หมายเหตุ - ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต บ้านเป้าหมายที่จะซื้อไม่ใช้หลังนี้ แต่คล้ายๆกันค่ะ (เพื่อความเป็นส่วนตัว)

ขอปรึกษาว่า ตอนนี้เรามีบ้านทาวน์เฮาส์อยู่แล้ว 1 หลัง แต่คนข้างบ้านประกาศขาย ก็เลยอยากซื้อ กะว่าเผื่อขยับขยาย เช่น ทำเป็นบ้านแฝด เอาให้พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่มาอยู่ใกล้ๆกันในอนาคต จะได้อยู่หลังติดกัน แต่ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน มีความเป็นส่วนตัว ก็ไม่ต้องทะเลาะกัน แต่ได้ดูแลกันด้วย
เป้าหมายหลัก อันดับ 1 ของการอยากซื้อ คือ เพื่อครอบครัว ( แต่ไม่รู้เขาจะยอมมาอยู่ด้วยไหม อยู่แล้วจะมีความสุขไหม ฯลฯ )
ขอเล่าถึง บ้านหลังเป้าหมายนะคะ บ้านอยู่ตรง พหลโยธิน 59 - 61 รถไฟฟ้ากำลังก่อสร้าง (สายสีเขียว) บ้านเก่ามาก 30 กว่าปี เจ้าของประกาศขายในราคา 2 ล้านต้นๆ อ่ะค่ะ แต่พื้นที่มันแค่ 16 ตารางวาเองนะ จอดรถได้ 1 คัน คิดว่าแพงเกินไปไหมคะ ? ลักษณะบ้าน คล้ายตามรูปเลยค่ะ มีการทำพื้นและครัวใหม่
เราไปสำรวจราคาตลาดมา พบว่า ช่วงราคาของทาวน์เฮาส์แถวนั้น ประกาศขายอยู่ที่ 2 ล้านขึ้นไปทั้งนั้น ( ขายได้จริงๆ ประมาณ 1.9 - 2.1 ล้าน แต่นี่คือราคาตั้งแต่ช่วงปี 2560 เป็นต้นมานะคะ ตอนนี้เขาว่า 2 ล้านกว่า ) ราคาที่ดินของกรมที่ดิน ประเมินว่า 55,000 แต่บางคนบอกว่าราคาตลาดของที่ดินอยู่ที่ 80,000 ( พหลโยธิน 59 - 61 ) ซึ่งเราลอง คำนวนราคาตัวบ้านว่า ก่อสร้างตารางเมตรละ 9,000 บาท ( ไม่คิดค่าเสื่อม )
ราคาที่ดิน 80,000 X 17 ตารางวา + ราคาตัวบ้าน 9,000 X 64 ตารางเมตร = 1,936,000 บาท ดังนั้น เราคิดว่า 1.9 ล้าน นี่คือราคาที่เหมาะสมค่ะ เราต่อราคาแล้ว แต่เจ้าของไม่ยอมอ่ะค่ะ ยังไงก็ต้อง 2 ล้านนิดๆ เจ้าของดูไม่ร้อนเงิน และเขาคงรู้ว่าเราอยากได้ อ่ะค่ะ
ปัญหา คือ
1. เรากลัวว่า ถ้าครอบครัวเราปฏิเสธไม่ยอมมาอยู่จริงๆ เราก็ไม่รู้จะซื้อมาทำไม หรือถ้ามาอยู่แล้ว บ่นอยากกลับบ้านทุกวัน หรือเหมือนเราขังเขาไว้ในบ้าน ทำให้เขาไม่มีความสุข ฯลฯ ตอนนี้ก็ทะเลาะกัน ไม่ให้เราซื้อ ครอบครัวยื่นคำขาดว่าจะไม่มาอยู่ ( อยากอยู่ต่างจังหวัด ตอนนี้อายุ 60 ยังช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่กัน 4 คน พ่อ แม่ ลุง ป้า อยู่ใกล้ๆกันค่ะ )
2. ถ้าครอบครัวไม่มาอยู่ หรือมาอยู่ช้าเกินไป เราก็คงต้องปล่อยเช่า แล้วจะหาผู้เช่าดีๆได้ไหมเนี่ย ? เห็นเขาปล่อยเช่าแถวนั้น 5,000-6,000 บาท/เดือน ต้องใช้เวลาถึง 33 ปี กว่าจะเท่าทุนที่ซื้อมา แถมจะปวดหัวผู้เช่าอีกไหมคะ บางคนบอกผู้เช่าทาวน์เฮาส์ราคาถูกจะเป็นคนละตลาดกับคอนโด นิสัยหรือสังคมของผู้เช่า อาจมีปัญหาได้ แล้วเท่ากับเราเอาปัญหามาสู่ตัวเอง
3. จริงๆเราไม่ชอบสิ่งแวดล้อมเท่าไร เหมือนสลัมนิดๆ หมู่บ้านเก่ามาก ไม่มีนิติบุคคลหรือ รปภ. นะคะ แต่บ้านหลังปัจจุบันที่อยู่นี่ก็คือเป็นของครอบครัวที่ยกให้เรา บ้านมันมีประวัติความเป็นมาอ่ะค่ะ เหมือนแบบกว่าครอบครัวจะเก็บเงินผ่อนแสนยากลำบาก แล้วถ้าเราจะมาขายไปอยู่ที่อื่น มันก็รู้สึกผิดอ่ะค่ะ ก็เลยยังอยู่หมู่บ้านนี้ต่ออ่ะค่ะ ก็ทนอยู่มา 10 ปี แล้วนะ
4. บางคนก็บอกว่า เอาไว้ให้ครอบครัวอายุ 65-70 ( อนาคต อีก 5-10 ปี ) แล้วค่อยคิดก็ได้นะ
แต่สิ่งที่ทำให้อยากได้ คือ
1. รถไฟฟ้ากำลังจะมา ราคาก็น่าจะขึ้น ไหมคะ เช่น ในอีก 5-10 ปี ยังไงราคาขึ้นแน่นอน ไปรีโนเวทเอาแล้วกัน ถ้าบ้านเก่าจัด ถึงครอบครัวจะไม่มาอยู่ ขายต่อก็น่าจะไม่ขาดทุนหรอกมั้ง
2. มีคนบอกว่า การซื้อบ้านหลังติดกัน เป็นโอกาสดี โอกาสนี้หายากนะ มีแต่คนเค้ารีบคว้าไว้ ฯลฯ
3. ครอบครัว เราอยากให้เขามาอยู่จริงๆ คิดว่าถ้าซื้อบ้านมาก็คงได้มาอยู่เข้าสักวัน อาจจะ 5 - 10 ปี ข้างหน้า ( แน่นอนว่า เขาคงไม่มีความสุขเท่าไร ) แต่ก็ยังดี ที่จะมีเราอยู่ใกล้ๆ และญาติคนอื่นๆ ก็อยู่กรุงเทพ ไปมาหาสู่ได้ ดีกว่าปล่อยคนอายุ 65 - 70 ( ในอนาคต ) อยู่กัน 4 คน ตามลำพัง
4. เรายังไม่สามารถหา บ้านทาวน์เฮาส์ ในตัวเมือง ที่ราคาต่ำกว่า 2 ล้าน และดีกว่านี้ค่ะ ก็เลยคิดว่า อืมๆ จริงๆบ้านเป้าหมายนี่มันก็ดีอยู่นะ เราชอบทำเลของมันค่ะ เพราะถ้าจะให้ไปหาบ้านที่พื้นที่มากกว่านี้ ใหม่กว่านี้ มันก็จะไกลจากเมือง ต้องมีรถยนต์ส่วนตัว ฯลฯ
5. เรามีเงินสดพอที่จะซื้อ ซื้อแล้วยังเหลือเงินพอสมควร ( 7 หลัก กลางๆ ) ดังนั้น เราไม่เดือดร้อนที่จะซื้อ ( เอ่อ ก็เดือดร้อนเหมือนกันค่ะ คือ ไม่ได้รวยเงินเหลือ อะไรขนาดนั้น ก็คิดหนักเหมือนกันค่ะ เพราะเงินมันก็ลดลงเนอะ 2 ล้านนี่เป็นการช็อปปิ้งที่แพงมากค่ะ )
ข้อเสนอที่ครอบครัวเสนอ
1. ไม่ต้องซื้อ เพราะถ้าเกิดในอีก 5 - 10 ปี จำเป็นต้องย้ายมาอยู่กับเราจริงๆ ก็ต่อเติมบ้านหลังปัจจุบัน เช่น โรงจอดรถทำเป็นห้องกระจก มันก็จะมีพื้นที่เพิ่มเติมได้ ( แต่บ้านปัจจุบันแค่ 16 ตารางวา ไม่แน่ใจว่า " โรงจอดรถ " จะต่อเดิมได้ไหม - เข้าใจว่าตามกฎหมายต้องเว้นระยะห่างอยู่ค่ะ ก็อาจเอาโรงรถสักครึ่งนึงมาทำ มันจะทำได้ไหมคะ จะเว้นระยะขอบ ไม่ชิดข้างบ้านค่ะ )
2. สมมติ โอเค ครอบครัวยอมย้ายมาอยู่บ้านข้างๆกัน แล้วเราจะปล่อยให้อยู่บ้านข้างๆได้หรือ ? ตอนกลางคืนจะทำยังไง ? การเดินข้ามไปข้ามมา หรือนอนหลับพักผ่อนไกลหูไกลตาเรา ( จริงๆก็ข้างบ้านอ่ะนะ แต่มันจะไม่ได้ยินเสียงเขาเรียกเราอ่ะค่ะ ) สุดท้าย เราก็ต้องเป็นห่วงเขา ต้องอยู่บ้านเดียวกันอยู่ดี ดังนั้น ไม่ต้องซื้อ
3. เงิน 2 ล้านต้นๆ เอาไว้ ลงทุน ฝากธนาคาร ฯลฯ ได้ดอกเบี้ยหรือกำไรไม่น้อยนะ ใน 5 - 10 ปี ดังนั้น อย่าเพิ่งใช้มันให้จมไปกับค่าบ้าน ที่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อมาทำอะไรเลย
ช่วยคิดหน่อยค่ะ เล่ามาซะยาวเลย ใจนึงก็อยากเลือกวิธี ต่อเติม ตามที่ครอบครัวต่อรองมานะคะเนี่ย ( แต่บ้านปัจจุบัน หลังซักกะนิดนึง 16 ตารางวา จะต่อเติม กั้นห้อง ได้เพิ่มขนาดไหนกันเชียว สำหรับ คนแก่ 4 คน + เรา 1 คน ) ใจนึงก็อยากได้มากค่ะ เพราะเป็นบ้านหลังติดกัน ทำเลก็ดี แล้วก็ไม่อยากอยู่บ้านเดียวกันกับครอบครัว อยากอยู่คนละบ้าน จะได้มีความเป็นส่วนตัวค่ะ เงินก็พอมีซื้อได้อยู่ แล้วทำไมจะไม่ซื้อ แต่ก็คิดหนักกลัวซื้อมาแล้วไม่รู้จะเอาไปทำอะไรอ่ะค่ะ ( ในระยะอันใกล้ๆนี้ )
อยากซื้อบ้านหลังนี้ แต่ลังเล ช่วยออกความเห็นหน่อยค่ะ คิดว่าเราควรซื้อไหม ? ( มีรูปตัวอย่างสไตล์บ้าน + ราคา + เงินทุน )
ขอปรึกษาว่า ตอนนี้เรามีบ้านทาวน์เฮาส์อยู่แล้ว 1 หลัง แต่คนข้างบ้านประกาศขาย ก็เลยอยากซื้อ กะว่าเผื่อขยับขยาย เช่น ทำเป็นบ้านแฝด เอาให้พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่มาอยู่ใกล้ๆกันในอนาคต จะได้อยู่หลังติดกัน แต่ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน มีความเป็นส่วนตัว ก็ไม่ต้องทะเลาะกัน แต่ได้ดูแลกันด้วย
เป้าหมายหลัก อันดับ 1 ของการอยากซื้อ คือ เพื่อครอบครัว ( แต่ไม่รู้เขาจะยอมมาอยู่ด้วยไหม อยู่แล้วจะมีความสุขไหม ฯลฯ )
ขอเล่าถึง บ้านหลังเป้าหมายนะคะ บ้านอยู่ตรง พหลโยธิน 59 - 61 รถไฟฟ้ากำลังก่อสร้าง (สายสีเขียว) บ้านเก่ามาก 30 กว่าปี เจ้าของประกาศขายในราคา 2 ล้านต้นๆ อ่ะค่ะ แต่พื้นที่มันแค่ 16 ตารางวาเองนะ จอดรถได้ 1 คัน คิดว่าแพงเกินไปไหมคะ ? ลักษณะบ้าน คล้ายตามรูปเลยค่ะ มีการทำพื้นและครัวใหม่
เราไปสำรวจราคาตลาดมา พบว่า ช่วงราคาของทาวน์เฮาส์แถวนั้น ประกาศขายอยู่ที่ 2 ล้านขึ้นไปทั้งนั้น ( ขายได้จริงๆ ประมาณ 1.9 - 2.1 ล้าน แต่นี่คือราคาตั้งแต่ช่วงปี 2560 เป็นต้นมานะคะ ตอนนี้เขาว่า 2 ล้านกว่า ) ราคาที่ดินของกรมที่ดิน ประเมินว่า 55,000 แต่บางคนบอกว่าราคาตลาดของที่ดินอยู่ที่ 80,000 ( พหลโยธิน 59 - 61 ) ซึ่งเราลอง คำนวนราคาตัวบ้านว่า ก่อสร้างตารางเมตรละ 9,000 บาท ( ไม่คิดค่าเสื่อม )
ราคาที่ดิน 80,000 X 17 ตารางวา + ราคาตัวบ้าน 9,000 X 64 ตารางเมตร = 1,936,000 บาท ดังนั้น เราคิดว่า 1.9 ล้าน นี่คือราคาที่เหมาะสมค่ะ เราต่อราคาแล้ว แต่เจ้าของไม่ยอมอ่ะค่ะ ยังไงก็ต้อง 2 ล้านนิดๆ เจ้าของดูไม่ร้อนเงิน และเขาคงรู้ว่าเราอยากได้ อ่ะค่ะ
ปัญหา คือ
1. เรากลัวว่า ถ้าครอบครัวเราปฏิเสธไม่ยอมมาอยู่จริงๆ เราก็ไม่รู้จะซื้อมาทำไม หรือถ้ามาอยู่แล้ว บ่นอยากกลับบ้านทุกวัน หรือเหมือนเราขังเขาไว้ในบ้าน ทำให้เขาไม่มีความสุข ฯลฯ ตอนนี้ก็ทะเลาะกัน ไม่ให้เราซื้อ ครอบครัวยื่นคำขาดว่าจะไม่มาอยู่ ( อยากอยู่ต่างจังหวัด ตอนนี้อายุ 60 ยังช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่กัน 4 คน พ่อ แม่ ลุง ป้า อยู่ใกล้ๆกันค่ะ )
2. ถ้าครอบครัวไม่มาอยู่ หรือมาอยู่ช้าเกินไป เราก็คงต้องปล่อยเช่า แล้วจะหาผู้เช่าดีๆได้ไหมเนี่ย ? เห็นเขาปล่อยเช่าแถวนั้น 5,000-6,000 บาท/เดือน ต้องใช้เวลาถึง 33 ปี กว่าจะเท่าทุนที่ซื้อมา แถมจะปวดหัวผู้เช่าอีกไหมคะ บางคนบอกผู้เช่าทาวน์เฮาส์ราคาถูกจะเป็นคนละตลาดกับคอนโด นิสัยหรือสังคมของผู้เช่า อาจมีปัญหาได้ แล้วเท่ากับเราเอาปัญหามาสู่ตัวเอง
3. จริงๆเราไม่ชอบสิ่งแวดล้อมเท่าไร เหมือนสลัมนิดๆ หมู่บ้านเก่ามาก ไม่มีนิติบุคคลหรือ รปภ. นะคะ แต่บ้านหลังปัจจุบันที่อยู่นี่ก็คือเป็นของครอบครัวที่ยกให้เรา บ้านมันมีประวัติความเป็นมาอ่ะค่ะ เหมือนแบบกว่าครอบครัวจะเก็บเงินผ่อนแสนยากลำบาก แล้วถ้าเราจะมาขายไปอยู่ที่อื่น มันก็รู้สึกผิดอ่ะค่ะ ก็เลยยังอยู่หมู่บ้านนี้ต่ออ่ะค่ะ ก็ทนอยู่มา 10 ปี แล้วนะ
4. บางคนก็บอกว่า เอาไว้ให้ครอบครัวอายุ 65-70 ( อนาคต อีก 5-10 ปี ) แล้วค่อยคิดก็ได้นะ
แต่สิ่งที่ทำให้อยากได้ คือ
1. รถไฟฟ้ากำลังจะมา ราคาก็น่าจะขึ้น ไหมคะ เช่น ในอีก 5-10 ปี ยังไงราคาขึ้นแน่นอน ไปรีโนเวทเอาแล้วกัน ถ้าบ้านเก่าจัด ถึงครอบครัวจะไม่มาอยู่ ขายต่อก็น่าจะไม่ขาดทุนหรอกมั้ง
2. มีคนบอกว่า การซื้อบ้านหลังติดกัน เป็นโอกาสดี โอกาสนี้หายากนะ มีแต่คนเค้ารีบคว้าไว้ ฯลฯ
3. ครอบครัว เราอยากให้เขามาอยู่จริงๆ คิดว่าถ้าซื้อบ้านมาก็คงได้มาอยู่เข้าสักวัน อาจจะ 5 - 10 ปี ข้างหน้า ( แน่นอนว่า เขาคงไม่มีความสุขเท่าไร ) แต่ก็ยังดี ที่จะมีเราอยู่ใกล้ๆ และญาติคนอื่นๆ ก็อยู่กรุงเทพ ไปมาหาสู่ได้ ดีกว่าปล่อยคนอายุ 65 - 70 ( ในอนาคต ) อยู่กัน 4 คน ตามลำพัง
4. เรายังไม่สามารถหา บ้านทาวน์เฮาส์ ในตัวเมือง ที่ราคาต่ำกว่า 2 ล้าน และดีกว่านี้ค่ะ ก็เลยคิดว่า อืมๆ จริงๆบ้านเป้าหมายนี่มันก็ดีอยู่นะ เราชอบทำเลของมันค่ะ เพราะถ้าจะให้ไปหาบ้านที่พื้นที่มากกว่านี้ ใหม่กว่านี้ มันก็จะไกลจากเมือง ต้องมีรถยนต์ส่วนตัว ฯลฯ
5. เรามีเงินสดพอที่จะซื้อ ซื้อแล้วยังเหลือเงินพอสมควร ( 7 หลัก กลางๆ ) ดังนั้น เราไม่เดือดร้อนที่จะซื้อ ( เอ่อ ก็เดือดร้อนเหมือนกันค่ะ คือ ไม่ได้รวยเงินเหลือ อะไรขนาดนั้น ก็คิดหนักเหมือนกันค่ะ เพราะเงินมันก็ลดลงเนอะ 2 ล้านนี่เป็นการช็อปปิ้งที่แพงมากค่ะ )
ข้อเสนอที่ครอบครัวเสนอ
1. ไม่ต้องซื้อ เพราะถ้าเกิดในอีก 5 - 10 ปี จำเป็นต้องย้ายมาอยู่กับเราจริงๆ ก็ต่อเติมบ้านหลังปัจจุบัน เช่น โรงจอดรถทำเป็นห้องกระจก มันก็จะมีพื้นที่เพิ่มเติมได้ ( แต่บ้านปัจจุบันแค่ 16 ตารางวา ไม่แน่ใจว่า " โรงจอดรถ " จะต่อเดิมได้ไหม - เข้าใจว่าตามกฎหมายต้องเว้นระยะห่างอยู่ค่ะ ก็อาจเอาโรงรถสักครึ่งนึงมาทำ มันจะทำได้ไหมคะ จะเว้นระยะขอบ ไม่ชิดข้างบ้านค่ะ )
2. สมมติ โอเค ครอบครัวยอมย้ายมาอยู่บ้านข้างๆกัน แล้วเราจะปล่อยให้อยู่บ้านข้างๆได้หรือ ? ตอนกลางคืนจะทำยังไง ? การเดินข้ามไปข้ามมา หรือนอนหลับพักผ่อนไกลหูไกลตาเรา ( จริงๆก็ข้างบ้านอ่ะนะ แต่มันจะไม่ได้ยินเสียงเขาเรียกเราอ่ะค่ะ ) สุดท้าย เราก็ต้องเป็นห่วงเขา ต้องอยู่บ้านเดียวกันอยู่ดี ดังนั้น ไม่ต้องซื้อ
3. เงิน 2 ล้านต้นๆ เอาไว้ ลงทุน ฝากธนาคาร ฯลฯ ได้ดอกเบี้ยหรือกำไรไม่น้อยนะ ใน 5 - 10 ปี ดังนั้น อย่าเพิ่งใช้มันให้จมไปกับค่าบ้าน ที่ยังไม่รู้ว่าจะซื้อมาทำอะไรเลย
ช่วยคิดหน่อยค่ะ เล่ามาซะยาวเลย ใจนึงก็อยากเลือกวิธี ต่อเติม ตามที่ครอบครัวต่อรองมานะคะเนี่ย ( แต่บ้านปัจจุบัน หลังซักกะนิดนึง 16 ตารางวา จะต่อเติม กั้นห้อง ได้เพิ่มขนาดไหนกันเชียว สำหรับ คนแก่ 4 คน + เรา 1 คน ) ใจนึงก็อยากได้มากค่ะ เพราะเป็นบ้านหลังติดกัน ทำเลก็ดี แล้วก็ไม่อยากอยู่บ้านเดียวกันกับครอบครัว อยากอยู่คนละบ้าน จะได้มีความเป็นส่วนตัวค่ะ เงินก็พอมีซื้อได้อยู่ แล้วทำไมจะไม่ซื้อ แต่ก็คิดหนักกลัวซื้อมาแล้วไม่รู้จะเอาไปทำอะไรอ่ะค่ะ ( ในระยะอันใกล้ๆนี้ )