้ มีที่แขวนถุงแกงเล็กๆ และขวามือเป็นช่องกุญแจ
กุญแจมีมาให้สองดอกพร้อมรีโมท กดเรียก หรือล็อกรถได้ ไม่แน่ใจว่ามีกันขโมยรึเปล่า ไม่ได้ลอง ดูจากดอกแล้ว ถ้าหายน่าจะหลายตังอยู่
ถ้าบิดกุญแจไปทางซ้ายจะเป็นเปิดเบาะ ช่องเก็บของกะๆ ดูน่าจะใส่ได้แค่หมวกกะลาใบเล็กๆ ใบเดียวครับ แล้วก็มีรูกุญแจสำหรับเปิดช่องแบตด้านหน้า และช่องชาร์ตไฟบ้าน
แบตอยู่ตรงที่เหยียบด้านหน้า สามารถยกไปชารจได้ น้ำหนักแบตน่าจะประมาณสิบโลได้ ถ้าถือเดินก็มีปวดมือล่ะครับ
สมรรถนะ
เข้าใจว่าหลายคนเวลาจะซื้อรถไฟฟ้าเนี่ย จะสนใจว่ามันจะแรงขนาดไหน แบตใช้ได้ไกลเท่าไหร่ ชาร์จนานมั๊ย อันนี้ข้อมูลคร่าวๆ จากที่ใช้นะครับ
1. ความเร็วสูงสุดและอัตราเร่งจะขึ้นกับโหมดที่ใช้ โดยกดปุ่ม +,-
Mode 1 : ความเร็วสูงสุดประมาณ 20km/h รถจะเร่งแบบเนิ่บๆ ประมาณจักรยานไฟฟ้า เหมาะสำหรับขี่ในซอยเรื่อยๆ
Mode 2 : ความเร็วสูงสุด 45km/h รถจะมีเรี่ยวแรงกว่า Mode 1 อัตราเร่งดีขึ้น ไว้ขี่ถนนเล็กๆ หรือซอกแซกยามรถติด
Mode 3 : ความเร็วสุดสุด 65km/h (ครับ..) อัตราเร่งกระฉูดมาก น่าจะประมาณ Click-i 150 เลยทีเดียว แต่หมดไว คือมาไว แล้วก็ไปสุดที่แถวๆ 60 จะเริ่มเนือย แต่ถ้าใช้ตอนรถติดนี่เสียวๆ จะไปชนคันอื่นอยู่เหมือนกัน
2. ความสิ้นเปลืองแบต
ผมลองขี่จากศูนย์โดยชาร์จแบตเต็ม วิ่งเส้นวิภาวดี โดยใช้กำลังแรงสุด มาถึงสาทร ระยะทางประมาณ20 กิโล มีติดไฟแดงบ้าง รถติดบ้าง แบตที่เหลือคือ 77% ผมก็แบกแบตขึ้นไปชาร์จที่ออฟฟิสพร้อมตัวชาร์จ (หนักมาก!) ใช้เวลาชาร์จประมาณสองชั่วโมงก็กลับมาเต็ม ขากลับผมขี่รวดเดียวกลับมาทางสนามหลวง ขึ้นสะพานปิ่นเกล้า ลัดเลาะมาจนถึงบางกรวย ระยะทางประมาณ 30 กิโล เหลือแบต 68%
ก็คาดว่าระยะปลอดภัยในการขี่โดยไม่ต้องกินข้าวลิงน่าจะอยู่ที่ 60 กิโลครับ
อีกจุดนึงที่เป็นจุดขายคือ มี built-in GPS ติดตามรถครับ โดยมันจะ track location และสถิติการขี่ส่งไปที่มือถือ โดยผ่าน SIM global network ของ Vodafone คือทางเซลล์เคลมว่าตามได้ทั่วโลกนะครับ แต่ยังไม่ได้ลองเท่าไหร่ ในรูปคือรอ sync อยู่ โดยปีแรกฟรี แต่ปีต่อไปต้องเสียค่าบริการ ซึ่งผมเฉยๆ นะ มองเป็นของเล่นมากกว่า
สรุป
1. ข้อดี
- เงียบมาก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 55
- อัตราเร่งไม่ขี้เหร่เลย สามารถออกตัวไฟแดง พร้อมคันอื่นได้สบายๆ
- ไม่มีเรื่องบำรุงรักษาถ่ายน้ำมันเครื่อง เพราะมีแค่ตัวรถกับมอเตอร์ ไม่มีชุดเกียร์ ปีแรกบริการซ่อม on-site ตลอด
2. ข้อเสีย
- ระบบกันสะเทือนกระเด้งกระดอนมาก
- ราคาค่าตัวพอซื้อพวก CBR, M-Slaz, Vespa ได้เลยทีเดียว
- แบตแพง ก้อนละ 4หมื่นกว่าๆ ใช้ได้ประมาณสองปี และหนักมากถ้าคิดจะหิ้วไปชาร์จไกลๆ
3. เหมาะกับใคร?
ส่วนตัวผมอยากได้รถไว้ขี่ง่ายๆ ซอกแซกในเมือง ไม่ต้องบำรุงรักษาเยอะ อันนี้ก็เป็นคันแรกแหล่ะครับ อยากลองอะไรแปลกใหม่ ซึ่งเทรนรถไฟฟ้ากำลังมาพอดี ก็เลยมาลงที่เจ้านี่แหล่ะครับ
สุดท้ายก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ 55
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น