คนเป็นพ่อ สามารถทำร้ายความรู้สึกของลูกได้ขนาดนี้เลยเหรอคะ?

ปัญหามีมาเรื่อยๆเลยค่ะ ข้อเสียของคุณพ่อเราเห็นมาตั้งแต่เด็ก
หาเรื่องทะเลาะกับคุณแม่ตลอด ด่าว่าเสียๆหายๆ ติดเหล้า ข้อเสียมีเยอะแยะเลยค่ะ
แต่เราก็มองข้ามมาตลอด และรักคุณพ่อมากค่ะ

แต่สิ่งที่ทำให้ความอดทนเราหมดไปคือ คุณพ่อไปมีชู้ค่ะ
ระหว่างที่มีชู้ ก็ออกจากบ้านไป ผลักภาระทุกอย่างมาให้เรากับคุณแม่ค่ะ
น้องสาวที่ยังอายุน้อยอยู่เค้าก็ไม่แคร์ค่ะ แต่ระหว่างที่แยกกันอยู่ ก็ยังเอาปัญหามาให้คุณแม่ตลอด
คุณแม่ก็ยังตัดใจไม่ได้ เพราะอยู่ด้วยกันมานาน ก็ทนยอมทุกอย่างเลย
เราเห็นแล้วเราก็รู้สึกแย่มากค่ะ ด่าว่าแม่เราที เหมือนแม่ไม่ใช่คนในครอบครัว ไม่ใช่แม่ของลูก
ทั้งยังเอาเรื่องที่ตัวเองมีชู้ มาเล่าให้น้องเราฟังเป็นฉากๆ น้องเราก็ยังเด็กก็ฟังๆไป
เรารู้เรื่อง เราโมโหมากค่ะ อยากให้คุณแม่หย่าแล้ว แยกๆกันไปให้จบๆ

แต่หลังจากนั้นก็คือ คุณพ่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งค่ะ เรากับแม่นี่แหละค่ะ ที่พาไปตรวจ และคอยดูแลทุกอย่าง
แต่เค้าก็ไม่เคยคิดได้เลยค่ะ ยังเอาเรื่องชู้มาพูดต่อหน้าแม่ ว่าชู้ดีกว่าอย่างนู้นอย่างนี้
ทั้งๆที่ชู้เค้าไม่เคยมาสนใจใยดีเลย เรากับแม่บอกให้ดูแลตัวเอง  หาของกินดีๆมาให้กิน ไปเฝ้าตลอดเวลาหาหมอ
เค้าก็ไม่เคยเห็นความดีเรากับแม่เลยค่ะ  พอเราต่อว่าเค้า เค้าก็จะไปด่าแม่เราตอนเราไม่อยู่อีก
เราก็เลยไม่พูดอะไร เพราะเห็นแก่แม่ สงสารแม่

ตอนนี้สถานการณ์มันก็แย่ลงอีก เพราะเค้าโดนถูกให้ออกจากงาน
ภาระหนี้สินการผ่อนบ้านก็ตกมาที่เรากับแม่ทั้งหมด แต่เค้าก็ยังคิดไม่ได้ค่ะ
พอยิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง ก็พูดแต่ว่า จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ จะแคร์แค่ตัวเอง อยากจะทำอะไรก็ทำ
แล้วก็ใช้เงินฟุ่มเฟือยตามอารมณ์เลยค่ะ  คุณแม่เราก็พูดแต่ให้ปล่อยๆเค้าไปเพราะสงสารเค้า
(เอาจริงๆแล้ว คือมะเร็งที่เค้าเป็นมีโอกาสหายสูงมากค่ะ เพราะตรวจเจอเร็ว และเนื้อร้ายยังไม่ลามไปส่วนอื่น)

ตอนนี้เราแทบไม่อยากจะเจอหน้า ไม่อยากจะพูดคุยด้วยแล้วค่ะ
คือเรื่องบุญคุณที่เลี้ยงมา เค้าก็มาพูดทวงเราตลอด แต่คือเราก็ดิ้นรนมาด้วยตัวเองมากๆนะคะ
เรากู้เรียน หาเงินช่วยที่บ้านมาตลอด ไม่เคยรบกวนหรือทำเรื่องแย่อะไรให้เค้าเลยค่ะ

เราอยากดูแลนะคะ ยังไงก็พ่อ แต่ทุกครั้งที่เข้าไปพูดคุย เค้าก็จะพูดทำร้ายความรู้สึกเราตลอด
หรือไม่ก็หาเรื่องให้มีเรื่องทะเลาะ

เราควรจะทำยังไงคะ จะต้องปรับความคิดยังไง ให้ไม่เกลียดเค้าไปมากกว่านี้ เราไม่รู้เลยค่ะ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
เป็นโจทย์ที่ตอบยากเหมือนกันนะคะ
เพราะพูดมันง่ายกว่าทำ

สมมุติว่า คุณเป็นจิตอาสา มาช่วยดูแลคนไข้
คนที่คุณดูแลไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นพ่อของคุณ
ทุกคำพูดและการกระทำของเขา จะมีผลต่อความตั้งใจในการดูแลของคุณมากมั๊ยคะ

ถ้าฟังพ่อคุณในฐานะคนที่เป็นกลาง ไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัว
ไม่ได้อยู่ในฐานะลูกหรือภรรยา
อย่างแรก เขาเสียกำลังใจที่มาตรวจพบว่าตัวเองเป็นมะเร็ง
มีความกลัวและความกังวลอยู่มาก
ซึ่ง..ไม่ได้เป็นผลดีต่ออาการของเขาเลย
จะยิ่งทำให้โรคลุกลามเร็ว
อย่างที่สอง เขาเสียความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้นไป
และยังมีความอาลัยอาวรณ์
นี่ก็บั่นทอนสุขภาพกายและจิตเขา อีกอย่างหนึ่ง

ใช่..ว่าการมีชู้มันไม่ถูกต้อง
แต่มันก็มีที่มาที่ไปนะคะ
ถ้าเขายังมาชมคนๆนั้นต่อหน้าแม่คุณ
ก็แสดงว่าเขาต้องการอะไรบางอย่างที่คนๆนั้นให้เขาได้
แต่คุณแม่ให้ไม่ได้
เราไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่แม่คุณสามารถจะปรับตัวเพื่อเติมเต็มเขาได้รึเปล่า
ด้านนึงก็เป็นการทำเพื่อเขา
แต่อีกด้านมันก็เพื่อคุณแม่จะได้ไม่ต้องทนฟังคำชมคนๆนั้นหรือคำตำหนิจากเขานะคะ

ตอนนี้คนไข้จะแปรปรวนมาก
ทำอะไรไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลหรอกค่ะ
คุณคงจะต้องเมตตาและอดทนให้มาก
โอกาสตอบแทนบุญคุณไม่รู้จะมีอยู่อีกนานแค่ไหนก็ทำให้สุดไปเถอะค่ะ
จะได้ไม่ต้องค้างคาในใจตัวเองหลังเวลาที่ต้องจากกัน
เพราะโอกาสหายก็มี โอกาสตายก็มีค่ะ
ตัวแปรมันเยอะ

เราชื่นชมคุณแม่มากเลยนะคะที่มีน้ำใจ
ยามเจ็บไข้ แม้คุณพ่อจะทำให้เจ็บช้ำน้ำใจก็ไม่คิดทอดทิ้ง
คุณก็ช่วยดูแลคุณแม่ และตัวเอง อย่าให้เครียดเกินไปทั้งร่างกายและจิตใจนะคะ

การรับฟังคุณพ่อแบบเป็นกลาง
ไม่ตัดสิน ไม่เอาถูกเอาผิด
จะช่วยคุณพ่อได้มากค่ะ
ฟังให้ท่านได้ระบายออกก่อน
แล้วค่อยสื่อสารในฟากตัวเองออกไปค่ะ
ว่าเราเข้าใจ แต่เราควตามใจคุณพ่อไม่ได้ทุกอย่างเนอะ
เรามาหาทางออกร่วมกันดีกว่า อยากให้คุณพ่อให้ความร่วมมือเรื่องไหนบ้าง แล้วเราจะช่วยอะไรบ้าง
คุยกันดีๆมันก็จะลดความตึงเครียดไปได้เยอะค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่